ทันใดนั้นมันก็ได้มีตัวนกฮูกอีกหลายตัวบิน มันได้บินโฉบเข้ามาหาเขาเมื่อมาถึงมันไม่ได้โจมตีเขาด้วยกรงเล็บของมันทันทีภูมิมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอดของตัวเองเพราะเขาโจมตีพวกมันไม่ค่อยได้เลย ทั้งบินได้แล้วยังเร็วอีก
จากนั้นพวกมันก็ได้บินวนไปรอบๆ ก่อนจะเข้าโจมตีเขาพร้อมกัน ภูมิได้โจมตีสวนกลับตัวข้างหน้า ส่วนอีกตัวได้พุ่งเข้ามาโดยเล็งที่แผ่นหลังของเขา เขาก็ได้ก้าวไปข้างหน้าทำให้เขาแต่ด้วยความรุนแรงของการโจมตีทำให้เขาเสียหลักล้มกลิ้งไปกับพื้นนี่เป็อีกครั้งที่เขารู้สึกว่าร่างกายที่เป็อยู่ตอนนี้เป็อุปสรรคมาก เขาจึงได้ตัดสินใจกลิ้งมันซะเลย เขากลิ้งหนีไปเรื่อยๆ เมื่อได้โอกาสเข้าก็รับลุกขึ้นวิ่ง ภูมิตัดสินใจวิ่งหนีจากตรงนั้น พวกมันก็บินตามเช่นกัน
ภูมิวิ่งไปเรื่อยๆ โดยอาศัยต้นไม้ช่วยในการบดบังสายตาหรือเป็โล่กำบังโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ จนในตอนนี้การซิงโครไนซ์ของเขาได้หมดไปแล้วจึงทำให้ความเร็วของเขาลดลงพอสมควรเพราะไม่ได้รับค่าสถานะจากการซิงโครไนซ์ แต่เขาก็ยังคงวิ่งต่อไปแม้ว่าพวกมันนั้นจะอยู่ห่างจากเขาในระยะ 2 เมตรมาเกือบจะ 3 นาทีแล้ว แม้จะเหนื่อยมาเพียงใดแต่ด้วยความที่ยังไม่อยากตายเขาจึงได้กัดฟันวิ่งต่อ เขาวิ่งต่อไปอีกราวๆ 2 นาทีก็ได้ไปเจอเข้ากับงูตัวใหญ่ที่กำลังเลื่อยตัดหน้าเขาซึ่งอยู่ไม่ไกล
มอนเตอร์ จงอางั์lv.9
ภูมิตัดสินใจวิ่งเข้าไปหามันใน ใจเข้าก็ได้แต่ภาวนาว่าให้พวกมันต่อสู้กันเองเข้าจะได้โอกาสหลบหนี เ้างูตัวนั้นมองมาที่เขาพร้อมกับส่งเสียงขู่ จากนั้นมันก็ได้พุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
เขี้ยวอันโค้งงอทั้ง 2 หมายจะขบกันเข้าที่ชิ้นเนื้ออันอวบอ้วนแต่ทว่ามันกลับกัดพลาดเมื่อเนื้อชิ้นนั้นะโหักหลบได้อย่างเฉียดฉิว มันส่งเสียงเหมือนโมโหเมื่อเ้าเนื้อก้อนใหญ่ได้หลุดรอดจาก คมเขี้ยวของมันไปได้ มันได้ใช้หางตวัดพาดดักหน้าของภูมิอย่างรุนแรงจนร่างของภูมิแทบจะแตกเป็เสี่ยงๆ เขากระอักเืออกมาเป็สายพร้อมกับร่างที่ล่องลอยไปหลายเมตร
"ตุ๊บ"
ร่างของเขากะแทงพื้นอย่างรุนแรงพร้อมกับกระอักเืออกมาอีก2 ครั้งด้วยความเ็ปเหมือนซี่โครงจะหักไปหลายซี่ทำให้เขานอนนิ่งหอบหายใจเสียงดัง ภูมิได้ใช้ความพยายามอย่างมากว่าจะลุกขึ้นนั่งได้ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเป็ปมเมื่อเขาขยับร่างกายแต่เขาก็ต้องทำเพราะเ้างูตัวใหญ่มันได้พุ่งมาหาเขาอีกครั้ง แต่ดูเหมือน์จะยังไม่อยากให้เขาเป็อาหารของมัน
…………………………………………
ก่อนหน้านี้ 1 วัน
