หลังจากที่ทั้งหยางหลิว และจางต๋าต่างทำอาหารจนเสร็จสิ้น พวกเขาก็นำเอาอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะฝั่งของตนเอง เพื่อให้คนที่อยู่ในร้านทั้งหมดเข้ามาชิม และตัดสินใจโหวตเพื่อหาผู้ชนะ
การแข่งขันมันง่าย ๆ ใครมีจำนวนคนโหวตให้เยอะกว่าก็ชนะ ทว่ามีบางสิ่งที่ทำให้ผู้ชมซึ่งติดตามดูการทำอาหารของหยางหลิวต้องแปลกใจ และอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วสงสัย
นั่นเพราะว่าหยางหลิวเอาเฉพาะข้าวผัดออกมาเท่านั้น !
มันน่าแปลกใจมาก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เห็นกันอย่างชัดเจนว่าหยางหลิวจัดการเตรียมน้ำซุปปลาอย่างพิถีพิถันมากแค่ไหนให้ความสำคัญกับมันมากเท่าใด
นี่ทำให้พวกที่เข้าร่วมในครั้งนี้รู้สึกเศร้าเสียใจมาก เพราะพวกเขาได้กินแค่เพียงข้าวผัดเท่านั้น !
แม้จะเป็นเรื่องจริงที่ว่าข้าวผัดที่ถือบนมือของพวกเขาจะมีเสน่ห์เย้ายวนเกินหักห้ามใจ เพียงแค่ทานเข้าไปคำเดียวรสชาติมันก็สามารถซึมซาบเข้าไปทั่วทั้งจุดรับรสบนลิ้นแล้ว
ความอร่อยของข้าวผัดที่กินมันเหนือยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยสัมผัสในครั้งไหน ๆ เสียอีก ยิ่งกินยิ่งรู้สึกถึงความอยากอย่างไม่สิ้นสุด !
ความสุดยอดของข้าวผัดที่หยางหลิวทำอย่างไม่ตั้งใจยังสามารถให้รสชาติรสสัมผัสอันเลอค่าเช่นนี้ได้ แล้วมันจะเป็นยังไงถ้านำไปเทียบกับน้ำซุปปลาที่หยางหลิวทำอย่างประณีตยิ่ง ?
แน่นอนที่สุดว่ามันต้องอร่อยโคตร ๆ !
มันต้องอร่อยมากกว่านี้หลายเท่าแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย !
ยิ่งคนที่รู้เรื่องในวงการอาหารดี พอคิดถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย และคาดคิดไปถึงความล้ำค่าของน้ำซุปปลาดังกล่าว
ต้องบอกอีกทีว่าน้ำซุปปลาที่ว่านี้เคยเป็นหนึ่งในน้ำซุปปลาที่หยางหลิวเคยนำไปใช้ในรายการ The CC จนได้คะแนนเต็ม ที่แม้แต่ปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ยังไม่อาจทำได้ !
ยิ่งคิดในเรื่องนี้มากเท่าใด ความต้องการ และความโหยหาที่จะลิ้มลองสุดยอดอาหารในตำนานเช่นนี้ แถมผู้รังสรรค์ที่อยู่ตรงหน้าก็ยังเป็นโคตรของโคตรอัจฉริยะด้านวงการอาหารเสียด้วย ดังนั้นใครกันล่ะจะอดใจไหว ?
