กะดึก..นึกหลอน

    ไลฟ์สดบ้านร้าง ตอนที่ 4: ปิดไลฟ์ด้วยการทำลายตัวเอง


    ผมไม่หัน ทั้งที่ทุกเซลล์ในร่างกายสั่งให้หัน ทั้งที่ชื่อบัญชีในแชตคือชื่อเบส ทั้งที่เสียงหายใจเบา ๆ ดังอยู่ใกล้ท้ายทอย ผมยืนแข็งอยู่หน้าใต้บันได มือกำมือถือแน่นจนขอบเครื่องกดฝ่ามือเจ็บ ผมอยู่หลังพี่


    ข้อความเดิมขึ้นซ้ำ


    ผมอยู่หลังพี่ ผมอยู่หลังพี่ ถ้าคอมเมนต์บอกให้หันหลัง ห้ามหันตามทันที ให้รอดูดีเลย์ 13 วินาทีก่อน กฎข้อสองวนกลับมาในหัว ผมนับในใจช้า ๆ ทั้งที่หัวใจเต้นเร็วกว่าเลขทุกตัว 1 2 3 แชตเริ่มเร่ง


    หันสิ


    เบสกลับมาแล้ว


    ช่วยน้อง


    อย่าหัน


    อีก 13 วิ


    พี่ปราบช่วยผมด้วย


    ผมนับถึง 13 แล้วค่อย ๆ หัน


    ด้านหลังผมไม่มีเบส


    มีเพียงผนังโถงกลางที่ลอกเป็นแผ่น ๆ และกรอบรูปครอบครัวที่หน้าทุกคนถูกขูดออก แต่บนพื้น ฝุ่นตรงหลังเท้าผมมีรอยเท้าคู่หนึ่งยืนซ้อนอยู่ รอยรองเท้าผ้าใบของเบส ชัดมาก สดมาก ปลายเท้าหันเข้าหาผมเหมือนเจ้าของยืนอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ผมก้มมองรอยเท้า ลมหายใจสะดุด เสียงของเบสดังขึ้นจากมือถือ


    "พี่หันช้าไป"


    ผมแทบทำมือถือหล่น แชตบัญชี `เบส_อยู่หลังพี่` ไม่ได้พิมพ์ แต่เสียงเขาดังผ่านลำโพงไลฟ์ เหมือนบัญชีนั้นมีไมค์ของตัวเอง มิวโทรเข้ามาอีกครั้ง "ปราบ ฟังฉันดี ๆ คนดูจริงเหลือ 19 คน"


    "เบสหายไป"


    "ฉันเห็น"


    "เขายังอยู่ในไลฟ์"


    "ไม่ใช่เขา หรืออย่างน้อยไม่ใช่ทั้งหมด"


    คำว่าไม่ใช่ทั้งหมดทำให้ผมรู้สึกอยากอาเจียน ผมพยายามหายใจเข้าลึก ๆ แต่กลิ่นอับของบ้านเหมือนหนักขึ้นจนคอแห้ง


    "มิว กูจะปิดไลฟ์"


    "ปิดไม่ได้ใช่ไหม"


    ผมกดปุ่ม End Live


    หน้าจอขึ้นข้อความทันที


    ไม่สามารถสิ้นสุดการถ่ายทอดสดก่อน 03:13


    ยกเว้นยอดผู้ชมฝั่งคนเป็นเหลือศูนย์


    ผมอ่านประโยคนั้นช้า ๆ ความคิดเริ่มจับช่องว่างได้เหมือนมือคลำเจอขอบประตูในความมืด ยอดผู้ชมฝั่งคนเป็นคือสิ่งที่ผูกผมไว้กับไลฟ์ ถ้ายังมีคนจริงดูอยู่ ผมปิดไม่ได้ แต่ถ้าคนจริงออกไปหมด ผมอาจมีสิทธิ์ปิดก่อน 03:13 หน้าจอสาธารณะขึ้น 41,000 หลังบ้านมิวเห็น 19 ผมต้องไล่คน 19 คนออกจากไลฟ์ ไม่ใช่ด้วยการขอร้อง เพราะคนดูคอนเทนต์สยองขวัญยิ่งห้ามยิ่งอยู่ ต้องทำให้พวกเขาไม่อยากดูผมอีก ต้องทำลายสิ่งเดียวที่ผมพยายามรักษามาตลอดหลายปี


    ภาพลักษณ์


    "มิว เปิดเสียงฉันในม็อดหลังบ้านให้ชัด ถ้านับคนจริงลด บอกทุกสิบวินาที"


    "นายจะทำอะไร"


    "ทำสิ่งที่ควรทำตั้งนานแล้ว"


    ผมเดินกลับเข้าห้องรับแขก กล้องหลักยังตั้งอยู่ตรงนั้น ไฟ LED สำรองยังส่องโซฟาเก่า ทีวีจอแก้วดับสนิท แต่ผมเห็นเงาของตัวเองบนจอดำ เงานั้นดูเล็กและแก่กว่าที่เคยคิด ผมหันเข้ากล้อง


    "ทุกคนครับ" ผมพูด เสียงแรกสั่นจนต้องหยุดหายใจ "ผมมีเรื่องต้องบอก"


    แชตยังไหล


    ดราม่า?


    พี่เบสล่ะ


    อย่าตัดบท


    พูดเร็ว ๆ


    "คลิปบ้านสวนเมื่อเดือนก่อน เสียงเด็กที่ทุกคนจับได้ว่าเฟก ผมเป็นคนใส่เอง"


    แชตชะงักไปเสี้ยวหนึ่ง


    แล้วระเบิด


    ว่าแล้ว


    สันดาน


    หลอกคนดู


    ได้เงินกูไปกี่บาท


    ผมหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ "ไม่ใช่แค่คลิปนั้น บางคลิปก่อนหน้านั้นผมก็จัดฉาก ผมใช้เสียงเอฟเฟกต์ ใช้ทีมงานเดินหลังกล้อง ใช้มุมกล้องหลอกให้เงาดูน่ากลัว ผมทำเพราะยอดตก เพราะสปอนเซอร์กดดัน เพราะผมกลัวไม่มีใครดู" คำด่าไหลเร็วขึ้น แต่จำนวนผู้ชมจริงในข้อความของมิวลดลง


    มิว: 15


    ผมพูดต่อ ไม่ให้ตัวเองหยุด "เบสไม่เกี่ยวกับเสียงเด็ก ผมเป็นคนตัดต่อ ผมเป็นคนสั่ง เขาไม่รู้จนคลิปโดนจับได้ มิวเคยเตือนผมแล้ว ผมไม่ฟัง"


    มิว: 12


    บัญชีไม่มีรูปโปรไฟล์เริ่มโดเนตถี่ขึ้น


    แม่ไม่ให้ปิดไฟ โดเนต 13,000 บาท


    ข้อความ: หยุดพูด


    บ้านนี้ยังอยู่ โดเนต 31,300 บาท


    ข้อความ: อ่านคอมเมนต์สุดท้ายแล้วไปห้องบน


    เงินจำนวนที่ผมเคยฝันอยากได้เด้งขึ้นบนหน้าจอ แต่ตอนนี้มันเหมือนเหยื่อล่อในกับดักหนู ผมเห็นมัน เห็นตัวเลข เห็นโอกาสจ่ายหนี้มากกว่าที่คิด แต่หลังจากเบสหายไป ผมเพิ่งรู้ว่าบางเงินมีมือเย็น ๆ จับอยู่


    "อย่าโดเนต" ผมพูด "ถ้ายังเป็นคนอยู่ ออกจากไลฟ์นี้ไป อย่าคอมเมนต์ อย่าแชร์ อย่าอยู่ดูต่อ"


    มิว: 9


    แชตคนจริงเริ่มด่าผมหนักขึ้น บางคนบอกเลิกติดตาม บางคนบอกจะตัดคลิปไปลงประจาน บางคนบอกขอให้ผมโดนฟ้อง ผมอ่านทุกอย่างแล้วรู้สึกเจ็บ แต่มันเป็นความเจ็บที่ยุติธรรมกว่าเสียงบ้านกระซิบ


    ผมคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้แล้วสำหรับการถูกด่า แต่พอเห็นชื่อคนดูเก่า ๆ โผล่ขึ้นมาทีละคน มันเจ็บกว่าที่คาด บางบัญชีเคยส่งของขวัญมาให้ตอนช่องครบแสน บางบัญชีเคยคอมเมนต์ว่าดูผมแล้วกล้านอนคนเดียว บางบัญชีเคยปกป้องผมตอนมีคนบอกว่าเฟก ตอนนี้คนเหล่านั้นพิมพ์คำว่า ผิดหวัง สั้น ๆ คำเดียว และมันหนักกว่าคำด่าหยาบทั้งหมดรวมกัน


    ผมเกือบหยุดพูด เพราะมนุษย์เราทนความกลัวได้ดีกว่าทนการเห็นตัวเองกลายเป็นคนเลวในสายตาคนที่เคยเชื่อเรา แต่แล้วเสียงใต้พื้นก็ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะเด็กแบบเดียวกับที่ผมเคยใส่ในคลิปปลอม เพียงแต่คราวนี้มันไม่ได้มาจากไฟล์เสียง มันมาจากใต้แผ่นไม้ในบ้านนี้ และมันหัวเราะเหมือนรู้ว่าผมยังเล่าไม่หมด


    "ยังมีคลิปโกดังร้างอีก" ผมพูดต่อ เสียงแหบลง "คลิปนั้นเงาที่วิ่งผ่านหลังเสาเป็นเบส ผมให้เขาวิ่งแล้วตัดให้เบลอ ส่วนเสียงเคาะประตูในคลิปโรงแรมเก่า ผมเป็นคนเคาะเองจากอีกห้องหนึ่ง มิวเคยบอกให้หยุดตั้งแต่ตอนนั้น แต่ผมบอกว่าคนดูรู้แหละว่ามันเป็นคอนเทนต์"


    ผมมองเลนส์กล้อง เหมือนกำลังมองทุกคนที่เคยให้เงินผมผ่านหน้าจอ "จริง ๆ ผมแค่ไม่อยากยอมรับว่าถ้าไม่มีผี ผมก็ไม่มีอะไรให้คนดู" มิวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนข้อความหลังบ้านขึ้น


    7


    บ้านตอบสนองทันที ทีวีจอแก้วเปิดภาพคลิปโกดังร้าง ภาพเบสวิ่งผ่านเสา แต่คราวนี้ในฉากที่ควรมีแค่เบส มีเด็กเสื้อขาววิ่งตามหลังเขาในระยะประชิด เด็กคนนั้นไม่มีหน้าเหมือนใน replay ริมรั้ว และภาพไม่ได้อยู่ในไฟล์ที่ผมเคยอัปโหลด มันเป็นเวอร์ชันที่ผมไม่เคยเห็น


    แชตคนจริงเริ่มปนกับแชตที่ไม่ใช่คนจริงจนแยกยาก บางคนด่าว่าผมสารภาพเพื่อสร้างดราม่า บางคนพิมพ์ว่าถ้าจัดฉากจริงก็พิสูจน์เลยว่าเบสยังอยู่ บางบัญชีไร้รูปโปรไฟล์พิมพ์คำว่า เบสไม่เคยเป็นทีมงาน ซ้ำ ๆ เหมือนกำลังลบประวัติของเขาออกจากช่อง


    ผมเปิดหน้าแอดมินช่องด้วยมือสั่น ๆ ระหว่างยังไลฟ์อยู่ เลื่อนไปที่รายการทีมงานหลังบ้าน รายชื่อเบสเคยอยู่ตรงนั้น เป็นคนตัดต่อ เป็นตากล้อง เป็นม็อดบางคืน แต่ตอนนี้ช่องนั้นว่างเปล่า เหลือเพียงชื่อผมคนเดียวใต้หัวข้อผู้ดูแลทั้งหมด บ้านไม่ได้แค่เอาตัวเบสไป มันเริ่มเอาหลักฐานว่าเขาเคยอยู่ไปด้วย


    "เบสชื่อเบสจริง ๆ" ผมพูดเข้ากล้องแบบไม่สนแล้วว่าใครจะเข้าใจ "เขาเป็นตากล้องของผม เขาถ่ายคลิปให้ผม เขายังมีเงินค้างอยู่กับผมสามพันห้าร้อย ผมยังไม่ได้จ่ายเขา ถ้าพรุ่งนี้ใครดูคลิปนี้อยู่ จำชื่อเขาไว้ เบส ธนกร เขาไม่ได้เป็นเอฟเฟกต์ เขาไม่ใช่บัญชีแชต"


    ทันทีที่ผมพูดชื่อเต็มของเบส แชตไร้รูปโปรไฟล์หยุดไปหนึ่งจังหวะ เหมือนบ้านสะดุด ผมเพิ่งเข้าใจว่าการพูดความจริงไม่ได้แค่ไล่คนดูออก แต่มันอาจยึดบางส่วนของเบสไว้กับโลกจริงด้วย ถ้าบ้านเอาเขาไปผ่านภาพและเสียง ผมต้องดึงเขากลับมาด้วยชื่อ ความทรงจำ และความผิดที่ผมติดค้างเขาไว้


    มิว: 6


    ไฟในห้องรับแขกกะพริบ ทีวีจอแก้วเปิดเองอีกครั้ง คราวนี้ภาพบนจอไม่ใช่ไลฟ์จากมุมประหลาด แต่เป็นคลิปเก่า ๆ ของผม คลิปที่ผมเคยจัดฉาก เสียงเด็กปลอม เงาทีมงานที่ผมเคยตัดออก ของตกแต่งที่ผมย้ายเพื่อให้ดูหลอน ทุกอย่างเล่นซ้อนกันเหมือนบ้านกำลังช่วยประจานผม บ้านไม่ได้ต้องการให้ผมเงียบ มันต้องการให้ผมอับอายจนหยุดไม่ไหว


    แต่ผมต้องพูดต่อ


    "ถ้าคุณยังดูอยู่เพราะอยากเห็นผมโดนอะไรสักอย่าง" ผมพูด "คุณกำลังช่วยมัน ไม่ได้ช่วยผม ไม่ได้ช่วยเบส"


    มิว: 3


    เสียงของเบสดังจากแชตอีกครั้ง


    "พี่ปราบ อย่าทิ้งผม"


    ผมกัดฟันแน่น น้ำตาร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว "ถ้าเป็นเบสจริง มึงต้องรู้ว่ากูจะไม่อ่านชื่อบัญชีนั้นอีก"


    มิว: 2


    บัญชี `เด็กใต้บันได` พิมพ์


    เขาอยู่ห้องนอนเด็ก


    บัญชี `บ้านนี้ยังอยู่` พิมพ์


    ขึ้นไป


    บัญชี `เบส_อยู่หลังพี่` พิมพ์


    ถ้าพี่ไม่ขึ้น ผมจะลืมชื่อแม่


    ผมเกือบหลุด แต่ข้อความของมิวเด้งขึ้นมา


    1


    เหลือคนจริงหนึ่งคน


    ผมไม่รู้ว่าใคร คนดูที่ยังอยากรู้อยากเห็น คนที่สงสาร หรือคนที่หวังให้ผมตายสด ๆ หน้าจอ แต่หนึ่งคนคนนั้นกำลังผูกคอผมไว้กับไลฟ์


    "คนสุดท้าย" ผมพูดเข้ากล้อง "ถ้าคุณเป็นคนจริง ออกไปเถอะ ผมไม่รู้ว่าคุณดูเพื่ออะไร แต่ถ้าคุณยังอยู่ ผมปิดไม่ได้"


    แชตเงียบไปหนึ่งวินาที แล้วคอมเมนต์จากบัญชีมีรูปโปรไฟล์ธรรมดาบัญชีหนึ่งขึ้นมา


    ขอโทษพี่ ผมนึกว่าเป็นการแสดง


    จำนวนผู้ชมจริงที่มิวส่งมาเปลี่ยนเป็น


    0


    ผมกดปุ่ม End Live ทันที


    หน้าจอถามยืนยัน


    คุณแน่ใจหรือไม่


    ก่อนนิ้วผมจะแตะยืนยัน MidnightAdmin ปักหมุดใหม่


    งานยังไม่สมบูรณ์


    ต้องบันทึกห้องสุดท้ายครบ 13 วินาที


    กล้องในมือผมเปิดแผนที่บ้านขึ้นเอง เส้นสีแดงลากจากห้องรับแขกขึ้นบันไดไปยังห้องชั้นสอง ห้องที่ replay เคยแสดงผมยืนอยู่ ห้องนอนเด็ก มิวพูดในหูฟัง "ปราบ อย่าขึ้น"


    "ถ้าไม่ขึ้น ปิดไม่ได้"


    "ถ้าขึ้น นายอาจไม่ลงมา"


    "ถ้าไม่ขึ้น เบสอาจหายไปแล้วจริง ๆ"


    ผมไม่รู้ว่าประโยคนั้นเป็นเหตุผลหรือข้ออ้าง แต่ผมคว้ากล้อง มือถือ และไมค์ เดินไปที่บันได พื้นไม้ขั้นแรกเย็นจนรู้สึกผ่านพื้นรองเท้าได้ ทุกก้าวขึ้นชั้นสอง แชตเงียบผิดปกติ ไม่มีคนจริงแล้ว เหลือแต่บัญชีที่ไม่ควรมีอยู่ บางบัญชีโดเนตเงิน บางบัญชีนับถอยหลัง บางบัญชีพิมพ์ชื่อผมซ้ำ ๆ โดยไม่มีข้อความอื่น


    บันไดบ้านวิภา 13 มีสิบสามขั้นพอดี ผมไม่อยากนับ แต่มันนับตัวเองในหัว ทุกครั้งที่เท้าขึ้นหนึ่งขั้น เสียงแจ้งเตือนเล็ก ๆ จะดังจากมือถือ เหมือนระบบกำลังบันทึกตำแหน่งของผมในบ้าน ขั้นที่สี่ แชตขึ้นรูปกล้องเล็ก ๆ ขั้นที่เจ็ด มีข้อความว่า สัญญาณเสถียร ขั้นที่สิบ มีบัญชี `เบส_อยู่หลังพี่` พิมพ์ว่า พี่ลืมจ่ายค่ารถผมด้วย


    ประโยคนั้นทำให้ผมหยุดเท้ากลางบันได


    มันเป็นเรื่องเล็กมาก เรื่องที่ไม่มีคนดูคนไหนควรรู้ เบสเคยจ่ายค่าน้ำมันรถตู้คืนหนึ่งที่ผมไม่มีเงินสด ผมบอกว่าจะโอนให้ตอนรายได้เข้า แล้วลืมไปจริง ๆ หรืออาจไม่ใช่ลืม อาจเป็นการผลัดแบบคนที่มีหนี้หลายทางจนเริ่มจัดลำดับความเดือดร้อนของคนอื่นต่ำกว่าตัวเอง


    "กูขอโทษ" ผมพูดเบา ๆ


    แชตตอบทันที


    ขอโทษผ่านกล้องนับไหม


    ผมกัดฟันเดินต่อ บ้านกำลังใช้ทุกเรื่องที่ผมติดค้างเบสลากให้ผมเสียจังหวะ ถ้าผมหยุดคุยกับแชต ผมอาจอ่านอะไรออกเสียง ถ้าผมไม่ตอบเลย เบสที่อาจยังเหลืออยู่ตรงไหนสักที่อาจคิดว่าผมทิ้งเขาอีกครั้ง


    ตรงชานพักชั้นสอง มีกระจกบานเล็กแขวนเอียงอยู่ ผมตั้งใจไม่มอง แต่แสงจากหน้าจอมือถือสะท้อนผ่านหางตา ในกระจก ผมเห็นตัวเองถือกล้องขึ้นบันได และด้านหลังผมมีเบสเดินตามจริง ๆ เขาไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้ซีด ไม่ได้มีเลือด แค่เดินถือไฟ LED เหมือนทุกงานที่ผ่านมา ใบหน้าเขาเหนื่อยและง่วงเหมือนตอนผมปลุกมาออกงานกะทันหัน


    "พี่ ปิดแล้วกลับเหอะ" เบสในกระจกพูด


    เสียงนั้นไม่ได้ออกอากาศ ไม่ได้ผ่านไมค์ มันดังอยู่ในกระจกเท่านั้น ผมอยากหันไปดู อยากเชื่อว่าเขายืนอยู่จริง ๆ แต่กฎของบ้านนี้สอนผมแล้วว่าหลายอย่างถูกทำมาเพื่อให้หันผิดจังหวะ ผมจึงมองกระจกผ่านหน้าจอกล้องแทน ภาพในจอกล้องไม่มีเบส มีเพียงผมกับบันไดว่างเปล่า


    "ถ้ามึงจริง" ผมกระซิบ "รอให้กูปิดไลฟ์ก่อน"


    กระจกแตกร้าวเป็นเส้นยาวจากมุมบนลงมาถึงกลางบาน รอยร้าวนั้นเหมือนรูปคลื่นเสียง ห้องนอนเด็กอยู่สุดทางเดิน ประตูทาสีฟ้าซีด มีสติกเกอร์ดาวลอกครึ่งหนึ่งติดอยู่ ผมเปิดมันช้า ๆ ข้างในมีกลิ่นฝุ่นกับกลิ่นนมบูดเก่า ๆ เตียงเด็กตั้งชิดผนัง ของเล่นกระจัดกระจาย กล่องดนตรีรูปม้าหมุนวางอยู่บนโต๊ะเล็ก หน้าต่างปิดสนิท แต่ผ้าม่านขยับเหมือนมีลมหายใจ กล้องจับภาพห้อง ตัวเลขนับขึ้นบนหน้าจอ


    1


    2


    3


    ผมยืนกลางห้อง พยายามไม่อ่านแชต


    7


    8


    9


    กล่องดนตรีหมุนเอง เสียงเพลงเด็กดังช้า ๆ เพี้ยน ๆ


    10


    11


    12


    คอมเมนต์สุดท้ายเด้งขึ้นกลางจอ ตัวใหญ่กว่าทุกข้อความที่ผ่านมา


    ชื่อบัญชีคือชื่อจริงของผม


    ปราบดา วงศ์ศิริ


    ข้อความใต้ชื่อมีเพียงประโยคเดียว


    ผมอนุญาตให้บ้านอ่านแทน ผมไม่ได้อ่าน แต่เสียงของผมดังขึ้นจากลำโพงมือถือเอง ชัดเจน แห้ง และใกล้มาก


    "ผมอนุญาต..."

    คล้ายกับเรื่องกะดึก..นึกหลอน ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382