โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 35 ผู้คุมสอบที่โหดที่สุด

    “ทุกเขตประกาศเริ่มการทดสอบแล้ว ขอให้ผู้ต้องการทดสอบเข้าเรียนโรงเรียนวิลโลเดินเข้ามาภายในอาคารด้วย!”

    หญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งมีใบหน้าที่งดงามและกิริยาที่อ่อนช้อย เดินออกมาหน้าอาคารพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งและประกาศให้กับผู้ที่รอการทดสอบให้ทุกคนได้รับรู้ ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปภายในตัวอาคาร

    “หลีกทางไป!”

    เหล่ารุ่นเยาว์ที่รอการทดสอบอยู่เมื่อสักครู่เมื่อเสียงประกาศการเริ่มการทดสอบดังขึ้นทุกคนต่างก็พากันแย่งเข้าสู่อาคารทดสอบที่ถูกสร้างขึ้นมาชั่วคราว การเคลื่อนไหวของพวกเขาในคราเดียวกันนั้นทำให้เกิดความโกลาหลขึ้น หากใครก็ตามที่ไม่ระวังมีหวังโดยเหยียบตายได้ง่ายๆ แน่

    กัสไม่ได้ตื่นเต้นกับภาพเบื้องหน้านักดูเหมือนเขาที่เป็นทหารของประเทศนี้จะค่อนข้างคุ้นชินกับภาพแบบนี้แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นเซนนั้นยังสามารถยืนรออยู่เฉยๆ ด้วยสีหน้าและท่าทางที่สงบแล้วเขาจึงอดสงสัยที่จะถามชายหนุ่มไม่ได้

    “นายท่าน…เหตุใดท่านจึงไม่รีบเข้าสู่อาคารทดสอบเหมือนกับคนอื่นๆล่ะขอรับ?”

    “ข้าไม่ชอบไปยืนเบียดกับคนเยอะๆ”

    เซนกล่าวขึ้นก่อนที่จะค่อยๆ เดินเข้าสู่อาคารทดสอบอย่างสบายๆ เมื่อเห็นว่าคนได้เข้าภายในตัวอาคารหมดแล้ว กัสนั้นจะต้องรออยู่ข้างนอกตามกฎของการทดสอบ แต่กัสนั้นเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าเจ้านายใหม่ของมันนั้นสามารถที่จะผ่านการทดสอบได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ยังอยากรู้บางอย่างดังนั้นจึงได้กล่าวถาม

    “นายท่านถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท…ท่านช่วยบอกระดับของท่านให้ข้าได้รู้ได้หรือไม่?”

    “ข้าแค่ระดับเจ็ด!”

    เซนกล่าวจบก็เดินเข้าไปภายในอาคารทันที ทิ้งให้กัสยืนแข็งทื่อเหมือนกับหุ่นอยู่ข้างนอก จนในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวพร้อมกับเอามือตบที่หน้าของตนเองและหัวเราะออกมาเบาๆ

    “นายท่านคงแค่หยอกเราเล่นแน่ๆ เพราะไม่งั้นระดับหกไม่มีทางผ่านการทดสอบได้แน่นอน”

    …..

    หลังจากเซนเข้ามาภายในตัวอาคารในขณะที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็เห็นผู้เข้าสมัครทดสอบมากมายที่อยู่ในสายเดียวกันกับเขา อย่างไรก็ตามพวกคนพวกนั้นพากันเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าเกลียดในขณะที่หญิงสาวซึ่งอยู่บนเวที ความงามของเธอนั้นยากที่จะหาผู้ใดเปรียบ เธอเดินมาพร้อมกับหญิงสาวผมสั้นที่เซนเคยเห็นเธอตอนเธอออกไปประกาศเริ่มการทดสอบก่อนหน้านี้

    แม้ว่าหญิงสาวผมสั้นนั้นจะงดงามแต่หากให้เทียบกับหญิงสาวอีกคนที่ดูเหมือนจะมีอำนาจมากกว่าเธอ ยังห่างไกลกันนักเพราะหญิงสาวคนนี้สามารถทำให้เซนที่มีจิตใจแข็งแกร่งต้องตกอยู่ในภวังค์ได้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มได้สติช้าๆ เมื่อได้ยินผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่นๆ กล่าวบางอย่างที่น่าตกใจออกมา

    “นั่นมันเจ้าหญิงอลิส…ผู้มีฉายาว่าเวทมนตรต์ทำลายล้างของพระเจ้า…พวกเราซวยจริงๆ เหตุใดต้องเป็นนางที่เป็นคนมาทดสอบพวกเราด้วย!”

    เซนแอบฟังผู้คนรอบๆ คุยกันและพบว่าประโยคสนทนาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับหญิงสาวที่ชื่อว่าอลิสทั้งสิ้นซึ่งดูเหมือนอลิสนั้นจะเป็นชื่อของหญิงสาวที่งดงามซึ่งปรากฏตัวบนเวทีเมื่อสักครู่

    หญิงสาวทั้งสองได้หยุดเดินบริเวณกึ่งกลางเวทีอย่างพอดี ก่อนที่อลิสซึ่งผู้คนต่างคาดเดากันว่าเป็นผู้ทดสอบในสนามนี้ก็ได้กล่าวขึ้นผ่านอุปกรณ์ที่ดูเหมือนคริสทัลเวทมนตร์ ซึ่งมันช่วยขยายเสียงของเธอให้ดังขึ้นเหมือนกับไมโครโฟนในโลกเก่าของเขา

    “หลายคนอาจจะรู้จักตัวตนของข้าแล้ว…ข้าชื่อว่าอลิสเป็นผู้คุมการทดสอบของสนามนี้ หากใครที่ไม่มีความมั่นใจพอขอให้รีบไสหัวไปเพราะจะทำให้ข้าเสียเวลา!”

    ทันทีที่เธอกล่าวจบ เซนก็คิดว่าคำพูดของเธอนั้นมันดูหยิ่งทะนงอย่างมาก แม้ว่าเธอจะมีใบหน้าและกิริยาที่งดงาม แต่สำหรับเซนนั้นเขาไม่ประทับใจผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว และเซนก็ไม่คิดว่าจะมีใครสักคนหนีไปเพราะคำพูดของเธอ เพราะทุกคนที่นี่ล้วนแล้วแต่ต้องพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม บางคนคงไม่อยากเสียเวลาเดินทางมาไกลเพื่อยอมแพ้แค่นี้แน่นอน จนเมื่อเกิดความโกลาหลขึ้น…

    “บัดซบ! เราซวยจริงๆ เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้คงไม่สามารถไปสนามทดสอบอื่นได้แล้ว”

    “คงต้องมาใหม่ปีหน้า”

    “ซวยจริงๆ ทำไมต้องมาเจอกับท่านผู้นั้นด้วย”

    “….”

    ผู้เข้าทดสอบคนอื่นๆ หลายๆ คนเริ่มที่จะพากันยอมแพ้และเดินออกจากอาคารทดสอบ อย่างไรก็ตามเมื่อเวลายิ่งผ่านไปคนก็ยิ่งเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะนั้นเองเซนก็ได้เหลือบไปเห็นองค์ชายเฮนรี่ซึ่งได้พูดจาดูถูกเซนก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามในเวลานี้นั้นองค์ชายเฮนรี่นั้นดูเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ยากอย่างมากในชีวิตของเขา ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและเดินตรงไปที่ประตูทางออกของอาคาร

    เซนอดไม่ได้ที่จะเดินมาขวางอีกฝ่ายก่อนที่จะกล่าวถามอีกฝ่ายว่า

    “ยังไม่ทันได้ลองทดสอบ เหตุใดท่านจึงตัดสินใจยอมแพ้เร็วเช่นนี้?”

    เฮนรี่ทำท่าทางเหวี่ยงๆ ก่อนที่จะเดินหลบเซนไปด้านข้าง พร้อมกับกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า

    “มันไม่คุ้มกันหรอกนะ เพราะการทดสอบเข้าวิลโลนั้นแต่ละคนจะมีโอกาสแค่หนึ่งครั้ง และใครกันที่ต้องการจะเสี่ยงเพื่อรับการทดสอบกับคนที่โหดร้ายที่สุด ซึ่งอัตราการผ่านของนางเมื่อนางเป็นผู้คุมสอบมาหนึ่งปีนั้นไม่มีใครสักคนผ่านเข้าเรียนในจำนวนผู้เข้าทดสอบมากกว่าพันคน”

    …….

    บนเวทีนั้นเมื่ออลิสและเลขาของเธอซึ่งมีนามว่ารินนี่เห็นว่าไม่มีผู้เข้าทดสอบเหลืออยู่แล้ว อลิสก็ได้กล่าวบางอย่างขึ้นกับเลขาของเธอด้วยท่าทางที่อ่อนโยนกว่าเมื่อสักครู่ที่พูดกับผู้เข้าทดสอบมากนัก

    “รินนี่ช่วยชงชาให้ข้าที…ปีนี้ก็ดูเหมือนจะยังน่าผิดหวังอย่างเคย”

    อลิสนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวและกำลังจ้องมองมาที่พวกเธออย่างพิจารณาจนเมื่อเลขาของเธอซึ่งก็คือหญิงสาวผมสั้นที่ชื่อว่ารินนี่ได้กล่าวขึ้นเตือน

    “ท่านอลิสคะ…ดูเหมือนว่าปีนี้จะมีคนหนุ่มหนึ่งคนที่มีความกล้าหาญพอ”

    “หืม?”

    อลิสเองก็ต้องประหลาดใจเช่นเดียวกัน เมื่อเธอลองมองไปรอบๆ อีกครั้งและพบว่าภายในตัวอาคารแห่งนี้นอกจากพวกเธอสองคนแล้ว ยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่เพื่อรอรับการทดสอบ

    “เจ้าไม่กลัวตัวเองไม่ผ่านการทดสอบงั้นเหรอ เหตุใดเจ้าจึงไม่จากไปเหมือนกับคนอื่นๆ หรือว่าเจ้ากลัวจนก้าวขาไม่ออก?”

    อลิสได้กล่าวขึ้นพร้อมกับส่ายหน้า เธอนั้นได้สังเกตเซนอย่างละเอียดอย่างไรก็ตามเซนนั้นกลับแตกต่างกับคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะคนอื่นๆ นั้นเธอยังสามารถสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาได้ แต่สำหรับเซนนั้นมันเหมือนจะว่างเปล่านั่นหมายความว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเธออ่อนแออย่างมาก

    “บททดสอบคืออะไร ข้าต้องการเข้ารับการทดสอบ!”

    เซนกล่าวขึ้นในขณะที่ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ดูมั่นใจขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวทั้งสองคนอย่างมาก ก่อนที่รินนี่เธอจะสะกิดอลิสเพื่อให้อลิสเธอได้ตื่นจากอาการตะลึง

    “ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ หากว่าเจ้ายังต้องการจะรับการทดสอบก็อย่าได้มาเสียใจทีหลัง”

    อลิสกล่าวจบก็ได้ลุกขึ้นยืนในขณะที่ใช้สายตากดดันมองมาที่เซน พร้อมกับกล่าวรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบ

    “การทดสอบในสนามของข้านั้นมีมาตรฐานเดียวกันเหมือนกับทุกปี และมีการทดสอบแบบเดียวแต่ไม่มีแม้แต่สักคนเดียวที่สามารถผ่านการทดสอบไปได้”

    “อย่าพูดให้เสียเวลาเลย รีบๆ เริ่มการทดสอบเสียเถอะ ข้ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำต่อจากนี้”

    ใบหน้าของอลิสกลายเป็นชาเมื่อได้ยินคำกล่าวของอีกฝ่ายเบื้องหน้าเธอ เธอนั้นมีศักดิ์ฐานะเป็นถึงองค์หญิงของประเทศนี้ แต่อีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สนใจสถานะของเธอเลย อย่างไรก็ตามอลิสแม้จะไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะต่อว่าอะไร เพราะในโรงเรียนวิลโลแห่งนี้สามัญชนมีสถานะเท่ากับราชวงศ์ หรือกล่าวให้ถูกต้องก็คือทุกคนล้วนแล้วแต่มีสถานะเท่ากันหมด