เมื่อผ่านการทดสอบผู้หลอมโอสถระดับหนึ่งแล้ว ทางสมาคมจะมอบเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อน ที่เป็นรูปแบบเฉพาะของสมาชิกสมาคมผู้หลอมโอสถ ให้หนึ่งชุด และเข็มกลัดที่มีสัญลักษณ์รูปเตาหลอมและลูกไฟหนึ่งดวงอยู่เหนือเตาหลอม หากผ่านระดับสองก็จะได้รับสัญลักษณ์ที่มีลูกไฟสองดวงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ล้อมรอบเตาหลอมที่อยู่ตรงกลาง สูงสุดคือเจ็ดดวง
จิ่นฮวาเก็บชุดคลุมและเข็มกลัดไว้ในแหวนมิติ เอาออกมาใส่เฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น
วันนี้อาจารย์ให้นางพักหนึ่งวัน นางจึงมีเวลาไปสำรวจสวนผักผลไม้ของนาง ตอนนี้ผลไม้ออกดอกออกผลเต็มต้น พร้อมให้เก็บเกี่ยวแล้ว
นางให้บ่าวเก็บผลไม้มาอย่างละหนึ่งตะกร้า เพื่อทดลองบริโภคกันในครอบครัวก่อนนำออกไปขาย ผลไม้นั้นต่างจากผัก มันสามารถใช้ทานเป็นของว่างแทนขนมหวานได้ ทั้งยังมีหลากหลาย เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ และสตรี
ผลไม้ในสวนนางมีทั้ง ผิงกัว (แอปเปิ้ล) จวี่จื่อ (ส้ม) ซื่อจื่อ (ลูกพลับ) เถาจื่อ (ลูกท้อ) ฝานสือหลิว (ฝรั่ง) นางได้ลองชิมแล้วรสชาติดีกว่าผลไม้ในซูเปอร์มาเก็ตที่นางเคยซื้อกินที่ภพก่อนเสียอีก
เมื่อจิ่นหยางได้ลองชิมก็เอ่ยชม “ผลไม้นี่รสชาติดีมากเลยขอรับท่านพี่”
หลังอาหารกลางวันจิ่นฮวาได้ให้สาวใช้ปลอกและหันผลไม้ทั้งห้าอย่างขึ้นโต๊ะให้ทุกคนลองชิม แล้วแบ่งไว้ในครัวให้พวกบ่าวได้ชิมด้วย
“อร่อยก็กินมากหน่อย ถ้ากินผลไม้เป็นประจำจะทำให้เจ้าไม่เป็นหวัดง่ายด้วยนะ” นางบอกน้องชาย แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงเรื่องวิตามินซีในผลไม้
ผลไม้ของนางมีพลังวิญญาณสิบปี ทั้งยังมีรสชาติหวานกรอบอร่อย แถมยังออกดอกออกผลทั้งปีเมื่อนำไปวางขายวันแรกผู้คนก็แห่ซื้อกันจนขายแทบไม่ทัน ทำกำไรให้ร้านสมุนไพรเถ้าแก่หานเพิ่มขึ้นเป็นกอบเป็นกำ
ผลไม้วิญญาณสิบปีมีราคาแพง กว่าผักวิญญาณสิบปีและเป็นเพียงของว่างไม่ใช่อาหารหลักอย่างผักที่ใช้ทำกับข้าว จึงมีแต่พวกคหบดีหรือขุนนางเท่านั้นที่จะซื้อผลไม้ราคาจินละหลายตำลึงไปกินเล่นได้
ดังนั้นนางจึงให้บ่าวเก็บผลไม้ที่มีพลังแค่ห้าปีไปขายด้วย ในราคาที่ถูกลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ชาวบ้านที่พอมีเงินสามารถเข้าถึงได้ด้วย นับเป็นการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้คนหลายระดับ
“ท่านพ่อท่านแม่ข้าคิดว่าจะลองทำเครื่องดื่มจากผลไม้พวกนี้เจ้าค่ะ น้ำผลไม้หวานๆ หากนำไปแช่ในตู้เย็นที่ข้าทำไว้ จะทำให้ได้น้ำผลไม้หวานเย็นสดชื่นเจ้าค่ะ” จิ่นฮวานึกถึงน้ำผลไม้หวานๆ เย็นๆ แล้วยิ้มกว้าง คิดถึงจัง ไม่ได้ดื่มนำผลไม้มานานเท่าไหร่แล้วนะ นางดื่มชาจนเบื่อแล้ว
“มีสิ่งใดให้แม่ช่วยหรือไม่” กู้ชิงชิงเอ่ยถามบุตรสาว
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พวกท่านรอชิมอย่างเดียวก็พอ” จิ่นฮวายิ้มทะเล้น แล้วจูงมือน้องชายออกไป
จิ่นฮวาให้บ่าวนำ แอปเปิล ส้มและฝรั่งไปล้างให้สะอาด และปอกเปลือกไว้ จากนั้นนางใช้วิธีการเหมือนกับการกลั่นสมุนไพร ใช้พลังธาตุแสงห่อหุ้มส้มที่ปลอกแล้วทั้งตะกร้าในคราวเดียว แล้วกลั่นให้พลังวิญญาณสิบปีและน้ำส้ม ค่อยๆ ลอยขึ้นมาแล้วไหลมารวมกันเป็นก้อนน้ำส้มขนาดใหญ่ที่อุดมไปด้วยพลังวิญญาณ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
“เจ้าเอาถังไม้มารองน้ำส้มนี่” จิ่นฮวาบังคับก้อนน้ำส้มให้ลอยลงไปในถังไม้สะอาดที่บ่าวเอามาให้
นางใช้กระบวยตักน้ำส้มขึ้นมาเทใส่จอกให้ทุกคนลองชิม
“หวานสดชื่นมากเลยขอรับ” จิ่นหยางได้ชิมยังร้องขออีกจอก
พวกบ่าวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย นางจึงทำน้ำแอปเปิลและน้ำฝรั่งเพิ่ม น้ำผลไม้ของนางมีรสหอมหวานอยู่แล้ว ไม่จะเป็นต้องเติมน้ำตาลเลย โดยน้ำส้มจะหวานที่สุด รองลงมาคือแอปเปิล และฝรั่งหวานน้อยสุด
นางให้บ่าวกรอกน้ำผลไม้ใส่ในขวดหยกที่นางสั่งทำไว้ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น พอหลังมื้อเย็นนางก็นำมาให้ทุกคนชิม น้ำผลไม้หวานเย็นชื่นใจ แถมมีพลังวิญญาณได้รับผลตอบรับอย่างดีจากทุกคนในเรือน
“พ่อชอบน้ำฝานสือหลิว (ฝรั่ง) นี่ ไม่หวานจนเกินไป ดื่มแล้วสดชื่น” หลินซานหยางไม่ค่อยชอบรสหวานจัดของน้ำส้ม
“ส่วนแม่ชอบน้ำผิงกัว (แอปเปิล) หวานกำลังดี” มารดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ข้าชอบน้ำจวี่จื่อ (ส้ม) ขอรับ หวานชุ่มคอ ไป่หลงกับไป่เซียนก็ชอบเหมือนข้า” จิ่นหยางอย่างรีบเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
สรุปว่าน้ำผลไม้ของนางเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน โดยพวกบุรุษจะชอบน้ำฝรั่งที่หวานน้อย ส่วนสตรีจะชอบน้ำแอปเปิล และเด็กๆ หรือสาวใช้บางคนชอบน้ำส้ม
น้ำผลไม้เหล่านี้นางทำไว้ดื่มกันในบ้านเท่านั้น ไม่ได้นำไปขายเพราะหากจะทำปริมาณมากนางคงไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว
นางได้นำน้ำผลไม้ไปให้อาจารย์และเทียนหลงชิมด้วย ทั้งสองต่างชอบน้ำฝรั่งเหมือนกับท่านพ่อ ถ้าเป็นไปได้นางอยากลองฝากไปให้ท่านเทพพฤกษาชิมด้วย เพราะท่านเทพพฤกษาก็ถือเป็นผู้มีพระคุณของนาง แต่ต้องลองถามอาจารย์ดูก่อนว่ามีวิธีหรือไม่
………
เวลาล่วงเลยผ่านไปจิ่นฮวาฝึกฝนจนสามารถหลอมโอสถระดับสองได้แล้ว และน้ำผลไม้ของนางก็ส่งไปถึงท่านเทพพฤกษาแล้วเช่นกัน ท่านเทพฝากอาจารย์มาบอกว่าเขาชอบทุกน้ำที่นางทำ และบอกว่าวันปักปิ่นของนาง เขาจะมาร่วมอวยพรด้วย
ตอนนี้นางอายุ 15 ปีแล้ว งานปักปิ่นของนางก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในครอบครัว โดยมีเทพทั้งสามมาร่วมอวยพร บิดามารดานางได้พบเทพพฤกษาและเทพโอสถเป็นครั้งแรก รู้สึกยินดีมาก เทพทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณของบุตรสาวเขาก็เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของเขาเช่นกัน
“คารวะท่านเทพพฤกษา ท่านเทพโอสถ ขอบพระคุณท่านเทพทั้งสองที่เอ็นดูบุตรสาวข้า” หลินซานหยางและภรรยาคุกเข่าคำนับขอบคุณเทพทั้งสอง
“พวกเจ้าลุกขึ้น ข้าทั้งสองล้วนเอ็นดูฮวาเอ๋อร์ดั่งลูกหลาน พวกเจ้าไม่ต้องขอบคุณ” เทพพฤกษาบอกให้ทั้งสองรีบลุกขึ้น
พิธีปักปิ่นดำเนินไปอย่างเรียบง่ายโดยมารดาเป็นผู้เกล้าผมและปักปิ่นให้นาง พร้อมอวยพรให้นางมีชีวิตที่ดี หลังจากนั้นเทพทั้งสองก็มอบของขวัญพร้อมอวยพรให้นาง
เทียนหลงเป็นคนสุดท้ายที่มอบของขวัญให้นาง จิ่นฮวามองตาเขาอย่างสื่อความหมาย เทียนหลงจึงกล่าวกับนางเบาๆ “ข้าไม่เร่งรัดเจ้า” จิ่นฮวาจึงเผยยิ้มกว้างให้กับเขา
หลังเสร็จพิธีเทพพฤกษาก็ลูบหัวจิ่นฮวาเบาๆ แล้วขอตัวกลับ เขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก เพราะจะเป็นที่สงสัย ต่างกับเทพโอสถที่มักเดินทางไปทั่วแดนมนุษย์ และเทพมังกรที่ไม่ได้กลับสวรรค์นานแล้ว
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับจิ่นฮวาก็กลับเรือนของตน นางหยิบของขวัญที่แต่ละคนมอบให้ขึ้นมาดู เทพโอสถมอบโอสถทะลวงปราณระดับเจ็ดให้นาง มันสามารถช่วยให้นางทะลวงปราณระดับเซียนได้ เมื่อนางอยู่ที่ลมปราณระดับจักรพรรดิขั้นสูงแล้ว
พลังลมปราณนั้นมี 8 ระดับ ระดับก่อกำเนิด ระดับรวมปราณ ระดับปฐพี ระดับนภา ระดับราชัน ระดับจักรพรรดิ ระดับเซียน และระดับสวรรค์
คนส่วนใหญ่มักจะติดอยู่ที่ระดับจักรพรรดิ ไม่อาจทะลวงสู่ปราณระดับเซียนได้ ผู้ที่สามารถขึ้นถึงระดับเซียนจะสามารถมีอายุได้หลายร้อยปี และจะคงสภาพร่างกายในช่วงอายุที่ตนบรรลุระดับเซียนไว้โดยจะดูอ่อนเยาว์ลงเล็กน้อย และไม่แก่ขึ้นอีกเลยนับร้อยปี เมื่อมีวาสนารับหนึ่งอัสนีบาตแล้วบรรลุระดับสวรรค์จึงจะได้เป็นเซียนที่แท้จริง
จิ่นฮวาเก็บโอสถล้ำค่านี้ไปในแหวนมิติอย่างดี ตอนนี้นางยังไม่ต้องใช้มัน ส่วนเทพพฤกษามอบปิ่นพฤกษาสวรรค์ให้นางมันช่วยให้นางใช้ธาตุพฤกษาได้ดีขึ้น และยังใช้เป็นอาวุธได้อีกด้วย
เทียนหลงให้ปิ่นดอกไม้ที่ทำจากหยกสีชมพู กลีบดอกไม้ดูงดงามเหมือนจริงอย่างมาก และประดับด้วยมุกสีชมพูเม็ดเล็กๆ นับสิบเม็ด มุกสีชมพูนี้เป็นสมบัติล้ำค่าจากตำหนักเทพสมุทร
จิ่นฮวาประดับปิ่นทั้งสองไว้บนมวยผม มันดูดี และเหมาะกับนางอย่างมาก