โหลวฉางซีกลับเข้าห้องพักด้วยความหงุดหงิดหลังจากดื่มสุราและทำคข้อตกลงกับไฉซีฮันเรียบร้อยแต่ฝ่ายนั้นกลับไม่ยอมรับต่างหูสีเขียวคู่นั้นคืนไป
“มันเป็ของคุณหนูสี่แล้วถือว่าเป็เครื่องหมายในการตกลงของเราก็แล้วกัน” เขาผลักมือของนางเบาๆให้เก็บของถุงนั้นเข้าในสาบเสื้อ “เราดื่มกันมากพอแล้ว ท่านกลับห้องพักเถิด”
มือปราบหญิงพลิกกายไปมาบนเตียงนางนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เจอ ครั้งแรกนางลอบเข้าห้องเขาก็ถูกเขาวางแผนตลบหลังจากนั้นเขาก็ไปซุ่มดูขบวนมือปราบโดยทดสอบฝีมือของนางใน่ก่อนเช้าแต่ก็มาช่วยนางในตอนที่ขึ้นไปบุกสำนักโบตั๋นแดง
‘ข้าไม่เชื่อว่าเื่นี้พรรคัเทพจะไม่เคลื่อนไหว’ โหลวฉางซีพลันคิดได้ว่าหากเื่นี้เกิดขึ้นในแถบภาคเหนือยากนักที่จะหลีกเลี่ยงการเกี่ยวข้องกับพรรคเทียมฟ้าและพรรคัเทพ
หากว่าพรรคัเทพมีส่วนร่วมในการแบ่งแยกดินแดนเล่า?
คิดขึ้นมาเช่นนั้นหากก็เริ่มปริวิตกไม่รู้ว่าพี่สะใภ้ของนางเกี่ยวข้องกับเื่นี้หรือไม่?
โหลวฉางซีไปทำงานด้วยสีหน้ายุ่งเหยิงนางไม่กล้าเอ่ยปากถามเื่นี้กับสวีเสี่ยวถงและไม่กล้าสอบถามเหยาอิงิซึ่งเป็คนสนิทพี่สะใภ้ด้วยระยะนี้อู่เจี้ยนมิได้มาพักที่โรงเตี๊ยมเพราะออกไปหาข่าวรอบอำเภอเชียนเยา
ไป๋สือจิ่นมือปราบหญิงที่กลายมาเป็คู่หูของโหลวฉางซีจึงได้ขอติดสอยห้อยตามมือปราบโหลวไปตรวจตราในตรอกซอกซอยในอำเภออยู่ทุกวัน
“ระยะนี้มือปราบไป๋สนิทกับเ้ามากเลยนะ”เหยาอิงิตั้งข้อสังเกตเขาเห็นว่าไป๋สือจิ่นรูปร่างสูงและหนากว่าโหลวฉางซีพอประมาณ
“อืม...ก็ั้แ่เราไปบุกสำนักโบตั๋นแดงด้วยกันข้าก็เห็นว่านางเป็สหายที่ดีผู้หนึ่ง”
“นั่นสินะเมืองเชียนเยาก็ยังไม่มีมือปราบหญิงหลายคนเท่าเมืองเทียนถังด้วยนี่?” เหยาอิงิยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงภรรยาของตนซึ่งเคยเป็นักฆ่า
“จริงสิ! ภรรยาของท่านอยากเป็มือปราบนี่?น่าเสียดายที่นางตั้งครรภ์เสียก่อน นี่หากว่านางได้มาเป็มือปราบก็น่าจะดีข้าจะได้มีคู่หูในการทำงาน”
“อย่าเลยๆปล่อยนางอยู่บ้านคอยดูแลข้าและลูกๆ ที่จะเกิดมาเป็พรวนจะดีกว่า”เหยาอิงิยิ้มกริ่มกับแผนการที่จะยึดภรรยาไว้กับตัวด้วยการปั้นลูกน้อยให้นางสักสามสี่คน
โหลวฉางซีนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงกระซิบกับเหยาอิงิ
“ได้! เราก็ควรจะทดสอบดูสักหน่อย”
วันต่อมาเหยาอิงิกับโหลวฉางซีจึงชักชวนไป๋สือจิ่นไปรับประทานอาหารที่บ้านของหัวหน้าเหยา
“ฝีมือทำอาหารของหัวหน้าเหยาไม่ธรรมดานะเ้าต้องลองไปชิมดูสักครั้ง ไป๋สือจิ่น”
มือปราบหญิงหน้าตายพยักหน้าเบาๆ“อืม...ข้าจะไปด้วย”
เฉินอ้ายเหม่ยภรรยาของเหยาอิงิหน้าท้องนูนขึ้นเล็กน้อยเมื่อไป๋สือจิ่นรู้ว่านางตั้งครรภ์ได้สองเดือนก็รีบแสดงความยินดี
“ให้ฮูหยินเป็คนทำอาหารจะไม่เป็การรบกวนหรือเ้าคะ?”
“ข้ามีสาวใช้คอยช่วยเหลือตั้งสองคนมือปราบไป๋ไม่ต้องห่วง การทำอาหารก็ทำเพียงแต่คอยควบคุมรสชาติอาหารให้ถูกใจท่านพี่เท่านั้น”
โหลวฉางซีมองไปรอบๆเรือนหลังใหม่ของเหยาอิงิ หลังจากแต่งงานความเป็อยู่ของมือปราบเหยาก็เปลี่ยนไปเขาสร้างเรือนหลังใหม่เพื่อต้อนรับลูกที่กำลังจะเกิดมาและยังว่าจ้างบ่าวและสาวใช้อีกสี่คนมาคอยดูแลภรรยา
ไป๋สือจิ่นรู้สึกว่าท่าทางของเฉินอ้ายเหม่ยดูแปลกกว่าสตรีตั้งครรภ์ทั่วไปเพียงแต่ยังจับไม่ได้ว่านางดูพิเศษที่ใด?โหลวฉางซีลอบอมยิ้มเมื่อเห็นสายตาคมกริบของเฉินอ้ายเหม่ยคอยจับจ้องมือปราบหญิงจากเทียนถังอย่างไม่วางตาอาหารมื้อนั้นอร่อยจริงอย่างที่มือปราบโหลวบอก
“ข้าขอบคุณหัวหน้าเหยามากที่พาข้ามาเลี้ยงอาหารอร่อยๆที่นี่”
โหลวฉางซีกลับออกจากเรือนของหัวหน้ามือปราบเหยาแล้วแวะไปส่งไป๋สือจิ่นนางแวะกลับไปที่จวนนายอำเภอเพื่อทักทายคนในครอบครัวสีหน้าของสวีเสี่ยวถงที่ตั้งครรภ์ย่างเข้าเดือนที่สองไม่ค่อยดีนัก
“อาซ้อท่านให้หมอตรวจร่างกายดีหรือไม่?”
“อืม...ข้าคงมีเื่ให้คิดมากเกินไป”
โหลวฉางซีจึงหันไปบอกให้พี่ใหญ่ของนางเชิญท่านหมอหลัวมาตรวจดูอาหารสวีเสี่ยวถงบ้างโหลวซีห่าวเองก็สังเกตเห็นท่าทางกังวลของภรรยามาหลายวันเขาจึงได้เรียกให้หมอหลัวเยี่ยนมาตรวจร่างกาย
“ใต้เท้าโหลวดูเหมือนฮูหยินของท่านจะมีเื่หนักใจมากเกินไปข้าน้อยแนะนำให้นางหยุดทำงานแล้วพักผ่อนสักสิบวันเถอะขอรับ”
แม้ภรรยาจะคัดค้านแต่โหลวซีห่าวก็ไม่ฟังเสียง“ในฐานะที่ข้าเป็นายอำเภอก็สั่งให้เ้าหยุดทำงานสิบวันแล้วพักอยู่เรือนเสียดีๆ”
สวีเสี่ยงถงคิดจะคัดค้านแต่สามีกลับอุ้มนางเข้าไปนอนบนเตียงและนอนกอดไว้อย่างนั้นโดยไม่สนใจคำคร่ำครวญของนาง
“ถ้าเ้าพูดอีกข้าจะจูบเ้าจนกว่าเ้าจะหยุด”
แม้สวีเสี่ยวถงจะเก่งกาจเพียงใดก็ไม่อยากจะขัดใจสามีหลังจากถูกเขาจูบปิดปากไปแล้วครั้งหนึ่งนางก็จำต้องยื่นใบลางานต่อนายอำเภออย่างจำใจ
โหลวฉางซีเข้าไปในห้องพักแล้วนั่งจิบสุราที่ระเบียงตามลำพังพลันคนผู้หนึ่งก็กระโจนเข้ามาที่ระเบียง
“คุณหนูสี่ดูเหมือนท่านมีเื่หนักอกหนักใจอยู่นะ”
“อืม...เถ้าแก่ไฉนั่งก่อนสิ”นางผายมือเชิญ
“มือปราบเหยาบอกสิ่งใดกับท่านหรือ?”
ครั้นโหลวฉางซีกลับออกจากจวนนายอำเภอเหยาอิงิก็มาดักอยู่ข้างทางด้วยความเป็ห่วงเขาบอกความลับสำคัญกับนางแล้วก็รีบกลับบ้าน โหลวฉางซีได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นตระหนก...รอบกายของนางไม่มีคนธรรมดาหรือไร?
“เป็ท่านนี่เองที่สะกดรอยตามข้า”หญิงสาวปรายตามองสายลับหนุ่มแห่งสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟ
“อันที่จริงข้าคอยดูแลความปลอดภัยของท่านต่างหากข้าอยากรู้ว่าที่ท่านกับมือปราบเหยาเชิญไป๋สือจิ่นไปรับประทานอาหารแท้จริงเพื่อสิ่งใด?”
“ข้าสงสัยว่านางจะเป็สายลับเหมือนกัน”
“หือ?”ชายหนุ่มเลิกคิ้ว จิบสุราไปคราหนึ่ง “เหตุใดจึงต้องพาไปบ้านหัวหน้าเหยา?”
“เพราะหากพาไปที่นั่นเราจะรู้ได้โดยง่ายว่านางใช่คนที่ข้าสงสัยหรือไม่?”
ไฉซีฮันชะงัก“คุณหนูสี่สงสัยสิ่งใดหรือ?”
“ไป๋สือจิ่นเป็นักฆ่าที่แฝงกายเข้ามาในหมู่มือปราบ”
“จริงหรือ?”
“หากอยากรู้ว่านางเป็นักฆ่าหรือไม่?ก็ควรเอานางไปให้นักฆ่าด้วยกันดูมิใช่หรือ?ภรรยาของหัวหน้าเหยานางเคยเป็นักฆ่ามาก่อน”
***********************
*เฉินอ้ายเหม่ย ภรรยาของเหยาอิงิ จากเื่“จับนักฆ่ามาเป็ภรรยา”
