"เอลิออส!"
"นั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่เคยเจอในห้องเจ้าหรอกรึ?!"
องค์หญิงเชอร์เบทกระซิบถามเอลิออสเบาๆ
เพราะนางพึ่งมานึกขึ้นได้ว่าเคยเจอเลวีนมา
ก่อนแล้วถึงว่าถึงได้หน้าคุ้นๆ
"ใช่"
"เอ๊ะ! มันไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดใช่หรือไม่?!"
องค์หญิงเชอร์เบทตื่นตกใจทันที
"ใช่"
"ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดหรือว่าใช่ เจ้าใช่อันไหน?!"
องค์หญิงเชอร์เบทที่ยังไม่เข้าใจถามขึ้นซ้ำ
"กินข้าวกันได้แล้วคนอื่นเขารอกันอยู่"
เอลิออสพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองผู้คนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องอาหารแห่งนี้อย่างละเอียด
ปรากฏว่าพวกเขานั่งด้วยความประหม่าจนเกร็งไปหมดทุกส่วนกันแล้วเขาจึงพูดขึ้น
"ทำตัวตามสบายเถอะ"
"ท่านแน่ใจนะว่าไม่ต้องการจะพักนี่นี่สักคืนนึง?"
เอลิออสหันมาถามลุงเลเบรท
ลุงเลเบรทรีบก้มหัวลงทำความเคารพ
"มิบังอาจเพคะ เพียงแค่ฝ่าบาททรงชวนกระหม่อมทานข้าวด้วยกันพวกกระหม่อมก็นับเป็นมีบุญมีวาสนามากมายเเหลือชเกินแล้วล่ะเพคะ~"
"พวกกระหม่อมคงต้องลาฝ่าบาทกันไปแล้วเพคะ"
"เจ้าสามารถทำอะไรได้บ้าง?"
"ท่านต้องลองมาทำกั..."
"ข้าหมายถึงเรื่องงานจริงๆของเจ้า"
"งานจริง?"
เลวีนทำเป็นไขสือไม่รู้เรื่อง
"ไปสืบว่ามีคนเคยเจอคนแปลกหน้าบ้างหรือไม่ซะ!"
เอลิออสสั่งเสร็จเขาก็รีบเดินจากไปทันที
"งานสืบข้อมูลงั้นรึ? โอ้ว! ข้าไม่ถนัดจริงๆ~"
วันต่อมา...
"ก่อนหน้าวันจะเกิดการลอบสังหารนั้นทหารทราเฝ้าหน้าประตูเมืองเล่ามาว่ามีผู้ชายร่างกำยำท่าทางจะแข็งแกร่งน่าดูแต่เขาแต่งตัวไม่ได้ดูดีนักทำให้พวกเขาปล่อยให้เข้ามาอย่างไม่ได้สงสัยอะไรส่วนประชาชนที่เคยเห็นชายคนนี้ก็มากมายซะเหลือเกินเพราะชายคนนี้ได้ไปขอกินข้าวด้วย ขอเงิน ขออะไรต่างๆถ้าคนที่เขาขอแล้วไม่ให้นั้นเขาก็จะใช้กำลังขโมยมัน
มาอย่างหน้าไม่อายส่วนคนที่โดนขู่จนทำให้พวกเขาให้ของที่เขาอย่างไร้หนทางสู้เพคะ"
"ชายผู้นี้รูปร่างใหญ่กำยำทั้งตัวเต็มไปด้วยกล้ามใบหน้าธรรมดาทั่วๆไว้ผมยาวมีสีเขียว อ้อ! ยังมีสักสัญลักษณ์◐ด้วยเพคะ~"
"ท่านนี่ก็ใจร้ายเหลือเกินข้าก็บอกแล้วว่าข้าไม่ถนัดเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่หรอกนะ"
"ข้าล่ะปวดหัวจริงๆ!"
เลวีนที่กลับมารายงานอย่างยาวเหยียดก่อนที่จะหันมามองหน้าเอลิออสและบ่นออกไป
'ไม่ถนัด?'
