ซือซือฮองเฮาพันโฉมเล่ม3(เล่มจบ-จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 196 เรือนซ่อนอินทรี

                แม่ทัพต้วนเดินนำรองแม่ทัพคู่ใจไปยังหลังจวนหงซือซือเพิ่งสังเกตว่าด้านหลังจวนชานเมืองนี้มีต้นไม้หนาตาและด้านหลังก็มีเรือนใหญ่สองหลังซ่อนอยู่ชายทั้งสามถือคบเพลิงไปเสียบไว้ที่ฐานด้านหน้าเรือนผิวปากเป็นสัญญาณสองสามครั้งคนทั้งหลายก็วิ่งออกมาจำนวนร่วมสามสิบคน

                หงซือซือในร่างสาวใช้ของจวนแม่ทัพถึงกับผงะที่แท้ต้วนจินป้านที่รักษาท่าทีเงียบขรึมและดูจงรักภักดียิ่งกว่าผู้ใดคือผู้ร้ายใกล้ตัวชายฉกรรจ์ชุดดำตรงหน้าคือนักฆ่าอย่างไม่ต้องสงสัยลักษณะอาวุธที่ใช้ปลอกกระบี่ของพวกเขาเป็นสิ่งที่นางจดจำได้ เมื่อเห็นปลายปลอกกระบี่ถูกแสงคบเพลิงกระทบ

            ‘นั่นมันนักฆ่าอินทรีไม่ผิดแน่ มีรูปนกอินทรีสีแดงที่ปลายปลอกกระบี่ที่แท้เจ้าเฒ่าต้วนจินป้านก็แอบซ่องสุมผู้คนไว้แค่ใต้คางนี่เอง’

            ต้วนจินป้านยืนอยู่ข้างหน้าขุนศึกทั้งสองรับการคารวะจากเหล่านักฆ่า กลุ่มคนที่เขาเลือกออกมาจากกองทัพภาคเหนือและภาคใต้ล้วนเป็นทหารฝีมือดีเอามารวมกันไว้ในนามองค์กรสัญลักษณ์อินทรีเพื่อจัดการกับผู้ขวางทางแผนการที่วางไว้สิบกว่าปีกำลังจะประสบความสำเร็จ

            “ศัตรูของเราถูกกำจัดไปถึงสองกลุ่มแล้วเป็นเพราะแผนการอันแยบยลของข้าที่ยืมมือราชครูหมิงมาจัดการกับก่งจั๋วหรานและใต้เท้าหลี่อีกไม่นานก็จะถึงทีของข้าแล้ว พวกเจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม รอทัพเหนือกับใต้ยกมาพร้อมกันข้าจะให้พวกเจ้าเป็นผู้สังหารฮ่องเต้และคนในราชวงศ์เสียให้สิ้น”

            “ขอรับ!” คนทั้งหมดรับคำ

            หงซือซือถึงกับขนลุก ‘ต้วนจินป้านคิดจะทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟแล้ว คนผู้นี้ช่างร้ายกาจและอำมหิตนักทำทุกสิ่งโดยไม่เลือกวิธีการหากว่าเกิดสงครามกลางเมืองเพื่อชิงบัลลังก์การบาดเจ็บล้มตายของราษฎรและทหารทั้งหลายในแคว้นจินย่อม      ไม่คุ้มค่า’

             “บรรพบุรุษของข้าซื่อสัตย์กับตระกูลโจวมานานนักเสียสละชีวิตรับใช้พวกเขามาหลายชั่วอายุคนสิ่งที่ได้ตอบแทนก็เพียงแต่การรักษาตำแหน่งแม่ทัพเอาไว้ให้คนตระกูลต้วนยามใดรบพ่ายแพ้พวกเขาก็ยังคิดจะลงโทษโดยมิได้นึกถึงคุณความดีครั้งเก่าก่อนเช่นนี้หรือจะคุ้มกับดวงวิญญาณบรรพบุรุษข้า”

            “ตระกูลต้วนควรจะได้ครองแผ่นดินจริงๆ ขอรับ!” รองแม่ทัพตงรีบยืนยันเขาติดตามต้วนจินป้านตั้งแต่เริ่มเข้ากองทัพสู้รบศึกเล็กๆตามชายแดนกับแคว้นหมิงบ้างแคว้นเหลียนบ้าง หรือแม้แต่กับชนเผ่าเร่ร่อนตามแนวภูเขา เขาจึงเคารพต้วนจินป้านประดุจบิดา

