ในกลางดึกวันนั้น ขณะที่ทั้งไป๋หลงหลิน จ้าวรั่วซี และลู่เจ๋อ หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เสียงเอะอะและเสียงดาบกระทบกันปลุกทุกคนให้ตื่น ลู่เจ๋อและองค์ชายหนุ่มต่างตื่นตัวและอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อม
หากคนที่บุกเข้ามากลับเป็นองค์ชายสี่ ที่พาทหารหลายนายบุกเข้ามา
“พี่รอง รีบหนีก่อนเร็ว เสด็จพ่อมีราชโองการประหารท่านในวันพรุ่งนี้แล้ว ข้าทนไม่ได้ เลยรีบมาพาท่านหนีไปก่อน”
“เป็นไปได้อย่างไร ปกติเสด็จพ่อไม่เคยทำอะไรบุ่มบ่าม ยังไม่ทรงสอบสวนข้าเลย จะสั่งประหารได้อย่างไร” ไป๋หลงหลานไม่เชื่อ เขาไม่เชื่อว่าฮ่องเต้จะสั่งประหารโดยไม่สอบสวน โดยเฉพาะที่เป็นเขา ผู้ซึ่งเป็นทั้งที่ปรึกษา ที่เสด็จพ่อไว้วางใจมาตลอด และเขาได้ให้สัตย์สาบานไปแล้วว่าเขาไม่ได้ทำ
“โธ่ พี่รอง เสด็จพ่อทรงรักท่านมาก เมื่อมีหลักฐานที่ทำให้คิดว่าท่านทรยศความรัก ความไว้ใจของพระองค์ ก็ยิ่งทรงพิโรธมากเป็นร้อยเท่า พวกท่านรีบหนีไปก่อนเถอะ แล้วค่อยหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากโดนประหารไปก่อน ท่านจะตายไปพร้อมกับได้ชื่อเป็นกบฏนะ เชื่อข้าสิพี่รอง เอาตัวรอดก่อน อย่างไรก็มีโอกาสกลับมาแก้ไข ดีกว่าตายไปทั้งที่ถูกใส่ร้ายแบบนี้”
“แล้วเจ้ามาพาข้าออกไป เจ้าจะเดือดร้อนเสียเอง”
“ไม่ต้องห่วงข้า ข้าเตรียมพยานไว้แล้ว ทหารที่เปลี่ยนเวรรอบดึกนี้ ที่เหลืออยู่เป็นคนของข้าทั้งหมด ไม่มีใครกล้าชี้ตัวข้าหรอก”
“เร็วเถอะ ช้าไปเดี๋ยวจะออกนอกเมืองลำบาก”
ไป๋หลงยวน ไป๋หลงหลาน จ้าวรั่วซี ลู่เจ๋อ และทหารของไป๋หลงยวนอีกสามสี่นาย เร่งเดินทางมาจนถึงบริเวณใกล้ประตูเมือง องค์ชายสี่จึงหยุดม้า แล้วบอกกล่าวกับไป๋หลงหลาน
“ข้าส่งท่านได้แค่นี้นะ แต่ทหารพวกนี้จะคุ้มกันพวกท่านออกนอกเมืองไป”
“ขอบใจเจ้ามากน้องสี่ เจ้ารีบไปเตรียมพยานเถอะ ข้าไม่อยากทำให้เจ้าเดือดร้อน”
องค์ชายสี่ให้ทหารพาพวกเขาออกมาจากวังหลวง และมุ่งหน้าออกนอกเมืองหลวง แต่เมื่อพ้นเขตประตูเมืองมาได้ไม่ไกล ในบริเวณที่ห่างไกลจากบ้านเรือน องค์ชายใหญ่กับทหารวังอีกกลุ่มหนึ่งได้ดักรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ไป๋หลงหลานจึงรู้เมื่อสายไปแล้วว่าเขาถูกทั้งพี่ทั้งน้องหักหลัง องค์ชายสี่เองก็เป็นพวกนั้นด้วยเช่นกัน...
เขาไม่แปลกใจที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นองค์ชายใหญ่ เพราะพอรู้มานานแล้ว เสด็จพี่ใหญ่ไม่เคยเห็นเขาเป็นน้องมาตั้งแต่ยังเด็ก มีแต่เกลียดเขา เพราะแม้เขาเกิดทีหลังถึงเจ็ดปีด้วยกัน แต่ด้วยกำเนิดจากฮองเฮาทำให้ไป๋หลงหลานมีสิทธิ์ในราชบัลลังก์เหนือเขาทันที
หากที่เสียใจมากก็คือเขาไม่เคยคิดว่าองค์ชายสี่จะหักหลังเขา ‘น้องสี่’ น้องน้อยคนเล็กสุดห่างจากเขาถึงสี่ปี ทำให้เขาเอ็นดูพระอนุชาองค์นี้มาก เพราะแต่เด็กก็โดนพี่ชายใหญ่รังแกและคอยทำร้ายจิตใจ ด้วยพระมารดาแห่งองค์ชายสี่เป็นเพียงพระสนมรองที่ถูกส่งมาให้เป็นพระสนมจากเมืองนอกด่านเพื่อกระชับสัมพันธไมตรี องค์ชายสี่จึงโดนราชนิกูลชั้นสูงดูถูกอยู่กลายๆ
ยังดีที่เสด็จพ่อให้ความยุติธรรมกับพระโอรสทุกพระองค์ ให้ตำแหน่งและให้การดูแลพระสนมทุกคนอย่างเท่าเทียม ส่วนฮองเฮาพระมารดาของเขากลับเป็นผู้ที่มีเมตตา และเอ็นดูองค์ชายทุกพระองค์ จะมีก็แต่องค์ชายใหญ่ที่เสด็จแม่ไม่ค่อยได้เอาใจใส่นัก เพราะอายุห่างจากเขาและพระอนุชาหลายปี
เมื่อโตมาเขาจึงเข้าใจว่าเหตุใดพระสนมเอกกุ้ยเฟยจึงคอยหาเรื่องเขาอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อเขาเริ่มเป็นหนุ่ม จึงพอเห็นว่าในใจของเสด็จพ่อมีหญิงที่ทรงรักเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือฮองเฮา เสด็จแม่ของเขานั่นเอง จึงทำให้ทุกคนคิดว่าตำแหน่งรัชทายาทน่าจะเป็นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งด้วยความชอบธรรมแห่งชาติกำเนิด และความรักที่เสด็จพ่อมีให้กับพระมารดาของเขาและตัวเขาเอง
เพียงแต่ด้วยความเป็นฮ่องเต้ที่ทรงความยุติธรรมอย่างยิ่ง เขารู้ว่าเสด็จพ่อต้องการให้เขาก้าวขึ้นตำแหน่งรัชทายาทอย่างเต็มภาคภูมิ และเป็นที่ยอมรับของเหล่าขุนนางและราษฎร จึงทรงทอดเวลาไม่แต่งตั้งตำแหน่งรัชทายาท ให้เวลาเขาพิสูจน์ความสามารถ รวมถึงให้โอกาสพี่น้องของเขาได้แสดงความสามารถอย่างยุติธรรมด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้กุ้ยเฟยยังเป็นคนของตระกูลเว่ย เป็นน้องสาวต่างมารดาของเว่ยซิงหยวน จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดอำนาจแห่งองค์ชายใหญ่จึงแข็งแกร่ง เพราะมีตระกูลแห่งท่านอัครมหาเสนาบดีหนุนหลังอยู่ และตระกูลเว่ยก็ต้องส่งเสริมให้สายเลือดของตระกูลขึ้นสู่ราชบัลลังก์แน่นอน
แล้วก็ด้วยพระปรีชาของฮ่องเต้อีกเช่นกัน ที่ให้อำนาจทางการทหารกับเขาอย่างเต็มที่ เพราะทรงให้ความไว้วางพระทัย และต้องการให้เขาคานอำนาจที่เริ่มมากล้นของตระกูลเว่ยและองค์ชายใหญ่นั่นเอง
เรื่องในครั้งนี้ หากเป็นองค์ชายสามที่ทรยศ เขายังจะพอทำใจได้ เพราะอย่างน้อยก็เป็นพระอนุชาร่วมมารดากับองค์ชายใหญ่ แต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี เพราะพระอนุชาทั้งสองเติบโตมาพร้อมๆ กับเขา อายุห่างจากเขาเพียงสองและสี่ปีเท่านั้น พระอนุชาองค์น้อยทั้งสองพระองค์ติดเขายิ่งกว่าติดเสด็จแม่ของพวกเขาเสียอีก พวกเขาเรียนและเล่น เติบโตมาด้วยกัน ใกล้ชิดกันมาก สมัยช่วงเป็นเด็ก ในตำหนักของฮองเฮา นอกเวลาเรียนมักจะมีแต่เสียงเรียก ‘พี่รอง...พี่รอง’ อยู่แทบตลอดเวลา และภาพที่เหล่าข้าราชบริพารในตำหนักของฮองเฮาก็จะเห็นพระอนุชาน้อยทั้งสองพระองค์เดินตาม ‘เสด็จพี่รอง’ ต้อยๆ ไปทุกที่ เขาจึงรักน้องทั้งสองคนเสมือนเป็นน้องชายร่วมมารดา
ชายหนุ่มจึงเสียใจมาก ที่น้องชายที่เขารักยิ่ง ทรยศเขา องค์ชายสี่ที่ไม่ค่อยได้ยุ่งกับการเมือง ให้ความสนใจแต่เรื่องตำราและศิลปะ แท้จริงแล้วก็หมายตาตำแหน่งรัชทายาทอยู่เช่นกัน
ณ เวลานี้ เขาเข้าใจแผนของ ‘น้องสี่’ แล้ว แท้จริงแล้วการช่วยเขาออกมาเป็นการจัดฉากให้เหมือนกับเขา จ้าวรั่วซี และลู่เจ๋อ แหกคุก เสด็จพ่อมิได้มีราชโองการสั่งประหารใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเขาเองที่ประมาทด้วยความไว้ใจ ซึ่งการทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการยอมรับว่าเขาก่อกบฏและต้องโทษจริงๆ และองค์ชายใหญ่ก็นำทหารออกตามจับนักโทษ เพราะฉะนั้นการสังหารนักโทษแหกคุก อาจจะเป็นการพลั้งมือในระหว่างการต่อสู้ ย่อมสามารถอธิบายให้ฮ่องเต้ยอมรับได้
และก็เป็นไปตามที่คิด ทหารที่มากับองค์ชายใหญ่รุมล้อม ฟาดฟันปลายดาบใส่พวกเขาหมายเอาชีวิต เขาและลู่เจ๋อจำต้องสู้เพื่อป้องกันตัว ต่อให้ฝีมือเขากับลู่เจ๋ออยู่ในขั้นดีมาก แต่ด้วยจำนวนคนที่มากกว่า และต้องคอยป้องกันจ้าวรั่วซี ทำให้พวกเขาเสียเปรียบ
การต่อสู้ดำเนินไปอยู่พักใหญ่ เพราะแม้เขาจะเป็นราชโอรสสูงศักดิ์ หากได้รับการฝึกทหารจนได้ช่วยท่านแม่ทัพออกศึกเอาชนะศัตรูมาแล้ว ฝีมือของทั้งเขาและลู่เจ๋อจึงพอประวิงเวลาอยู่ได้นานพอควร ลำพังเขาสองคนอาจตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ แต่ติดตรงที่เขาต้องคอยป้องกันหญิงสาว จึงทำให้การต่อสู้ไม่ถนัดนัก
จนลู่เจ๋อพลาดท่าโดนกระบี่ฟันที่แขน ทำให้แรงในการต่อสู้ลดน้อยลง แต่เขายังพยายามจะปกป้องทั้งองค์ชายและหญิงสาว จนสักพักใหญ่พวกเขาเริ่มอ่อนแรงเต็มทน ทหารขององค์ชายใหญ่เห็นไป๋หลงหลานเริ่มอ่อนแรง และยังรับมือทหารอยู่อีกด้าน ทำให้มีช่องเปิด ไร้การป้องกันทางด้านข้าง จึงฉวยโอกาสเข้าไปจ้วงแทงหมายสังหารเขาให้ตาย หากจ้าวรั่วซีเห็นก่อน จึงเอาตัวเองเข้าขวางกระบี่ที่พุ่งเข้าหาไป๋หลงหลาน คมกระบี่นั้นจึงพุ่งเสียบตรงเข้าที่บริเวณท้องของเธอ ก่อนเธอล้มลง ทั้งเธอและชายหนุ่มจึงได้เห็นว่า มือของทหารผู้นั้นมีเพียงสี่นิ้ว! นี่เองฆาตกรตัวจริง แต่เธอรู้เมื่อสายไปเสียแล้ว เธอหมดแรง ล้มทรุดตัวลง
“ซีซี!”
ชายหนุ่มรีบรับร่างของเธอเอาไว้ได้ก่อนที่จะทรุดลงที่พื้น หลังจากพลาดเป้าไป ทหารผู้มีสี่นิ้วคนนั้น จึงพุ่งเข้ามาหมายจะจ้วงแทงเพื่อสังหารเขาอีกครั้ง
เสียงฝีเท้าทหารม้าอีกกลุ่มหนึ่งใกล้เข้ามา ทำให้ทหารผู้นั้นชะงัก จังหวะที่ทหารผู้นั้นหันไปตามเสียงฝีเท้าม้า ไป๋หลงหลานจึงถีบเขาล้มลงไปก่อนจะพยุงหญิงสาวที่บัดนี้เลือดไหลจนชุดที่สวมใส่ชุ่มโชกเป็นสีแดง ให้ถอยห่างออกมา
ผู้ที่นำทหารอีกกลุ่มมาคือ ไป๋หลงหลิน ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงัก ตอนนี้เขากำจัดองค์ชายรองได้ไม่ถนัด จึงได้แต่เข้าจับกุม เมื่อทหารขององค์ชายสามมาถึงพอดี
พวกทหารเข้าจับกุมเขาและลู่เจ๋อที่บาดเจ็บกลับไป แต่ทิ้งหญิงสาวเอาไว้ ให้นอนหมดสติอยู่ที่พื้นหญ้าตรงนั้น ไป๋หลงหลานดิ้นรนจะเข้าไปช่วยหญิงสาว หากเหล่าทหารไม่ยอมปล่อยเขา จนองค์ชายสามเข้ามาจับแขนแล้วสบตาให้กับเขา สองพี่น้องจ้องตากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่องค์ชายสามจะพูดเบาๆ กับเขา พร้อมพยักหน้าให้
“สายน้ำแห่งชีวิตตัดไม่ขาด...พี่รองท่านไม่ต้อเป็นงห่วง ข้าจะรับนางไปเอง”
เขาจึงบีบมือพระอนุชา แล้วยอมให้ทหารคุมตัวไป ความหวังของเขาตอนนี้ต้องเดิมพันกับความภักดีของไป๋หลงหลินหรือองค์ชายสามแล้ว ว่าจะทรยศเขาเหมือนพี่น้องอีกสองคนหรือไม่
จ้าวรั่วซี นอนใกล้หมดสติอยู่บนพรมหญ้าเขียวบนพื้นดิน ลมหายใจเริ่มแผ่วเบา เธอรู้ตัวว่าวาระสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว หญิงสาวรำลึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับไป๋หลงหลานและกับพ่อของเธอ โกรธแค้นในความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในโลก แม้ห่างไกลกันเป็นพันปี แต่อำนาจมืดกลับคงกระพัน ยาวนาน
เธอได้แต่หวังว่า สวรรค์จะช่วยผดุงความยุติธรรม บัดนี้ความรักที่เธอมีให้ไป๋หลงหลานกระจ่างแจ้ง ชัดเจนในหัวใจ น่าเสียดายที่มันน่าจะเป็นเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตของเธอแล้ว
เธอขอพรให้เกิดปาฏิหาริย์ให้ไป๋หลงหลานพ้นมลทิน ให้คนชั่วมันได้รับโทษ หากลึกๆ ในใจ เธอเริ่มหวั่นไหว เพราะรำลึกถึงตอนที่หาข้อมูลประวัติศาสตร์เพื่อเทียบกับความฝัน เธอขอพรให้เกิดปาฏิหาริย์ให้ไป๋หลงหลานพ้นมลทิน ให้คนชั่วมันได้รับโทษ หากลึกๆ ในใจ เธอเริ่มหวั่นไหว เพราะรำลึกถึงตอนที่หาข้อมูลประวัติศาสตร์เพื่อเทียบกับความฝัน ภัณฑารักษ์คนนั้นเล่าว่า ในรัชสมัยของฮ่องเต้ไป๋หลงเยว่แห่งราชวงศ์ไป๋นั้นเป็นช่วงกลียุค ซึ่งตอนนี้เธอรู้แล้วว่าฮ่องเต้พระองค์นั้นก็คือองค์ชายใหญ่ นั่นหมายความว่าหลงหลานของเธอคงไม่รอดพ้นเป็นแน่
เธอเคยแอบมีความหวังว่า สวรรค์ส่งเธอกลับมาเพื่อช่วยคนดีๆ อย่างไป๋หลงหลาน แล้วใยมันถึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หากองค์ชายใหญ่ได้ขึ้นครองราชย์ ความอยุติธรรมจะเกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหงในแผ่นดิน กลุ่มพยัคฆ์ดำนั่นก็จะทรงอิทธิพลเหนือราชสำนัก เหนือราชโองการ เหนือการปกครองข้ามกาลเวลาไปจนถึงยุคสมัยของเธอ
แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น สวรรค์จะส่งเธอกลับมาทำไมกัน?
ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย เธอได้แต่หวังว่าประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเธอจะต้องตายไป ก็หวังว่าจะยังมีคนที่แสวงหาความยุติธรรม เพื่อรักษาสมดุลและความสงบสุขของสังคมแทนตัวเธอต่อไป
ภาพสุดท้ายในความคิดคำนึง ยามที่สติระลอกสุดท้ายยังคงเหลือ ดวงตาเธอค่อยปิดลงช้าๆ และภาพที่เห็นกลายเป็นสีดำสนิท เธอเห็นภาพผู้ชายสองคนที่เธอรักมากที่สุดกำลังส่งยิ้มให้เธอ
...พ่อ...หลงหลาน...
--------------------------------------------
ปุกาศ ปุกาศ.... แวะมาบอกว่า e-book ลดราคา (อีกแล้ว!!!) 20% นะคร้า ทาง meb มีจัดแคมเปญ "เทศกาลนิยายจีน" ไรท์จะไม่พาพระสนมกับองค์ชายไปร่วมแคมเปญก็จะกระไรอยู่ 555 อดใจไม่ไหว เลยเข้าร่วมไปแล้ว ไปตกกันได้ที่ลิงก์นี้ได้เลยค่า >> bit.ly/สองภพ
จะได้ไม่ค้างคา อ่านแล้ว กดดาว กดหัวใจ เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ - เลิฟๆ

