God diary บัญญัติเทพพิชิตโลก

    สนทนาร่วมโต๊ะอาหาร

               กลุ่มโจรทะเลทรายหนีแตกกระเจิงเมื่อเห็นผู้นำกลุ่มถูกเล่นงานไปถึง 2 คน วิ่งแยกย้ายกันคนละทางจนไม่เหลือ ทิ้ง 2 ผู้บัญชาการให้นอนสลบท่ามกลางวงล้อมคณะเดินทาง ทั้งลีโอและอลิเบลถูกจับตรึงแน่นด้วยโซ่ตรวนอันเป็นเครื่องมือที่กลุ่มโจรนำมาใช้กับรีอาร์และทาร่า มันแข็งแรงพอจะรั้งผู้ใช้สปีริตมือเปล่าเอาไว้ได้ อลิเบลถูกช่วยโดยการรักษาพยาบาลจากคณะแพทย์ประจำกองเกวียนของคล็อกครัช แผลเธอลึกในระดับหนึ่งแต่ไม่เกินมือหมอ การผ่าตัดฉุกเฉินถูกจัดขึ้นในเกวียนพยาบาลขนาดใหญ่แล้วผ่านพ้นไปด้วยดี เคราะห์ไม่ร้ายอวัยวะสำคัญไม่ถูกทำลาย อีกไม่นานเธอจะฟื้นคืนสติ ทั้งสองคนถูกนำมาเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดโดยรีอาร์ที่กลางวงล้อมคณะเดินทางซึ่งถูกจัดขึ้นใหม่เพื่อป้องกันค่ายแบบเร่งด่วนเพราะหวั่นว่ากลุ่มโจรจะย้อนกลับมาช่วยเหลือสองคนนี้
    เทียร์บี้ร่างใหญ่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งกองขบวน หลายคนมารุมล้อมมุงดูมัน อย่างสนอกสนใจเป็นพิเศษ ทั้งลูบคลำและปีนป่าย เจ้ายักษ์ใหญ่ขนดำ 3 เศียรไม่แสดงความดุร้ายแม้แต่น้อย ยินยอมให้จับและปีนอย่างไม่สนใจคนรอบข้าง  
    "สาวน้อย" 
    บุรุษพเนจรเรียกเด็กหญิงในขณะที่เธอกำลังนั่งมองบรรดาคนงานทั้งหลายเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด  คล็อกครัชนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งสองคนกำลังรับประทานอาหารด้วยกันภายใต้เต็นท์คลุมผาใบสีเขียวขี้ม้ากางสี่ขาสูง 2 เมตร บนโต๊ะอาหารสนามมีเก้าอี้ที่ทำจากผ้าเย็บติดหนังสัตว์และโครงเหล็กอย่างดี 4 ตัวสีน้ำตาลอ่อนแบบเดียวกันทั้งชุด บนโต๊ะมีเนื้อย่างมันฝรั่งทอดขนมปังชิ้นและผลไม้แห้งอยู่เต็มไปหมด เด็กหญิงหันไปมองตามเสียงเรียกก็เห็นชายหนุ่มยืนเอาแขนพิงเสามองเธอมาจากด้านหลัง ตอนนี้เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่แล้ว สวมเสื้อกั๊กแขนสั้นเนื้อผ้าบางแหวกอกยาวลงไปถึงช่วงท้อง กางเกงสีน้ำเงินขายาวคาดเอวด้วยผ้าแพรสีดำ ผมเพราที่ดูยุ่งเหยิงจากในตอนแรกถูกรวบมัดซ่อนไว้ใต้ผ้าโพกหัวสีขาวตรงกลางหมวกประดับด้วยอัญมณีสีแดง ดูมีราศรีผิดกับคนขี้เมาก่อนหน้านี้เป็นไหนๆ
    "อ้าวพ่อหนุ่ม กำลังว่าจะให้คนไปตามพอดี มาๆๆ มากินข้าวกับข้า เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลย ข้าเตรียมเหล้าไว้เผื่อเจ้าด้วยนะ"
    คล็อกครัชชวน ลุกขึ้นจัดแจงที่สำหรับแขกคนสำคัญของเขาอย่างตั้งใจ
    "ยินดีขอรับท่านหัวหน้าคณะ แต่ก่อนอื่นข้ามีเรื่องบางอย่างจะบอกกัยนางก่อน ขอยืมตัวซักประเดี๋ยวจะได้ไหมขอรับ"
    ชายหนุ่มพูดบุ้ยปากไปที่เด็กหญิง 
    "อ๋อ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ตามสบายเลย ไปๆลิซาน่าตามพ่อหนุ่มคนนี้ไปสิลูก" 
    หลังได้รับอนุญาติจากบิดาทั้งคู่ก็ผละออกจากเต็นท์ทานอาหาร บุรุษปริศนาเดินนำเธอพาเข้าไปหาสัตว์ร่างยักษ์ที่บัดนี้ทั่วทั้งลำตัวของมันไม่เว้นแม้แต่บริเวณหางต่างเต็มไปด้วยผู้คนนับร้อยมารุมเกาะตามจุดต่างๆเต็มไปหมด ชายหนุ่มนำเด็กหญิงมาหยุดอยู่ต่อหน้าเจ้าเทียร์บี้ยักษ์ ทั้งสองเงยหน้ามองมันต่างก็กลั้นหัวเราะเอาไว้แทบไม่อยู่ ใบหน้าใหญ่ทั้งสามขมวดคิ้วหนังตากระตุกสั่นด้วยความลำคาญถึงขีดสุด แต่ก็จำต้องนั่งนิ่งเป็นหุ่นอยู่แบบนั้นด้วยไม่อาจละเมิดคำสั่งของคู่สัญญาที่มีให้ตนได้ 
    "โอ้โหแหะ ความอดทนของเจ้าหมอนี่ไม่ธรรมดาเลย สีหน้าดูดีนะเนี่ยเจ้าหนู ฮ่าๆๆๆ" 
    "ท่านนักรบ อย่าไปแซวมันสิเจ้าคะ เทียร์บี้มันยิ่งขี้น้อยใจอยู่ ถึงตอนนี้จะกลายเป็นวัวไปแล้วก็เถอะ"
    "ตกลงแล้ว นี่เธอเห็นมันเป็นวัวจริงๆใช่ไหม"
    ชายหนุ่มพูดในใจขมวดคิ้วหันมองที่เด็กสาว
    "คุณหนู เจ้าวัวตัวนี้มันเชื่องอย่าบอกใครเลยขอรับ ไม่กัดด้วย ถึงจะไม่ร้องมอๆก็เถอะ"
    "นี่สรุปแล้ววัวบ้านพวกเอ็งหน้าตามันเป็นแบบนี้ทุกตัวเลยหรือไงฟร่ะ หรือว่าเป็นตูคนเดียวที่ไม่เคยเห็นวัวมาก่อนห๊ะ"
    เขาตะโกนถามพร้อมชี้นิ้วใส่
    "คุณหนูเจ้าวัวตัวนี้ไม่เห็นมีนมเหมือนตัวอื่นๆเลย มีแต่ไอ้นี่กับลูกกลมๆแปลกๆ" 
    ลูกขบวนอีกคนถามพร้อมยื่นมือเตรียมจับบางสิ่งใต้ท้องของสัตว์ยักษ์
    "ถ้าเอ็งลองจับไอ้นั่นละก็เอ็งไม่ได้ตายศพสวยแน่"
    ชายพเนจรและเทียร์บี้จ้องไปที่ลูกขบวนคนหนึ่งตาเขม็ง ทั้งคู่ขมวดคิ้วจนหนังตากระตุกถี่ยิบ ฝ่ายเจ้ายักษ์ใหญ่ยกขาหน้าข้างขวาของมันขึ้นชักกรงเล็บเรียงนิ้วออกมาเตรียมพร้อมสรรพ ส่งเสีงร้องหม่าวๆ ในโทนทุ้มต่ำเกร็งจนตัวสั่นด้วยความรำคาญ
    "สาวน้อย สิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่วัวหรอกนะ เธอแน่ใจรึเปล่าว่าเจ้าตัวนี้คือเทียร์บี้ของเธอ"
    ชายหนุ่มถามตามองสัตว์ร่างยักษ์สีดำที่กำลังเขมือบเจ้าคนมือบอนยัดอมไว้ในปาก เด็กหญิงมองหน้าเขาก่อนจะหลับตายิ้มตอบกลับไป
    "คะ ใช่แน่นอน เจ้านี่คือเทียร์บี้ของหนูไม่ผิดตัวแน่"
    "สัมผัสจิตของมันได้สินะ"
    "ก็ไม่รู้ว่าใช่การสัมผัสจิตหรือเปล่า แต่เหมือนหนูได้ยินเสียงของเทียร์บี้ตอนที่ตั้งสมาธิสื่อสารกับมัน"
    "นั่นแหล่ะเขาเรียกการสัมผัสจิต"
    "เอ๊ะ"  เด็กหญิงอุทาน

    "ข้าจะอธิบายสั้นๆให้เจ้าเข้าใจง่ายขึ้น สิ่งนี้คือเซอร์เบอรัส เป็นวิญญาณอสูรพิทักษ์จากปรโลกที่ข้าได้อัญเชิญมาสิงร่างของเทียร์บี้เจ้าที่ตายไป"
    "หมายความว่ามันไม่ใช่เทียร์บี้เหรอคะ?"
    "เปล่าหรอก มันคือเทียร์บี้ของเจ้านั่นแหล่ะ แต่ว่า ถึงจะพูดว่าเป็นเทียร์บี้ แต่ก็เป็นเทียร์บี้แค่80% อีก 20% ที่เหลือมันคือดวงจิตอสูรเซอร์เบอรัส เงื่อนไขในการที่คืนชีวิตให้แก่เทียร์บี้นั้น คือการทำให้มันกลายเป็นภาชนะร่างสถิตของวิญาณอสูร พร้อมด้วยพันธะสัญญาอะไรซักอย่างรวมถึงคู่สัญญาที่ยินยอมให้มันยืมพลังเพื่อปลดปล่อยอำนาจของอสูร อันเป็นข้อบังคับเพื่อเอาไว้ควบคุมอำนาจของวิญญาณดวงนั้นไม่ให้ทำตามสัญชาติญาณร้ายของมัน และจะทำให้คู่สัญญาสามารถยืมพลังของมันออกมาใช้ได้ตามใจนึกอีกด้วย"
    เด็กหญิงอึ้งไปขณะหนึ่ง ยืนทบทวนคำพูดของชายหนุ่มที่อธิบายมา
    "สรุปก็คือ เทียร์บี้ของหนูถูกสิงโดยวิญญาณของอสูรที่ชื่อเซอร์เบอรัส จึงคืนชีพขึ้นมาได้โดยมีวิญญาณสองดวงสิงสถิตอยู่ภายในร่างเดียว แล้วเมื่อหนูซึ่งเป็นคู่สัญญาปราถนาจะขอยืมพลัง เจ้าอสูรก็จะให้ยืม แบบนี้ถูกต้องไหมคะ"
    "ก็ตามนั้นแหล่ะ เจ้าเองก็เข้าใจอะไรง่ายดีนี่"
    "แล้วพอวิญญาณของอสูรตื่น เจ้าเทียร์บี้ล่ะ เจ้าเทียร์บี้จะเป็นยังไงบ้าง"
    "หลับอยู่ภายในร่างนั่นแหล่ะ รอเวลาตื่น"
    "หนูไม่เข้าใจคะ"
    "ก็รอดูเอาสิ นี่ก็น่าจะได้เวลาพอดี"
    สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม พวกคนงานก็ส่งเสียงร้องตกใจกันยกใหญ่ มีไอสีแดงไหลออกมาจากร่างเจ้าสัตว์ร้ายเป็นจำนวนมากกกระทั่งคลุมตลอดทั่วทั้งตัวของมัน  ลูกขบวนทั้งหลายรีบกระโดดออกจากร่างยักษ์ จะมีก็แต่เพียงชายหนุ่มผอมแห้งจอมมือบอนที่ถูกอมไว้ในปากในหัวตรงกลางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถออกมาได้ ควันปริศนาปกคลุมจนมิดร่างสูงท่วมหัวมองเห็นเงาในม่านหมอกค่อยๆลดขนาดลงมาเรื่อยๆด้วยความเร็วสูง อาศัยลมทะเลทรายช่วยเจือจางควันเหล่านั้นออกไป สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทุกคนคือร่างของแมวตัวจ้อยที่ทำหน้าสะลึมสะลืออ้าปากห้าวไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ข้างๆตัวมีชายหนุ่มร่างผอมนอนแอ้งแม้งก้นโด่ชี้ฟ้าหน้าคว่ำดินสลบไม่รู้เรื่องอยู่อีกคน เขาเป็นคนมือบอนที่ถูกเจ้าอสูรจับอมเมื่อครู่นี้เอง 
    "เทียร์บี้"  
    เด็กหญิงร้องเรียกก่อนจะวิ่งเข้าไปหา เจ้าแมวน้อยเมื่อเห็นลิซาน่าก็ทำหน้าดีใจตาเป็นประกายส่งเสียงร้องเหมี้ยว ก่อนกระโดดเข้าไปหาเจ้านาย ทั้งคู่กอดกันแน่นด้วยความคิดถึงเด็กหญิงอุ้มเอาหน้าซุกแก้มมันด้วยความเอ็นดู
    "ข้านึกว่าเจ้าจะตายจากข้าไปซะแล้ว ขอบคุณปาฏิหาริย์ที่ทำให้เจ้าฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้"
    "เปล่าเลยสาวน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้าคือคำสาปตะหาก"
    ชายหนุ่มท้วง ทั้งเด็กหญิงและสัตว์เลี้ยงของเธอหันกลับมาหาเขา
    "คำสาปเหรอคะ"
    "ใช่ สิ่งนี้คือคำสาป เธออย่าเพิ่งดีใจเกินไป คำสาปที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งสองนั้นคือ ความสื่อสัตย์ อย่างที่ข้าเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ หากเธอกับเจ้าเทียร์บี้ไม่ทรยศหักหลังกันและกัน ไม่ทรยศผู้คนของเธอ พลังที่พวกเธอได้รับก็เหมืนกับพรวิเศษ  แต่จงจำไว้สาวน้อย หากเธอทรยศคำสาปของเธอเมื่อไร พลังที่พวกเธอได้รับก็จะกลายเป็นมหัตภัยร้ายแรงสำหรับคนที่เธอรักทันที"
    "ข้าทราบแล้วคะท่านนักรบ พวกเราจะไม่มีวันทรยศหักหลังต่อคำสาปนี้อย่างแน่นอน" 
    ลิซาน่ากล่าวรับคำด้วยความนอบน้อม  เมื่อสอนสั่งกันเรียบร้อยดีแล้วทั้งเธอและบุรุษนิรนามจึงกลับเข้าเต็นท์เพื่อรับประทานอาหารร่วมกับบิดา 
    "เรียบร้อยกันดีใช่ไหมพ่อหนุ่ม มาๆข้าสั่งให้คนจัดเตรียมอาหารเพิ่มอีกเยอะแยะเลยกลัวเจ้ากินไม่อิ่ม  โอ๊ะนั่นมันเทียร์บี้นี่ กลับคืนร่างเดิมได้ด้วยเหรอช่างน่ามหัศจรรย์อะไรแบบนี้"
    หัวหน้าคณะเดินทางออกมารับทั้งสองด้วยตัวเอง หลังทักทายและเข้าไปสำรวจเจ้าแมวตัวปัญหาจนเป็นที่พอใจแล้วจึงพากันเดินเข้าไปในเต็นท์ บนโต๊ะอาหารถูกเสริมเก้าอี้เพิ่มมาอีก 1 ตัวมีคนเพิ่มมาอีกสองนั่นคือรีอาร์และทาร่า คล็อกครัชชวนพวกเขามาหารือเรื่องความเสียหายในระหว่างที่ทั้งสองออกไปคุยธุระด้านนอก 
    "เชิญนักรบพเนจร" 
    ทั้งคู่ลุกยืนต้อนรับ ใบหน้าแช่มชื่นผายมือไปยังเก้าอี้ว่างตรงมุมหัวโต๊ะ ชายหนุ่มผงกหัวยิ้มให้เดินไปนั่งรับทานอาหารใขระหว่างกินก็ฟังทั้งสามหารือกันไปด้วย
    "รายการสินค้าที่เสียหายมีข้าวโอ๊ต 2 เกวียน เครื่องปั้นอีก 1 เกวียนและพลอยแดงจากนครฮาฟเทียร์อีก 1 เกวียนเจ้าคะ นี่คือรายละเอียดทั้งหมดที่ข้าสรุปมาให้"
    ทาร่าส่งกระดาษให้เจ้านายตรวจสอบคล็อกครัชรับมาด้วยใบหน้าเครียดๆ ลากนิ้วชี้ไล่ลงมาดูรายการบัญชีตามลำดับก่อนถอนหายใจ
    "นับว่าเสียหายไม่น้อยทีเดียว แต่ก็ชั่งเถอะทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้ว ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน"
    "ส่วนใหญ่ที่เสียหายเกิดจากลูกหลงการต่อสู้ขอรับ โชคยังเข้าข้างเราที่โจรมันไม่ได้อะไรไปจากการปล้นครั้งนี้ แต่เราทั้งสองคนช่างไร้ประโยชน์เกลือเกิน ต้องขออภัยนายท่านที่ไม่สามารถปกป้องสินค้าจากการถูกลอบปล้นได้ ข้าและท่านรองหัวหน้าทาร่า ยินดีไม่ขอรับเงินค่าจ้างเที่ยวนี้ขอรับ"
    รีอาร์เสริม พร้อมแสดงความรัยผิดชอบ
    "เฮ้อออ พวกเจ้าอย่าใส่ใจไปเลย ต่อให้พวกมันได้ไปข้าก็ไม่รู้สึกเสียดายหรอก ของนอกกายแบบนั้นเราหาใหม่เมื่อไรก็ได้ แต่สหายดีๆอย่างพวกเจ้าต่อให้หาทั้งชีวิตก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง ถือว่าโชคของข้ายังดีอยู่ที่พวกเจ้าปลอดภัย ส่วนค่าจ้างของพวกเจ้าข้าเองไม่คิดจะหักหรอก มีแต่จะเพิ่มให้เป็นรางวัลสมกับค่าเหนื่อยที่ลงแรงพยุงขบวนเราข้ามทะเลทรายนี้ไปได้ซะอีก"
    ห้วหน้าคณะเดินทางพูดปลอบทั้งสอง ทั้งรีอาร์และทาร่าโค้งคำนับให้เจ้านายด้วยความยินดีปนเลื่อมใส 
    "ว่าแต่...."  
    หัวหน้าคณะเดินทางลากเสียงหันไปหาบุรุษนิรนาม ตอนนี้เขาทั้งกินทั้งดื่มอย่างเต็มคราบโดยไม่สนการพูดคุยบนโต๊ะอาหารแต่อย่างใด
    "ข้าขอบังอาจถาม พ่อหนุ่ม เจ้ามาจากที่ใดกันและกำลังจะไปที่ไหนรึ?" 
    ชายหนุ่มเคึ้ยวอาหารก่อนยกเหล้าใส่ปากกลืนลงท้อง จึงหันมาตอบ
    "อ๋อ ข้ามาจากทางเหนือกำลังเดินทางไปมหาราชอาณาจักร เรโมฮาน"
    "เรโมฮาน นั่นมันคนละทิศกับที่นี่เลยนะ เจ้าคงไม่หลงทาง..."
    "ไม่หรอกท่านหัวหน้ากอง จริงๆเป้าหมายของข้าคือเรโมฮานนั่นแหล่ะ แต่ก่อนหน้านั้น ข้าจะต้องไปพบคนคนหนึ่งที่เมืองซิโดเนียเสียก่อน จากนั้นจึงจะเป็นการเริ่มออกเดินทางที่แท้จริงของข้า"
    "ซิโดเนียล็อค เป็นเมืองหน้าด่านติดชายแดนของเรโมฮานทางทิศตะวันออกอยู่ห่างออกไปจากที่นี่ราวๆ 60 กิโลเมตรอยู่ข้างหน้านี่เอง จริงๆแล้วพวกเราก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดีเพราะเป็นทางผ่าน แต่ว่านั่นเท่ากับท่านเดินทางอ้อมไปไกลโขจากเป้าหมายหลักเลยนะ"
    รีอาร์อธิบายพร้อมถามเสริมมา
    "บุคคลที่ข้าตามหาเขาเป็นเหมือนกับแผนที่ฉบับสำคัญหน่ะ หากไม่พบตัวเขาข้าก็ไม่อาจเดินทางต่อไปได้" 
    "งั้นพอดีเลยพ่อหนุ่ม เจ้าก็ถือโอกาสนี้ติดรถไปกับเราซะเลยสิ ข้ายินดีแบ่งอาหารและเงินสำหรับใช้จ่ายในเดินทางให้กับเจ้าต่อจากนี้ ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยพวกเราไว้"  
    คล็อกครัชเสนอ
    "ข้าขอน้อมรับด้วยความยินดี ท่านหัวหน้า"
    "ฮ่าๆๆ ดีๆ มาพวกเราดื่ม"
    ทั้งหมดยกเว้นลิซาน่ายกแก้วเหล้าดื่มตามคำชวนของหัวหน้าคณะเดินทาง
    "ขออภัยเถอะท่านนักรบพเนจร ข้ามีเรื่องแคลงใจอยากจะถามท่าน"
    รีอาร์เอ่ย
    "ว่ามาเลย ท่านรีอาร์"
    "เกี่ยวกับพลังพิศดารและการเดินทางของท่านทำไมท่านถึงมีสภาพมอมแมมและหลงทางอยู่ในทะเลทรายได้"
    คล็อกครัชหันสบตารีอาร์เมื่อได้ฟังคำถาม เอามือเช็ดปากก่อนมองหน้าชายหนุ่ม



    (โปรดติดตามตอนต่อไป)
    บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง