Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 539 ลำดับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป

ลำดับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป

 

            วินาทีที่กองทัพของกัสถอนตัวจากสนามรบ บทสรุปของสงครามในครั้งนี้ก็ปรากฏขึ้นในที่สุด

            ทว่านักรบของตระกูลเขี้ยวทองคำคล้ายกับไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกมันยังคงสับสนและปรับตัวไม่ทันอยู่บ้างเพราะพวกมันไม่คิดว่าศัตรูจะถอนตัวจากไปได้เร็วและเป็นระเบียบถึงเพียงนี้

            ไม่เพียงเท่านั้นคำพูดสุดท้ายของอีกฝ่ายยังทำให้พวกมันตกตะลึงจนหัวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ

            ทว่าพวกมันก็ไม่มีเวลาให้ตกตะลึงนานนักเพราะเสียงกรีดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของสหายที่อยู่ข้างกายเรียกสติของพวกมันกลับคืนมาเสียก่อน

            เมื่อพวกมันหันกลับไปเห็นสหายที่มีลูกศรปักอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย พวกมันก็ได้สติและรีบดึงลูกศรทั้งหมดออกมาอย่างเร่งรีบ

            การฝืนดึงออกมานั้นทำให้เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วสนามรบ ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดที่ทวีความรุนแรงขึ้น ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในสนามรบแปรเปลี่ยนเป็นเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

            เมื่อครึ่งเทพอาวุโสของตระกูลเขี้ยวทองคำเห็นแบบนั้น มันก็หันไปมองกัสด้วยความโกรธเกรี้ยว

            “กัสโทนีย่า!! เจ้ายังไม่หยุดอีกหรือ เจ้าพ่ายแพ้แล้ว!! ทำไมถึงยังไม่หยุดอีก!!”

            กัสเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ก่อนจะตระหนักถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้เมื่อเห็นสายตาของคนในตระกูลเขี้ยวทองคำที่มองไปยังนักรบของพวกมัน

            “ท่านต้องการให้ข้านำลูกศรกลับมาใช่หรือไม่”

            “ใช่!! เจ้ายังต้องถามอีกหรือ อย่าได้แสร้งทำเป็นโง่เขลา!!”

            ได้ยินแบบนั้นกัสก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด จากนั้นก็ส่งเสียงกระซิบไปหาบลูอายเพื่อบอกให้เธอเรียกลูกศรทั้งหมดกลับคืนไป

            เพียงอึดใจบลูอายก็ทำตามที่กัสสั่ง จากนั้นภาพที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเหล่านักรบหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะกลายเป็นเสียงครางที่อ่อนแรงและกลิ่นคาวเลือดที่ทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างน่าตระหนก

            เมื่อครึ่งเทพอาวุโสเห็นแบบนั้น ดวงตาของมันก็เบิกกว้างขึ้น พริบตานั้นมันก็ตระหนักว่ามันทำพลาดแล้วที่สั่งให้กัสนำลูกศรกลับไปในทันที

            วินาทีนั้นดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นก็หันไปทางกัสและสบเข้ากับดวงตาของเขาที่แฝงไว้ด้วยความสมใจ

            “เจ้าแสบนักนะกัสโทนีย่า..”

            “ท่านจะว่าข้าเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านเป็นคนร้องขอให้ข้านำมันกลับไปเอง”

            พูดแล้วกัสก็เค้นเสียงออกมาเบาๆ ก่อนจะบินจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นของอีกฝ่าย หรือสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารแต่อย่างใด

            สิ่งเดียวที่กัสสนใจในตอนนี้มีเพียงการช่วยเหลือนักรบของเขาเท่านั้น เขาบินตรงไปยังค่ายนักรบ จากนั้นกางม่านพลังวิญญาณขึ้นเพื่อป้องกันการแทรกแซงของศัตรู จากนั้นก็หันไปทางนักรบที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้ได้รับการปฐมพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย

            อาการของนักรบที่บาดเจ็บไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ยารักษาที่เขาเตรียมเอาไว้ออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดี เมื่อรวมกับมาตรการที่วางไว้อย่างรัดกุม อาการบาดเจ็บที่ได้รับจึงถูกรักษาอย่างรวดเร็ว

            เมื่อกัสมาถึงเขาก็หยุดทักทายบลูอายเล็กน้อยและปลอบใจเธอกับภรรยาคนอื่นๆ อยู่หลายคำ ก่อนจะตรงเข้าไปช่วยรักษานักรบของเขาด้วยพลังอำนาจของเทพเทวะ ทำให้นักรบทั้งหมดถูกรักษาจนหายสนิทอย่างรวดเร็ว

            อาการบาดเจ็บทั่วไปได้รับการรักษาจนหายในทันทีด้วยเวทมนตร์รักษาที่ร่ายออกมาจากเทพเทวะ จะเหลือก็เพียงอาการบาดเจ็บที่แฝงคุณสมบัติพิเศษบางประการที่ยากจะรักษาและต้องใช้เวลาที่นานอยู่บ้าง

            ในส่วนนี้กัสไม่เป็นห่วงเพราะตระกูลอันดูวเดธของเขาชำนาญในการรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดจากความผิดปกติอยู่แล้ว

            สิ่งที่ทำให้กัสและภรรยาทุกคนรู้สึกไม่ดีก็มีเพียง ‘ศพ’ ของนักรบที่เสียชีวิตในการต่อสู้เท่านั้น

            กัสตรวจสอบสภาพของนักรบที่เสียชีวิตอย่างละเอียดแล้วกัดฟันด้วยความโกรธเมื่อเขาพบว่าบาดแผลทั้งหมดนั้นแฝงไว้ด้วยพิษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายพลังชีวิตในศพโดยเฉพาะ

            “พวกมันวางแผนเอาไว้จริงๆ”

            เมื่อได้ยินคำพูดของกัส สีหน้าของเหล่าภรรยาก็เปลี่ยนไป รวมไปถึงแม่ทัพทั้งสามที่ยืนอยู่ด้านข้างที่สีหน้าเปลี่ยนเป็นดำมืดในทันที

            “กัส..พวกเราจะทำยังไงต่อ”

            “พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้ว..พิษนี้ทำลายโอกาสในการชุบชีวิตไปแล้ว พวกเราทำได้เพียงนำศพของทุกคนกลับไปและทำพิธีศพเท่านั้น”

            ทันทีที่กัสพูดจบบรรยากาศภายในค่ายก็กลายเป็นโศกเศร้าทันที น้ำตาของบลูอายไหลรินออกมาเป็นสายจนทำให้กัสรู้สึกปวดใจเป็นที่สุด

            เขาดึงตัวบลูอายเข้ามากอดแน่นและปลอบโยนเธอหลายคำ จากนั้นก็มองกลับไปยังด้านของตระกูลเขี้ยวทองคำที่มีบรรยากาศไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ เนื่องจากวิธีที่กองทัพของเขาใช้นั้น ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างจากวิธีที่ตระกูลเขี้ยวทองคำใช้สักเท่าใดนัก

            ตระกูลเขี้ยวทองคำใช้พิษทำลายศพ เพื่อขัดขวางไม่ให้กัสใช้เวทมนตร์ชุบชีวิตที่โด่งดังของตระกูลอันดูวเดธ ส่วนตัวกัสเองก็ใช้ลูกศรสูบชีพดูดกลืนพลังชีวิตและพลังวิญญาณจากศัตรู ซึ่งรวมไปถึงศพของนักรบที่เสียชีวิตด้วย

            เมื่อเทียบกันแล้วความสูญเสียของกัสนั้นต่ำกว่าตระกูลเขี้ยวทองคำมาก

            แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นความสูญเสียก็ยังเป็นความสูญเสีย แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครเลยที่สามารถทำใจยอมรับมันได้ในทันที

            กัสไม่ได้พูดอะไรมากนัก เขาปล่อยให้ทุกคนปลดปล่อยความรู้สึกโศกเศร้าออกมาจนพอใจ จากนั้นออกคำสั่งให้เก็บค่ายเพื่อเตรียมตัวกลับ

            ศพของนักรบที่ไม่อาจชุบชีวิตได้ถูกบรรจุใส่โลงศพที่เตรียมเอาไว้เพื่อนำกลับไปทำพิธีศพในดันเจี้ยน

            จากนั้นไม่นานค่ายทั้งหมดก็ถูกรื้อถอนด้วยคุณสมบัติ ‘เรียกคืน’ ของเหรียญตรานักรบ ค่ายนักรบที่ใช้เวลาสร้างหลายชั่วโมง จึงหายไปในเวลาเพียงไม่กี่นาที

            เมื่อเก็บของจนเสร็จ นักรบทั้งหมดก็มายืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ก่อนที่กัสจะเรียกกระบี่วิญญาณออกมาเพื่อนำทั้งหมดกลับเข้าไปในดันเจี้ยน

            ก่อนจะกลับไปกัสก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารของอีกฝ่าย เขาจึงหันกลับไปมองครั้งหนึ่ง มองดูครึ่งเทพอาวุโสที่มองมาทางเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว

            กัสหยุดมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาและนำขบวนทัพกลับเข้าไปในดันเจี้ยน จากนั้นก็ส่งทุกคนกลับไปพักผ่อน ซึ่งรวมไปถึงภรรยาทุกคนของเขาด้วย

            แม้กระทั่งสองสาวทั้งสองที่ไม่ได้ทำอะไรมากนักในครั้งนี้ ก็ยังถูกเขาสั่งให้กลับไปพักเพราะต่อให้พวกเธอไม่ได้ออกแรงสักเท่าไหร่ แต่การเผชิญหน้ากับศัตรูบนสนามรบก็ยังทำให้พวกเธอสูญเสียแรงกายแรงใจไปมาก

            เมื่อน้องสาวทั้งสองกลับไป รอยยิ้มบนใบหน้าของกัสก็จางหายไปอย่างช้าๆ เขานั่งพักอยู่ในห้องทำงานนานหลายนาที ก่อนจะตัดสินใจติดต่อไปหาฟลาวเวอร์และเรียกเธอให้มาหา

            ไม่นานนักฟลาวเวอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนหวานและท่าทางที่ยั่วยวนใจเช่นเดิม

            ทว่าครั้งนี้กัสมองข้ามรอยยิ้มและท่าทางของเธอไปโดยสิ้นเชิงและจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ลึกล้ำของเธออย่างไม่พอใจ

            “ทำไมเจ้าถึงไม่ทำตามแผน”

            “ทำไมงั้นหรือนายท่าน..เหตุผลมันก็ง่ายๆ เพราะมันไม่มีประโยชน์ยังไงละ”

            ดวงตาของกัสหรี่ลงเล็กน้อย เขาทวนคำพูดของฟลาวเวอร์ในใจ ก่อนจะหลับตาลงและถอนใจออกมาเบาๆ เพราะเขาไม่อาจปฏิเสธคำพูดของฟลาวเวอร์ได้

            เหตุผลที่เธอไม่ทำตามแผนที่วางไว้นั้น เป็นเหตุผลที่ยากจะปฏิเสธได้และเขาก็ต้องยอมรับว่ามันไม่มีประโยชน์จริงๆ

            เมื่อฟลาวเวอร์เห็นกัสเงียบไป รอยยิ้มของเธอก็อ่อนลงเล็กน้อย ท่าทางยั่วยวนที่เธอพยายามแสดงออก กลายเป็นอ่อนหวานและนุ่มนวลขึ้นมา ราวกับเธอต้องการปลอบโยนเขา

            ทว่ากัสนั้นรู้ดีว่าเธอไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นเลย ทั้งหมดที่เธอทำได้ก็เพื่อทำให้เขารู้สึกพึงพอใจเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เขาขัดขวางแผนการของเธอ

            “ทำแบบนี้แล้วมีประโยชน์อะไรงั้นหรือฟลาวเวอร์..”

            “แน่นอนว่ามีประโยชน์!! ท่านลองคิดดูสินายท่าน นิสัยของตระกูลเขี้ยวทองคำเป็นเช่นไร ข้าคิดว่าท่านน่าจะทราบไม่มากก็น้อยและท่านน่าจะรู้ว่าพวกมันจะทำยังไงกับนักรบที่บาดเจ็บในครั้งนี้”

            ได้ยินแบบนั้นดวงตาของกัสก็ทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเริ่มตระหนักถึงแผนการของฟลาวเวอร์ได้โดยที่ไม่ต้องรอให้เธออธิบาย

            ความเข้าใจของกัสที่มีต่อฟลาวเวอร์นั้นอาจจะไม่มากนัก แต่ในด้านของนิสัยและทิศทางในการวางแผนนั้น เขาคิดว่าเขาเข้าใจฟลาวเวอร์มากพอสมควร

            “เจ้า..คิดที่จะกระตุ้นเมล็ดพันธุ์กาฝากพวกนั้นสินะ”

            “ถูกต้อง!! ตอนนี้ข้าไม่กล้ากระตุ้นพวกมันเพราะมีสายตาของพวกหมาแก่จ้องมองอยู่ แต่ถ้านักรบพวกนั้นถูกส่งกลับไป ด้วยนิสัยของตระกูลเขี้ยวทองคำ พวกมันคงไม่สนใจนักรบพวกนั้นมากนัก ถึงตอนนั้นข้าจะฉวยโอกาสกระตุ้นให้เมล็ดพันธุ์กาฝากงอกออกมา!! จากนั้นพวกมันก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดกาฝากของข้าอย่างแท้จริง”

            ได้ยินแบบนั้นหัวใจของกัสก็เย็นเยือกไปชั่วขณะเพราะแผนการของฟลาวเวอร์นั้น เต็มไปด้วยความอำมหิต ยิ่งคิดถึงจำนวนของนักรบที่ถูกปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันยากจะยอมรับ

            ทว่ากัสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาไม่สามารถพูดอะไรได้ เนื่องจากแผนการของฟลาวเวอร์ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงที่เขาทำร่วมกับเธอ

            ตราบใดที่แผนการของเธอไม่ละเมิดข้อตกลงนี้ กัสก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ เขาจึงนั่งเงียบไปนานหลายนาที ก่อนจะโบกมือเบาๆ เป็นเชิงไล่เพราะเขาไม่มีอะไรที่ต้องการรู้อีก

            ฟลาวเวอร์เห็นแบบนั้นก็ยิ้มหวานและจากไปด้วยความยินดี จังหวะการก้าวเดินของเธอเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ทว่ากัสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาเข้าใจความคิดในตอนนี้ของเธอดี

            ‘หวังว่าแผนการของเจ้าจะไม่ข้ามขีดจำกัดของข้านะฟลาวเวอร์’

            กัสทอดถอนใจอยู่ในใจ พลางคิดถึงความเป็นไปได้ของแผนการต่อจากนี้และคิดถึง ‘วิธีการ’ ฝังเมล็ดพันธุ์กาฝากของฟลาวเวอร์ที่พัฒนาขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

            คิดถึงจุดนี้หัวใจของกัสก็เย็นเยือกไปทั้งดวงและอดรู้สึกสงสารเห็นใจตระกูลเขี้ยวทองคำไม่ได้

            แม้กัสจะไม่ได้ติดตามแผนการของฟลาวเวอร์ ทว่าเขาก็คาดเดาผลลัพธ์ของแผนการนี้ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งหลังจากคาดเดาได้ กัสก็ตัดสินใจเปิดระบบติดตามที่ซ่อนไว้เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของฟลาวเวอร์ตลอดเวลาทันที

            หลังจากนั้นกัสก็หยุดพักช่วงสั้นๆ ด้วยความรู้สึกอ่อนล้าอยู่บ้าง

            ความพ่ายแพ้ที่ได้รับในครั้งนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขาสักเท่าไหร่เพราะเขาเข้าใจสงครามดีและรู้ดีว่านักรบของตระกูลเขี้ยวทองคำแข็งแกร่งขนาดไหน

            แม้ว่าอุปกรณ์เวทมนตร์ของเขาจะพัฒนาความสามารถในการต่อสู้และความแข็งแกร่งของร่างกายได้ แต่ในด้านของจิตใจนั้น มันยากที่จะพัฒนาได้ ทำให้นักรบของเขามีจิตใจที่อ่อนแอกว่าหากเทียบกับร่างกายของพวกมัน

            ด้วยเหตุนี้ความพ่ายแพ้จึงไม่ใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย แต่เพราะวางแผนมานาน เตรียมการมามาก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหวังในชัยชนะ

            แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นความพ่ายแพ้ กัสก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอ่อนล้าอยู่ในใจ

            ทว่าความรู้สึกนี้คงอยู่ไม่นานนักเพราะเขามีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่ตามมาหลังจากพ่ายแพ้

            การฟื้นฟูความสามารถในการต่อสู้ การฟื้นฟูสภาพจิตใจและการกระตุ้นให้ความกล้าหาญเติบโต

            ไม่ว่างานไหนก็ล้วนเป็นงานที่ยากลำบากทั้งสิ้น แม้กระทั่งการฟื้นฟูความสามารถในการต่อสู้ที่ง่ายที่สุด กัสก็ยังต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งเดือน เขาถึงจะสามารถส่งนักรบของเขากลับเข้าไปในดันเจี้ยนได้

            ส่วนการฟื้นฟูสภาพจิตใจนั้น กัสต้องใช้เวลานานถึงครึ่งปี เขาถึงจะทำให้สภาวะของนักรบในกองทัพกลับมาเหมือนเดิมได้

            ทว่าการกระตุ้นให้ความกล้าหาญเติบโตนั้นทำได้ยากเกินไป แม้จะผ่านไปนานหลายเดือน จนกระทั่งเกมชิงอำนาจย้อนกลับมาอีกครั้ง กัสก็ยังไม่สามารถกระตุ้นความมุ่งมั่นที่จะชนะของนักรบในกองทัพให้กลับคืนมาได้

            ด้วยเหตุนี้กัสจึงจำต้องยอมปล่อยมือจากเกมชิงอำนาจในปีนี้ไปอย่างเสียไม่ได้

            แต่หลังจากปล่อยมือไป กัสก็ได้ข่าวที่ทำให้เขาประหลาดใจ เมื่อเขาพบว่าตระกูลโฮลี่บลัดได้ส่งกองทัพของพวกมันมาต่อสู้กับตระกูลเขี้ยวทองคำ

            เหตุการณ์นี้ทำให้กัสตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปดูเวลาด้วยความสับสนและนิ่งอึ้งไปนานหลายนาที

            ‘ลำดับเหตุการณ์เปลี่ยนไปอีกแล้ว..ตระกูลที่เคลื่อนไหวเป็นตระกูลแรกไม่ใช่ตระกูลล้านแมลง แต่เป็นตระกูลโฮลี่บลัด! เวลาที่พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวก็เร็วกว่าเดิมถึง 3 ปี!’

            กัสสูดหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อตั้งสติ พลางทบทวนลำดับเหตุการณ์ในความทรงจำ ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความรู้สึกขมขื่นเมื่อเขาพบว่าลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตนี้ของเขา คลาดเคลื่อนจากชีวิตก่อนจนหมดสิ้น ทำให้เขาไม่อาจใช้ข้อมูลจากชีวิตก่อนมาคำนวณการเคลื่อนไหวของตระกูลใหญ่ได้อีก

            “ช่วยไม่ได้นะ..”

            หลังจากถอนหายใจออกมาเบาๆ กัสก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเพราะเขาจำได้ว่าหลังจากตระกูลใหญ่ทั้ง 12 เริ่มปะทะกันผ่านเกมชิงอำนาจ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว ส่งผลให้หลังจากนั้น โอกาสที่จะยึดครองเมืองแห่งดันเจี้ยนติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะลดต่ำลงอย่างมาก

            ในตอนนี้ตระกูลเขี้ยวทองคำสูญเสียอย่างหนักจากการต่อสู้กับกองทัพของเขาในครั้งก่อน ตอนนี้พวกมันต้องเผชิญหน้ากับกองทัพของตระกูลโฮลี่บลัดอีก ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็น่าจะมากขึ้นไปอีก

            กัสจึงเฝ้าจับตามองการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะต้องถอนหายใจด้วยความผิดหวังเมื่อพบว่าตระกูลโฮลี่บลัดเลือกสงครามที่ต่อสู้กันด้วยจำนวนเพียง 1 พันคนเท่านั้น

            นอกจากนั้นผลลัพธ์จากการต่อสู้ยังจบลงที่ความพ่ายแพ้ของตระกูลโฮลี่บลัด ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากองทัพที่ถูกส่งมานั้น ไม่ใช่กองทัพหลักของตระกูล แต่เป็นกองทัพที่ถูกส่งมาเพื่อหยั่งเชิงตระกูลเขี้ยวทองคำเท่านั้น

            ความสูญเสียที่ตระกูลเขี้ยวทองคำได้รับจึงไม่รุนแรงนัก แต่ก็ยังทำให้กัสพึงพอใจไม่น้อยเพราะแนวทางที่ตระกูลโฮลี่บลัดใช้ทำลายศัตรูนั้น มันเป็นการทำลายถึงรากฐานของพลังชีวิต ด้วยเหตุนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตระกูลเขี้ยวทองคำจึงใหญ่มาก

            มันอาจจะเทียบได้กับการสูญเสียที่เกิดจากลูกศรสูบชีพของกัสเสียด้วยซ้ำ

            แต่เพราะจำนวนคนที่เข้าสู่สงครามมีจำนวนน้อยเกินไป ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจึงมีจำกัดและไม่สามารถลดความแข็งแกร่งของตระกูลเขี้ยวทองคำได้มากนัก

            ทว่ากัสก็ยังพึงพอใจเพราะต่อให้สูญเสียไม่มาก แต่มันก็ยังทำให้อีกฝ่ายสูญเสีย ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการของกองทัพศัตรู

            ในขณะที่กัสเฝ้ามองอยู่นั้น เขาก็ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของฟลาวเวอร์อยู่เสมอ เขาจึงรู้ว่าแผนการของฟลาวเวอร์นั้น ประสบความสำเร็จอย่างน่ากลัว

            การแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์กาฝากของเธอประสบความสำเร็จอย่างมาก เธอสามารถเพิ่มจำนวนหุ่นเชิดกาฝากได้อย่างรวดเร็วและยังพัฒนารูปแบบของเมล็ดพันธุ์กาฝากรูปแบบใหม่ขึ้น

            ทว่าผลลัพธ์ของเมล็ดพันธุ์ชนิดใหม่นี้คืออะไรนั้น กัสเองก็ไม่ทราบเช่นกัน เนื่องจากฟลาวเวอร์ซ่อนผลลัพธ์จากการทดลองของเธอเอาไว้ทั้งหมดทำให้เขามองไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไร

            แต่ก็แน่นอนว่าต่อให้ฟลาวเวอร์ซ่อนเอาไว้ดียังไง หากกัสต้องการรู้จริงๆ เขาก็มั่นใจว่าทำได้ เพียงแต่เขาไม่มีเวลาว่างมากนัก เขาจึงมองข้ามแผนการของฟลาวเวอร์ไป

            ทว่ากัสก็ไม่ได้รู้เลยว่า ฟลาวเวอร์ได้พัฒนาเมล็ดพันธุ์กาฝากของเธอจนน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าและทำให้แผนการที่เธอวางเอาไว้สำเร็จไปก้าวหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย ส่งผลให้เขาพลาดโอกาสที่จะช่วยเหลือเผ่าหมาป่าทองคำไปโดยไม่รู้ตัว

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน

ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

นิยาย แฟนตาซี
127K 373
สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.08M 2015
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
449K 1017
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

นิยาย แฟนตาซี
571K 2468
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.44M 2988