บทที่ 37 เกือบอัมพาต
เห็นซางเฟยหว่านเดินเข้ามาเงียบ ๆ ไป๋จวิ้นก็ปลอบใจตัวเองว่า “แม่ฉันบินหนีไปอีกแล้ว แต่ท่านก็ยังดีกับฉันมากกว่าพ่อ อย่างน้อย ก็ยังยอมสละเวลากลับมาเยี่ยมฉัน”
พูดไปน้ำตาก็ไหลรินออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เห็นซางเฟยหว่านขมวดคิ้วแน่น ไป๋จวิ้นก็พูดว่า “คุณย่า เธอมองฉันแบบนี้ทำไม เธอก็รู้สึกว่าฉันน่าสงสารใช่ไหม”
เขาพูดอย่างเอาแต่ใจ “ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใครทั้งนั้นแหละ!”
ซางเฟยหว่านพูด “ฉันไม่ได้รู้สึกว่านายน่าสงสาร และไม่ได้คิดจะสงสารนายด้วย ลองดูห้องพักของนายสิ แล้วก็… ยาที่นายกินก็ดูแพง คนที่น่าสงสารจริง ๆ คือคนที่ป่วยแล้ว แม้แต่โรงพยาบาลก็เข้าไม่ได้ต่างหาก”
ไป๋จวิ้นรู้สึกได้รับการปลอบโยนขึ้นมาทันที เขายิ้มเจื่อน ๆ แล้วตอบ “พอเทียบกันแบบนี้แล้ว ฉันก็ดูเหมือนจะไม่ได้แย่นัก คุณย่ามองฉันแบบนั้นหมายความว่าไง”
ซางเฟยหว่านพูด “ฉันแค่รู้สึกว่านายตัวเหม็นมากจนทำฉันแสบจมูก”
“...”
ไป๋จวิ้นนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่
หลังจากประสบอุบัติเหตุ ทั้งเขาตัวเต็มไปด้วยเลือด คราบเหงื่อ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วยังมีกลิ่นฉุนของถุงปัสสาวะที่แขวนอยู่ข้างเตียง ไม่เหม็นก็แปลกแล้ว!
โดนเธอรังเกียจแบบนี้ ไป๋จวิ้นก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง
“ฉันก็อยากอาบน้ำให้สะอาดเหมือนกัน แต่มันทำไม่ได้ และต่อไปก็คงจะไม่ได้อาบน้ำอย่างสบายใจอีกแล้ว...”
สำหรับคนที่เป็นอัมพาต การอาบน้ำเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย แม้ว่าเขาจะมีเงินจ้างพยาบาลพิเศษได้มากมาย แต่มันก็ไม่สะดวกสบายเท่ากับการยืนอาบน้ำด้วยตัวเอง
ซางเฟยหว่านทำได้เพียงกัดฟันทนกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เธอเดินเข้าไปใกล้ ๆ เตียงแล้วใช้นิ้วจิ้มไปที่ขมับของเขา
เมื่อคืนตอนที่ซางเฟยหว่านใช้ปราณวิญญาณรักษาเขา ชายหนุ่มยังคงหมดสติอยู่ มีเพียงความรู้สึกเท่านั้นที่รับรู้ได้
ในตอนนี้ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนที่ปลายนิ้วของซางเฟยหว่าน ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย จากนั้น ก็รวมตัวกันที่กระดูกสันหลัง ทำให้เขารู้สึกเหมือนแผ่นหลังกำลังจะลุกเป็นไฟ
เขาร้อนจนเหงื่อท่วมตัว ราวกับมีไฟมาสุมอยู่ที่กลางหลัง
เขาพยายามอดทน จนกระทั่งใกล้จะทนไม่ไหว จึงร้องออกมา
กระแสความร้อนนั้นก็พุ่งจากกระดูกสันหลังไปยังก้นกบ และไหลลงสู่ขาของเขา
ไป๋จวิ้นดีใจไม่น้อย ขาเขามีความรู้สึกแล้ว! เมื่อขาเขากลับมามีความรู้สึก เขาก็จะไม่เป็นอัมพาตอีกต่อไป!
ซางเฟยหว่านดึงมือกลับ แล้วเอ่ยว่า “นายไม่เป็นอัมพาตแล้ว แต่ถ้าครั้งหน้ายังทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้อีก ฉันจะไม่เสียแรงช่วยนายแล้ว เข้าใจไหม”
ขาของไป๋จวิ้นขยับได้แล้ว เขายังสามารถลุกขึ้นนั่งเองได้อีกด้วย เพียงแต่การเคลื่อนไหวที่มากเกินไป ทำให้เขาต้องเผชิญกับความลำบากใจชั่วขณะเมื่อไปโดนสายสวนปัสสาวะ โชคดีที่ซางเฟยหว่านรังเกียจกลิ่นตัวของเขา จึงหันหลังไปนั่งที่โซฟาข้าง ๆ แล้ว จึงไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีเขินอายของเขา
“ในเมื่อเธอรักษาขาของฉันได้ง่าย ๆ แบบนี้ ทำไมเมื่อคืนตอนปลุกฉันถึงไม่รักษาให้หายไปซะทีเดียวล่ะ”
“เมื่อคืนนายอ่อนแอเกินไป ฉันกลัวว่านายจะทนไม่ไหว”
“อย่างนี้นี่เอง ความสามารถของเธอมันน่าอัศจรรย์มาก! ถ้าเธอเปิดโรงพยาบาล ต้องเป็นหมอเทวดาอันดับหนึ่งของโลกแน่!”
“ปราณวิญญาณของฉันมีค่ามาก ไม่สามารถใช้มันสุรุ่ยสุร่ายได้หรอกนะ”
“ปราณ... ปราณวิญญาณ? เหมือนกับการบำเพ็ญตนของพวกเซียนเลยแฮะ คุณย่า เธอเป็นใครกันแน่?”
“เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถามให้มากความ และอย่าให้คนอื่นรู้เรื่องนี้” ซางเฟยหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “บัญชีผู้ใช้ของฉันถูกระงับ ฉันว่าเป็นฝีมือแม่ของนายแน่”
“ฉันจะให้คนปลดบล็อกให้เดี๋ยวนี้! วางใจได้! แค่ฉันเอ่ยปากคำเดียวก็เรียบร้อยแล้วล่ะ!”
ไป๋จวิ้น พูดพลางหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อออกมา จากนั้นก็กดหมายเลขโทรออก
“ประธานสวี่ใช่ไหมครับ? ช่วยปลดบล็อกบัญชีไลฟ์สดให้หน่อย ชื่อบัญชีว่า ‘2,000 หยวนต่อหนึ่งคำถาม’... อะไรนะครับ? แม่ผมสั่งบล็อก… คุณปลดไม่ได้? เรื่องแม่ผม เอาไว้ผมจะไปคุยเอง คุณปลดให้ผมก่อน ท่านประธาน…. ท่านประธาน... วางสายไปแล้ว?”
“ไม่เป็นไรนะคุณย่า อย่าเพิ่งรีบร้อนไป เดี๋ยวฉันโทรหาแม่ก่อน”
“ฮัลโหล แม่ครับ แม่ช่วยโทรหาฝ่ายจัดการบัญชีผู้ใช้ใน Whale Live ให้หน่อยได้ไหมครับ ขอให้ปลดบล็อกบัญชีที่โดนแบนไปแล้วให้หน่อย… ไม่ได้เหรอครับ!? ทำไมถึงไม่ได้ล่ะ! ฟังผมก่อนสิ มันไม่ใช่อย่างที่แม่คิด… แม่ครับ? แม่!... แม่ก็มาวางสายใส่ฉันอีกเหรอ!”
“ไม่เป็นไร ไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวฉันโทรหาพ่อก็ได้ คุณย่า ใจเย็น ๆ ก่อนนะ”
“ฮัลโหล พ่อครับ ผมเอง… วางสายอีกแล้วเหรอ?”
ไป๋จวิ้นรู้สึกอยากเอาหัวโขกกำแพงตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ใคร ๆ ก็บอกว่าเขาเป็นคุณชายใหญ่ เป็นคุณชายน้อยแห่งตระกูลไป๋ แต่เรื่องแค่นี้กลับจัดการไม่ได้ เขาเป็นคุณชายแบบนี้ได้ยังไงกัน!
ไม่ได้! เขาจะยอมให้คุณย่ามาดูถูกฐานะคุณชายของเขาไม่ได้เด็ดขาด!
ไป๋จวิ้นจึงโทรหาไป๋เฉิงเฟิง ผู้เป็นพ่ออีกครั้ง
หลังจากโดนกดตัดสายไปสามครั้ง ในที่สุด ไป๋เฉิงเฟิงก็ยอมรับสาย
“พ่อกำลังประชุมอยู่ แกจะวุ่นวายอะไรนักหนา มีเรื่องอะไรก็ไปหาแม่แกสิ!”
