สุดยอดนักผจญภัย

    จับกุมคาลอส

    หลังจากนั้นหลายนาทีผ่านไป สีหน้าของไลท์ของไลท์ก็เริ่มซีดขาวเล็กน้อย พร้อมกับพละกำลังที่ดูเหมือนจะลดลงอยู่เล็กน้อย

    คาลอสเองก็สัมผัสได้ว่าพลังของไลท์เริ่มที่จะหมดลงแล้วดวงตาของเขาก็เปร่งประกายขึ้นทันที

    “ ฮ่าฮ่าอีกไม่นานพลังของแกก็จะหมดและฉันจะใช้เวลานั้นในการฆ่าแกทิ้งเพื่อล้างความอัปยศในครั้งนี้!! ” คาลอสคำราม

    ทันใดนั้นไลท์ก็ชกเข้าที่ใบหน้าของคาลอสจนหัวระเบิดและพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากแกยังพูดได้ล่ะก็ฉันก็จะอัดจนกว่าแกจะพูดไม่ได้อีกเลย ” 

    พริบตาเดียวหัวของคาลอสก็กลับมามีสภาพเหมือนเดิม สีหน้าของคาลอสเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด “ ไอเจ้าเด็กเวร!! ” 

    ตู้ม

    หัวของคาลอสก็ระเบิดอีกครั้ง

    ไม่นานหัวของคาลอสก็กลับมาเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้คาลอสไม่กล้าที่จะพูดอะไรแม้แต่คำเดียว

    หลังจากนั้นก็ผ่านไปอีกห้านาทีไลท์ชกหมัดสุดท้ายก่อนที่จะถอยห่างออกมาจากคาลอส

    คาลอสที่ได้รับอิสรภาพมาอีกครั้งก็แทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ

    “ สุดท้ายแรงของแกก็หมดลงแล้ว มาดูกันว่าฉันจะฆ่าแกยังไง ” น้ำเสียงเย็นชาของคาลอสดังขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ไลท์บ้าง

    “ ไลท์ระวัง! ” แมคโวลัคที่ดูเหตุการณ์ก็ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ

    แต่ทันใดนั้นจู่ๆร่างของคาลอสก็หยุดชะงักราวกับมีอะไรบางอย่างทำให้คาลอสไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

    “ เกิดอะไรขึ้น! ” ทุกคนตกใจแม้แต่คาลอสเองก็ตกใจเหมือนกัน

    “ ใครบอกให้แกทำมาเป็นซ่ากับฉันคนนี้? ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบน้ำขึ้นมาดื่มจากนั้นก็เช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตัวเอง

    “ แกทำอะไรกับฉันไอเจ้าสารเลว! ” คาลอสคำรามด้วยความโกรธ ตอนแรกมันคิดว่าจะมีโอกาศที่จะเอาคืนไลท์แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะคิดผิดอีกครั้ง

    “ เหอะคิดจะเอาคืนฉัน? อย่างแกยังเร็วไปอีกร้อยปีเว้ย ” ไลท์หัวเราะ 

    สาเหตุที่คาลอสหยุดอยู่กับที่ก็เพราะหลังจากที่ไลท์ต่อยหมัดสุดท้ายเสร็จเขาก็ได้ทำการกดจุดต่างๆบนร่างกายของคาลอส ซึ่งการกดจุดนี้ทำให้คาลอสไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไปจนกว่าไลท์จะมาแก้ให้ 

    วิธีการนี้คือวิธีการกดจุดในตำนาน คนที่จะสามารถแก้การกดจุดอัมพาตได้คือคนที่รู้จักเส้นลมปราณและโครงสร้างของร่างกายมนุษย์อย่างดี ซึ่งในโลกนี้ซึ่งเป็นโลกแฟนตาซีเพราะฉะนั้นวิธีการกดจุดแบบนี้ก็มีเพียงแค่ไลท์คนเดียวที่รู้และเป็นเพียงคนเดียวที่รู้วิธีแก้

    คาลอสรู้สึกกระวนกระวายก็พยายามใช้เวทย์ต่างๆเพื่อทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติแต่ทว่าไม่ว่าเขาจะพยายามทำอย่างไรมันก็ไม่ได้ผล 

    “ อย่าพยายามอีกเลยคาลอส วันนี้แกต้องตายอยู่ที่นี้แหละและองค์กรเดธการ์เดี้ยนของพวกแกจะต้องถูกทำลายลงอย่างแน่นอน ” ไลท์พูดขึ้น

    คาลอสมองดูไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว มันไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวใครเท่านี้มาก่อนแม้แต่พวกผู้พิทักษ์ของสภาจอมเวทย์หรือนักผจญภัยระดับSS ก็ไม่มีทางทำให้มันหวาดกลัวได้ แม้กระทั้งตัวตนระดับSSในองค์กรก็ไม่สามารถทำให้มันรู้สึกถึงความตายได้

    แต่ตอนนี้ชายหนุ่มที่อายุน้อยคนนี้ คนที่แข็งแกร่งดุจปีศาจกลับทำให้เขารู้สึกถึงความตายอย่างแท้จริงได้ 

    แม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถฟื้นฟูพลังเวทย์แต่ร่างกายถูกทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้มันก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย 

    ความจริงแล้วคาลอสเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งอย่างมากเรียกได้ว่าอันดับต้นๆของSSเลย แม้แต่ทางสภาจอมเวทย์ก็ยังต้องใช้ผู้พิทักษ์สองคนในการรับมือกับคาลอส เพราะไม่ว่าจะเป็นพลังที่เปลื่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นน้ำหรือไม่ก็พละกำลังของเทพปีศาจเทนโซที่แข็งแกร่งเกินมนุษย์ไปไกลและร่างกายที่ฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว 

    เพียงแต่มันก็ต้องมาเจอกับศัตรูที่มีลมปราณที่สามารถป้องกันพลังเวทย์ของมันได้ และยังมีพละกำลังที่เหนื่อกว่าเทพปีศาจเทนโซอีก เรียกได้ว่าไลท์กลายเป็นศัตรูที่คาลอสแพ้ทางที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลย ถ้าหากเป็นคนอื่นล่ะก็ป่านี้คงถูกคาลอสฆ่าตายไปนานแล้ว น่าเสียดายที่มันต้องมาเจอกับไลท์ที่เปรียบเสมือนกับดาวข่มของมัน

    ต่อให้ตีให้ตายคาลอสก็คงไม่คิดฝันว่าดาวข่มของมันได้ปรากฏขึ้นมาแล้วและตอนนี้ก็อยู่เบื้องหน้าของมันอีกด้วย 

    ผ่านไปเกือบสิบนาทีไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ มาต่อกันเถอะคุณกระสอบทราย ” 

    หลังจากนั้นการทรมาณคาลอสก็ได้เริ่มต้นขึ้น

    ความจริงแล้วหลังจากที่คาลอสถูกสะกดไม่ให้เคลื่อนไหวแมคโวลัคก็จะรีบเอากุญแจผนึกเวทย์มาจับตัวคาลอสทันที แต่เมื่อเห็นว่าไลท์ยังคงซ้อมคาลอสอยู่ก็ได้แต่ส่ายหน้าและจัดการกับพวกระดับSขององค์กรเดธการ์เดี้ยนที่เหลือ 

    ด้วยความร่วมมือของแมคโวลัคและคนอื่นๆทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นฝั่งของพวกเขาและฆ่าจอมเวทย์ระดับSไปถึงสามคนเมื่อรวมกับบาสโซ่ที่ไลท์ฆ่าไปตอนแรกก็คือสี่คน เมื่อคนที่เหลือเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วก็รีบหยิบคริสตัลเคลื่อนย้ายออกมาและทำลายทิ้งทันที ก่อนที่จะรีบบินหนีเข้าไปในวังวนสีดำและหายตัวไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งคาลอสไว้ที่นี้

    ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

    คาลอสที่อยู่ในสภาพปกติมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร 

    “ ไอสารเลวแน่จริงแกก็ฆ่าฉันซะสิ ” คาลอสคำรามด้วยความโกรธ

    “ ไม่ล่ะทำไมฉันต้องฆ่าแกตามที่แกบอก? ” ไลท์สายหน้าพร้อมกับต่อยเข้าไปที่หัวของคาลอสอีกครั้ง 

    แมคโวลัคทนไม่ไหวก็เข้ามาหาไลท์ทันที

    “ พอได้แล้วน่าไลท์ ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    ไลท์ที่คิดสักครู่ก็พยักหน้ารับและพูดขึ้นว่า “ งั้นผมขอส่งเจ้าหมอนี้ให้กับคุณแล้วกัน ” 

    “ ขอบใจมากไลท์ ” แมคโวลัคพูดพร้อมกับหยิบกุญแจผนึกเวทย์ใส่มือของคาลอสทันที 

    “ ไอสารเลวสักวันฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้!! ” คาลอสคำรามพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาเกลียดชัง

    “ ฆ่าฉัน? แน่จริงแกก็หลุดออกมาให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยพูด ” ไลท์เย้ยหยัน

    “ ฮึ่มมมมม!!! ” คาลอสกัดฟันแน่นจนเกิดเสียงดัง 

    ไม่นานแมคโวลัคก็สั่งให้คนของเขาพาตัวแมคโวคัลไปขังไว้ในเรือรบก่อน 

    “ ไปจัดการพวกที่เหลือในป้อมปราการให้เสร็จกันเถอะ ” แมคโวลัคพูดขึ้นก่อนที่จะพุ่งตัวลงไปด้านล่างทันที ส่วนคนของสภาจอมเวทย์ที่เหลือเองก็รีบตามลงไปจัดการ

    “ ไลท์นายนี้แข็งแกร่งจริงๆ เกรงว่าแม้แต่ฉันก็ไม่สามารถเอาชนะนายได้แน่ๆ ” นักผจญภัยระดับSคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม เป็นชายอายุประมาณสี่สิบ เป็นคนรูปร่างผอมแห้งสวมชุดคลุมสีเทาใบหน้าดูในมือถือคฑาสีเขียวมรกต ชื่อของเขาคือ เอ็มโฟล 

    ส่วนนักผจญภัยอีกคนที่อยู่ด้านข้างเอ็มโฟลเป็นชายอายุประมาณสามสิบปลาย ใบหน้ายิ้มแย้มดูอบอุ่น ในมือของเขาถือดาบสีเงิน ชื่อของเขาคือ ไทเลอร์ 

    ทั้งสองเป็นนักผจญภัยที่เดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเขาได้รับสัญญาณของสภาจอมเวทย์จึงเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย 

    “ ผมยังต้องฝึกอีกเยอะ ” ไลท์ไม่ได้โอ้อวด เขารู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเขาอยู่มาก แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม 

    “ เธอนี้ถ่อมตัวจริงๆเลยนะ ถ้าหากเป็นฉันเมื่อก่อนแล้วล่ะก็ป่านี้คงได้ประกาศศักดาไปทั่วโลกแล้ว ” ไทเลอร์เป็นฝ่ายพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา 

    “ แล้วไม่ไปช่วยด้านล่างหรอครับ? ” ไลท์ถามพร้อมกับชี้นิ้วลงไปด้านล่าง 

    “ คงไม่ต้องแล้วล่ะให้พวกสภาจอมเวทย์จัดการไปเถอะ เพราะยังไงพวกเราก็แค่ได้รับคำขอให้มาจัดการกับพวกระดับSของเดธการ์เดี้ยน อีกอย่างเธอคิดหรอว่าพวกลูกกระจ๊อกของเดธการ์เดี้ยนจะสู้สภาจอมเวทย์ได้? ” เอ็มโฟลพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ ก็จริง ” ไลท์เห็นด้วย เมื่อตัวการใหญ่อย่างคาลอสโดนจับและพวกระดับSก็หลบหนีกันไปจนหมดแล้ว ทำให้สถานการณ์ด้านล่างกลายเป็นฝั่งของสภาจอมเวยท์ที่ควบคุมอยู่ 

    ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็ดังไปทั่วเมือง ซึ่งเสียงระเบิดนี้ดังขึ้นมากกว่ายี่สิบครั้งเลยทีเดียว 

    “ เกิดอะไรขึ้น ” เอ็มโฟลและไทเลอร์ตกใจ 

    ไลท์เองก็ตกใจเช่นเดียวกันก่อนที่จะมองลงไปข้างล่างก็พบว่ามีการระเบิดขึ้นหลายแห่งทั่วป้อมปราการมาการ์

    “ พวกมันน่าจะวางระเบิดเอาไว้ ” ไทเลอร์พูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้ว

    “ ไอพวกสารเลวเอ้ยแม้ว่าพวกมันจะถูกฆ่าไม่ก็ถูกจับไปเยอะแล้ว แต่พวกมันก็ยังสร้างความเสียหายให้กับที่นี้อย่างหนักเลยจริงๆ ”เอ็มโฟลพูดพร้อมกับจิตสังหาร

    “ ผมขอตัวไปช่วยคนด้านล่างก่อนนะครับ ” ไลท์พูดจบเขาก็หายตัวไปทันที

    “ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ” ไทเลอร์พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้า 

    “ นั้นสินะจะให้รุ่นน้องมาเด่นกว่าพวกเราได้ยังไง ” เอ็มโฟลหัวเราะก่อนที่จะแยกย้ายกันไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ 

    ด้วยการร่วมมือร่วมใจของทุกๆคนทำให้ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีอีกสองร้อยคนที่ต้องเสียชีวิตภายใต้การวางระเบิดในครั้งนี้

    ภาพที่บ้านเรือนถูกทำลายย่อยยับกลายเป็นเศษซากทำให้บรรยากาศในป้อมปราการเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แม้ว่าพวกเขาจะเอาชนะและขับไล่เดธการ์เดี้ยนไปได้ก็ตาม 

    จากนั้นเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง

    ร้านตีเหล็กสวิลดัล 

    ชั้นสองของร้าน

    เดธปาร์ตี้ได้รวมตัวกันและนั่งพูดคุยถึงการต่อสู้ในช่วงที่ผ่านมาแม้แต่สตีฟเองก็ยังมานั่งฟังด้วย 

    “ ไลท์ได้ข่าวว่านายเป็นคนจัดการคาลอสจอมเวทย์ระดับSSของเดธการ์เดี้ยนด้วยตัวคนเดียวงั้นหรอ? ” สตีฟเป็นคนพูดขึ้น ส่วนคนอื่นๆเองก็นั่งฟังด้วยความสนใจ 

    การต่อสู้ของคาลอสและไลท์กลายเป็นที่พูดคุยกันของบุคคลระดับสูงของป้อมปราการมาการ์ ซึ่งส่วนมากจะเป็นสองสหายเอ็มโฟลกับไทเลอร์ที่เป็นคนประกาศเรื่องนี้

    “ ก็ไม่คนเดียวหรอก ตอนแรกก็ได้คุณแมคโวลัคช่วยทำให้คาลอสเสียพลังเวทย์ไปเยอะอยู่เหมือนกัน จากนั้นฉันก็แค่มาเก็บตกที่เหลือ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นลูกพี่ก็สุดยอดอยู่ดี สามารถต่อกรกับระดับSSได้แล้ว ” ไลก้าตะโกนด้วยความตื่นเต้นส่วนคนอื่นๆก็พากันชื่นชม

    หลังจากนั้นทุกคนก็คุยกันต่ออยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั้งลูจน์วิ่งขึ้นมาบอกว่ามีคนของสภาจอมเวทย์มาหาท่านไลท์ 

    ไลท์ลงไปดูก็พบว่าเป็นแมคโวลัคที่เป็นคนมาพบเขา 

    “ ไลท์นายมากับฉันครู่หนึ่งสิ ” แมคโวลัคพูดขึ้น 

    ไลท์ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเดินตามแมคโวลัคไป

    ไม่นานทั้งสองคนก็เดินมาถึงบนยอดผา 

    “ ไลท์นายไม่คิดที่จะเข้าสภาจอมเวทย์จริงๆงั้นหรอ? ” แมคโวลัคถามขึ้น

    “ ใช่ครับ ผมไม่ชอบที่จะฟังคำสั่งใคร ผมชอบการผจญภัยมากกว่าอีกอย่างชีวิตแบบนี้ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ฉันเข้าใจแล้ว ” แมคโวลัคยิ้ม

    “ แล้วเจ้าคาลอสเป็นอย่างไงบ้างครับ? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ตอนนี้เจ้าหมอนั้นอยู่ในคุกที่ค่ายสภาจอมเวทย์แล้ว ตอนนี้ฉันกลัวว่าเจ้าพวกเดธการ์เดี้ยนจะยกคนมาชิงตัวคาลอสฉันจึงรอให้เฟลิกซ์มาที่นี้แล้วค่อยกลับไปพร้อมกัน ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ แล้วทำไมถึงไม่ฆ่ามันไปเลยล่ะ ” ไลท์สงสัย 

    “ พวกเราต้องการให้เจ้านั้นเป็นเหยื่อล่อให้คนของพวกมันบุกเข้ามาชิงตัว จากนั้นพวกเราก็ค่อยกวาดล้างเจ้าพวกนั้นให้หมด ที่ฉันมาที่นี้ก็เพราะฉันอยากจะชวนเธอไปด้วยกัน ” แมคโวลัคพูดขึ้น เขารู้สึกประทับใจความแข็งแกร่งของไลท์ ถ้าหากได้ไลท์มาช่วยเหลือล่ะก็พวกเขาน่าจะจัดการกับเจ้าเดธการ์เดี้ยนได้อย่างแน่นอน 

    ไลท์แสดงท่าทีครุ่นคิดออกมา 

    “ ไม่ต้องกังวลพวกเราสภาจอมเวทย์จะจ้างกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้เอง ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหน? ” ไลท์ถามเพราะเขาต้องการดูอาการของคุณมารานให้เสร็จก่อน เพราะตอนที่คุณมารานตื่นขึ้นโดยที่ไม่มีเขาดูแลเกรงว่าป้อมปราการมาการ์ได้เหลือแต่ซากแน่ๆ

    “ ประมาณสิบถึงสิบห้าวัน ” แมคโวลัคพูดขึ้น เพราะกว่าเฟลิกซ์จะเดินทางมาที่ป้อมปราการมาการ์ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบวันแล้วและการเดินทางที่จะล่อพวกเดธการ์เดี้ยนออกมาก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ

    “ เกรงว่าผมคงไม่สามารถไปกับคุณได้ ” ไลท์ส่ายหน้า

    แมคโวลัคขมวดคิ้วและถามขึ้นว่าทำไม? 

    ไลท์ได้เล่าเรื่องอาการของคุณมารานให้กับแมคโวลัคฟัง

    “ ที่แท้ก็เป็นเธอนี้เองที่ช่วยให้อาการของมารานดีขึ้น ” แมคโวลัคพยักหน้า  

    “ ถ้าหากว่าหลังจากที่มารานตื่นขึ้นมาแล้วเธอก็จะสามารถไปกับพวกเราได้ใช่ไหม? ” แมคโวลัคถามขึ้น 

    “ ครับ ถ้าหากคุณมารานตื่นขึ้นแล้วผมก็จะช่วยสภาจอมเวทย์ได้ ” ไลท์ตอบ

    “ งั้นก็เปลื่ยนแผนรอให้มารานตื่นขึ้นมาก่อนแล้วกัน จากนั้นค่อยเริ่มแผนกวาดล้างพวกเดธการ์เดี้ยน ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ทำไมต้องการให้ผมเข้าร่วมขนาดนั้น? ” ไลท์สงสัย

    “ เพราะถ้าหากพวกมันสามารถทำลายกุญแจผนึกเวทย์ของแมคโวลัคได้ การมีเธออยู่ก็จะทำให้พวกเราสามารถจับมันได้อีกครั้ง ” แมคโวลัคพูดขึ้น 

    ในที่สุดไลท์ก็เข้าใจว่าทำไมสภาจอมเวทย์ถึงให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้ 

    “ แล้วคุณไม่กลัวว่าแผนการนี้จะผิดพลาดหรอครับ? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ แน่นอนว่าต้องมีโอกาศผิดพลาดอยู่บ้างแต่ฉันเชื่อใจนายว่าจะต้องเอาอยู่แน่ๆ ” แมคโวลัคยิ้มขึ้น

    “ อย่ามาคาดหวังอะไรในตัวผมเลยคุณแมคโวลัค ” ไลท์ส่ายหน้า

    “ ฮ่าฮ่า งั้นพวกเรากลับกันเถอะ ” แมคโวลัคพูดขึ้นหลังจากที่บอกเรื่องแผนการกวาดล้างเดธการ์เดี้ยนให้ไลท์ฟัง

    เมื่อกลับมาถึงที่ร้านตีเหล็กสวิลดัล แมคโวลัคก็ทักทายสตีฟเล็กน้อยก่อนที่จะขอตัวไปเฝ้าคาลอสเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น 

    หลังที่ไลท์ขึ้นมาข้างบนทุกๆคนก็พากันถามว่าแมคโวลัคพาไลท์ไปทำอะไร

    จากนั้นไลท์ก็บอกเรื่องเกี่ยวกับการกวาดล้างเดธการ์เดี้ยนให้กับทุกๆคนฟัง

    สตีฟที่ได้ยินว่าไลท์ปฏิเสธแมคโวลัคเพื่อดูแลอาการของมารานก็ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งและชื่นชมนิสัยของไลท์อย่างมาก

    เมื่อทุกคนได้ยินแผนการกวาดล้างเดธการ์เดี้ยนก็พากันแสดงท่าทีตื่นเต้นและตกลงที่จะเข้าร่วมด้วย

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน