ไป๋ฉีและจินหยางทำการล็อกเอาท์ออกจากจักรวาลเสมือนจริง หลังจากนั้นเพียงไม่นานไป๋เทียนซินก็ติดต่อมาเพื่อบอกหลานชายว่าจะรีบจัดส่งร่างอสรพิษบรรพกาลมาให้
ไป๋ฉีเอ่ยปากขอบคุณอย่างจริงใจ การช่วยเหลือจากท่านปู่ในครั้งนี้ทำให้เขาประหยัดสิทธิ์ในการใช้แบล็คการ์ดไปถึงหนึ่งครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากมายมหาศาล
"โชคดีจริงๆที่พบท่านปู่ในงาน ที่เหลือก็แค่รอสินค้ามาส่งเท่านั้น"ไป๋ฉีเอ่ยปากกล่าว แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ สมบัติที่เขาหมายปองทั้งสามชิ้นในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองพวกมันอย่างครบครัน
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา จากนั้นก็ทำการเปิดข้อมูลต่างๆออกมาเพื่อตรวจสอบมัน และหนึ่งในนั้นก็คือนิยายรักแสนหวานที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเรื่องของไป๋เฉินผู้เป็นพ่อกับหญิงงามที่ชื่อซูเหยา
"ฮ่าๆๆ เป็นนิยายรักแสนหวานจริงๆด้วย ไม่ได้การต้องส่งไปให้พวกท่านแม่อ่าน"ว่าแล้วไป๋ฉีก็กดส่งข้อมูลในทันที ก่อนที่จะเปิดหาดูอะไรที่มันน่าสนใจ
"จริงสิ จักรวาลของท่านพ่อก็อยู่ในเครือข่ายสหพันธ์เซียนเทียนนี่น่า"ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมา จากนั้นก็ติดต่อพ่อของตัวเองในทันทีเพื่อขอช่องทางเชื่อมต่อสัญญาณกับโลกยูโทเปียร์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ได้รับมาอย่างง่ายดาย
"Dx888-888-888 นี่หมายเลขประจำตัวของข้านี่ ท่านพ่อช่างเข้าใจตั้งรหัสเชื่อมต่อยิ่งนัก" กล่าวจบไป๋ฉีก็สั่งการให้หลิงหลิงทำการเชื่อมต่อระบบเข้ากับโลกยูโทรเปียร์ในทันที ทำให้ข้อมูลข่าวสารและสื่อบันเทิงปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า
ไป๋ฉียิ้มและสั่งการให้หลิงหลิงเชื่อมต่อข้อมูลเหล่านั้นกับจอภาพขนาดใหญ่ ตัวเขาเลื่อนดูสิ่งต่างๆอย่างฉับไว ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกหลังจากที่เขาจากมา
"โห ดูเหมือนว่าข้าจะไม่ต้องห่วงอะไรแล้วสินะ โลกยูโทเปียร์พัฒนาได้รวดเร็วจริงๆ "หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลคร่าวๆไป๋ฉีก็พูดขึ้นด้วยความพึงพอใจ
ภายใต้การนำของสิบประเทศใหญ่ในที่สุดพวกเขาก็สามารถยึดยืนดินแดนส่วนใหญ่กลับมาจากพวกอสูรได้ และมีประเทศเกิดขึ้นใหม่หลายเกือบห้าสิบประเทศด้วยกัน แต่ถึงกระนั้นประเทศมหาอำนาจก็ยังมีเพียงแค่สิบประเทศอยู่ดี แถมในขณะนี้ผู้คนในโลกยูโทเปียร์ยังเริ่มที่จะบุกเบิกเรื่องเทคโนโลยีอวกาศมากยิ่งขึ้น ซึ่งไป๋ฉีมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ
"เอาล่ะ ระหว่างรอของมาส่ง ข้าขอดูซีรีย์จากโลกเดิมสักเรื่องสองเรื่องก็แล้วกัน" กล่าวจบชายหนุ่มก็ทำการเปิดซีรีย์ของนักแสดงคนโปรดดูอย่างสบายใจจวบจนเวลาผ่านไปสามวันเต็มๆ
"ติ๊ง! มาสเตอร์ สินค้าที่ท่านสั่งมาส่งแล้วเจ้าค่ะ"
ในช่วงเที่ยงของวันที่สาม เสียงแจ้งเตือนของหลิงหลิงดังขึ้นมา ไป๋ฉีที่กำลังดูซีรีย์อยู่ก็ลุกขึ้นพรวดพราด รีบเดินออกไปจากห้องไปยังจุดรับส่งสินค้าของสถานบัน
เมื่อเขาไปถึงสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือสหายของเขาอย่างจินหยางที่กำลังรับชุดเกราะชุดใหม่ของตัวเองอยู่บริเวณจุดให้บริการ
ไป๋ฉีไม่รอช้าเดินเข้าไปในจุดบริการเช่นกัน จากนั้นยื่นรหัสรับสินค้าให้กับปัญญาประดิษฐ์ไป
"ข้าว่าข้ามาเร็วแล้วนะ แต่ก็ยังเร็วสู้เจ้าไม่ได้"
จินหยางหันไปมองยังต้นเสียงเมื่อเห็นว่าเป็นไป๋ฉีก็ยิ้มให้ "แน่นอนสิ ชุดเกราะชุดนี้ข้าใช้เงินเก็บของข้าประมูลมาเลยนะ ข้าย่อมตื่นเต้นที่จะใช้มันเร็วๆเป็นธรรมดา ว่าแต่เจ้าเถอะสามวันมานี้หายหน้าหายตาไปอยู่ไหนมาแถมยังติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก"
ได้ยินคำถามของสหาย ไป๋ฉีก็ยิ้มเจื่อนในทันใด "ข้าไม่ได้ไปไหนหรอก ก็แค่นอนดูซีรีย์อยู่ในห้องนอนก็เท่านั้น"
"ซีรีย์หรือ? มันคืออะไรกัน?"จินหยางเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
'จริงสิ นอกจากข้อมูลข่าวสารแล้วในสหพันธ์จักรวาลเซียนเทียนไม่มีสื่อบันเทิงจำพวกนี้อยู่เลยนี่น่า'ไป๋ฉีคิดในใจ ก่อนที่จะหันไปตอบจินหยางเพียงสั้นว่า "ซีรีย์ก็คือสื่อสร้างความบันเทิงในโลกของข้า"
"โอ้ ฟังแล้วก็น่าสนใจดี เอาไว้ว่างๆข้าขอดูซีรีย์อะไรนั่นกับเจ้าด้วยได้หรือไม่"จินหยางเอ่ยปากถามไถ่ สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่มีในสหพันธ์เขาจะพลาดมันได้อย่างไร
ไป๋ฉีพยักหน้าให้ "ได้สิ เอาไว้หลังจากที่ข้าศึกษาทักษะทั้งสองอย่างที่ประมูลมาก่อนก็แล้วกัน"
ว่าแล้วไป๋ฉีก็หยิบเอากระเป๋าสุดล้ำสมัยสีดำใส่เข้าแหวนมิติไป จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับห้องของตัวเองอีกครั้ง
ไป๋ฉีรีบเดินไปในห้องฝึกโดยพลันจากนั้นรีบทำการเปิดกระเป๋าสีดำที่พึ่งได้มาในทันที ทำให้คัมภีร์สีทองอร่ามสองม้วนปรากฏแก่สายตา
ไป๋ฉีไม่รอช้ารีบหยิบทักษะย่างก้าวข้ามดาราขึ้นมาอ่าน หลังจากผ่านไปไม่นานดวงตาของชายหนุ่มก็เริ่มเป็นประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"นี่มันทักษะราคายี่สิบสี่ล้านจริงๆน่ะหรือ! ทำไมมันถึงได้วิเศษปานนี้ ภายใต้ขอบเขตพลังข้าสามารถไปที่ไหนก็ได้ภายในเสี้ยวพริบตา"
"ตอนนี้ขอบเขตพลังของข้าสามารถปกคลุมโลกได้ทั้งใบ นั่นก็หมายความว่าข้าสามารถไปที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้โดยที่ก้าวขาเพียงก้าวเดียวเท่านั้น" ไป๋ฉีกล่าวด้วยความตื่นเต้น ยี่สิบสี่ล้านแลกเปลี่ยนกับทักษะที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้นับว่าคุ้มค่า
"ต่อไปก็ทักษะแยกจิตวิญญาณสินะ มาดูกันว่าเจ้าใช้ทำอะไรได้บ้าง"
ว่าแล้วก็หยิบคัมภีร์อีกเล่มขึ้นมาอ่าน ทว่าเพียงแค่ไป๋ฉีเปิดออกเท่านั้น คัมภีร์สีทองกลับกลายเป็นแสงแล้วพุ่งเข้าไปในหัวของเขาในทันที ทำให้ชายหนุ่มสลบไป ณ ตอนนั้น
"ฟุ๊บ"
ในขณะเดียวกันหอคอยจักรวาลก็เปร่งแสงหลากหลายสีสันต์ฉาบย้อมไปทั่วร่างกาย ภายในทะเลพลังงานร่างจิตของไป๋ฉีกำลังนั่งอยู่บนยอดหอคอยด้วยความสับสนเหลือหลาย
เมื่อเขากวาดสายตามองไปสิ่งที่เห็นคือตัวอักษรสีทองที่ตอนนี้กำลังก่อตัวกลายเป็นทะเลพลังงานชั้นที่เก้า
"พระเจ้า! นี่มันเรื่องอะไรกันแล้วพลังงานนั้นคือ..............อ๊ากกก!!"
ไม่ทันพูดจบ ไป๋ฉีก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่างจิตวิญญาณ ในหัวของเขามีทักษะหนึ่งประดังเข้ามาราวกับน้ำป่าที่ไหลทะลัก
ภายใต้ร่างจิตนี้แม้ไป๋ฉีจะเจ็บปวดเอามากๆแต่ก็ไม่อาจสลบได้ ชายหนุ่มค่อยๆตั้งสติ กัดฟัน และรวบรวมสมาธิ
"อึก! ไม่คิดว่าเจ้าของเก่าของทักษะแยกวิญญาณจะใจดีขนาดนี้! นอกจากจะมอบทักษะแยกจิตวิญญาณให้แล้วยังมอบพลังจิตให้ข้าอีกด้วย นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกัน!!" หลังจากที่ความเจ็บปวดเริ่มเบาลง ไป๋ฉีก็บ่นพึมพำออกมาเช่นนั้นก่อนจะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
สำหรับเขาที่มีหรงหรงเป็นสัตว์อัญเชิญพลังจิตที่ได้รับมานี้จึงหาได้จำเป็นไม่ แถมมันยังไม่วายทำให้เขาเลื่อนระดับขั้นยากกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า อาจเรียกได้ว่ามันเป็นภาระของเขาเสียมากกว่า
"ในอนาคตข้าจะต้องเสียเงินให้กับสมบัติพลังจิตอีกหรือนี่"
มองไปยังทะเลพลังงานที่กำลังก่อตัวไป๋ฉีก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ การหาผู้สืบทอดก็ควรจะถามถึงความสมัครใจก่อนไม่ใช่หรือไง แต่เจ้าของทักษะแยกจิตวิญญาณคนนี้กลับยัดเยียดให้เขาซะอย่างนั้น หากไม่ได้การปกป้องจากหอคอยจักรวาลเกรงว่าจิตวิญญาณของเขาคงจะแตกสลายเพราะพลังที่ประดังเข้ามามีมากเกินไป
"ช่างเถอะๆถึงอย่างไรก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ข้าขอทวบทวนทักษะแยกจิตวิญญาณก่อนก็แล้วกัน" ชายหนุ่มกลับตาทำสมาธิอีกครั้งเพื่อศึกษาทักษะที่อยู่ในหัวสมองต่อไป
#ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย55555
#วันนี้มีตอนเดียวนะครับ พอดีลบตอนไปแล้วปั่นไม่ทัน><