ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 16 เมล็ดพันธุ์
คืนนั้นในอีกฟาก
สตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่บนต้นไม้สูงใหญ่ นางมองไปรอบๆด้วยสายตาเศร้าสร้อย นางคือหนิงเหอหญิงสาวผู้งดงามและสงบเยือกเย็น ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่ข่าวคราวคนที่นางตามหาหายไป นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อหาข้อมูลแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า คนที่นางกำลังตามหาคือพี่สาวเพียงคนเดียวของนาง
หนึ่งปีก่อนมีคนแจ้งว่าพี่สาวของนางมาหา แต่วันนั้นตัวนางไม่ได้อยู่ที่สำนัก ทำให้คลาดกัน หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้ข่าวคราวใดๆของพี่สาวอีกเลย เมื่อถามความจากผู้มาแจ้งข่าวอย่างละเอียด ได้ความว่าพี่สาวของนางมาพร้อมเด็กอีกสามคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายกัน ทำให้นางรู้สึกสงสัยเป็อย่างมาก และคิดว่าสามคนนั้นอาจเป็หลานๆของนาง ก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้วพี่สาวเคยเล่าเื่เกี่ยวกับบุรุษที่พึงใจให้นางฟัง เท่าที่จำได้ บุรุษผู้นั้นมีความเกี่ยวข้องกับสำนักเมฆา หลังจากนั้นนางก็ไม่ค่อยได้พบกับพี่สาวอีก แต่ยังคงติดต่อกันทางจดหมายอยู่เป็ประจำ
หลังจากมีข่าวใหญ่เื่ฆ่าชิงอำนาจในสำนักเมฆาเกิดขึ้น เป็่เวลาเดียวกับที่พี่สาวมาหานางและหายตัวไป ทำให้หนิงเหอรู้สึกได้ว่าการที่พี่สาวหายตัวไป ต้องเกี่ยวพันกับเื่ชิงอำนาจในครั้งนั้นอย่างแน่นอน แต่แม้นางจะสืบข่าวเกี่ยวกับเื่นี้อย่างไรก็ไม่ได้ความคืบหน้า นางจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปสืบหาเด็กสามคนที่มาพร้อมพี่สาวในวันนั้น แต่ก็ยังไม่คืบหน้าอยู่ดีเช่นกัน นางได้แต่หวังว่าพี่สาวของนางจะยังคงปลอดภัย และมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
--------------
ณ บ้านจางหย่ง
หลังอาหารเย็นแห่งความสุขผ่านไป ความหนาวยามค่ำคืนมาเยือน เด็กทั้งสามนอนกอดกันให้ไออุ่นอยู่ในบ้านภายใต้ผ้าห่มผืนเก่า อากาศเย็นลงกว่าเมื่อวานมาก แต่ยังไม่ถึงขนาดที่เขาจะทนไม่ไหว เมื่อมองไปที่ลูกๆ ทั้งสามจางหย่งได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกเสียใจ อาเฟยลูกชายคนโตที่เห็นบิดาก้มหน้าลงก็เอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ พวกเราไม่หนาวหรอกขอรับ"
"ใช่ๆ พวกเราทนไหว"
"ไม่ ไม่ หนาว"
จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นกว่าเดิม เขาลุกขึ้นไปกอดเด็กทั้งสามไว้ในอ้อมกอด ก่อนที่น้ำตาจะซึมออกมา เขาคงต้องรีบหาหนทางที่จะทำให้ตัวเองและลูกๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด เมื่อทั้งสามหลับสนิท จางหย่งได้ห่มผ้าให้พวกเขา ก่อนจะก้าวออกมานอกบ้าน เสี่ยวเหมาที่เห็นเช่นนั้นก็ก้าวออกมาเช่นกัน
'เ้านาย ท่านนอนไม่หลับหรือ'
จางหย่งที่นั่งอยู่หน้าบ้าน เมื่อได้ยินคำถามของเสี่ยวเหมาก็เอ่ยขึ้นว่า
'ข้ากำลังคิดวิธีหาเงินอยู่ จริงสิ ที่ข้าสุ่มได้มีเมล็ดผักผลไม้อยู่ด้วยนี่ ข้าสามารถปลูกมันได้หรือไม่'
เสี่ยวเหมาตรวจสอบข้อมูลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบว่า
'ถ้าเป็เมล็ดผักผลไม้ที่ได้จากระบบ ท่านสามารถปลูกได้ทันที แต่ถ้าเป็เมล็ดจากภายนอก ท่านต้องปลูกให้มันงอกออกมามีชีวิตก่อนถึงจะนำเข้าไปปลูกในมิติได้'
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ตื่นเต้นทันที เขาสามารถปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์ในมิติแล้วนำออกไปขายได้นี่นะ ตอนนี้เขามีเมล็ดพันธุ์แล้ว หากเขาเริ่มต้นปลูกผักผลไม้นำไปขายแลกเงิน แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อลูกสัตว์จากในเมืองมาขายก็น่าจะเป็ความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน นอกจากจะนำไปขายแล้ว เขายังสามารถนำมาทำเป็อาหารให้ลูกๆของเขาได้ด้วย
หลังจากที่คิดได้เช่นนั้นเขาก็เริ่มลงมือทันที เริ่มจากเลือกจุดในมิติที่จะนำเมล็ดพันธุ์ใส่ลงไป จากคำบอกเล่าของเสี่ยวเหมา ดินในมิติมีความอุดมสมบูรณ์มากอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องใส่ปุ๋ยหรือเพิ่มเติมสิ่งใดลงไป นอกจากรดน้ำเช้าเย็นเท่านั้น เมื่อเลือกจุดที่เหมาะสม เขาก็เริ่มเจาะรูเล็กๆเพื่อหย่อนเมล็ดผักผลไม้ที่ได้ลงไป ด้วยความที่เมล็ดที่ได้มาไม่ระบุชนิด จางหย่งจึงปลูกค่อนข้างห่างออกจากกัน เพราะต้นไม้แต่ละชนิดอาจใช้พื้นที่ต่างกัน เมื่อทำได้ครบทั้งยี่สิบเมล็ดเขาก็เดินไปตักน้ำมารดผักผลไม้ที่ปลูกลงดิน
เมื่อการปลูกต้นไม้ทั้งยี่สิบชนิดเสร็จสิ้น จางหย่งก็ไม่ลืมที่จะเติมน้ำในมิติใส่ลงในบ่อน้ำหน้าบ้าน เขาไม่สามารถเติมน้ำในมิติใส่บ่อขณะที่ลูกๆของเขาอยู่ด้วยได้ ดังนั้นเขาจึงต้องฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาหลับเติมน้ำให้เต็ม เพื่อจะได้ไม่ต้องหาบน้ำจากที่ไกลๆมาเติม อีกทั้งน้ำในมิติยังมีคุณสมบัติมากกว่าน้ำในลำธารเป็ไหนๆ หลังจากนั้นเขาก็เข้านอนไปพร้อมๆกับลูกชายทั้งสามและสุนัขอีกหนึ่งตัว
เช้าวันต่อมา
จางหย่งได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากบนเตียง ทำให้เขาตื่นขึ้น เมื่อคืนนี้เขาเข้านอนดึก ทำให้วันนี้ตื่นสายกว่าเมื่อวาน เด็กคนแรกที่ตื่นขึ้นมาคืออาฟงลูกชายคนเล็ก จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็รีบอุ้มเ้าหนูน้อยออกไปด้านหลังบ้าน แล้วสอนให้เขาลุกขึ้นมาฉี่ในตอนเช้า อาฟงทำตามที่พ่อบอกด้วยอาการงัวเงีย จากนั้นจางหย่งก็พากลับเข้าบ้านไปนอนต่ออีกครั้ง วันนี้เป็วันที่สี่แล้วที่เขาเข้ามาเป็คุณพ่อจำเป็ ทำให้เขาเริ่มคุ้นชินกับการดูแลเด็กเล็กกับเด็กคนอื่นๆมากขึ้น การกระทำของเขาจึงดูเป็ธรรมชาติมากกว่าวันแรกๆ
จางหย่งบอกเสี่ยวเหมาเปิดมิติออกมาให้เขาดู พบว่าเมล็ดพันธุ์บางต้นงอกออกมาจากพื้นดินบ้างแล้ว ทำให้จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น เขาไปตักน้ำที่บ่อน้ำมารดเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกเอาไว้จนครบทุกต้น ก่อนจะออกมาจากมิติ วันนี้เขาวางแผนที่จะเข้าไปในป่าอีกครั้งเพื่อหาของกินและของที่จะนำไปขาย แล้ว่บ่ายเขาคิดว่าตัวเองจะลองออกไปสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆ หมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง
จากที่ถามลู่ต้าเมื่อวานนี้ พบว่าไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนักเป็เมืองใหญ่ที่มีตลาดกลางเมือง สามารถนำสินค้าไปแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้ นอกจากอาหารประจำวันที่ต้องหามาแล้ว เขายังวางแผนหาอุปกรณ์กันหนาวสำหรับตัวเองและเด็กๆทั้งสามอีกด้วย แม้วันนี้อากาศจะยังไม่หนาวจัด แต่ใครจะไปรู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็อย่างไร จางหย่งนั่งคิดถึงอุปกรณ์ที่เขาสุ่มมาจากกล่องสุ่มมิมมี่มายอีกครั้ง บางอย่างอาจสามารถนำไปแลกเปลี่ยนในตลาดได้ เขามีความคิดบางอย่างไว้ในใจแล้วในตอนนี้
หลังทำอาหารเช้าให้ลูกๆเรียบร้อย จางหย่งได้สั่งความกับอาเฟยไว้ ก่อนจะสะพายตะกร้ากับมีดพกเข้าป่าพร้อมกับเสี่ยวเหมา
โชคดีที่วันนี้จางหย่งได้ของป่ามากมาย ทั้งเห็ด ผักป่า สมุนไพรที่พอรู้จัก แถมยังโชคดีได้ไข่นกมาอีกสองฟอง เมื่อกลับถึงบ้าน เขาจึงแบ่งเห็ดกับผักบางส่วน และสมุนไพรออก เพื่อไปลองขายที่ตลาดในยามเว่ย
มื้อกลางวันอาเฟยได้มาช่วยจางหย่งทำกับข้าวเช่นเคย การเข้าป่าไม่เหมือนกับการไปตลาด ป่าอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา แต่ตลาดอยู่ห่างออกไป ทำให้จางหย่งตัดสินใจจะนำเด็กๆ ทั้งสามคนไปด้วยกัน จางหย่งที่นึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"อาเฟย ลูกเคยไปตลาดในเมืองไหม?"
จางหย่งไม่รู้ทางที่จะไปตลาดจึงเอ่ยถามลูกชายคนโตขึ้น อาเฟยที่ได้ยินคำถามได้แต่ส่ายหน้าเป็คำตอบ ไม่ใช่แค่เขาที่ไม่เคยไปตลาด แม้แต่พ่อของเขาเองตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานอกจากบ้านกับป่า แทบไม่เคยออกจากบ้านเลยสักครั้ง มีแต่ฝากเหล่าลู่กับลู่ต้าช่วยขายสมุนไพรที่เก็บมาได้เท่านั้น อาเฟยเองเข้าใจเหตุผลที่พวกเขาต้องหลบอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่เขาไม่ได้เอ่ยออกไป บางครั้งการที่ท่านพ่อจำอะไรไม่ได้อาจเป็เื่ดี ก่อนหน้านี้ท่านพ่อเป็ห่วงความปลอดภัยของพวกเขามากเกินไป ตัวเขาเองก็อยากออกไปเห็นโลกภายนอกบ้างเหมือนกัน
จางหย่งขมวดคิ้วครุ่นคิด หากอาเฟยไม่เคยไปตลาด แล้วเขาจะไปตลาดได้อย่างไร ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันได้มีแขกมาหาที่หน้าบ้าน
"พี่จางหย่ง"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยเรียกเขาที่หน้าบ้าน เมื่อมองออกไป จางหย่งได้แต่งุนงง ชายผู้นี้คือใครกัน ยังไม่ทันที่เขาจะตอบสิ่งใด ชายหนุ่มผู้นั้นได้เอ่ยต่อขึ้นว่า
"ผู้ใหญ่บ้านให้ตามพี่ไปพบขอรับ"