นับว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเอลิออสอีกเช่นกันเมื่อวานเขาเพียงแค่สั่งไปเล่นๆเพราะรำคาญนางเพียงเท่านั้นแต่ใครจะไปรู้ได้ล่ะว่านางจะกลับมารายงานเรื่องพวกนนี้ให้เขาฟังโดยที่ใช้เวลาสืบไปเพียงแค่หนึ่งวัน?!เหนือสิ่งอื่นใดเอลิออสรู้สึกคุ้นๆถึงเรื่องสัญลักษณ์ที่เลวีนได้บอกเอาไว้เขาจึงรีบไปนำมีดที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่คนร้ายทิ้งเอาไว้ให้ดูเล่นๆ
"โอ๊ะ! สัญลักษณ์นี้เลยเพคะ!"
"ว่าแต่นี่มันมีดของใครงั้นเหรอ?"
เลวีนตกใจทันทีเมื่อได้มองเห็นมีดเล่มนี้
◐
'สัญลักษณ์นี้จริงๆด้วยสินะ!'
"มันมีความเกี่ยวข้องอะไรเกี่ยวกับวิหารครึ่งเสี้ยว◑บ้างหรือเปล่า?"
เอลิออสถามขึ้นด้วยความกังวล
"ไม่น่าจะมีนะเพคะ"
เลวีนกำลังขบคิดอย่างหนักก่อนที่จะตอบออกไป
'นั้นสินะ พวกเราก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกันนี่'
"ขออภัยเพคะที่ได้ข้อมูลมาเพียงเท่านี้.."
เลวีนพูดขึ้นด้วยความเสียใจ
"เท่านี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ"
เอลิออสพูดขึ้นอย่างนิ่งๆ
"จริงงั้นรึ?! งั้นก็ต้องให้รางวัลข้าใช่ไหมล่ะ?"
เลวีนถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
"อืม..เจ้าต้องการอะไร?"
"ท่านอย่าถามเรื่องที่ท่านก็รู้อยู่แล้วสิเพคะ~"
เลวีนพูดขึ้นอย่างยั่วยวน
"ข้าอนุญาตให้เจ้าลาออกไปได้"
"ห๊า!"
"แต่ข้าพึ่งจะเริ่มงานที่ท่านสั่งเป็นครั้งแรกเองนะ!"
หนึ่งเดือนผ่านไป...
วันนี้เป็นวันที่เอลิออสจะได้เดินทางกลับเมืองฟรานซิสแล้วถึงแม้ว่าเขายังอยากอยู่ที่เมืองแลคซัสที่ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของเขาให้นานกว่านี้ก็เถอะแต่จะให้เขาทิ้งคนที่เมืองฟรานซิสก็ไม่ได้
"เจ้าแน่ใจริงๆใช่หรือไม่ว่าเจ้าเคยเห็นสัญลักษณ์นั้นที่เมืองฟรานซิสจริงๆ?"
เอลิออสหันหน้าไปถามอย่างจริงจังเลวีนที่เห็นอย่างนั้นก็กดดันขึ้นมาเพราะถ้าเป็นเรื่องจริงก็คงจะรอดตัวไปแถมได้รับคำชมหรืออื่นๆอีกมากมายแต่ถ้าไม่จริงล่ะก็โทษ
ก็คงต้องประหารไหมล่ะ?
(คิดได้โหดมากจ้ะ~)
"พ.เพคะ"
"งั้นก็ไปกันเถอะ"
เอลิออสรีบควบม้าเดินทางกลับไปทันที
เลวีนที่อยู่ข้างหลังเขาก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว
"เดินเร็วๆกันหน่อยสิวะ!"
เสียงชายหนุ่มตะโกนออกมาจากในรถม้า
เหล่าผู้คุมต่างก็ทำหน้าวิตกกันทันที
"ท่านปีโร่ พวกทาสมันไม่ได้มีแรงขนาดนั้..."
"ก็ทำให้มันเดินไวไวหน่อยสิวะ! ไอ้พวกโง่!"
เสียงของชายหนุ่มไม่พอใจอย่างมาก
"ครับ!"
"เห้ย! เดินกันเร็วๆหน่อยสิวะ!
เหล่าทาสที่ถูกคุมตัวกำลังเดินอยู่อย่างช้าๆด้วยความเหนื่อยเพราะแดดในตอนนี้ช่างร้อนเหลือเกิน
"พวกเราจะไม่ขัดขืนที่จะให้คุณพาตัวพวกเราเพียงแต่ว่าอย่าเร่งให้พวกเราเดินให้เร็วกว่านี้เลย"
"แค่นี้พวกเราก็เหนื่อยจนแทบตายแล้ว~"
ชายหนุ่มใจกล้าอาสาเป็นคนไปพูดให้พรรคพวกแต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นเขาถูกแส้ฟาดจนล้มลงไปทันทีเหล่าพวกทาสที่เหลือต่างก็เอามือมาปิดปากเพื่อไม่ให้ส่งเสียงออกไปและทรุดตัวล้มลง
"จ.เจ้ากล้าทำน้อ..."
