สุดยอดนักผจญภัย

ข่าวร้าย

หลังจากที่โคบี้ไปแล้วไลท์ก็นั่งลงที่โซฟา

“ ฉันสงสัยว่าทำไมคุณซัมเมอร์ถึงไม่ให้พวกเราดูแลสมาคมนักผจญภัยเอง? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความสงสัย

“ เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะนายเป็นเจ้าเมืองน่าจะมีหน้าที่รับผิดชอบเยอะแล้วเขาจึงหาคนอื่นมาดูแลให้แทนก็ได้ ” เบเรียลตอบออกมา

ไลท์ยักไหล่และเลิกคิดเรื่องนี้ไป

ไม่นาาเครื่องมือสื่อสารของไลท์สั่นขึ้น

“ ลูกพี่เผ่าปีศาจยกทัพบุกโจมตีอีกแล้ว ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไลท์หรี่ตาลงก่อนที่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ จู่ๆเผ่าปีศาจมันก็บุกโจมตีเผ่าอื่นๆอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามังกร เผ่าเอลฟ์ เผ่าคนแคระและเผ่ามนุษย์ ซึ่งครั้งนี้พวกมันยกพลมาไม่ต่ำกว่าสองร้อยล้านตัวเลยทีเดียว นอกจากนี้พวกมันโจมตีนอกหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยครับ ” ไลก้าตอบ

เมื่อได้ยินที่ไลก้าบอกไลท์ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าเผ่าปีศาจจะบุกโจมตีเผ่าอื่นๆอีกครั้งทั้งๆที่พวกมันเพิ่งจะเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมากในช่วงสงครามระหว่างเผ่าเอลฟ์ นอกจากนี้กำลังพลที่พวกมันยกมาก็มากถึงสองร้อยล้านตัว นับว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากๆ 

“ แล้วนายรู้เรื่องนี้ได้อย่างไง? ” ไลท์สงสัย

“ ฟลินท์บอกมาครับ ” ไลก้าตอบ

ฟลินท์คือลูกชายคนรองของผู้นำตระกูลฟรอส หนึ่งในห้าตระกูบผู้พิทักษ์

“ ฉันเข้าใจแล้วแต่ฉันยังไม่เข้าไปในหอคอยแห่งนิรันดร์ ฉันจะจัดการกับกองทัพีศาจที่อยู่ด้านนอกก่อน ส่วนนายก็นำคนอื่นๆไปที่สภาจอมเวทย์ก่อน ” ไลท์พูดจบเขาก็วางสายไป

“ เกิดอะไรขึ้นหรอไลท์? ” เบเรียลถามด้วยความสงสัยเพราะเธอเห็นสีหน้าของไลท์ที่ดูจริงจัง

“ ไลก้าบอกมาว่าตอนนี้เผ่าปีศาจได้ยกพลมากกว่าสองร้อยล้านตัวบุกโจมตีเผ่าอื่นๆ ” ไลท์พูดขึ้น

สีหน้าของเบเรียลแสดงสีหน้าตกใจและกลายเป็นจริงจังขึ้นมา

ทันใดนั้นเครื่องมือสื่อสารของไลท์ก็สั่นขึ้นอีกครั้ง

“ ไลท์ตอนนี้เผ่าปีศาจได้ยกทัพบุกโจมตีเผ่าอื่นๆอีกครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งภายในและภายนอกหอคอยแห่งนิรันดร์อีกด้วย  ” เฟลิกซ์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไลท์ได้ยินเรื่องนี้มาจากไลก้าแล้วจึงทำให้เขาไม่ได้รู้สึกตกใจ

“ แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับ? ” ไลท์ถามขึ้น

“ ตอนนี้พวกมันกำลังรวบรวมกำลังพลกันอยู่ ซึ่งคาดว่าจำนวนของพวกปีศาจน่าจะมากกว่าสองร้อยล้านตัวเลย ส่วนทางด้านนอกของหอคอยแห่งนิรันดร์พวกเราคิดว่าจำนวนของพวกมันน่าจะมีประมาณห้าสิบล้านตัวขึ้นไป ส่วนเวลาที่คาดว่าจะเกิดสงครามจริงๆก็น่าจะประมาณสามเดือนถึงสี่เดือนข้างหน้า ” เฟลิกซ์ตอบ

“ อีกสามสี่เดือนสินะ แล้วคุณเฟลิกซ์รู้ไหมว่าเพราะอะไรพวกปีศาจถึงได้บุกโจมตีเผ่าอื่นๆในเวลานี้? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความสงสัย

“ เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันแต่จากสายของพวกเราที่อยู่ในทวีปปีศาจบอกข้อมูลมาว่าตอนนี้พวกมันได้ทำการปลุกเทพปีศาจขึ้นมาสามตัวแล้ว และเป็นเทพปีศาจทั้งสามได้สั่งให้บุกโจมตีเผ่าอื่นๆ แต่ไม่รู้ว่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ” เฟลิกซ์ตอบ

เทพปีศาจหลุดออกมาแล้วสามตัว? 