            บุตรชายทั้งสองของต้วนจินป้านเดินออกมาจากเรือนใหญ่

            “ท่านพ่อ คนของเราพร้อมมากขอรับ ทุกคนรอคำสั่งของท่าน”บุตรชายคนซ้ายมือรีบรายงาน

            “ท่านพ่อยามนี้พวกกบฏเพิ่งถูกประหารราชสำนักอ่อนแอเหมาะอย่างยิ่งที่เราจะฉวยโอกาสลงมือ”

            “ใช่! ขุนนางฝ่ายขวาถูกกำจัดไปพร้อมกับกลุ่มอำนาจของก่งจั๋วหรานบัดนี้นอกจากใต้เท้าฝูอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่ต้องระวัง”

            รองแม่ทัพตงกับรองแม่เชอได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้น“เราลงมือเลยไม่ดีหรือ     ท่านแม่ทัพ”

            ต้วนจินป้านเอามือไพล่หลังเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างคนใช้ความคิด “ดูอีกสักสองสามวันท่าทีของราชครูหมิงที่ยามนี้กุมกองทัพภาคกลางไว้ในมือยังคงประมาทมิได้แต่ก็จริงอย่างที่พวกเจ้าว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เห็นทีข้าเองก็ต้องรีบตัดสินใจ”

             

            หงซือซือถอยเท้าเงียบเชียบ นางใช้เวลาหลายวันในการแฝงกายเข้ามาในจวนของแม่ทัพต้วนกว่าจะถึงคราวที่พวกเขานัดหมายคนมารวมกันต้วนจินป้านและบุตรชายทั้งสองมิยอมร่วมมือกับก่งจั๋วหรานเป็นเพราะพวกเขาก็มีแผนของตนเองเช่นกัน

            ‘พวกเจ้าล้วนเป็นเสือซ่อนเล็บจึงมิอาจร่วมถ้ำเดียวกันได้’

            จังหวะที่นางหันหลังออกจากประตูจวนไปทหารยามนายหนึ่งพลันมองเห็นพอดีแต่ร้องถามไม่ทันจึงได้แต่ยืนเกาหัวแกรกๆอยู่และกลับไปรายงานพ่อบ้านประจำจวนให้ทราบ

            “ท่านแม่ทัพ มีคนลอบออกจากจวนขอรับ!”

            ต้วนจินป้านตกใจรีบเรียกบุตรชายทั้งสองมาสั่งการ  “คงมีสายลับลอบเข้าจวนเราเป็นแน่ตรวจสอบคนทั้งจวนทันที หากพบว่าผู้ใดเป็นสายของศัตรูฆ่าทิ้ง         ให้หมด”

            ต้วนเหริยเจี๋ยบุตรชายคนโตรีบนำพ่อบ้านไปเรียกคนทั้งจวนออกมาสอบสวนความลับเรือนใหญ่หลังจวนพวกเขาปกปิดไว้มานานนักเนื่องจากจวนแม่ทัพต้วนอยู่ชานเมืองในตำบลใกล้ๆ จึงเหมาะที่จะซ่องสุมผู้คนเอาไว้ส่วนจวนในเมืองนั้นมีขนาดไม่ใหญ่นักมีไว้สำหรับเข้าไปพักผ่อนในยามที่จะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ต้วนจินป้านให้บุตรคนรองดูแลเอาไว้ส่วนจวนชานเมืองมีบุตรชายคนโตคอยดูแล

            หงซือซือกลับมาถึงเรือนรับรองในวังหลวงก็รีบเล่าให้หมิงเฟยหลงฟัง

            “พี่สามที่แท้แม่ทัพต้วนสร้างจวนนอกเมืองไว้เป็นที่ซ่อนองค์กรอินทรีที่ผ่านมาข้ามัวแต่เสียเวลาไปแฝงกายอยู่จวนในเมือง มิน่า! จึงไม่เคยเห็นสิ่งผิดปกติคนผู้นี้ทำตัวได้แนบเนียนนัก หน้ากากผู้ภักดีช่างทำให้ผู้คนล้วนไม่อาจจับผิดเขาได้”

            “แมวดำรายงานว่าพอเจ้าออกมาพวกเขาก็แทบจะรื้อทั้งจวนหาสายลับยามนี้ยังจับมือผู้ใดดมมิได้....อาจจะคิดเปลี่ยนแผน ลงมือให้เร็วขึ้น”

            หงซือซือหน้าเสียปกตินางไม่เคยทิ้งร่องรอยหรือความผิดพลาดให้ผู้ใดจับทางได้ คราวนี้นับว่าประมาทไปสักหน่อยดีที่พี่สามให้องครักษ์เงาสองคนคอยเฝ้าดูข้างจวนแม่ทัพต้วนเพราะรู้สึกระแวงมาแต่เดิม

            “เหตุใดท่านจึงรู้สึกสงสัยคนผู้นี้?”