ไป๋จวิ้นพูดเสียงเบาว่า “พ่อ ผมเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์”
ได้ยินลูกชายพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสารแบบนั้น ไป๋เฉิงเฟิงจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “พ่อได้ยินแม่ของแกบอกแล้ว อาจจะเป็นอัมพาต แกไม่ต้องกังวล ตราบใดที่แกยังเป็นคนของตระกูลไป๋ ตระกูลไป๋จะเลี้ยงดูแกไปจนแก่”
ชั่วขณะหนึ่ง ไป๋จวิ้นก็ไม่รู้ว่า ตนเองควรจะดีใจหรือเสียใจดี
เขาดีใจ ที่แม้พ่อของเขาจะไร้ความรู้สึก แต่ก็ยังยินดีที่จะเลี้ยงดูเขา
แต่เสียใจ ที่นอกจากการใช้จ่ายเงินเพื่อเลี้ยงดูเขาแล้ว ก็ไม่มีความห่วงใยใด ๆ มาให้อีก
“พ่อครับ เพื่อนของผมโดน Whale Live แบนบัญชีครับ ประธานสวี่ไม่ให้เกียรติผมเลย พ่อช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหมครับ ให้เขาปลดแบนบัญชีเพื่อนผมที”
เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ในอดีต ไป๋เฉิงเฟิงไม่เคยสนใจใยดี แต่วันนี้ เขาคะเนว่า ลูกชายคงรู้สึกแย่ที่ต้องเป็นอัมพาต จึงจำเป็นต้องการสนองความต้องการของลูกชาย เลยตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
ไป๋เฉิงเฟิงเป็นคนที่ทำอะไรปุบปับฉับไว เรื่องที่เขาตกลง ไม่กี่นาทีก็จัดการให้เรียบร้อยแล้ว
จากนั้น ประธานสวี่ก็โทรหาไป๋จวิ้นเป็นการส่วนตัว บอกว่าเมื่อกี้ไม่ได้วางสาย แต่สัญญาณไม่ดี บัญชีก็ปลดแบนแล้ว มีอะไรให้ช่วยเหลือ คุณชายไป๋ก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องไปรบกวนท่านประธานไป๋
ไป๋จวิ้นไม่กล้าพูดอะไรมากต่อหน้าซางเฟยหว่าน จึงตอบส่ง ๆ ไปสองสามคำก็วางสาย จากนั้น จึงทำท่าทางเหมือนคนทำความดีความชอบได้สำเร็จ แล้วบอกกับซางเฟยหว่านว่า “เรียบร้อยแล้ว บัญชีเธอถูกปลดล็อกแล้ว ไลฟ์สดได้ทุกเมื่อ คนที่พ่อฉันออกปากรับรองด้วยตัวเอง ไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอได้หรอก”
“ขอบคุณมาก!” ซางเฟยหว่านพูดจบก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกจากห้องไป
ไป๋จวิ้นที่อยู่ด้านหลังก็รีบร้องเรียก “นี่… นี่! จะรีบไปไหน รอคุยกันก่อนสิ ฉันนอนโรงพยาบาลมันน่าเบื่อจะแย่!”
ซางเฟยหว่านจึงหันมาตอบกลับ “ฉันต้องรีบไปไลฟ์ ขอตัวก่อน”
ไป๋จวิ้นยังอยากจะตามไปพูดอะไรอีก แต่เขาดันลืมไปว่า ข้างล่างยังมีถุงปัสสาวะแขวนอยู่... ผลก็คือ เขาดันไปดึงโดนจุดสำคัญเข้า เลยเจ็บจนร้องโอดโอยไม่หยุด
พยาบาลที่เข้าเวรได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามา ก็เห็นภาพคนไข้ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นอัมพาต กำลังนอนกุมเป้ากลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง พร้อมกับส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด...
ตกดึก คณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลต่างรีบกลับมาที่โรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดให้กับไป๋จวิ้น
แต่ไม่ว่าจะเป็นภาพเอ็กซเรย์ หรือ CT สแกน ต่างก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระดูกสันหลังของเขาไม่ได้รับความเสียหาย เส้นประสาทก็สมบูรณ์ แถมยังไม่พบร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุใด ๆ ทั้งสิ้น
แต่พอเทียบกับฟิล์มภาพก่อนหน้านี้แล้ว กลับทำให้ทุกคนงุนงง จึงได้แต่รุมถามชายหนุ่ม
ไป๋จวิ้นรู้ดีว่า เป็นซางเฟยหว่านที่ช่วยชีวิตเขาไว้ จึงจำคำย้ำเตือนที่ห้ามบอกเรื่องนี้กับคนอื่นได้
ดังนั้น ชายหนุ่มจึงนั่งไขว่ห้างพร้อมกับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “พวกคุณถามผมเหรอ? ผมจะไปรู้ได้ยังไง
“หรือว่า… หรือว่าพวกคุณหมออาจจะดูฟิล์มผิด หรือไม่… เครื่องมันคงมีปัญหาเลยถ่ายผิดพลาดไปหรือเปล่า?”
“ผมอยู่ดี ๆ กลับถูกพวกคุณวินิจฉัยว่าเป็นอัมพาต อยากจะหลอกเอาค่ารักษาพยาบาลจากผมหรือไง?”
“จริงไหม? ถ้าไม่จริง แล้วทำไมต้องมาพากันวิจัยผมอยู่นั่นแหละ ไม่รู้หรือไงว่าเวลาของผมมีค่า? ผมยังต้องรีบไปดูไลฟ์สดอีกนะ!”