ไลท์แสดงสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเก่า เทพปีศาจตามที่คุณคูเลย์ซินบอกมา พวกมันมีความแข็งแกร่งมากแม้กระทั้งคุณคูเลย์ซินที่เป็นถึงฑูตสวรรค์ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ และการที่พวกมันหลุดออกมาจากนรกได้แบบนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่

“ เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะดูแลทางฝั่งโลกภายนอกเอง ผมขอฝากภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยนะครับ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวทางนี้จะทำลายพวกปีศาจเหล่านั้นให้เอง ” เฟลิกซ์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่จะเป็นเอลซ่าที่เดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าหวาดกลัว

“ ท่านไลท์ ท่านเบเรียล ตอนนี้พวกปีศาจได้ยกพลกว่าสองร้อยล้านตัวบุกโจมตีเผ่าอื่นๆในหอคอยแห่งนิรันดร์ นอกจากนี้ยังมีเผ่าปีศาจอีกมากกว่าห้าสิบล้านตัวบุกโจมตีเผ่ามนุษย์ที่อยู่ด้านนอกของหอคอยแห่งนิรันดร์อีกด้วย ” เอลซ่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

ไลท์มองไปที่เอลซ่าและรู้สึกว่าการที่เขามีสำนักข่าวเวิล์ดไวด์เป็นหน่วยข่าวกรองนับว่าเป็นเรื่องที่ดี

เบเรียลบอกให้เอลซ่าเงียบก่อนเพราะไลท์คุยธุระอยู่

หลังจากที่ไลท์วางสายไป 

เอลซ่าก็พูดขึ้นอีกครั้งถึงเรื่องที่เผ่าปีศาจได้บุกโจมตีเผ่าอื่นๆที่อยู่ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์และโจมตีเผ่ามนุษย์ที่อยู่ด้านนอกหอคอยแห่งนิรันดร์

“ ฉันรู้เรื่องนี้แล้ว ” ไลท์พูดขึ้น

เอลซ่ามองไปที่ไลท์ด้วยความประหลาดใจเพราะเธอไม่คิดเลยว่าไลท์จะรู้เรื่องนี้ก่อนที่เธอจะนำข่าวมาบอกเสียอีก แต่เมื่อเธอนึกถึงความสัมพันธ์ของท่านไลท์กับสภาจอมเวทย์ ไม่แปลกที่เขาจะรู้ข้อมูลนี้อย่างรวดเร็ว

“ แล้วท่านไลท์จะทำอย่างไรต่อค่ะ? ” เอลซ่าถามด้วยความสงสัย

“ ฉันจะทำลายเผ่าปีศาจที่นี้ก่อนแล้วค่อยไปจัดการกับเผ่าปีศาจที่อยู่ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ ซึ่งฉันจะให้เดธปาร์ตี้ทุกๆคนประจำการอยู่ที่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ด้วยเหมือนกัน และที่เมืองนี้ฉันจะให้เบเรียลและเดซี่คอยดูแลไปก่อน ” ไลท์พูดขึ้น

เนื่องจากตอนนี้เบเรียลได้ทะลวงขั้นจิตวิถึอมตะแล้ว ทำให้ความแข็งแกร่งของเบเรียลเทียบเท่ากับตัวตนระดับSSแล้ว และเมื่อเธอต่อสู้อย่างเต็มที่เธอก็จะเกือบจะอยู่ในระดับSSSเลยทีเดียว นับว่าเธอแค่แข็งแกร่งพอที่จะนั่งประจำการอยู่ที่เมืองรุ่งอรุณ

นอกจากนี้ยังมีเดซี่อยู่ด้วยเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่เป็นห่วงเมืองรุ่งอรุณแม้แต่นน้อย

“ ท่านไลท์ ฉันสามารถนำเสนอข่าวที่ว่าท่านไลท์จะอยู่ที่ด้านนอกหอคอยแห่งนิรันดร์และเป็นด่านหน้าของมนุษย์ให้กับทุกๆคนได้ไหมค่ะ? ” เอลซ่าถามขึ้น

“ ก็แล้วแต่เธอ ” ไลท์หัวเราะออกมา 

“ เข้าใจแล้วค่ะท่านไลท์ ” เอลซ่ายิ้มก่อนที่รีบขอตัวออกไปเขียนข่าวทันที

“ นายจะไปตัวคนเดียวเลยงั้นหรอ? อย่างน้อยก็พาเดซีทไปด้วยก็ได้ ” เบเรียลถามด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ว่าเผ่าปีศาจด้านนอกหอคอยแห่งนิรันดร์จะไม่ได้แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ แต่พวกมันก็มีจำนวนมากถึงห้าสิบล้านตัว ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าสงครามที่ผ่านมาเสียอีก 