ในห้องแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมืองหลวงของประเทศ T ในห้องแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในตึกขนาดใหญ่หลายชั้น ในห้องเป็โต๊ะตัวที่ที่ยาวหลายเมตร มีเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งซ้ายได้มีชายแก่เคราขาวโพลนมันยาวจนถึงกลางอกและผมสีเดียวกันซึ่งยาวจนถึงไหล่ เขาสาวใส่ชุดกาวสีขาวเหมือนนักวิจัยกำลังนั่งอยู่ บนโต๊ะตรงหน้าของเขาได้มีกระดาษแผ่นบางวางอยู่ ด้านขวามือของเขามีเก้าอี้ที่ว่างอยู่อีก4ตัวตรงหน้าเขาก็มีชายที่น่าจะมีอายุใกล้เกษียณอายุราชการแล้วดูจากผมที่มีสีขาวขึ้นแซมและใบหน้าที่เหี่ยวย่น เขาใส่ชุดทหารผมสั้น เขานั่งเอามือกอดอกพร้อมทั้งหลับตา และด้านซ้ายมือของเขาก็มีเก้าอี้ว่างที่ถูกวางตามโต๊ะเช่นกันละพวกเขานั่งอยู่สุดขอบโต๊ะ และใกล้ตรงหัวโต๊ะที่มีเก้าอี้หนังสีดำซึ่งกำลังว่างอยู่
จากนั้นประตูห้องได้ถูกเปิดออกได้มีชายใส่ชุดสูทสีดำราคาแพง ตรงกลางศีรษะของเขาไร้ซึ่งเส้นผมได้เดินเข้ามาจากนั้นเขาก็ได้เดินไปนั่งตรงหัวโต๊ะตรงเก้าอี้หนัง
"ขอโทษที่ให้รอ พอดีงานยุ่งนิดหน่อย มาเข้าเื่กันเลยจะได้ไม่เสียเวลา"
เมื่อนั่งลงเขาก็ได้เปิดปากพูดทันที
"ตอนนี้ได้มีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศของเรา นั้นคือเ้าสิ่งนี้"
เขาได้เอารูปถ่ายออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะ ในรูปภาพทั้ง 2 มันมีรากไม้สีน้ำตาลเส้นเล็กเท่านิ้วหัวแม่มือหลายเส้นโค้งงอเข้าหากันจนเป็เหมือนซุ้มประตูอันใหญ่ตรงกลางข้างในประตูนั้นก็ได้มีแสงสีรุ่งกำลังหมุนเห็นเหมือนกับก้นห้อยและตรงกลางที่เป็ศูนย์รวมนั้นก็เป็เหมือนก้อนกลมๆ สีดำ แต่อีกรูปเหมือนกันทุกอย่างยกเว้นตรงกลางที่เป็สีม่วง ทั้ง 2 คนที่นั่งอยู่ก่อนได้จ้องมองภาพบนโต๊ะ
ก่อนที่ชายหัวล้านจะกล่าวขึ้น
" พวกเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ฉันได้สั่งให้คนของฉันกันประชาชนให้ออกห่างจากพื้นที่แล้ว เพื่อป้องกันเหตุการณ์อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง ฉันจึงอยากให้นายสั่งคนของนายให้ออกตามหาและกันผู้คนออกจากมันก่อน และนายต้องเตรียมคนของนายให้พร้อมเพื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเราจะได้รับมือได้ทัน"
ขณะที่พูดเขาก็จ้องมองไปที่ชายที่ใส่ชุดทหารอยู่ตลอดเวลา
"ได้"
ชายในชุดทหารกล่าวตอบ
"ส่วนคุณดอกเตอร์ผม้าให้คุณช่วยตรวจสอบมันให้หน่อยว่ามันคืออะไรแล้วเป็อันตรายหรือไม่"
"ผมได้ตรวจสอบมันมาแล้วนิดหน่อยแล้วก่อนที่ฉันจะเดินทางมาและตามที่ได้สอบถามกับเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศก็มีความเห็นเหมือนกันคือมันจะทำหน้าที่เป็ประตูที่ส่งเราไปอีกที่หนึ่งแต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน "