Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    157 ตกใจ

    ประตูห้องสอบสวนเปิดอ้าออก ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่จำนวน 5 คนเดินเข้ามาในห้องพร้อมเก้าอี้ตัวสีขาวที่แอ็กเซลคุ้นเคย  มันคือเก้าอี้รมยาที่ทำให้เขาอยู่ในสภาวะไม่รู้ตัว โดยที่ร่างกายยังสามารถตอบสนองต่อคำพูดของอีกฝ่ายได้เช่นเดิม เขาจึงล้มเลิกการทำความเข้าใจทักษะอีเธอร์เอลเอาไว้ก่อน แล้วเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้งค้างเอาไว้เพื่อที่เขาจะได้รู้ตัวว่าตนเองถูกทำอะไรไปบ้าง สำหรับสกิลโกหกเขายังคงเปิดใช้งานเช่นเดิมเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ต่อให้เขาจะรู้ว่ามันไม่สามารถต่อต้านยาที่ใช้ได้ก็ตาม


    ไม่มีการพูดจาใดๆจากผู้เข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูปิดตัวลงเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 จึงบอกให้แอ็กเซลขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ หญิงสาวที่เคยสอบสวนเขาเมื่อครั้งก่อนเดินไปนั่งบนเก้าอี้ว่างรอคอยให้ยาออกฤทธิ์


    ทันทีที่หมวกครอบทับศีรษะเริ่มปลดปล่อยยาออกมา แอ็กเซลกลับพบว่าครั้งนี้เขายังคงทนได้จึงกระดิกนิ้วบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัว


    การมีสติในระหว่างสอบสวนสำหรับเขาถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะสามารถโกหกคนตรงหน้าได้ แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เรื่องดีที่ผู้ถูกสอบสวนจะมีสติ ดังนั้นแอ็กเซลจึงคิดว่าเขาควรจะบอกเจ้าหน้าที่ อย่างน้อยจะได้ไม่เกิดอันตรายขึ้นต่อตัวของเขา หากการสอบปากคำในครั้งนี้มีคนจ้องจะเล่นงาน เขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมาย


    “ เพิ่มปริมาณยาเข้าไปอีก 5 %  ”


    คำสั่งส่งออกมาจากเจ้าหน้าที่หญิง แอ็กเซลยังคงกระดิกนิ้วเช่นเดิมเพื่อบอกให้รู้ว่าเขายังไม่ง่วง ถึงอย่างนั้นแอ็กเซลเริ่มพบว่าเขาตกอยู่ในอาการคล้ายกับมึนเมา ดูท่าทักษะร่างกายที่เขาปล่อยให้พวกมันกลืนกินกันจะต้านทานผลของยาได้


    “ เพิ่มเข้าไปอีก 5 %  ”


    ปริมาณยาเพิ่มเข้าไปในหมวก เจ้าหน้าที่พยายามมองหน้าจอเพื่อไม่ให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้ที่พวกเขาต้องการสอบสวน เพียงแต่ว่าเครื่องตรวจกลับระบุว่าสติของเป้าหมายยังไม่ได้ลดระดับถึงจุดที่พวกเขาจะสอบปากคำได้จึงเพิ่มตัวยาเข้าไปอีกจนสุดท้าย แอ็กเซลก็เริ่มนิ่งโดยใช้ยาเพิ่มจากเดิมไป 50 %


    “ หัวหน้าครับ น่าจะเป็นเพราะระดับของเขาเพิ่มขึ้น 1 ระดับจากกก่อนหน้าและเป้าหมายมีการฝึกทักษะร่างกายมาด้วย ทำให้เราต้องเปลี่ยนขนาดยา ”


    “ ลงบันทึกเอาไว้ด้วย เอาล่ะ ถอยออกไปด้านหลัง ”


    เจ้าหน้าที่หญิงนำกระดาษขึ้นมาวางตรงหน้าจำนวน 1 แผ่น สิ่งนี้เธอใช้กับผู้ที่ถูกจับตามองว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 ทุกๆคน ไม่ใช่เพียงแค่คนทั้ง 15 ที่เดินทางมาในครั้งนี้  คนที่ทางกองทัพดาวโนวาควบคุมตัวให้อยู่ภายในพื้นที่พิเศษ ต่างก็ถูกสอบสวนในรูปแบบเดียวกัน


    เริ่มต้นเจ้าหน้าที่ยังคงถามชื่อ ถามแซ่ ถามเกี่ยวกับครอบครัว จากนั้นเธอก็ถามถึงจิตวิญญาณที่ 2 หรือตัวตนอีกแบบ เมื่อไม่พบความปกติเธอก็สอบถามเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน แต่ละวันที่ผ่านไปตั้งแต่ถูกสอบสวนครั้งก่อน แอ็กเซลเดินทางไปที่ใดบ้าง ซึ่งคำตอบของแอ็กเซลได้สร้างความตกใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกๆคน


    ภายใน 1 เดือนที่ผ่านมาแอ็กเซลได้ทำการล่าภายในพื้นที่ระดับ 5 จำนวน 3 แห่ง พื้นที่ทั้ง 3 เขาสามารถบุกไปถึงห้องลึกสุดและได้สิ่งล้ำค่ามา พืชกลายพันธุ์ ศพมอนสเตอร์สูง 100 เมตร ผลไม้ธาตุ สิ่งเหล่านี้คือของที่เขาได้จากการล่าตลอด 1 เดือน จนกระทั่งการเล่าเรื่องของแอ็กเซลใช้เวลาไปทั้งสิ้น 32 นาที การสอบสวนในครั้งนี้ก็จบลงโดยที่เจ้าหน้าที่สรุปว่าเขายังคงเป็นแอ็กเซลคนเดิม


    “ เขาจะได้สติในอีก 30 นาที หากเขาฟื้นแล้วสามารถพาตัวกลับไปได้เลยครับ ”


    “ ทางกระผมขอผลตรวจทั้งหมดด้วยนะครับ คุณผู้หญิงของผมต้องการสิ่งนี้เช่นเดียวกัน ”


    พ่อบ้านโค้งคำนับให้กับเจ้าหน้าที่ ตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมานี้ เขาเฝ้าคอยจับตาดูอยู่ด้านนอกตลอดเวลา  โดยสิ่งที่ผิดปกติมีเพียง 1  มันเกิดขึ้นในกระบวนการรมยา เมื่อเห็นเอกสารที่ทางกองทัพดาวโนวาส่งมอบให้ เขาก็พบว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นเพราะนายน้อยเลื่อนระดับและฝึกทักษะร่างกายทำให้ปริมาณยาที่ต้องใช้เพิ่มขึ้น


    ความทรงจำที่ถูกบันทึกเอาไว้ในช่วงที่หลับฉายขึ้นภายในหัว ก่อนที่แอ็กเซลจะลืมตาตื่น นับว่าเขาลงมือได้ถูกจุด จึงทำให้เรื่องบางอย่างไม่หลุดออกไปเหมือนเรื่องศิษย์และอาจารย์ที่หมายเลข 9 ต้องการมอบให้แก่เขา


    การฆ่าคนของตระกูลเลอแฟร์ การฆ่าแชมเปี้ยนในซากโบราณสถานที่เขาไปจับลิง หรือแม้แต่ทักษะอีเธอร์เอล ความทรงจำเหล่านี้ถูกเขาย้ายเข้าไปเก็บในกลุ่มก้อนพลังงานเวทมนตร์ที่ปิดผนึก แม้เขาจะนึกถึงมันก็ไม่สามารถรับรู้เกี่ยวกับความทรงจำส่วนนั้นได้ ความทรงจำส่วนนี้หายไปจากสมองของเขา จึงทำให้การสอบสวนเมื่อครู่ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด หากเจ้าหน้าที่รู้ว่าเขาฆ่าคน การจับตามองดูเขาคงจะต่างออกไปแน่นอน การฆ่าแชมเปี้ยนอาจจะเป็นหนึ่งในข้ออ้างที่ยกขึ้นมาใช้เล่นงานเขา


    หลังจากยกเลิกเวทมนตร์ที่ใช้เก็บความทรงจำส่วนที่ไม่อยากให้ใครมองเห็นแม้แต่ตัวของเขาก็ไม่สามารถนึกถึงมันได้  ความทรงจำเหล่านั้นก็กลับคืนมาทั้งหมด แอ็กเซลจึงหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างโต๊ะ จากนั้นก็เดินออกไปหาพ่อบ้านที่ยืนรอส่งเขากลับสถาบัน


    “ มีอาการผิดปกติหรือไม่ครับ ต้องการไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อนกลับหรือเปล่า ”


    “ ขอบคุณครับ ผมปกติดี ไปส่งผมที่สถาบันเลยก็ได้ครับ ”


    “ นายน้อยครับ คุณผู้หญิงติดต่อมาเมื่อครู่ หากเดินทางถึงสถาบันแล้วให้ติดต่อคุณผู้หญิงแครอลด้วยครับ ”


    “ ครับ ”


    แอ็กเซลเดินออกมาจากตึกพร้อมกับพ่อบ้าน หลังจากนั้นทหารก็ได้ขับรถฮัมวี่ไปส่งเขาที่จุดจอดรถของบุคคลภายนอก พ่อบ้านจึงถามย้ำอีกครั้งเกี่ยวกับการตรวจร่างกาย แอ็กเซลจึงส่ายหน้าแล้วขอให้พ่อบ้านไปส่งเขาที่สถาบัน


    ---------------------------------------------------------------  


    “ ท่านครับ ผลตรวจออกมาแล้วครับ ”


    นายพลแซทเทิร์นรีบยื่นมือไปรับเอกสาร เขาอยากรู้เช่นกันว่าการสอบสวนครั้งนี้ผลจะออกมาเป็นเช่นไร เมื่อกวาดตามองดูตัวหนังสือบนใบหน้าของเขาก็เกิดรอยย่น หลังจากพบกว่าหนึ่งในผู้ที่ถูกสอบถามคำถามทั้ง 15 คน ถูกประเมินว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง


    “ ทำไมเขาถึงเสี่ยง ”


    “ จากการแกะไฟล์เสียงของเจ้าหน้าที่  เขาลงมือสังหารแชมเปี้ยนด้วยกันครับ ส่วนหลักฐานนั้นเขาทำลายมันทิ้งทั้งหมด ”


    การทำผิดกฎของสหพันธ์ถือมีโทษร้ายแรง  เพียงแต่ว่าขุมอำนาจต่างๆล้วนรู้ดีเกี่ยวกับวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้สหพันธ์ตรวจพบ ชายผู้นี้คือหนึ่งในคนที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ถึงแม้เขาจะถูกเปิดโปง ความผิดในครั้งนี้กลับไม่สามารถเล่นงานตัวของเขาได้ เพราะไร้ซึ่งหลักฐาน


    การสอบสวนเพื่อจับผู้กระทำผิดจะต้องมีหลักฐานสักอย่าง ดังนั้นทางดาวโนวาจึงไม่สามารถจับตัวเขาคนนี้ได้ ทำได้เพียงขึ้นบัญชีบุคคนนี้ให้กลายเป็นคนอันตรายก็เท่านั้น  ต่อให้เขาจะไม่ต้องติดคุก แต่หน้าที่การงานของเขาจะต้องสะดุดเพราะกลายเป็นผู้ที่เสี่ยงจะกลายเป็นอาชญากรคนใหม่


    “ เด็กที่ชื่อแอ็กเซลไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงใช่ไหม ”


    “ จากการประเมิน เจ้าหน้าที่จากสหพันธ์นำเขาออกมาจากกลุ่มเสี่ยงแล้วครับ หลังจากที่การฆ่าคนของเขา ฆ่าเพราะป้องกันตัวจากกลุ่มคนสวมชุดดำ ”


    “ พวกสไนเดอร์นั่นนะเหรอ ”


    “ ครับ เราได้แจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ทราบตั้งแต่แรก จึงทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในกลุ่มเสี่ยง  ตอนนี้เขาจึงยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ครับ ”


    นายพลแซทเทิร์นถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาคาดหวังกับแอ็กเซลไม่น้อย ด้วยพลังที่แสดงออกมามากเกินกว่าระดับ 5 ที่เขาเคยพบเห็น เขาจึงเป็นสิ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นหนึ่งในตัวหลักสำคัญที่จะทำให้มนุษยชาติเอาชีวิตรอดได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น


    --------------------------------------------------------------- 


    “  ขอบคุณครับ ”


    “ กระผมขอตัวลา ”


    แอ็กเซลขอบคุณพ่อบ้านพลางมองไปบนท้องฟ้า อีกไม่นานจะถึงเที่ยงคืนแล้ว เพียงแต่ป้าของเขาบอกให้ติดต่อหา แอ็กเซลจึงต้องโทรไปรบกวน


    “ สวัสดีครับป้าแครอล ”


    “ จ้า ป้านึกว่าจะโทรมาหาพรุ่งนี้เสียอีก เข้าเรื่องเลยนะจ๊ะ จำที่ป้าเคยบอกได้ไหมว่าแม่ของหลานจะกลับมาในอีก 1 เดือน เธอเลื่อนนัดออกไปอีกนะ ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาตอนไหน แต่หลานไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ออกมาจากสถานที่อันตรายแล้ว คงเหลือแค่รอเวลาที่จะกลับเท่านั้น ”


    “ ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ ”


    “ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นจ้า ป้าคิดว่าไม่น่าจะเกิน 1 - 2 เดือนนี้ วันนี้โอเคใช่ไหมจ๊ะ ”


    “ วันนี้โอเคครับ ขอบคุณป้ามากๆเลยนะครับที่ให้พ่อบ้านมาด้วย ”


    “ จ้า ไว้แค่นี้นะจ๊ะ ”


    “ ผมไม่รบกวนแล้วครับ ขอบคุณครับป้า ”


    แอ็กเซลวางสายแล้วมองดูข้อความหลายสิบข้อความที่เขายังไม่ได้อ่าน ข้อความเหล่านี้ล้วนแล้วมาจากขุมอำนาจต่างๆที่พยายามยื่นข้อเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลไม้ธาตุทั้ง 3 ของเขา


    ไม่ใช่เพียงแค่ขุมอำนาจเท่านั้น ตัวแทนจากบริษัทต่างๆที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายยังเสนอผลประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่ทักษะระดับ 9 เข้ามาให้ อย่างไรก็ตามแอ็กเซลเลือกที่จะตอบปฎิเสธการแลกเปลี่ยนที่ไม่ใช่ทักษะระดับ 9 ออกไปทั้งหมด ต่อให้จะมีคนเสนอทักษะระดับ 8 จำนวน 10 ทักษะเพื่อแลกกับผลไม้ธาตุ 1 ผลก็ตามที


    “ สรุปแล้วไม่มีใครให้เยอะกว่าตระกูลเรเวนเลยเหรอ ”


    แอ็กเซลเดาะลิ้นเล็กน้อย ดูท่าเขาจะไม่สามารถกระจายผลไม้ธาตุได้ แต่ละขุมอำนาจที่ติดต่อเข้ามาล้วนแล้วต้องการแลกเปลี่ยนทักษะระดับ 9 จำนวน 1 ทักษะกับผลไม้ธาตุจำนวน 1 ผล  มีเพียงตระกูลเรเวนเท่านั้นที่ขอเหมาในราคาทักษะระดับ 9 จำนวน 5 ทักษะ ถึงแม้เขาจะมองหาทักษะพิเศษก็ตามกลับไม่มีใครขายมันให้แก่เขาเลย แอ็กเซลจึงตัดสินใจส่งข้อความหาตระกูลเรเวนแล้วนัดให้ตัวแทนมาทำการแลกเปลี่ยนกับเขาที่สถาบันโนวาไพร์ม ต่อให้ดวงดาวจะอยู่ห่างไกลกันมาก แต่การขนส่งในปัจจุบันรวดเร็ว เพียง 1 ชั่วโมงเขาคิดว่าอีกฝ่ายสามารถเดินทางมาถึงที่นี่ได้แน่นอน จึงนัดเจอกันในวันพรุ่งนี้


    “ คงต้องทำทุกอย่างพรุ่งนี้สินะ ”


    แอ็กเซลเดินเข้ามาในตึกสำหรับค้าขายของสถาบัน ภายในนี้ไม่มีใครเปิดร้าน เขาจึงเดินไปยังตึกที่ใช้เคลื่อนย้ายไปยังสนามรบปฐมภูมิเพื่อติดต่อเกี่ยวกับแต้ม เจ้าหน้าที่ยังคงผลัดเปลี่ยนกันมาทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เขาจึงสามารถติดต่อเรื่องแต้มของเขาได้


    “ ขอโทษนะครับ พอดีผมฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 5 ดาวแต่แต้มมันได้แค่ 1 หน่วยเท่านั้น มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าครับ ”


    “ สำหรับมอนสเตอร์ 5 ดาวเป็นสิ่งที่พบเจอได้ยากและมีน้อยคนมากที่สามารถล่าพวกมันได้จึงไม่มีในฐานข้อมูล ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะได้แต้มมาเพียง 1 หน่วยค่ะ ”


    “ สรุปแล้วผมเสียประโยชน์เหรอครับ ”


    “ ไม่ค่ะ การฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 5 ไม่เสียประโยชน์แต่อย่างใด ถึงแม้จะได้แต้มแค่ 1 หน่วย หากแจ้งกับฐานหรือสถาบัน แต้ม 1 หน่วยนั้นจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแต้ม 150 หน่วยค่ะ  ต้องการเปลี่ยนแต้มหรือไม่คะ ”


    “ ต้องการครับ ”


    “ ถ้าอย่างนั้นขอกำไลข้อมือด้วยค่ะ ทางฐานจะขอตรวจสอบคลื่นพลังงานที่เก็บเอาไว้ หากพบว่ามันเป็นคลื่นของมอนสเตอร์ระดับ 5 ดาวจริง ทางเราจะเปลี่ยนแต้มจาก 1 เป็น 150 แต้มให้ทันทีค่ะ ไม่ทราบว่ามีแต้มที่ได้จากการฆ่าระดับ 5 กี่แต้มคะ ”


    “ 798,101  แต้ม” 


    “ คะ ” เสียงร้องของพนักงานได้ดึงดูดความสนใจของนักศึกษาที่อยู่รอบๆ หลายคนพึ่งกลับมาจากการล่าเมื่อได้ยินเสียงจึงหันมอง ก่อนที่พวกเขาจะตกใจเมื่อพบจำนวนแต้มที่แอ็กเซลมี.