หยางชิงเว่ยยืนมองไปที่ทางเข้าหอคอยเก้าธาราด้วยสีหน้ามีความสุข ตัวเขาคาดคิดไว้อยู่แล้วว่าลูกศิษย์คนนี้จะต้องไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างแน่นอน และเมื่อเห็นร่างของเทียนฉินเดินออกมาพร้อมกับกลิ่นอายที่เปลี่ยนไป หยางชิงเว่ยจึงพยักหน้าพร้อมกล่าวออกมาอย่างภูมิใจ
"เจ้าคงได้รับผลประโยชน์มาไม่ใช่น้อยเลยสินะ!"
"เป็นเพราะท่านอาจารย์ช่วยเหลือจึงทำให้ศิษย์ได้มีโอกาสเลื่อนขั้นอีกครั้ง!"เทียนฉินกุมมือทำความเคารพพร้อมกับเอ่ยตอบกับมาด้วยรอยยิ้ม
"แล้วจากนี้เจ้าจะคิดจะทำอะไรต่อไป?"หยางชิงเว่ยยกมือขึ้นตบที่ไหล่ของเทียนฉินเบาๆพร้อมกับเอ่ยถามถึงความตั้งใจของเขาอย่างเป็นห่วง
หืม!
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็ต้องรีบหันไปมองอีกด้านหนึ่งทันที เพราะทั้งสองคนสัมผัสได้ถึงพลังของคนหลายคนกำลังมุ่งตรงมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว
และชั่วพริบตาเทียนฉินก็ได้เห็นว่าชายที่นำหน้ามานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอวิ๋นต้าโหวประมุขของนิกายเมฆอนันต์นั่นเอง ทว่าอีกสามคนที่ตามมาติดๆนั้นเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จึงได้แต่ส่งกระแสจิตไปถามหยางชิงเว่ยเพื่อคลายความสงสัย
"ทั้งสามคนที่ตามหลังมานั้นน่าจะเป็นประมุขของทั้งสามนิกายที่เหลือของแคว้นชิง!"หยางชิงเว่ยเอ่ยบอกกับเทียนฉินพร้อมกับจ้องมองไปทางนั้นไม่วางตา
และทันทีที่อวิ๋นต้าโหวมาถึงเขาก็มองสำรวจร่างกายของเทียนฉินอย่างไม่เกรงใจ ด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้จะผ่านการทดสอบไปถึงชั้นที่เก้าได้สำเร็จ
"ลูกศิษย์ของเจ้าคนนี้ช่างมีความสามารถไม่ธรรมดาจริงๆ!"อวิ๋นต้าโหวหันมามองทางหยางชิงเว่ยพร้อมกับกล่าวประชดประชัน
"ฮ่าๆ! ข้าได้เคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าเทียนฉินมีความสามารถมากแค่ไหน!"หยางชิงเว่ยเห็นท่าทางของอวิ๋นต้าโหวก็พลันหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
"โอ้ว!ข้าคิดไม่ออกเลยว่าทำไมประมุขนิกายของแคว้นฉู่ถึงได้มาอยู่ที่นิกายเมฆอนันต์แห่งนี้ได้!"อวี่เหยียนป้าที่ตามมาถึงก็กล่าวเหน็บแนมหยางชิงเว่ยทันทีที่เห็นหน้าเขา
"แล้วถ้าหากข้าไม่ได้มาที่นี่พวกเจ้าจะได้มารวมตัวกันอย่างนี้หรอ?"
หยางชิงเว่ยตอบกลับไปอย่างไม่หวั่นเกรง เพราะเขารู้จุดประสงค์ที่ประมุขทั้งสี่นิกายมารวมตัวกัน คงจะไม่พ้นเรื่องที่มีปีศาจถูกกักขังอยู่เป็นแน่ อีกทั้งตอนนี้ระดับพลังของเขาก็ไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว จึงไม่ได้สนใจคำกล่าวของอวี่เหยียนป้าแม้แต่น้อย
"ข้าว่าพวกเรามาพูดคุยเรื่องที่สำคัญกันดีกว่า!"
ประมุขนิกายปราณพิสุทธิ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับหันมามองทางเทียนฉิน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เจ้าคงเป็นลูกศิษย์ของประมุขหยางที่ค้นพบสถานที่กักขังปีศาจตนนั้นไว้ใช่มั้ย?"
"ข้าน้อยเทียนฉินคารวะผู้อาวุโสทุกท่าน!"
เทียนฉินที่ถูกถามถึงก็หันมากุมมือทำความเคารพกับชายทั้งสี่อย่างนอบน้อม และเมื่อเห็นว่าพวกเขาพยักหน้าตอบรับกลับมา จึงได้เริ่มเล่าเรื่องราวที่เขาได้พบเจอในสุสานให้ประมุขทั้งสี่ได้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ยกเว้นเรื่องของผู้พิทักษ์ครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่เทียนฉินไม่ได้เอ่ยออกมาให้พวกเขารู้แต่อย่างใด
"ถ้าอย่างนั้นเจ้ารีบพาพวกเราไปดูสถานที่นั้นกันเถอะ!"
อวี่เหยียนป้าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ถึงแม้ว่ามันจะมีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดแล้วก็ตาม แต่การได้เข้าไปภายในสุสานโบราณ ในใจของมันก็ยังแอบคาดหวังว่าตนเองจะได้พบเจอกับโชควาสนาบางอย่าง โดยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวปีศาจที่ถูกกักขังไว้แม้แต่น้อย ส่วนคนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วยกับอวี่เหยียนป้า โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาเหล่านั้นคิดหรือมุ่งหวังอะไรอยู่ในใจ
"เอ่อ! ข้าน้อยสามารถพาพวกท่านไปยังสถานที่นั้นได้ แต่ติดที่ว่าทางเข้าสุสานนั้นได้มีค่ายกลปิดกั้นไว้อยู่ ซึ่งตัวข้าน้อยเองนั้นไม่รู้วิธีที่จะผ่านเข้าไปข้างในได้เหมือนกัน!"
เทียนฉินเอ่ยบอกออกมาอย่างละอายใจ เพราะตัวเขาเองนี่แหละที่เป็นคนกล่าวบอกกับผู้พิทักษ์คนนั้น ถึงความกังวลว่าจะมีคนมาพบเจอสถานที่แห่งนี้ แล้วถูกปีศาจตนนั้นล่อลวงให้ปลดปล่อยมันออกไปได้ จากนั้นผู้พิทักษ์จึงได้สร้างค่ายกลปิดกั้นสุสานแห่งนั้นไม่ให้มีผู้คนได้พบเจออีก
"ฮ่าๆ! เจ้าหนุ่มเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก เพียงแค่เจ้าพาข้าไปยังสถานที่นั้นพอ ส่วนเรื่องค่ายกลนั้นข้าเค่อซัวไห่จะเป็นคนจัดการมันเอง!"ประมุขปราณพิสุทธิ์โอ้อวดความสามารถของตนเองทันทีที่ได้ยินว่ามีค่ายกลคอยปิดกันสุสานไว้
"เอาล่ะ! ถ้าทุกคนมีความมั่นใจถึงขนาดนี้แล้ว!"
"เทียนฉิน! เจ้าก็นำพาพวกเขาไปยังทางเข้าสุสานนั้นเถอะ!"
หยางชิงเว่ยหันมาบอกกับเทียนฉินด้วยรอยยิ้ม อันที่จริงตัวของหยางชิงเว่ยเองก็สนใจสิ่งที่อยู่ภายในสุสานแห่งนี้เหมือนกัน แต่เมื่อลองมาคิดดูแล้วว่า ในเมื่อศิษย์ของเขาได้เคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง ผลประโยชน์ส่วนใหญ่คงต้องถูกลูกศิษย์ของเขาคนนี้เก็บเกี่ยวไปหมดแล้วแน่ จึงมุ่งความสนใจไปที่ปีศาจตนนั้นว่ามันจะมีพลังถึงระดับไหนกันแน่มากกว่า
เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก เทียนฉินก็ได้พากลุ่มคนทั้งหมดมายังภายในหุบเขาแห่งหนึ่ง
"เป็นที่นี่อย่างนั้นหรือที่เจ้าบอกว่ามีสุสานซ่อนอยู่ภายใน!"อวี่เหยียนป้าหันมองสำรวจโดยรอบพลางกล่าวถามออกมาเสียงดัง
"ไหนขอข้าทดสอบค่ายกลนี้ดูก่อนว่ามันจะซับซ้อนแค่ไหนกันเชียว!"
