นิยายแห่งรัก ปรารถนาซ้อนรัก เขียนโดย.. คันศร
ตอนที่ ๑
เยี่ยมยุทธ
.......ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคนอย่างผม จะต้องมาทำอะไรแบบนี้ !!
.......ที่ผ่านมา.. ผมเป็คนต่อสู้ทุกอย่างด้วยลำแข้งและแรงขา กับตัวหนาๆ สูงร้อยแปดสิบกว่าๆ กล้ามแน่นๆแมนโคตรๆ แบบนี้ มีหรือที่ผมจะต้องกลัวใคร?
.......ไม่..!!!
.......ผมยืนหยัดด้วยตัวเองมาตลอด ไม่แปลกที่บางคนจะมองว่าผมเถื่อนบ้างล่ะ โหดบ้างหรืออะไรต่อมิอะไร .. แล้วงัยล่ะ..!!
.......อย่างน้อย.. ไอ้สารพัดความรู้สึกเ่าั้ มันก็พาผมมายืนอยู่ในวันนี้ได้
.......วันที่ผมต้องทำ ... บางอย่าง ... ที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนเลย
.......ก็.. ที่ผ่านมา ผมเป็คนเลือกเสมอ ..
.......เลือกว่าจะไปกับใคร
.......เลือกว่าจะนอนกับใคร..!!
.......ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย .. อยู่ที่ความพึงพอใจของผมล้วนๆ
.......อะไรไม่ถูกใจ โม่โดนใจ ก็ไม่เลือก ก็เท่านั้น .. ผมไม่เคยต้องแคร์อะไรใครเลย
.......แต่ครั้งนี้ ..
.......ผมกลับเป็คนถูกเลือก
.......โดยคนที่ผมไม่เคยคิดจะมองเลยด้วยซ้ำ
.......แม้เขาจะเป็คนที่ดูภูมิฐาน .. มีหน้าที่การงานที่ดี .. มีคนนับหน้าถือตา ..แต่อายุที่แก่คราวพ่ออย่างนั้น .. ไม่เคยอยู่ในสายตาผมเลย จนวันหนึ่ง.. ที่ผมได้พบกับเค้า ..
.......หรือ.. ผมควรจะเรียกว่า ‘ท่าน’อย่างที่คนอื่นเค้าเรียกดีกว่า
.......ผมก็มองและยิ้มทักทายไปตามประสาคนที่เพิ่งจะพบหน้ากัน
.......ไม่แปลกครับ..!! ที่ท่านจะชมชอบรอยยิ้มของผม
.......อย่างที่หลายคนยอมพลีกาย เพียงแค่ได้อยากได้รอยยิ้มขยี้ใจของผม
.......“คุณชื่ออะไรครับ” ท่านเอ่ยทักทายผมอย่างสุภาพ แต่ในน้ำเสียงนั่น มีพลังบางอย่าง ที่ผมจะต้องยิ้มให้อีกครั้งแล้วจึงตอบท่านไป
.......“ยุทธครับท่าน”
.......“ชื่อคำเดียวโดดๆ เลยเหรอ?” ท่านถามอย่างมีไมตรี
.......“ชื่อจริงผมคือ.. ยงยุทธครับท่าน แต่เพื่อนๆ ชอบเรียกผมว่า.. เยี่ยมยุทธ” ผมตอบไปพร้อมกับส่งความหมายบางอย่างไปกับสายตาผมที่มองสบตาท่านอย่างเปิดเผย
.......ผมว่า.. ดูเหมือนท่านจะเข้าใจความหมายที่ผมส่งไปกับสายตาของผม
.......ท่านยิ้มตอบ พร้อมกับถามผมมาตรงๆ ว่า “มาทำงานกับผมมั้ย?”
.......“ครับท่าน” ผมตอบไปสั้นๆ และไม่ลืมที่จะยิ้มส่งให้ท่านอีกครั้ง
.......ท่านยิ้มรับ พร้อมกับเอามือมาตบไหล่ผมเบาๆ และบีบฝ่ามือเบาๆ ราวกับจะทดสอบว่ามัดกล้ามที่หัวไหล่ผมจะซักขนาดไหน
.......ผมไม่จำเป็ต้องเกร็งกล้ามอะไรเลย ก็ตรงหัวไหล่นั่น ผมเข้าฟิตเนสเป็ประจำ และปั้นให้มันเป็กล้ามที่ได้รูปจะได้ใส่เสื้อผ้าแล้วดูดี และดูดีที่สุด.. หากไม่มีอะไรคลุมกาย
.......ท่านยิ้มอย่างพึงพอใจที่ได้ัั ก่อนจะเดินจากผมไปยังหน้าห้องสัมมนา และกล่าวเปิดการสัมมนานั่น
.
.......ระหว่างพักการสัมมนา มีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งซึ่งแต่งกายเนี้ยบมาก ั้แ่ทรงผม เสื้อสูท กางเกงสแลคไปจนถึงร้องเท้าหนังขัดมันราวกับเพิ่งออกมาจากร้าน เขาเดินมามาผม พร้อมกับทักทาย
.......“คุณเยี่ยมยุทธ ใช่ไหมครับ”
.......ผมยิ้มขำๆ ให้ “ทักกันด้วยชื่อนี้เลยหรือครับ”
.......“จะได้ไม่ผิดคนไงครับ” เขาตอบกลับมาทีเล่นทีจริง แต่คำตอบก็ยังเป็งานเป็การ “ผมสุทัศน์นะครับ เป็ผู้ช่วยท่านฯ” เขาแนะนำตัวเอง พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ผม
.......“ผมเรียกที่ทัศน์ ได้ไหมครับ” ผมยืนไมตรีพร้อมกับรับนามบัตรพี่เค้ามาถือไว้
.......“ยินดีครับ” เขายังตอบทีเล่นทีจริงอยู่ แต่ความหมายก็ยังเป็งานเป็การเช่นเดิม
.......หรือรอยยิ้มพิฆาตของเราทำอะไรผู้ชายเนี้ยบๆ คนนี้ไม่ได้ .. ผมประเมินข้าศึกตรงหน้า.. ก็ดี .. ยิ้มมัดใจแค่ท่าน แค่คนเดียวก็พอ .. พอคิดได้อย่างนั้น ผมก็เลิกบริหารเสน่ห์กับพี่สุทัศน์
.......เราสองคนนั่งคุยกัน ผมจึงได้รู้ว่า..ท่านฯ ให้พี่สุทัศน์มาแนะนำให้ผมไปทำงานเป็เลขาฯ ส่วนตัวของท่านฯ
.......“ผมไม่ได้แย่งงานพี่ทัศน์นะครับ” ผมรีบถาม
.......“ไม่หรอก ท่านมีงานหลายอย่าง นอกจากพี่ก็ยังมีอีกสองสามคนที่ทำงานให้ท่านแบบพี่” พี่สุทัศน์อธิบายชัดเจน ก่อนจะหยุดพูดสักครู่ราวกับใช้ความคิดไตร่ตรอง
.......ผมจึงเงยหน้าไปสบตาพี่แก
.......พี่สุทัศน์ยิ้มให้อย่างเป็มิตร “แต่พิเศษแบบคุณเยี่ยมยุทธ .. มีคุณเป็คนแรก และคนเดียว”
.......ผมเข้าใจความหมายในคำพูดพี่สุทัศน์ทันที “ขอบคุณครับพี่” ผมไม่รู้จะตอบพี่เค้าด้วยคำพูดอะไรดีไปกว่าการขอบคุณ
.......พี่สุทัศน์ยังคงยิ้มให้อยากแสนปกติ
.......ไม่เคยมีผู้ชายแบบพี่สุทัศน์ที่จะต้านทานรอยยิ้มผมได้ นอกจากพี่เค้า.. !!
.......เดี๋ยวพอสนิทแล้วต้องได้ถามพี่เค้าแน่ๆ ว่าทำไมไม่ชอบแบบผมเหรอ??
.......พอคิดได้อย่างนั้น ผมเลยใช้การนอบน้อมเข้าหา “ยังไงก็ต้องให้พี่แนะนำผมเยอะๆ นะครับ”
.......“ครับ ยินดีครับ คุณเยี่ยมยุทธ” พี่สุทัศน์เล่นมุข แต่ก็ด้วยท่าทีแสนปกติ
.
.......บ่ายวันนั้น ผมไปสมัครงานตามที่พี่สุทัศน์แนะนำ เพียงแค่ยื่นหลักฐาน กรอกรายละเอียดนิดหน่อยอย่างที่พี่เค้าบอก ทุกอย่างก็เรียบร้อย ไม่นาน.. ผมก็ได้สมุดบัญชีธนาคารสำหรับการรับเงินเดือน พร้อมกับบัตรกดเงินสดของบัญชีนั้น
.......เอ๊ะ.. เดี๋ยวนะ นั่นมันบัตรเครดิตวีซ่าการ์ดนี่นา
.......ผมรีบกดโทรศัพท์มือถือไปถามพี่สุทัศน์ตามเบอร์ที่อยู่ในนามบัตร
.......“อ๋อ.. นั่นเป็บัตรวีซ่าแบบไม่จำกัดวงเงินครับ” พี่สุทัศน์ชี้แจงง่ายๆ “สำหรับคุณเยี่ยมยุทธครับ”
.......“ครับ ครับ” ผมรับคำ แล้วพี่สุทัศน์ก็วางสายไป
.......พร้อมกับมีข้อความใหม่จากเพื่อนใหม่เด้งขึ้นมาในไลน์
.......ผมเปิดดู .. เป็ข้อความจากที่สุทัศน์นั่นเอง .. ผมจึงเปิดอ่าน ..
.........“เย็นนี้พบกันนะครับ ท่านอยากคุยด้วย”.. พร้อมกับปักหมุดบนแผนที่ ที่ท่าน้ำเพื่อลงเรือสำราญชื่อดัง
.......เค้านัดหมายกันอย่างนี้นี่เอง .. ผมบอกตัวเอง
.......ข้อความใหม่เข้ามาอีก ผมเปิดอ่านทันที..“คุณเยี่ยมยุทธใช้บัตรวีซ่าสำหรับการเดินทาง ..การเตรียมตัวไปลงเรือสำราญได้เต็มที่เลยนะครับ จากพี่ทัศน์”..
.......ผมตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าจนเต็มอก ..
.......เอาว่ะ!! .. ลองสักตั้ง !! .. ดูซิว่าโชคชะตาจะนำพาไปพบกับอะไรอีก??
.......แล้ว.. ชีวิตมันจะไปถึงไหนได้บ้าง??
.......ผมเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าสุดหรู เดินดูเสื้อผ้าสวยๆ สูทสุดหรูร้องเท้าหนังยี่ห้อดังอยู่ครู่หนึ่ง . . . แล้วก็คิดได้ว่า .. ถ้าจะเปิดตัวแบบนั้น.. ผมก็ไม่ต่างไปจากเด็กขายที่ปรุงแต่งจนตัวเองดูดี .. พอคิดได้อย่างนั้น
.......ผมหยุดกึก!!
.......ตั้งสติอีกครั้ง !! ..
.......จะแต่งตัวอย่างไรดี? ผมถามตัวเอง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้
.......ผมเลยถามตัวเองใหม่อีกครั้ง .. ทำไมผมต้องไปเย็นนี้?
.......คราวนี้ได้คำตอบแฮะ .. ผมได้คำตอบว่า.. ก็ผมอยากให้เค้ารู้สึกดีกับผม ชอบผมและรักผม..!!
.......ถ้าอยากให้เค้าชอบ ให้เค้ารัก ก็ต้องให้เค้าเห็นตัวจริงที่เป็เราสิ และ..ถ้าเค้าจะชอบจะรัก มันก็จะเริ่มวันนี้ที่เค้าเห็นตัวตนของเรา แต่ถ้าไม่..เย็นนี้ก็จะจบลงอย่างเช่นกัน
.......หรือเลือกจะทำให้เค้าชอบกับความดูดีที่แสนแพง
.......ผมคิดทบทวนอยู่พักใหญ่
.......แล้วผมก็เลือกช้อยแรก เสี่ยงเป็เสี่ยงกัน!!
.......ผมแวะซื้อเสื้อฮาวายสีหนักลายเท่ๆ หนึ่งตัวตามสไตลี่ผมชอบ แล้วไปที่ร้านซักรัดแบบสุดด่วน ถอดกางเกงยีนส์ตัวที่ใส่อยู่ส่งให้ร้านเค้าซักรีดพร้อมกับเสื้อฮาวายตัวใหม่ ระหว่างที่รอชุดใหม่ ผมไปสมัครสมาชิกที่ฟิตเนส แล้วเข้าฟิตกล้ามจากนั้นก็อาบน้ำด้วยสบู่เหลวกลิ่นน้ำหอมชื่อก้อง อาบน้ำเสร็จ เสื้อผ้าชุดใหม่ก็เสร็จพอดี
.......ผมเก็บเสื้อเก่า อุปกรณ์อาบน้ำและข้าวของส่วนตัวบางอย่างไว้ที่ล็อกเกอร์ประจำตัวของฟิตเนส แล้วจึงไปที่ร้านทำผม เพื่อสระเซ็ทให้ได้ทรงผมที่เป็ตัวผมที่สุด
.......เมื่อชุดพร้อม ทรงผมพร้อม และใจผมก็พร้อม ยังพอมีเวลาให้ผมเดินดูนั่นนี่ในห้างสรรพสินค้าอีก ผมเลือกที่จะเดินดูของ ไม่ใช่สิ.. ต้องบอกว่าผมเลือกเดินเพื่อเช็คเรทติ้งตัวเอง จะได้เสริมความมั่นใจในการตัดสินใจวันนี้
.......ผลเรทติ้งน่าพอใจมาก ทั้งเด็กสาว วัยสาว วัยเลยสาว และวัยเกือบสาวต่างมองผมอย่างไม่เกรงใจผมเอาซะเลย ไอ้ที่มองจนขนลุกขนพองก็มี บางคนมองราวกับว่า.. ถ้าลากผมไปปฏิบัติกิจตามใจตนได้โดยไม่ผิดอะไรก็คงทำไปแล้ว
.......ผมยิ่งทำให้ผมมั่นใจในสิ่งที่เลือก พอดูเวลาที่มือถืออีกครั้ง ผมก็ออกเดินทางไปยังจุดนัดหมาย
.
.......ที่จุดนัดพบ มีชายหนุ่มชุดซาฟารีสีหนักๆหน้าเข้มๆ ด้วยแว่นดำ รอผมอยู่แล้วถึง ๒ คน พอพวกเขาเห็นผม ก็ยิ้มให้ และเดินเข้ามาหา เขาพาผมไปผ่านเครื่องสแกนคงตรวจอาวุธมั้ง? จากนั้นก็พาผมไปยังห้องรับรอง มีดนตรีสดบรรเลงเบาๆ มีเครื่องดื่มและอาหารเบาๆ ผมดับกระหายด้วยเครื่องดื่มเย็นๆหนึ่งแก้ว พี่สุทัศน์ก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี
.......“แต่งตัวเป็ตัวเองดีนะครับ” พี่เค้าเอ่ยทักทีเล่นทีจริง แต่เข้าเป้าอีกแล้ว
.......“ครับ มันชอบแบบนี้น่ะครับ”
.......“ตามพี่มาเลยครับ” แล้วพี่สุทัศน์ก็เดินนำไป
.......ผมรีบเดินตามพี่เค้าไป ไม่นานเราสองคนก็อยู่บนเรือสำราญสุดหรู
.......“ดื่มอะไรก่อนไหมครับ” พี่สุทัศน์เปิดประเด็นการสนทนา
.......“นำเปล่าดีกว่าครับ”
....... พี่สุทัศน์หันไปสั่งบริกร ไม่นานเขาก็เดินถือแก้วน้ำเปล่าเย็นๆ มาเสริฟให้ผม ส่วนพี่สุทัศน์เป็เบียร์วุ้นยี่ห้อดังที่รินมาแบบไม่มีฟอง
.......พี่เค้าคงเห็นผมมองเบียร์วุ้นของเขาล่ะมั้ง? “ลองชิมมั้ยครับ ที่นี่เค้าหมักเบียร์เอง อร่อยมากนะครับ”
....... “ไม่ดีกว่าครับ” ผมปฏิเสธ “ผมไม่คุ้นกับแอลกอฮอร์”
....... พี่สุทัศน์ยิ้มรับ ชายหนุ่มชุดซาฟารีเดินมากระซิบอะไรบางอย่างกับพี่สุทัศน์ พี่เค้าพยักหน้ารับรู้ แล้วชายหนุ่มก็เดินจากไป
.......“เราจะออกเรือไปกันก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านจะตามไประหว่างทาง”
.......“ครับ”
.
.......แล้วเรือสำราญก็ออกจากท่าน้ำ บริกรเริ่มเสริฟอาหาร ผมทานไปตามสมควร เพราะไม่ได้รู้สึกหิวอะไรและรสชาติบางอย่างก็ไม่ถูกปากผมเสียด้วย ผมกับพี่สุทัศน์นั่งทานอาหาร และพูดคุยกันไปพักใหญ่ เรือสำราญก็เทียบท่าที่ท่าน้ำแห่งหนึ่ง
.......“ผมรอคุณเยี่ยมยุทธที่นี่นะครับ ท่านรอพบคุณบนเรือนไทยโน่น” พี่สุทัศน์พูดพร้อมกับชี้มือไปที่บ้านทรงไทยไม้สักทองทั้งหลังที่อยู่เลยท่าน้ำเข้าไป
.......“ครับ” ผมรับคำแล้วเดินไปตามทางของเรือสำราญจนขึ้นที่ท่าน้ำของตัวบ้าน ผมมองบ้านทรงไทยตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมีบ้านไทยสวยๆ ดูโบราณๆแต่แสนสะอาดและเรียบร้อยน่ามองแบบนี้อยู่ริมแม่น้ำเ้าพระยา
.......ผมเดินไปตามทางเท้าที่ปูด้วยอิฐโบราณเข้าไป จนไปถึงตัวบ้าน ผมใช้กระบวยตักน้ำจากตุ่มดินเผาที่วางอยู่ข้างบันไดมาล้างเท้า แล้วจึงเดินขึ้นบ้านไป โอ๊ะ.. ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า.. ขึ้นเรือนสิถึงจะถูก
.......ผมขึ้นมาก็เห็นท่านนั่งดื่มอะไรสักอย่างอยู่ที่หอกลาง ต้องขอบคุณละครย้อนยุคของไทยที่ทำให้ผมรู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นเรียก.. หอกลาง
.......“สวัสดีครับ” ผมไหว้ทักทาย
.......“มานั่งด้วยกันสิ” ท่านพูดเรียบๆ
.......“ครับ” เดินเดินไปนั่งตรงข้ามแบบเยื้องๆกับท่าน
.......“แต่งตัวแบบนี้ดูดีมากเลยนะ”
.......“ครับ”
.......ท่านชวนผมดื่ม ซึ่งผมก็ขอดื่มเพียงนำเปล่า แล้วท่านก็ชวนผมคุยนั่นนี่โน่นสักครู่ พอให้ผมรู้สึกสบายตัวขึ้น และเริ่มหัวเราะอย่างเป็กันเองกับท่าน
.......“ยุทธอยู่กับผมที่นี่ทั้งคืนนะ” ท่านยังคงพูดเรียบๆ
.......ผมยิ้มให้ “ครับ”
.......ท่านยิ้มตอบ “ผมชอบรอยยิ้มแบบนี้ของยุทธจริงๆ ” แล้วท่านก็ลุกขึ้นเดินไปที่ด้านหนึ่งของหอกลาง ซึ่งน่าจะเป็หอนอน
.......ผมเดินตามไปแบบรักษาระยะห่างนิดหน่อย
.......พอเปิดประตู และแทรกตัวเข้าไปในห้องแล้ว ท่านก็หันหน้ามาเรียกให้ผมตามเข้าไป
.......ผมยิ้มให้อีกครั้ง แล้วเดินตามเข้าห้องนั้นไป
.......ท่านนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของเตียงขนาดใหญ่ ผมเพิ่งได้สังเกตว่าท่านอยู่ในชุดเสื้อคลุมกึ่งสูทกึ่งเสื้อนอนอยู่แล้ว ก็เมื่อกี๊ที่นั่งคุยกันโต๊ะอาหารไม้สักแสนงามบังั้แ่ส่วนเอวที่ท่านผูกเป็เงื่อนกระตุกเอาไว้
.......“ผมขอเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ”
.......ท่านยิ้มเป็เชิงอนุญาต
.......ผมถอดเสื้อฮาวายออกอย่างประณีต เพราะมั่นใจว่าท่านจะต้องสำรวจเรือนร่างผม ..ซึ่งก็ไม่ผิด .. ท่านมองหุ่นผมอย่างพึงพอใจมาก
.......“รูปร่างสวยมาก”
....... ผมยิ้มรับ แล้วถอดกางเกงยีนส์ จนเหลือแต่บ๊อกเซอร์ “ให้ผมใส่ชุดไหนครับ”
....... “ไม่ต้องหรอก” แล้วท่านก็ลุกขึ้นเดินมาหาผม มือของท่านััหัวไหล่ของผม ..ลูบมาที่แผ่นอกของผม .. นวดเฟ้นเบาๆ หน้าอกผมเบาๆ “กล้ามเนื้อแน่นดีจริงๆ” ไม่รอว่าผมจะตอบอะไร ท่านก้มหน้าลงซุกไซร์ไปตามซอกคอของผม วงแขนก็โอบกอดลำตัวผม ฝ่ามือก็คลึงเคล้นััไปทั่วร่าง
....... “..อาร์..” ผมครางเบาๆ
.......ท่านหอมแก้มผมอย่างทนุถนอม “ผมจูบนะ”
.......คราวนี้ท่านรอให้ผมยิ้มให้ แล้วจึงประกอบริมฝีปากมาที่ปากของผมอย่างนุ่มนวล ..สองริมฝีปากัักันอย่างเนิบช้า .. เรียวลิ้นกระหวัดต่อไปมา ..ลีลาจึงรุมร้อนขึ้น .. และกลายเป็การบดขยี้เรียวปากอย่างถึงใจ
.......ผมโอบกอดท่านไว้ในอ้อมแขนเช่นกัน รูปร่างท่านค่อนข้างมีเนื้อหนัง จงไม่แปลกที่ผมจะรู้สึกว่าลำตัวของท่านนุ่มนิ่มน่าัั และความขาว.. นวล.. เนียน..ของผิวพรรณชั่วใจผมเหลือเกิน จนผมต้องใช้ริมฝีปากสำรวจให้ทั่ว
....... “..เอออ..”ท่านระบายลมหายใขอย่างพึงพอใจ ได้แค่ะะยะสั้นๆ ผมก็ปิดริมฝีปากของท่านด้วยการจูบอีกครั้ง .. ครานี้ ..ผมจูบอย่างดูดดื่ม แล้วก็ลากเรียวลิ้นมาตามลำตัวที่ขาวผ่อง หน้าอกที่หนั่นแน่น หน้าท้องที่นวลเนียน จนถึงแกนกลางของลำตัว
....... “ดีจัง” ท่านพูดเบาๆ หลังจากที่ผมมอบความสุขสมให้ไปสักครู่หนึ่ง “ให้ผมสำรวจคืนบ้างสิ” แล้วท่านก็ชันตัวขึ้น ผลักผมเบาๆ ให้ตัวผมนอนลงที่เตียง .. จากนั้นท่านก็บรรเลงตามไปเรือนร่าง จนถึงจุดศูนย์กลางที่ตอนนี้มันตื่นตัวอย่างเต็มที่
.......ดูเหมือนท่านจะใกับขนาดของมัน
....... “ผมจะพาท่านไปให้สุขสุดๆแบบไม่เจ็บไม่ทรมานนะครับ”
.......ท่านยิ้มให้ผมอย่างหวั่นๆ “พูดจริงนะ”
....... ผมยังไม่ทันที่จะตอบจะอะไร
.......“ผมผ่านผู้ชายมาก็.. ไม่น้อยนะ แต่ก็ไม่เคยกับ..ขนาดเท่านี้มาก่อนเลย”
.
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙จบตอนที่ ๑ ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