            “ท่าทางของเขาจงรักภักดีเกินไปข้ามองแล้วผิดปกตินัก เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าเจอกับกบฏมาสามหนย่อมมีสัญชาตญาณที่ดีกว่าคนทั่วไป”

            หงซือซือพยักหน้า พระสวามีของนางขึ้นครองบัลลังก์แคว้นหมิงด้วยความยากลำบากแล้วยังต้องต่อสู้ชิงอำนาจอีกหลายปีผ่านการต่อสู้กับเหล่ากบฏมาหลายคราแต่ผ่านพ้นมาได้ด้วยความเจ้าเล่ห์และมีผู้ช่วยเหลือหลายคนนางเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์

            “ท่านบอกโจวเฟิงแล้วหรือยัง?”

            “ข้าบอกให้เขากับโจวชุ่นเตรียมตัวแล้วหากพวกเขาสองพี่น้องยังไม่ร่วมมือกันอีกเห็นทีแม้แต่วังหลวงก็คงไม่มีที่จะอยู่ดีที่โจวอ๋องมิได้มักใหญ่ใฝ่สูง พวกเขาจึงพร้อมจะช่วยเหลือกันและกัน”ราชครูหมิงหรือฮ่องเต้หมิงเฟยหลงแห่งแคว้นหมิงทรงยกยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ“แต่ถ้าแม่ทัพต้วนเป็นเจ้าขององค์กรอินทรีแสดงว่าเขามิได้เป็นผู้ว่าจ้างนักฆ่าจากสำนักมืออสูรมาน่ะสิ....เช่นนั้นเรายังมีคนอีกผู้หนึ่งที่ยังไม่แสดงตัว”

            เพราะราชสำนักมิอาจขาดขุนนางได้นานบัดนี้อัครเสนาบดีฝ่ายขวาคนใหม่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว ส่วนบิดาของพระสนมเฉียงเจียวมิ่งเฉียงหยางจงอาลักษณ์ผู้เคยถูกใส่ความว่าขโมยกล่องมังกรของฮ่องเต้บัดนี้กลายเป็นเจ้ากรมพิธีการนับว่ากลายเป็นแรงสำคัญของฮ่องเต้ในการสานสัมพันธ์กับขุนนางฝ่ายต่างๆหมิงเฟยหลงทรงคำนวณว่าอีกไม่นานราชสำนักแคว้นผิงจะมีเสถียรภาพ

                “ท่านว่าคนที่ซ่อนอยู่อีกคนนั้นเป็นผู้ใด?”

                “ฐานอำนาจที่ใหญ่สุดแต่เรามิมีผู้ใดเพ่งเล็งแต่แรกเพราะความเคลื่อนไหวเงียบเชียบนัก...ใต้เท้าฝู อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย”

                “อืม....เช่นนั้นข้าคงต้องไปเยือนเรือนของเขาเสียหน่อย”

                “เรือนของคนผู้นี้เข้าออกยากนักการตรวจตราเข้มงวดหากใช้วิธีเดิมคาดว่าเจ้าคงเข้าไปมิได้ มีหนทางเดียวคือเจ้าจะต้องรอให้อนุคนโปรดของเขาออกจากเรือนเสียก่อน”

                หงซือซือเลิกคิ้ว“พี่สามท่านสืบเรื่องมาอย่างละเอียดแล้วหรือ?”

                หมิงเฟยหลงพยักหน้า“นางมักจะไปร้านเกาเจี่ยทุกสิบห้าวันและระหว่างทางก็มักจะแวะภัตตาคารเพื่อซื้อขนมหวานกลับจวนยามนั้นเจ้าจึงจะสบโอกาสลงมือ ข้าเตรียมแผนสลับเกี้ยวไว้ให้แล้ว”

             

    ********************

             

               

     

     

    คล้ายกับเรื่องซือซือฮองเฮาพันโฉมเล่ม3(เล่มจบ-จบแล้วมีEbook) ที่คุณอ่าน