เค่อซัวไห่เดินขึ้นมาด้านหน้าพร้อมกับหยิบจานโลหะขนาดเท่าฝ่ามือออกมา จากนั้นจึงเริ่มถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในจานโลหะแผ่นนั้น และทันทีที่กระแสพลังปราณแทรกซึมเข้าไปในแผ่นจานโลหะ แผ่นจานโลหะนั้นก็หมุนวนลอยขึ้นไปกลางอากาศ พร้อมกับเปล่งแสงสีเงินสว่างจ้าปกคลุมไปทั่วหุบเขา
เพียงชั่วพริบตาที่แสงสีเงินปกคลุมไปทั่วบริเวณ ด้านหน้าของพวกเขาก็ปรากฏรอยเส้นสีขาวถักทออยู่รอบบริเวณโขดหินขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง ทำให้คนที่อยู่โดยรอบต่างพากันตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าแผ่นจานโลหะแผ่นนี้จะสามารถค้นหาจุดซ่อนตัวของค่ายกลได้ง่ายดายเช่นนี้
"ฮ่าๆ! พวกเจ้าเห็นฝีมือของข้าหรือยัง?"เค่อซัวไห่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
"อย่ามัวแต่คุยโวโอ้อวดอยู่เลย! เจ้ารีบเปิดค่ายกลนี้ออกซะพวกเราจะได้เข้าไปด้านในกัน!"
อวี่เหยียนป้าถลึงตาใส่เค่อซัวไห่ ก่อนจะตะโกนบอกอย่างหงุดหงิดในความขี้อวดของมัน
"ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าคอยดูเถอะว่า เคล็ดวิชาด้านค่ายกลของนิกายปราณพิสุทธิ์นั้นสุดยอดมากแค่ไหน!"
เค่อซัวไห่ไม่สนใจเสียงที่เหน็บแนมของอวี่เหยียนป้า ก่อนจะเดินเข้าไปยังตำแหน่งหนึ่งของค่ายกลนั้นอย่างอารมณ์ดี ตรงบริเวณที่มีเส้นแสงสีขาวนั้น หากลองสังเกตุดูดีๆจะพบว่ามีผลึกสีขาวเล็กๆซ่อนอยู่ซึ่งเค่อซัวไห่ก็มองเห็นมันเช่นกัน และทันทีที่เค่อซัวไห่ยื่นมือคว้าผลึกชิ้นนั้นออกมา เส้นสีขาวที่อยู่รอบด้านก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
เพียงชั่วอึดใจที่เค่อซัวไห่ทยอยหยิบผลึกตามจุดต่างๆออกมาได้หมด กลุ่มแสงต่างๆก็ได้จางหายไปจนมองเห็นปากถ้ำอยู่บริเวณโขดหินก้อนนั้น
"นี่คือทางเข้าที่เจ้าเคยเข้าไปใช่ไหม?"เค่อซัวไห่หันมาทางเทียนฉินพร้อมกับเอ่ยถามเพื่อยืนยันความแน่ใจอีกครั้ง
"ใช่แล้วขอรับผู้อาวุโส! ปากถ้ำนี้คือทางเข้าของสุสานที่ข้าน้อยเคยเข้าไปจริงๆ!"
"เพียงแต่ว่าก่อนที่จะไปถึงยังใจกลางของสุสาน ด้านในยังอุโมงค์อีกหลายเส้นทางรวมถึงกับดักที่ซุกซ่อนอยู่อีกมาก ผู้อาวุโสทุกท่านโปรดระมัดระวังตัวกันด้วย!"
เทียนฉินพยักหน้าตอบรับพร้อมกับเอ่ยเตือนถึงสิ่งที่เขาเคยพบเจอมาภายในสุสานนี้อย่างไม่ปิดบัง อันที่จริงตั้งแต่ที่เค่อซัวไห่หยิบแผ่นจานโลหะขึ้นมานั้น เทียนฉินก็ได้ลองใช้เคล็ดวิชาเบิกเนตรที่พึ่งได้มาใหม่สำรวจค่ายกลที่อยู่โดยรอบ จนมองเห็นแกนกลางชิ้นต่างๆที่ซุกซ่อนอยู่อย่างละเอียดแล้ว แต่เขาก็ยังอดทึ่งในความสามารถของเค่อซัวไห่ ที่ใช้เพียงแผ่นจานโลหะแผ่นเดียวก็
ตรวจสอบจุดต่างของค่ายกลได้ จึงอดที่จะนับถือในความสามารถของเขาไม่ได้
จบตอนที่ 157