ทว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดยิ่ง เพราะหยางหลิวไม่ได้นำน้ำซุปใสไร้สีที่เป็นหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการ The CC ให้พวกเขากิน ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี
แต่อย่างน้อย ๆ ถ้ามองโลกในแง่ดีหน่อย พวกเขาก็เคยได้กินได้ลิ้มลองรสชาติข้าวผัดอันแสนโอชาที่ยากจะลืมเลือนจานนี้แล้ว ซึ่งมันก็ยังดีกว่าไม่เคยได้กินอาหารจากฝีมือหยางหลิวเลย
ทว่าในวินาทีที่เหล่าผู้ติดตามในวงการอาหาร และผู้เข้ามาร่วมโหวตทั้งหลายได้ถอดใจยอมแพ้ในเรื่องน้ำซุปใสไร้สีของหยางหลิวไปแล้ว
จู่ ๆ หยางหลิวก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหันจนเป็นจุดสนใจของคนรอบข้างอย่างทันทีทันใด แม้แต่จางต๋าเองก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอย่างวิตกกังวล
หยางหลิวหันไปมองรอบ ๆ และเริ่มพูดกับทุกคน“ ในเมื่อทุกคนได้ชิมอาหารของผมแล้ว ก่อนที่จะเริ่มการโหวต ผมมีเรื่องอยากจะบอกกับทุกคนก่อนนะครับ อย่างที่ทุกคนทราบกันดี ผมประกาศไปแล้วว่าผมจะทำเพียงข้าวผัดเพื่อมาแข่งตัดสินชัยชนะในครั้งนี้เท่านั้น ดังนั้นผมจึงทำได้แค่นำข้าวผัดมาให้ทุกคนได้ทาน ส่วนอาหารอีกอย่าง ซึ่งก็คือน้ำซุปปลาของผมนั้น ผมไม่สามารถนำมาให้ทุกคนชิมได้ครับ ต้องขออภัยด้วย ”
ผู้คนโดยรอบเมื่อได้ฟังต่างแสดงสีหน้าเสียดายอย่างที่สุด แม้จะเตรียมใจเอาไว้ก่อนแล้วว่าอาจจะไม่ได้กินน้ำซุปที่ว่านั่นก็ได้ ทว่ายังไงพวกเขาก็รู้สึกเสียดายมากอยู่ดี
แต่ก็ยังมีคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เขาคนนั้นกลับแสยะยิ้มออกมาท่ามกลางความเศร้าใจของทุกคน ซึ่งเขาคนนี้ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากจางต๋า !
จางต๋าไม่เคยคิดเลยว่าเด็กน้อยหยางหลิวมันจะโง่เง่าถึงเพียงนี้ แม้มีฝีมือด้านอาหารจริง ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าหยางหลิวเหนือกว่าอยู่หน่อย ๆ เขาก็ได้แอบชิมอาหารของหยางหลิวอย่างลับ ๆ ไปแล้ว ซึ่งในวินาทีนั้นจางต๋าเองก็รู้สึกแปลกใจมากเหมือนกันที่ฝีมือของหยางหลิวเหนือความคาดหมายไปไกลมาก เพราะจางต๋าคิดว่าข้าวผัดที่หยางหลิวทำ มันมีคุณภาพพอ ๆ กับอาหารที่เขาจัดสรรวัตถุดิบอย่างดีซะด้วย
แต่ก็แล้วยังไง ? ในเมื่ออาหารที่หยางหลิวทำเป็นเพียงข้าวผัดราคาถูก ๆ วัตถุดิบห่วย ๆ พรรค์นั้น มันจะสามารถมัดใจคนในร้านภัตตาคารระดับห้าดาวที่มักมีแต่คนชอบอาหารหรู ๆ ได้ยังไง ?
แค่เรื่องพวกนี้จางต๋าก็มั่นใจมากแล้วว่าตนเองนั้นต้องชนะการแข่งครั้งนี้แน่นอน แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง !
หยางหลิวที่จางต๋าดูแคลนว่าโง่เง่าไร้เล่ห์เหลี่ยม จู่ ๆ ก็ยิ้มออกมาทางจางต๋าอย่างเยาะเย้ยถากถาง และในวินาทีถัดมาหยางหลิวก็หันไปพูดกับทุกคนอย่างเจ้าเล่ห์อีกครั้งว่า“ แน่นอนว่าผมเป็นคนรักษากติกา และรักษาคำพูดมาก ผมจะไม่ผิดคำพูดอย่างเด็ดขาด แต่ไหน ๆ ผมก็ทำน้ำซุปปลามาแล้ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าหากผมได้รับการโหวตจนชนะ พวกเราจะมาฉลองชัยชนะกัน โดยทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมในการโหวตให้ผมจะได้รับซุปปลาของผมไปทานทันที ! ”
“ เฮ้ยเจ้าเด็กบ้า ! แกจะขี้โกงเหรอไง !? ” จางต๋าได้ฟังคำพูดของหยางหลิว เขาก็รู้ในทันทีว่านี่เป็นแผนของหยางหลิวตั้งแต่ต้น ดังนั้นจางต๋าต้องหยุดแผนการนี้ของหยางหลิวซะ !
ตอนนี้จางต๋าไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมหยางหลิวถึงทำอาหารสองอย่างพร้อมกัน แถมก่อนหน้านี้ยังบอกอีกว่าจะเอาชนะตัวเขาด้วยข้าวผัดอีกด้วย !
จางต๋าแม้จะเป็นคนอารมณ์ร้อนดูเหมือนไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าหยางหลิวต้องการหักหน้าเขาในครั้งนี้ !
“ เฮอะ ! แกบอกว่าฉันขี้โกง ? ฉันโกงยังไงไม่ทราบ ? ฉันก็แค่เสียดายอาหารที่ฉันปรุงขึ้นมาก็เท่านั้น ! ฉันไม่เห็นผิดคำพูดตรงไหนเลยที่จะเอาข้าวผัดไปตัดสินกับแก ?ข ” หยางหลิวใช้คำพูด และสายตาดุดันตอบโต้จางต๋า
เมื่อเห็นแววตาดุดันเช่นนี้ จางต๋ากลับไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีกแม้แต่ครึ่งคำ ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ไม่นาน หยางหลิวได้โชว์ให้เห็นถึงความสามารถด้านการต่อสู้กับพนักงานในร้านมาแล้ว
แถมหยางหลิวยังใช้เวลาแค่ชั่วพริบตาเท่านั้นในการจัดการคนทั้งสาม ถ้าหากว่าจางต๋ายังคงดื้อดึงถกเถียงกับหยางหลิวต่อไป จนหยางหลิวเกิดบ้า และอาละวาดขึ้นมา จากนั้นก็วิ่งมาต่อยเขา จางต๋าจะทำอะไรได้ ?
ดังนั้นในคราวนี้จางต๋าจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรอีก
ส่วนหยางหลิวก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ก่อนที่จะยิ้มอย่างเย้ยหยันจางต๋าด้วยความรู้สึกเกลียดชัง อันที่จริงหยางหลิวไม่ใช่คนเช่นนี้ เพราะถ้าหากปัญหาไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาก็พร้อมที่จะลืมมันซะ และทำทีเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เรื่องในคราวนี้มันเกี่ยวข้องกับเพื่อนของหยางหลิวด้วย แม้พวกเขาทั้งห้าจะเพิ่งเจอกันไม่นานนัก แถมช่วงแรกยังมีปัญหาไม่ลงรอยกันอีก ทว่าหยางหลิวก็รู้สึกสนิทกับคนพวกนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และรู้สึกโชคดีที่ได้เจอคนกลุ่มนี้
ฉะนั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่มีคนทำร้ายเพื่อนของเขา จะให้หยางหลิวอยู่เฉย ๆ ได้ยังไง ?
แน่นอนว่านั่นทำให้หยางหลิวจึงเลือกที่จะตอบโต้ เพราะอันที่จริง การทำเช่นนี้มันก็ไม่ได้เปลืองแรงเขามากด้วย แถมยังไม่ต้องจ่ายค่าอาหารมื้อนี้เป็นหมื่นหยวนอีกต่างหาก ดังนั้นโอกาสดี ๆ แบบนี้หยางหลิวจะปล่อยให้พลาดได้ยังไง ?
เมื่อจางต๋าไม่พูดอะไร แถมหยางหลิวยังรับปากว่าจะให้ซุปใสไร้สีกับคนที่โหวตจนหยางหลิวชนะ นี่มันก็เหมือนมีแสงแห่งสวรรค์เปิดทาง และมีนางฟ้าลงมาประทานพรให้กับทุกคนที่กำลังรอคอยความหวังอันแสนริบหรี่นี้
โดยไม่ชักช้าชายคนหนึ่งก็ลุกขึ้นโดยพลัน เขาเดินไปทางหยางหลิวทันทีเพื่อแสดงจุดยืนว่าฉันนี่แหละคือคนที่โหวตให้นาย !
และเมื่อมีคนหนึ่งทำ คนที่เหลือก็ปฏิบัติตามอย่างฉับไว !
กลายเป็นว่าคนที่อยู่ด้านหลังต้องรีบวิ่งขึ้นมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อต่อแถวแสดงจุดยืนว่าจะโหวตให้กับหยางหลิว และหลังจากนั้นเมื่อหยางหลิวชนะ พวกเขาก็จะได้รับน้ำซุปปลา หรือก็คือซุปใสไร้สีของหยางหลิวเร็วขึ้น และได้กินมันอย่างสมใจปรารถนา !
เพียงชั่วพริบตาเหมือนคะแนนเสียงจำนวนมากจะเทไปที่หยางหลิวโดยที่จางต๋าไม่มีโอกาสตอบโต้ใด ๆ แม้สักนิดเลย !
จางต๋ารู้สึกช็อกมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ เขาไม่นึกเลยว่าเขาจะแพ้ทั้ง ๆ ที่มีแต้มต่อมากขนาดนี้ !
พนักงานในร้านของจางต๋ามีถึง 30 กว่าคน แขกที่เข้ามาก็ประมาณ 70 กว่าคน ขอแค่อีกประมาณ 20 คนจางต๋าก็ชนะใส ๆ แล้ว แต่เขาไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าหยางหลิวจะใช้แผนการขี้โกงเช่นนี้เอาชนะเขาไปได้อย่างเด็ดขาดซะอย่างนั้น
ซึ่งทั้งฝีมือด้านการต่อสู้ ฝีมือด้านทำอาหาร หรือความคิดอ่านการวางแผนหยางหลิวล้วนเหนือกว่าจางต๋าทั้งหมด !
นี่มันยิ่งกว่ากระทืบหน้าจางต๋าจริง ๆ ซะอีก !
แม้ขณะนี้จางต๋ารู้สึกโกรธจัด แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เขารู้สึกพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดแสนสาหัส มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่ต้องแพ้เด็กที่แก่กว่าตนเกือบครึ่งชีวิต !
‘ แพ้แล้ว !! บัดซบ ! ฉันแพ้มันซะแล้ว ! ทั้ง ๆ ที่ได้เปรียบกว่า มีลูกค้าประจำที่ชอบอาหารของเราก็เยอะ แถมยังมีพนักงานที่จะโหวตให้เราอีกสามสิบกว่าคน... ’ ในวินาทีที่จางต๋ากำลังคิดวิเคราะห์สาเหตุที่พ่ายแพ้อยู่นั้น หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบริเวณด้านข้างที่ว่างเปล่าอย่างน่าประหลาดพอดี
อันที่จริงบริเวณนี้มันเคยมีลูกน้องของจางต๋าเกือบสามสิบคนยืนอยู่ ทว่าในตอนนี้มันกลับไม่เหลือใครแม้แต่คนเดียวเลยที่อยู่ตรงนี้แม้แต่คนเดียว !!!
จู่ ๆ ความคิดเลวร้ายก็ผ่านเข้ามาในหัวของจางต๋าอย่างฉับพลัน ตอนนี้เหมือนจางต๋าจะรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาจึงหันไปมองตามทิศทางที่คาดเดาไว้อย่างกังวลใจยิ่ง
ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาคาดคิดไว้ เพราะทันทีที่จางต๋าหันไปมองบริเวณท้ายแถวที่มีคนจำนวนมากต่อแถวรอรับน้ำซุปปลาจากหยางหลิวอยู่นั้น สายตาของเขาก็เห็นลูกน้องทั้งสามสิบคนกำลังแย่งกันเพื่อให้ได้ลำดับที่ดีกว่า !
นี่ทำให้จางต๋ารู้สึกช็อกอย่างแท้จริง !
จางต๋ารู้สึกช็อกมากที่แม้แต่ลูกน้องของตัวเองก็ยังไปฝั่งหยางหลิวทั้งหมด !
แม้ว่าจางต๋าจะมีอำนาจในการตัดสินใจในร้านนี้ รวมไปถึงเขาสามารถสั่งพนักงานทุกคนได้ทั้งหมด แต่ในเวลานี้จางต๋ากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้แต่พูดคำสั่งให้กลับมา !
ช่วงเวลานี้จางต๋าได้แต่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยที่เขาไม่มีใครแม้สักคนเดียวที่คอยสนับสนุนยืนอยู่ข้างเขาเลย !
กลับกันฝั่งของหยางหลิวต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับร้อย นี่สามารถเรียกได้ว่าเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุด !
และไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหยางหลิวประสบความสำเร็จที่สามารถประหยัดเงินได้มากถึงหมื่นหยวน !