เมื่อคำถามนั้นถูกถามออกมา มันทำให้ผู้คนในที่แห่งนั้นตกอยู่ภวังค์ และคิดตามหลักเหตุผล พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าชายที่ชื่อว่า ฌอน คริสเตียนนั้น จะมีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านไหนกับสมาคมนักฆ่าหรือเปล่า และถ้าหากเป็นอย่างนั้นมันก็ยิ่งจะทำให้เรื่องราวทั้งหมดแย่ลงไปกว่าเดิมอย่างแน่นอน“ข้าน้อยคิดว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นขอรับ... จากข้อมูลที่เราทราบว่า ท่านฌอน เป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนมากนัก.. มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านฌอนผู้จะร่วมกับสมาคมนักฆ่าขอรับ... และถ้าหากพวกเขาร่วมมือกันจริงๆ เราก็ไม่สามารถอธิบายเรื่องที่เขาต่อสู้กับกราเซีย ไม่พอยังทำร้ายดิออนลูกชายของกราเซียจนบาดเจ็บสาหัสเจียนตายได้อย่างไรล่ะขอรับ” และบุคคลที่เอ่ยเหตุผลนี้ออกมาไม่ใช่ใครที่ไหน ดยุคที่ติดตามเรื่องราวของฌอนมาตั้งแต่รู้เรื่องของสินค้าวิเศษนั้นแล้ว และฌอนเองก็เป็นหนึ่งในคู่ค้าที่สำคัญของสมาคม แน่นอนว่าเขาจะต้องทำการตรวจเข้มอยู่แล้ว ด้วยข้อมูลนี้ไม่มีใครที่คิดจะสงสัยในตัวของฌอนอีก แต่มันก็ยังไม่พ้นวาลาร์ดจอมขี้สงสัย“หากเป็นเช่นนั้น พอจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านฌอนคนนั้น จะทำการค้าขายอาวุธเหล่านี้กับสมาคมนักฆ่า” เหตุที่เขาได้รับตำแหน่งเสนาบดีขวา กลาโหมนั้นมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันมาจากฝีมือของเขาล้วนๆ และด้วยความขี้สงสัยนี่แหละทำให้เขาอ่านเกมของคู่ต่อสู้ได้ดีเสมอมา เขาจึงถามออกไปเพื่อคลายความอยากรู้“อื้มมม.. ข้าว่าก็มีส่วนที่สามารถจะเป็นไปได้.. ยังไงข้าจะให้บุตรชายข้าหลอกๆถามท่านฌอนคนนั้นดูอีกครั้ง.. รวมถึงคนของเจ้าด้วยท่านดยุคฟาร์เมล” มอแกนกล่าวออกมาพร้อมกับบอกให้ดยุคที่เปรียบเสมือนหลานแท้ๆ ช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง ซึ่งฟาร์เมลก็ตอบตกลงในทันที เพราะในตอนนี้พวกเขาก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว พวกเขาได้ปรึกษาหารือกันอีกนิดหน่อย ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะใช้แผนถ่วงเวลาไปก่อน แจ้งกับทางอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอนให้ทราบว่า พวกเขาต้องการรู้ถึงตัวตนของผู้นำสมาคมนักฆ่าคนใหม่ก่อน และคาดว่าจะสามารถทราบได้ก่อนจบฤดูปีศาจนี้ พวกเขาส่งม้าเร็วออกไปลุยกับหิมะด้านนอก ก่อนจะตัดใจเรื่องสมาคมนักฆ่าว่าให้ปล่อยเรื่องราวนี้ไปก่อน และสืบหาแหล่งผลิตอาวุธชิ้นนี้แทน หลังจากที่พวกเขาได้อาวุธนี้แล้ว สมาคมนักฆ่าก็ไม่ได้อยู่ในสายตัวของพวกเขาอีกแล้ว ฌอนที่กำลังยิ้มอยู่ที่ร้านของตัวเอง เมื่อเห็นข้อความที่ถูกส่งกลับมาจากสายลับในราชสำนักพระราชวัง และมันทำให้เขาคิดว่าทำไมทุกอย่างมันถึงได้ลงตัวขนาดนี้ ไม่มีอะไรต้องคิดให้มากเลย เขาทำการสั่งงานคนของเขาที่เป็นหน่วยอินทรีย์ขาวในทันที“พวกเจ้าต้องออกไปทำภารกิจให้กับข้า...” ฌอนเอ่ยออกมากับคิริว พร้อมกับบอกรายละเอียดไปและคนที่เหมาะสมกับภารกิจในครั้งนี้ มันจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากสองพี่น้องอย่างโจว และโวโรนิก้า เพราะภารกิจนี้จะต้องทำการสับเปลี่ยนหมายศาล ที่จะส่งตรงไปยังอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอน และเรื่องสนุกๆก็กำลังจะเกิดขึ้นตามแบบฉบับของฌอน คริสเตียน“ดูเหมือนว่าท่านจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะเจ้าคะ .. ถึงทุกอย่างมันจะเป็นไปตามแผนที่ได้วางเอาไว้ แต่ท่านก็อย่าได้หลงลืมไปว่าทุกๆอย่างๆ มันสามารถผิดพลาดได้เสมอๆนะเจ้าคะ” แนนซี่กล่าวออกมา เธอเข้าใจดีว่าแผนที่ได้วางเอาไว้มันคืบหน้าไปอย่างลงตัว แต่ด้วยประสบการณ์จากโลกก่อนของเธอ มันทำให้เธอเรียนรู้ว่า ในความที่ทุกๆอย่างลงตัวเช่นนี้มันมักจะมีอะไรเล็กๆน้อยๆ คอยทำให้ผิดแปลกไปจากสิ่งที่คิดไว้เสมอๆ ในบางครั้งไอ่เรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ มันมักจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เช่นกัน“ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าพูด ข้าเลยส่งคนที่เราน่าไว้ใจที่สุดไปทำงานนี้เลยล่ะ ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว แผนที่เราวางกันมามันจะพังทั้งหมด.. ข้าว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ถ้าหากมี ข้าเองก็มีแผนสำรองไว้ในใจแล้ว” ฌอนกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ และแนนซี่ที่ได้เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันทำมาหากินค้าขายต่อไป แม้ว่าข่าวจากเมืองหลวงยังมาไม่ถึงเมืองมาลีน แต่มอรัสซัส และนาทาร์ก็รู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี พวกเขาทำการสืบข่าวด้วยการหลอกถามอย่างลับๆมาเสมอๆ อย่างวันนี้ก็มาถามเหมือนกัน แต่ฌอนเองก็ไม่ได้โง่พอ เขาจึงให้เหตุผลไปทำนองว่าปืนของเขาได้รับมาจากกราเซียนั่นแหละ กราเซียมามอบให้กับตัวเขา เพื่อเป็นการขอโทษกับเหตุการณ์ครั้งก่อน เพื่อที่จะได้ทำการค้าขายกันอย่างไม่มีอะไรติดใจ
มอรัสซัสกับนาทาร์ก็ไม่ได้มีอะไรที่รู้ว่าน่าสงสัยแต่ประการใด แต่พวกเขาก็ยังต้องรายงานเรื่องนี้ ตามที่ทั้งเสนาบดีซ้าย และดยุคฟาร์เมลต้องการตามหน้าที่ เรื่องปืนมันก็เลยจะต้องสืบเอาจากสมาคมนักฆ่าโดยตรงเองแล้วในตอนนี้ ซึ่งฌอนก็ทราบดีว่าพวกเขาต้องการรู้แหล่งที่มาของอาวุธชิ้นนี้ จึงสับขาหลอกไปอีกชั้นหนึ่ง โดยการส่งคนเข้าไปประจำการจุดที่เป็นเหมือนกับโกดังปลอม และให้คนเฝ้ามากหน่อย เพื่อให้พวกนั้นคิดว่าข้างในเป็นอาวุธปืนที่สมาคมนักฆ่าเก็บไว้ และแน่นอนว่าพวกราชสำนักก็ติดกับดักเข้าเต็มๆ ทหารของพระราชาที่เข้ามาภายในพื้นที่ต่างก็ต้องไปเฝ้ายมบาลกันเสียทุกคน วิญญาณของพวกเขาคงร่ำไห้ เมื่อรู้ว่าสิ่งของที่อยู่ภายในโกดังเป็นเพียงแค่หินเปล่าโง่ๆ แทนที่จะเป็นปืนอย่างที่พวกเขาเชื่อกัน เวลาเริ่มที่มืดค่ำ ฌอน และแนนซี่เลือกที่จะทานอาหารเป็นหมูจุ่มน้ำซุปร้อนๆเพียงสองคน พวกเขารู้สึกว่าการที่ได้ทานอะไรร้อนๆ ประกอบกับบรรยากาศหนาวๆเช่นนี้แล้ว มันช่างเหมาะสมจริงๆ แต่ในอีกสถานที่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองมาลีนมันไม่ใช่อย่างนั้น สองพี่น้องอย่างโจว และโวโรนิก้าที่กำลังนั่งก่อกองไฟเพื่อเพิ่มอุณหภูมิในกับร่างกาย เหมือนรออะไรสักอย่าง อย่างทรมานจากอาการสั่นหนาว มันเป็นเพราะภารกิจที่ได้จากท่านฌอนที่สั่งการมาด้วยตัวเอง และยังเน้นย้ำในเรื่องของความเนียน รายละเอียดของงานที่จะต้องทำ จนทำให้พวกเขาสองคนต้องแกล้งทำเป็นหนาว แต่ผู้เป็นน้องอย่างโวโรนิก้ากลัวที่จะแสดงออกมาได้ไม่สมจริงมาก เธอจึงเลือกที่จะไม่ทานป๊อกกี้เพื่อปรับอุณหภูมิ ทำได้แต่นั่งใกล้ๆไฟที่พี่ชายของเธอเป็นก่อเท่านั้น
และในจังหวะนั้นเอง เสียงของภารกิจพวกเขาก็ใกล้เข้ามาตามสายข่าวของสมาคมนักฆ่าแจ้งเข้ามา เสียงของม้าแข็งแรงทรงพลังวิ่งเข้ามาใกล้ๆกับพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ โจวพยักหน้าให้กับน้องสาว เพื่อเป็นการให้สัญญาณถึงเวลาเริ่มภารกิจ โวโรนิก้าไม่รอช้า รีบออกตัวพุ่งไปหาม้าตัวนั้นตามเสียงที่ได้ยิน คนที่ควบม้ามารู้สึกตกใจเล็กน้อย ที่จู่ๆหญิงสาวชุดชาวบ้านทั่วๆไปวิ่งออกมากลางถนน ในความคิดแรก เขาคิดว่าเป็นโจรป่าเสียอีก แต่ดูจากสภาพของผู้หญิงคนนั้นแล้ว มันไม่ดูเหมือนคนที่จะแสดงหลอกเลยแม้แต่น้อย ปากที่ซีดขาว อาการสั่นๆของร่างกาย และเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆที่เกาะอยู่ตามตัว เขาหยุดม้าอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะรีบลงจากม้า เพื่อเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวผู้นั้นทันที“แม่นาง... เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาช้อนตัวของหญิงสาวนางนั้น ก่อนที่จะเรียกเพื่อให้เธอได้สติ แต่ดูเหมือนเธอคนนี้สติเริ่มที่จะเลือนลางแล้ว เขาจึงหยิบป๊อกกี้ของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะให้เธอได้ทานแก้ขัดไปก่อน โวโรนิก้าเองก็ไม่ขัดขืนอะไร ยอมทานไปอย่างว่าง่าย และเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 วินาทีสติ และร่างกายของเธอก็กลับมาเป็นปกติแล้ว