หญิงสาวที่กำลังจะพุ่งตัวไปหาผู้คุมทันในนั้นชายหนุ่มที่โดนแส้ฟาดก็จับแขนของนางไว้ทัน
"ข.ข้าไม่..เป็นไร"
"ท่านพี่.ท่าน..อย่าได้สร้าง..ปัญหา"
ชายหนุ่มพยายามพูดเตือนพี่สาวของตนเองหากพี่สาวของเขาไปหาเรื่องพวกมันล่ะก็นางก็คงจะโดนมากกว่าที่เขาโดนซะอีกชายหนุ่มพูดไปพร้อมสำลักเลือดตัวเองไปด้วย
"ราฟ!"
หญิงสาวผู้เป็นพี่เมื่อเห็นน้องชายตนเองถูกแส้ฟาดจนทำให้สำลักเลือดออกมานางก็ยิ่งตกใจมากขึ้น
"เป็นแค่ทาสแต่คิดจะมาต่อรองกับนายท่าน!"
"ช่างเป็นสัตว์ที่ไม่เจียมตัวซะจริงๆ!"
เหล่าผู้คุมต่างก็พูดเยาะเย้ยและขู่อย่างเต็มรูปแบบพวกทาสที่ถูกจับตัวมานั้นต่างก็มีอารมณ์โกรธอยู่แล้วเพราะพวกเขาถูกเรียกว่าเป็นสัตว์?แต่พวกเขาต่างก็ทำอะไรไม่ได้เพราะะวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าพวกมันจะทำอะไรกับพวกเขาบ้างนั้นเองพวกเขาจีงทำได้แต่ยืนฟังพวกมันด่าออกมาอย่างไร้หนทางสู้
"พวกเจ้าหนีไป! อย่ามาทางนี้ๆ!"
ราฟคนที่ถูกแส้ฟาดรีบตะโกนเตือนขึ้นเมื่อได้เห็นชายหนุ่มที่กำลังขี่ม้าตรงมาทางพวกเขา
เหล่าผู้คุมต่างก็หันไปมองชายหนุ่มที่กำลังควบม้ามาใกล้ๆพวกเขาเรื่อยอย่างหงุนงง
"ท่านปีโร่เอายังไงกับพวกนั้นดีครับ?"
ผู้คุมคนนึงเดินไปถามนายท่านของพวกเขา
"ม้าคงจะราคาแพงน่าดู~ ไปเอามา!
"และจับตัวมันมาเป็นทาสด้วยเลยซะ!"
ปีโร่ผู้เป็นหัวหน้าขอกลุ่มนี้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
"เห้ย! พวกเจ้าตรงนั้นน่ะ รีบมาทางนี้ซะ!"
ทางด้านของเอลิออสเมื่อเขาเห็นเส้นทางที่เขากำลังจะมุ่งไปนั่นเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังถูกขุมและมีรถม้าอยู่หนึ่งคันอีกด้วยเขาหันมาหาเลวีนด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
"พวกทาสเพคะ"
"ส่วนพวกมันเดียวข้าเป็นคนไปจัดการให้เองเพคะ!"
เลวีนพูดด้วยความโกรธแค้นพร้อมความเกลียดที่แอบแฝงอยู่ในคำพูดของนางอย่างเห็นได้ชัดและนางก็รีบควบม้าไปอย่างรวดเร็ว
โดยที่ไม่ได้รอคำสั่งจากเอลิออสมาก่อนเลย?
ส่วนเอลิออสก็รู้สึกถึงความผิดปกติจากคำพูดของนางแต่เขาก็ไม่ได้ห้ามนางแต่อย่างใด
"เจ้าจะมาให้ถูกจับทำไมกัน? โง่รึเปล่าเนี่ย?!"
ราฟพยายามพูดขึ้นเมื่อได้เห็นเลวีนที่กำลังอยู่ต่อหน้าของพวกผู้คุมทั้งหลายพวกมันต่างก็เลียริมฝีปากตนเองเมื่อได้เห็นร่างอันยั่วยวนของนาง
"น้องสาว~ ถ้าเจ้าไม่ขัดขืนล่ะก็เจ้าคงจะไม่ต้องไปเป็นทาสชั้นต่ำยิ่งกว่าสัตว์พวกนั้นนะ เอาไหม?"
"แค่เจ้าไปปรนนิบัตินายท่านของเรา~"
"นายท่าน?"
"จำได้ว่าข้ามีเจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้น!"
หลังจากจบคำพูดพื้นดินก็ถูกยกขึ้นมากลายมาเป็นกำแพงขนาดใหญ่จนแบ่งฝั่งเป็นสองฝั่งนั้นก็คือฝั่งพวกทาสที่กำลังยืนงงอยู่ที่เดิมอีกฝั่งก็มีเลวีนและพวกมันทั้งหลายนั้นเอง
เวลาไม่ถึงห้านาทีกำแพงดินก็ยุบตัวลงกลายมาเป็นเหมือนเดิมอย่างกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเหล่าทาสต่างก็ยืนค้างอยู่ที่เดิมเมื่อพงกเขาเห็นร่างของพวกผู้คุมที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนพื้นอยู่เต็มไปหมดที่น่าตกใจมากกว่านั่นก็คือร่างของหัวหน้สของพวกมันนั้นก็คือปีโร่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเลือดอยู่เต็มไปหมดในที่นี้มันก็กำลังคุกเข้าอยู่กับพื้นเนื่องจากขาของมันถูกเลวีนหักไปทั้งสองข้างเรียกได้ว่ามันเดินไม่ได้อีกแล้ว
"ข.ข้าขอโทษ.."
"ข้า..จะไม่ทำอีกแล้ว..ข้าสัญญา~"
ปีโร่พูดออกมาด้งยเสียงทีาสั่นกลัวผู้หญิงคนนี้เพราะนางถึงขั้นหักขาของเขาอย่างไร้ความปราณีใดๆเลยทำให้มันมองเลวีนเป็นปีศาจที่แท้จริง!
"พวกเจ้ายกโทษให้กับมันหรือไม่?"
เลวีนหันไผสบตาเหล่าทาสที่กำลังยืนอึ้งนางถามออกมาด้วยความเด็ดเดี่ยวแต่พวกเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรนางออกไปเลยทำให้นางยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"งั้นก็..."
เลวีนเขยิบออกห่างจากร่างของเปโร่นิดหน่อยก่อนที่พื้นดินจะยกตัวขึ้นมาคล้ายกับคลื่นน้ำในทะเลและมันก็ลงไปทับบนร่างของเปโร่จนทำให้ร่างของเปโร่ถูกฝังลงไปอยู่ใต้ดินโดยที่ไม่ทันจะได้ร้องโอครวญด้งยความเจ็บปวดเลยด้วยซ้ำแน่นอนว่าร่างของพวกผู้คุมทั้งหลายก็เช่นกันร่องรอยของพวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย...
เหล่าทาสก็ยิ่งยืนอึ้งด้วยความไม่อยากจะเชื่อถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเป็นอิสระจากพวกมันแต่พวกเขาก็ไม่ได้ดีใจออกมากันเลยเพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวตรงหน้าพวกเขาตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าะวกมันยิิ่งกว่าอีกพวกเขาทำได้แต่ยืนเงียบเพียงเท่านั้น
"จ.เจ้าไม่เห็นจะต้องฆ่าพวกมันเลยก็ได้หนิ.."
ราฟพยายามรวบรวมความกล้าและพูดออกมา
"งั้นเจ้าต้องการให้มันรอดชีวิตและตามล่าพวกเจ้าต่อไปเรื่อยๆแบบนี้อย่างนั้นรึ?"
"พวกมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรแล้วทำไมพวกเจ้าไม่ลุกขึ้นสู้บ้างซะล่ะ? จะปล่อยให้พวกมันมารังแกตัวเองและครอบครัวแบบนี้อย่างนั้นรึ?"
"พวกเจ้าอ่อนแอเกินไปแล้ว!"
เลวีนที่กำลังพูดด้วยความจริงจังเหล่าทาสต่างก็ยืนเงียบแต่พวกเขาก็เห็นด้วยกับคำพูดของนางดี
"อย่างนี้นี่เอง~"
เอลิออสที่กำลังขี่ม้าเข้ามาใกล้ๆเลวีนเขาพูดขึ้นมาด้วยความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
"อ๊ะ! ข้าลืมท่านไปซะสนิทเลย"
เลวีนรีบเปลี่ยนโหมดทันที
"เอ่อ.. พวกคุณเป็นใครงั้นเหรอ?"
ราฟถามขึ้นด้วยความสงสัยของทุกคน
"ท่านผู้นี้ก็คืออ..."
"เป็นเพียงนักเดินทางเท่านั้น"
เลวีนที่ถูกเอลิออสพูดขัดขึ้นมานั้นนางก็หันไปมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ
"อ้อ.."
เหล่าทาสต่างก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจแต่ว่าในใจต่างก็กำลังถามคำถามเดียวกันนั้นก็คือ...
'พวกเขาเป็นคนดีใช่หรือไม่?'
"เอ่อ..ข้าเป็นผู้นำของหมู่บ้านแต่หมู่บ้านของเราถูกพวกมันเผาจนเหลือแต่ซากตั้งแต่วันแรกที่พวกมันจับตัวพวกข้ามากันแล้ว..แต่ว่าในวันนี้พวกข้าต้องขอบคุณท่านนักเดินทางที่ช่วยพวกเราเอาไว้.."
ชายชราผู้เป็นผู้นำของหมู่บ้านพูดขึ้น
"พอจะบอกได้หรือไม่ว่าพวกมันเป็นใคร?"
เอลิออสถามขึ้นอย่างนิ่งๆ
"พวกมันเป็นพ่อค้าขายทาสซึ่งพวกผู้ชายก็เอาไปเป็นแรงงานทาสส่วนผู้หญิงก็เอาไปขายเป็นโสเภณีตามหอนางโลมต่างๆ.. หัวหน้าของพวกมันที่ชื่อปีโร่เป็นนับรบคลื่นพลังด้วยทำให้พวกข้าไมมีกำลังจะไปสู้ขัดขืนกับพวกมันอย่างแน่นอน"
ผู้นำหมู่บ้านถอนหายใจเล็กน้อย
ในสถานการณ์ซึ่งไม่ไกลไปจากตัวเมืองแลคซัสสักเท่าไหร่แต่กลับมีพวกพ่อค้าที่ต่ำทรามแบบนี้ด้วยอย่างนั้นรึ?นับเป็นว่าเอลิออสได้เปิดโลกใบใหม่ออกมาก็ว่าได้โลกที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
"งั้นพวกเจ้าก็ไม่มีที่ให้กลับไปแล้วงั้นรึ?"
เอลิออสหันไปถามผู้นำหมู่บ้านอย่างสงสัย
"เอ่อ..ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหรอกนะ"
"แต่มันไกลเกินไปเมื่อต้องเดินเท้าไปเท่านั้นเอง.."
ผู้นำหมู่บ้านถอนหายใจเล็กน้อย
"ที่ไหน?"
"เมืองเตรส"
เอลิออสหันไปหาเลวีนเพื่อขอความช่วยเหลือเพราะเขาไม่รู้ว่าเมืองเตรสนี่มันที่ไหนกันแน่?!
"เมืองเตรสเดินทางอีกวันสองวันก็ถึงแล้ว
สำหรับการเดินทางโดยรถม้าอ่ะนะ.."
เลวีนพูดขึ้นแต่ในขณะนั้นเองนางก็หันไปมองเห็นรถม้าคันใหญ่ของพวกมันอย่างพอดิบพอดี
"นั้นไง! ถ้าเดินทางไปกับรถม้านั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว"
"มันก็จริงอยู่หรอกแต่ไม่มีใครยืนยันได้อย่าง
ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าระหว่างจะไม่เกิดปัญหาอะไร.."
ผู้นำหมู่บ้านถอนหายใจอีกครั้ง
"พวกข้าจะไปส่งเอง"
เอลิออสพูดขึ้นอย่างนิ่งๆก่อนที่จะกระโดดขึ้นม้าไปทำให้เลวีนตกใจเล็กน้อยที่เขาอาสาจะไปส่งเพราะนางก็รู้อยู่แก่ใจว่าเอลิออสเร่งรีบกลับไปที่เมืองฟรานซิสเป็นอย่างมากเพราะเขาต้องการไปหาตัวของคนร้ายให้เจอเร็วๆนั้นเอง
"จริงงั้นรึ? ท่านจะไปส่งพวกเราจริงงั้นรึ?!"
"ให้ตายเถอะ!"
"ข้าซึ้งในบุญคุณของท่านเหลือเกิน~"
ผู้นำหมู่บ้านพูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเทาด้วยควาใดีใจที่เกินจะต้านรับไว้ได้จึงทำให้หยดน้ำตาของเขาไหลออกมาด้วยความดีใจอย่สงปกปิดไม่ได้เหล่าทาสที่เหลือก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่บางคนก็ร้องไห้เพียงเล็กน้อยบางคนก็ร้องไห้ฟูมฟายบางคนก็โห่ร้องออกมาด้วยความดีใจบางคนก็กำลังจ้องพวกเขาด้วยความชื่นลมและหลงไหลในความสง่างาม
ยังดีที่มีคนที่ขับรถม้าเป็นอยู่บ้างทำให้พวกเขาไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้สักเท่าไหร่เพียงแค่ให้เอลิออสและเลวีนขี่ม้าไปพร้อมๆกับพวกเขาก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วเว้นแต่ว่า...
สองคนกำลังบังคับรถม้าด้านหน้าสุดเหลืออีกสิบเอ็ดคนแต่เมื่อพวกเขาเข้าไปนั่งบนรถม้ากันกลับเข้าไปได้เพียงสิบคนเพียงเท่านั้นนี้คือขีดจำกัดของรถม้าคันนี้แล้วทำให้เหลืออีกหนึ่งคนชายวัยกลางคนคนนี้มีรูปร่างใหญ่และกำยำทำให้เขาไม่อาจเข้าไปนั่งบนรถม้าได้
"เจ้าขี่ม้าเป็นหรือไม่?"
เลวีนหันไปถามชายหนุ่มร่างกำยำทันที
เขาก็ตอบออกมาด้งยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"ก่อนหน้านี้ข้าขี่ม้าเป็นประจำอยู่แล้ว!"
"อืม..ดี! งั้นเจ้าเอาม้าข้าไปข้าเลย"
"ส่วนข้าจะไปซ้อนท้ายเขาเอง~"
เลวีนรีบลงจากม้าแล้วส่งมอบให้ชายร่างกำยำทันทีและนางก็เดินมาหาเอลิออสอย่างรวดเร็ว
"หึ! เจ้ามาไม้นี้อย่างนั้นรึ?"
เอลิออสมองลงไปหาเลวีนอย่างนิ่งๆ
"จุ๊.จุ๊..ข้าหลีกเลี่ยงไม่ให้เขามาซ้อนท้ายท่านได้ไงเพราะฉะนั้นข้าจึงเป็นคนเสียสละให้เองยังไงล่ะ~"
เลวีนพูดขึ้นอย่างขบขัน
"ช่างวางแผนซะจริงๆ"
"ให้ข้าขึ้นไปสักทีสิพวกเขากำลังรออยู่นะ~"
เลวีนกระโดดขึ้นไปซ้อนอยู่ข้างหลังของเอลิออสเมื่อนางขึ้นไปแล้วนั้นนางก็รีบเอามือพันไปที่เอวของเขาและโอบกอดอย่างใกล้ชิดกันเกินไปแล้วปทุมถันของนางที่กำลังเบียดเสียดอยู่บนแผ่นหลังของเขาด้วยความอึดอันนั้นแทบจะทำให้เขาเสียสติไปณนั้นเลย
"เห..ไม่ใช่ว่าท่านกำลังเขินหรอกใช่ไหม?"
เลวีนถามขึ้นเมื่อนางได้เห็นหูของเขาแดงขึ้น
แต่เอลิออสก็ไม่ได้ตอบอะไรนางออกไป
ปทุมถันของนางที่กระเพื่อมเคลื่อนไหวไปพร้อมกับแรงกระแทกของการควบม้าไปมาจนทำให้เขาไม่มีสมาธิในการขีาม้าเลยสักนิดเพราะมัวแต่จดจ่ออยู่ที่ปทุมถันนุ่มๆบนแผ่นหลังของเขาทำให้บนใบหน้าของเขาปรากฏหยาดเหงื่อเล็กน้อยคิ้วของเขาต่างก็ขมวดเข้าหากันโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
'มันจะเกิดความอดทนของข้าอยูาแล้วนะ!'
"ไม่คิดเลยว่าเรื่องแค่นี้ก็สามารถทำลายสมาธิของท่านได้~ อืม..ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีกแล้วแฮ้ะ~"
เลวีนกระซิบไปที่ข้างใบหูของเขาเบาๆ