“ ฉันจะนำหน่วยลับเทพยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่งไปด้วย ซึ่งฉันจะให้พวกเขาฝึกฝนฝีมือในการต่อสู้ครั้งนี้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

แม้ว่าหน่วยลับเทพยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้จะยังไม่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกสักพักถึงจะเติบโตได้อย่างเต็มที่ แต่ไลท์คิดว่าด้วยเวลาอีกประมาณสามเดือนก็น่าจะทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งในระดับCหรือระดับBแล้ว ซึ่งเพียงพอต่อการเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้แล้ว

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝึกฝนตัวเองมานานกว่าสองเดือนแล้วและยังมีเวลาอีกสามเดือนเมื่อรวมกันเป็นเวลาห้าเดือน ซึ่งมันก็เพียงพอต่อการเข้าร่วมสงครามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว

ในวันนั้นข่าวเรื่องที่เผ่าปีศาจได้รวบรวมกำลังพลมากกว่าสองร้อยล้านตัวในการบุกโจมตีเผ่าอื่นๆในหอคอยแห่งนิรันดร์และอีกห้าสิบล้านตัวที่โลกภายนอกก็ทำให้ทั่วทุกพื้นที่เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาโดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดกับเผ่าปีศาจ

เมื่อข่าวนี้ได้กระจายไปทั่วโลก สภาจอมเวทย์สั่งให้อพยพผู้คนที่อยู่ในเมืองที่ติดกับชายแดนทันทีและสั่งรวมรวบกำลังทหารทั้งหมดจากอาณาจักรต่างๆที่อยู่ภายนอกหอคอยแห่งนิรันดร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 

นอกจากนี้ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ สภาจอมเวทย์ก็สั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางไปยังชายแดนที่ติดกับเผ่าปีศาจเพื่อสร้างฐานที่มั่นในการป้องกันการโจมตีของเผ่าปีศาจ นอกจากนี้ก็ยังให้เมืองทุกๆเมืองส่งกำลังทหารมาด้วย ไม่ว่าจะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขอให้ช่วยส่งมาเป็นกำลังสนับสนุน เพราะถ้าหากพื้นที่ชายแดนพ่ายแพ้และพวกปีศาจบุกเข้ามาได้จะทำให้ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องตกตาย

เมืองรุ่งอรุณเองก็เรียกรวมตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมืองทันที

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงรู้ว่าที่เมืองนี้เบเรียลและเดซี่ยังคงเฝ้าอยู่ที่เมืองก็ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสบายใจขึ้นมาหน่อย เพราะพวกเขารู้ดีว่าเดธปาร์ตี้นั้นได้กวาดล้างองค์กรมืดไปเป็นจำนวนมากรวมไปถึงห้าองค์กรมรณะที่พวกเขามีส่วนร่วมในการทำลายไปถึงสี่

ถ้าหากจู่ๆพวกองค์กรมืดอาศัยจังหวะนี้ในการบุกเข้ามาพวกเขาก็คงไม่สามารถต้านทานได้เลย แต่ถ้าหากมีเบเรียลและดซี่เฝ้าอยู่ก็สามารถไว้วางใจได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้ไลท์ยังรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้

เมื่อครูฝึกประกาศเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันคนต้องการที่จะไปยังสงครามเพื่อที่จะฝึกฝนและพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ดีไม่ดีพวกเขาอาจะมีชื่อเสียงขึ้นมาก็ได้

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันต้องการที่จะไปสู้ในสงครามครั้งนี้ด้วย ไลท์จึงรู้สึกมีความสุขก่อนที่เขาจะตัดสินใจให้ครูฝึกคัดเลือกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหนึ่งพันคนที่จะเดินทางไปยังชายแดนของมนุษย์ 

ส่วนการเดินทางไปยังชายแดนของมนุษย์นั้นไลท์ได้ทำการสร้างเรือบินเอาไว้แล้ว แม้ว่าจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการสร้างขึ้นมาแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา 

ตอนนี้เมืองรุ่งอรุณได้สร้างเรือบินมาแล้วถึงห้าลำ ซึ่งแต่ละลำก็มีขนาดใหญ่โตอย่างมาก สามารถจุคนได้มากกว่าห้าพันคนเลยทีเดียว

ไลท์เรียกให้คนนำแผนที่ของพื้นที่ของโลกภายนอกมาให้ที่ห้องทำงานของเขา 

บนโต๊ะ แผนที่ขนาดใหญ่ถูกกางอยู่บนโต๊ะ 

ไลท์มองดูแผนที่ด้วยแววตาจริงจังและพบว่าทวีปวอเตอร์ไดซ์ที่เขาอยู่นั้นอยู่ห่างจากชายแดนของมนุษย์และปีศาจไม่ไกลมากนั้น

ทวีปที่ติดอยู่กับชายแดนของทวีปปีศาจก็คือทวีปพาราไดซ์ 

ทวีปวอเตอร์ไดซ์ติดกับทวีปพาราไดซ์

การเดินทางจากเมืองรุ่งอรุณไปยังทวีปพาราไดซต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆครึ่งเดือนและ ถ้าหากต้องการเดินทางไปยังชายแดนก็ต้องเดินทางอย่างน้อยๆอีกหนึ่งเดือน ซึ่งก็คือการเดินทางนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนครึ่ง 

แต่ไลท์คิดว่าเขาจะออกเดินทางให้ถึงก่อนสองเดือนเพราะเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ไม่รู้ว่าเผ่าปีศาจจะบุกโจมตีอย่างรวดเร็วหรือเปล่า ถ้าหากเขาไปถึงก่อนก็สามารถป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้

วันต่อมา 

ไลท์เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าร่วมสงครามพร้อมกับหน่วยลับเทพยุทธ์ 

ตอนสายๆที่ห้องของศูนย์บัญชาการเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำวจหนึ่งพันคนพร้อมกับครูฝึกอีกห้าคน รวมไปถึงหน่วยลับเทพยุทธ์ที่สวมชุดคลุมสีดำพร้อมกับหน้ากากของสัตว์ชนิดต่างๆ 

ครูฝึกทั้งห้าคนนี้ได้ตกลงที่จะถอนตัวออกมาจากสภาจอมเวทย์และเข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณ 

เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมไปถึงครูฝึกรู้ดีว่าหน่วยลับเทพยุทธ์คืออะไรและมีหน้าที่อะไร เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงรู้สึกอิจฉาพวกเขาอย่างมากที่ได้เข้าร่วมกับหน่วยลับและยังได้รับการฝึกฝนจากท่านไลท์โดยตรงอีกด้วย

ไม่นานไลท์ก็มาถึงพร้อมกับสวชุดคลุมของเมืองรุ่งอรุณ 

ไลท์มองดูแววตาของทุกๆคนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังทำให้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างมากแต่สงครามไม่ใช่อาศัยความมุ่งมั่นและจริงจังจะสามารถฆ่าศัตรูได้ 

“ ฉันอยากจะบอกว่าสงครามนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย ถ้าหากพวกนายประมาณก็เตรียมบอกลาชีวิตของพวกนายได้เลย ในสงครามฉันไม่สามารถดูแลชีวิตของทุกๆคนได้เพราะฉะนั้นถ้าหากตายขึ้นมาก็คงได้แต่โทษตัวเอง เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ทุกๆคนใช้เวลาที่เหลือให้เต็มที่ก่อนที่จะเข้าร่วมสงคราม นอกจากนี้ถ้าหากใครมีครอบครัวอยู่ก็ให้เขียนจดหมายเอาไว้ให้กับครอบครัวด้วย ” ไลท์พูดขึ้น

สีหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครูฝึกและหน่วยลับเทพยุทธ์ก็ยังเต็มไปด้วยความจริงจังและมุ่งมั่นเหมือนเดิม พวกเขาเตรียมตัวที่จะตายในสงครามครั้งนี้

“ ยอดเยี่ยมมาก ฉันในฐานะเจ้าเมืองรุ่งอรุณ ฉันจะมอบสมบัติให้กับทุกๆคนในการฝึกฝนตัวเองเพื่อที่ทุกๆคนจะสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นไม่มากก็น้อย เพราะไม่แน่ว่าอาจจะมีชีวิตรอดในสงครามที่จะเกิดขึ้นก็ได้ ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะโบกมือเบาๆ 

สมบัตินับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นและลอยไปหาทุกๆคนทันที

ซึ่งสมบัติทั้งหมดคือสมบัติที่มีพลังเวทย์รวมไปถึงมานาคริสตัลระดับสูงอีกสิบก้อนต่อหนึ่งคน 

เมื่อทุกๆคนเห็นของที่ท่านไลท์มอบให้ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ไลท์คิดว่าด้วยสมบัติขนาดนี้ทำให้ทุกๆคนอย่างน้อยๆจะสามารถมีความแข็งแกร่งในระดับCหรือBได้อย่างแน่นอน และเมื่อเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนก็จะมีความแข็งแกร่งขึ้นทำให้พวกเขาเอาตัวรอดในสงครามที่จะเกิดขึ้นได้

หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จแล้วไลท์ก็กลับไปเตรียมตัวที่บ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมไปถึงหน่วยลับเทพยุทธ์ พวกเขาต่างก็รีบนำสมบัติที่ท่านไลท์มอบให้ฝึกฝนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น

 

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน