เสียงตบมือดังขึ้นจากชายดูมีอายุผู้หนึ่ง
“อะ..อาจารย์ใหญ่คะ..ท่านจะไปตบมือให้เด็กพวกนี้ทำไมกันคะ”
“ใช่ครับ..สู้กันซะหอประชุมพังเละขนาดนี้ แถมงานปฐมนิเทศก็พังไม่เป็นท่าอีก…แบบนี้ผมมองว่าควรลงโทษพวกเขาให้หนักเลยนะครับ”
อาจารย์บริเวณนั้นหลายคนไม่เห็นด้วยที่อาจารย์ใหญ่แสดงพฤติกรรมให้ท้ายนักเรียนที่กระทำผิด
“ใช่ค่ะ..ไอผมขาวนี่มันหลอกด่าราชวงศ์อย่างพวกหนูด้วย…ฉะนั้นต้องจัดการมันให้ได้เลยนะคะ!!!” เซเลน่าชี้หน้าด่าเรเวลด้วยความโมโหทันที
“เซเลน่า!!….” เซซิเลียทำหน้าโมโหจริงจังเป็นครั้งแรก..พร้อมกับงอนหนักกว่าเดิม
“ดะ..เดี๋ยวเซซิเลีย…คำว่าจัดการในที่นี้ฉันหมายถึงให้รางวัลเขาต่างหากล่ะ…ฮะฮะ” เซเลน่าพยายามพูดจาแก้ต่างทันที…
แถได้ไม่เนียนเลยแหะ…เรเวลมองไปทางเซเลหน้าพร้อมกับคิดแบบนั้น
“มองอะไร..ไอผมขาว!”
“อ้ะ..เปล่าครับ…ไม่มีอะไรครับ..ขออภัยครับท่านเซเลน่า”
“เฮอะ!…”
“ฮะฮะฮ่า…ไอเด็กนี่มันน่าสนใจดีแหะ…" ครูใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วตบไปที่ไหล่ผมทันทีหลายๆรอบ
“นายบอกว่าอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ใช่มะ…” ครูใหญ่ถามผมแบบนั้น
“อะ..อาครับ”
“ฉันเป็นอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์แห่งนี้มาตั้งหลายสิบปี..ฉันเพิ่งเคยเจอเด็กแบบนายครั้งแรกเนี่ยแหละ..สุดยอดไปเลยนะนายนี่”
ครูใหญ่พูดพร้อมกับตบไปที่บ่าผมอีกหลายๆครั้งเพราะความชอบใจ… จนผมเริ่มรู้สึกเริ่มเจ็บขึ้นมาแล้วแหะ
“งะ..งะ..งั้นหรอครับ”
“แหงล่ะสิ..ก็นี่น่ะเป็นวันปฐมนิเทศที่สุดยอดในแบบที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยนะ…การมายืนพูดว่าตัวเองอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์กลางเวทีแบบนั้น..พร้อมกับอัดนักเรียนห้องBจนหงายเก๋งยกห้องกลางหอประชุมแบบนี้น่ะ..มันไม่ใช่ใช่สิ่งที่ใครๆจะสามารถทำได้หรอกนะ…นายน่ะคือคนพิเศษเลยล่ะ”
“อะ..เอ่อครับ..ขอบคุณครับ” ฟังดูรู้สึกแปลกๆเลยแหะ..บอกตามตรงว่าตอนนั้นอารมณ์มันพาไปจริงๆ..พอมาคิดย้อนทีหลัง…นี่แบบ ตัวฉันทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ยยยยยย!!
“คนพิเศษ!?…ความหมายก็คือนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนปกติเขาทำกัน…แต่มีแค่คนบ้าเท่านั้นที่ทำกันสินะ" ชีน่ากล่าวเสริมออกมา…นั่นทำให้เรเวลรู้สึกอายจนหน้าแดงหนักกว่าเดิม
“ชู่ววววว..ชีน่า…อย่าพูดแบบนั้นสิ " รูอันกระซิบข้างหูชีน่าทันที
“อย่าพูดแบบนั้นสิ..แม่หนูห้องS…การมีความฝันที่ยิ่งใหญ่…และประกาศให้โลกรู้มันไม่ใช่สิ่งน่าอายหรอกนะ..แต่มันคือความกล้าหาญต่างหากล่ะ…”
“ไอครูใหญ่นี่มันก็บ้าไม่แพ้กะ…อุ้บ”
รูอันเอามือปิดไปปากชีน่าทันที
“ชู่ววว..เธออย่าพูดดังนักสิ…” รูอันกระซิบข้างหูชีน่าด้วยเสียงแผ่วเบาสุดๆ
“ทะ..ทะ…ทำอะไรน่ะ..รูอัน” ชีน่าเอามือตัวเองดึงมือของรูอันออก..พร้อมกับหน้าแดงทันที
“ตะ…แต่ฉันว่าคุณเรเวลเท่มากๆเลยนะคะ…” อยู่ๆเซซิเลียก็พูดขึ้นมา..พร้อมกับหน้าแดง..แล้วจ้องมองไปยังเรเวล
พอเด็กหนุ่มหันหน้ามาสบตากับเธอนั้น....ทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเดิม..แล้วรีบหลบตาทันที
“เอ่อ..ขอบพระคุณมากครับ..ท่านเซซิเลีย” เด็กหนุ่มหน้าแดงเล็กน้อย..เพราะได้รับคำชมจากเด็กผู้หญิงคนอื่นนอกจากเอลิเซ่ในวัยเด็กเป็นครั้งแรก…สิ่งนั้นทำให้เขานึกถึงความทรงจำอันแสนหอมหวานและอ่อนโยนที่เคยมีร่วมกับเอลิเซ่ในวัยเด็กทันที
ความทรงจำอันแสนมีค่าที่เคยมีร่วมกับเอลิเซ่ในตอนเด็กนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของเด็กหนุ่มมาโดยตลอดและทำให้เด็กหนุ่มข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ ..รวมถึงความทรงจำที่เป็นแผลใจที่ทำร้ายเด็กหนุ่มมาตลอดด้วยเช่นกัน
“อาจารย์ใหญ่คะ..สรุปคือจะไม่เอาเรื่องพวกเขาใช่มั้ยคะ?”
“ก็ตามนั้นแหละ..อีกอย่างคนที่เริ่มโจมตีเขาก่อนก็เป็นห้องBด้วย….ฉะนั้นรางวัลสำหรับที่ทำให้ฉันได้เห็นเรื่องเจ๋งๆในวันนี้ ก็คือการไม่เอาโทษพวกเขาทั้งหมดละกัน..”
“ขอบคุณครับ” เรเวลขอบคุณครูใหญ่ทันที
ในขณะที่นักเรียนห้องBตอนนี้ยังหมดสติไม่ฟื้นกันเลย
“แต่หลังจากนี้ถ้าจะมีเรื่องกัน…ให้ไปท้าสู้กันที่สนามประลองแบบปกติจะดีกว่านะ..เพราะการมาสู้ในที่นี้มันจะทำให้ข้าวของ…ของโรงเรียนเสียหายน่ะ”
“ครับ..ครั้งหน้าผมจะระวังครับ”
“สำหรับวันนี้งานปฐมนิเทศคงต้องจบแค่นี้ละนะ…ส่วนคนที่ใช้เวทย์รักษาได้..ให้ช่วยไปรักษาห้องBด้วยล่ะ…ว่าแต่เจ้าหนู..นายบาดเจ็บรึป่าว?”
“ก็..เล็กน้อยครับ” ความจริงผมไม่ได้บาดเจ็บจากการต่อสู้กับพวกห้องBเลยแม้แต่น้อย..แต่บาดเจ็บจากการกำหอกตัวเองแน่นเกินไปในตอนนั้นมากกว่า
“เดี๋ยวผมรักษาให้นายเองนะเรเวล”
รูอันเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา
“ขอบใจนะรูอัน” ผมยื่นฝ่ามือของตัวเองให้รูอัน
‘เวทย์ลม-ความเมตตาจากสายลม'
ปรากฎแสงสว่างสีเขียวห่อหุ้มด้วยสายลม..คลุมไปที่มือและทั่วตัวของผมทันที
และแล้ว…เรื่องอันสุดแสนวุ่นวายในวันปฐมนิเทศก็ได้จบลง
-----------------------------------------------
# หลังจากนั้นเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป 2 สัปดาห์ #
ชีวิตในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ของผมก็ยังคงปกติสุขเหมือนเดิม…คงเป็นเพราะการอัดห้องBจนราบคาบจึงทำให้ไม่มีใครกล้ามาตอแย..หรือนินทาผมอีกเลย
ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในห้องSด้วยกันก็เริ่มดีขึ้น..จนตอนนี้ก็มีหลายคนเริ่มเข้ามาคุยกับผมแล้ว
“ชีวิตชิวๆแบบนี้ก็สบายดีเหมือนกันนะ ><” ผมเงยหน้ามองแสงแดดอบอุ่นในยามเช้า ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ก่อนอื่นเลยคงต้องบอกว่า..ตอนเช้านี้ผมเดินมาโรงเรียนด้วยตัวคนเดียวจากหอพัก..เพราะว่ารูอันมีนัดไปเดินเล่นกับชีน่าก่อนเข้าเรียน..นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงตื่นเช้าแล้วล่วงหน้าไปก่อนผม
ที่จริงในช่วง2อาทิตย์นี้อาจารย์ที่ปรึกษาได้แจ้งเรื่องกำหนดการสำรวจดันเจี้ยนในอีก1เดือนข้างหน้า..พวกเขาจึงอยากให้นักเรียนทุกคนที่ยังเลเวล10 ไปเก็บเลเวลให้ถึง15กันก่อน ภายในสองอาทิตย์นี้ หลังจากนั้นอาทิตย์ถัดไปจะทำการคลาสอัพทันที
สำหรับนักเรียนห้องSอย่างพวกผมที่ถึงเลเวล15กันตั้งนานแล้ว..จะได้ทำการคลาสอัพกันเป็นกลุ่มแรก
ว่ากันว่าทัศนศึกษาพิเศษที่จะไปกันในครั้งนี้ เป็นดันเจี้ยนที่เพิ่งค้นพบใหม่ไม่นาน และทางโรงเรียนจะพาเด็กปี1ไปสำรวจแค่ชั้นต้นๆเท่านั้น(ไม่ไปถึงชั้นลึก) แต่ถึงอย่างนั้นค่าสเตตัสขั้นต่ำที่ต้องใช้สำรวจในชั้นบน คือต้องมีเลเวลอย่างน้อย30 นั่นหมายความว่าพวกผมต้องเผชิญความเหนื่อยยากจากการเก็บเลเวลอีกครั้งหลังจากคลาสอัพ
ที่จริงถึงแม้ว่าการเก็บเลเวลจะน่าเบื่อ..แต่ความตื่นเต้นที่ได้จากการเก็บเลเวลก็คือการได้ปลดล็อคสกิลใหม่เนี่ยแหละ….
“สกิลใหม่ที่ได้หลังจากขึ้นlv16เป็นต้นไป ของผมจะมีสกิลอะไรบ้างน้าาา” ผมพูดด้วยความตื่นเต้นแล้วเดินเข้าไปในอาคารเรียนทันที
ตอนที่เดินอยู่ในทางเข้าหน้าอาคาร..ผมได้เจอกับสมาชิกห้องSคนหนึ่งเข้า
นั่นมัน!..ท่านเซซิเลียนี่นา..ผมเห็นเธอกำลังอยู่หน้าตู้ล็อคเกอร์กำลังไขกุญแจเปิดล็อคเกอร์ของตัวเองอยู่
เดิมทีนั้นโรงเรียอัศวินเวทย์มนต์จะมีตู้ล็อคเกอร์ประจำห้อง โดยแต่ห้องก็จะมีล็อคเกอร์ที่เป็นจุดใส่ของส่วนตัวสำหรับคนๆนั้น
ส่วนจุดประสงค์ของตู้นี้ก็คือใช้สำหรับใส่พวกพัสดุหรือจดหมายต่างๆที่มีคนส่งมาถึงตัวเอง เนื่องจากเวทย์มนต์มิติเป็นเวทย์มนต์หายาก..ฉะนั้นสำหรับคนที่จากบ้านมาห่างไกล..เวลาที่คิดถึงครอบครัวหรือขาดของใช้บางอย่างก็ต้องอาศัยวิธีการส่งจดหมายหรือพัสดุแบบนี้แหละ..โดยจดหมายและพัสดุที่ส่งมาจะถูกเจ้าหน้าที่เอามาเก็บไว้ที่ล็อคเกอร์ ตามชื่อที่จ่าหน้าไว้หน้าซอง
ผมมองภาพที่ท่านเซซิเลียกำลังไขล็อคเกอร์ตัวเองอยู่..หลังจากนั้นตัวผมก็เดินจากไปเพื่อจะขึ้นไปยังห้องเรียน
จริงสิ!..ผมเองก็เข้ามาในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์นี้ได้ประมาณครึ่งเดือนแล้ว..ผมยังไม่ได้เขียนจดหมายแจ้งข่าวถึงพี่เอร่ากับคุณลุงคุณป้าเลย..ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดนี้ข่าวเรื่องที่ผมสอบเข้าได้ที่1 คงจะกระจายไปถึงที่เนอันแล้ว แต่ว่าอย่างน้อย..ผมควรเขียนจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบกับพวกเขาสักหน่อยก็ยังดี..และผมเองก็คิดถึงพวกเขาด้วย
“โครมมมมมมมมมมมม!”
ตอนที่ผมคิดแบบนั้นอยู่นั่นเองได้มีเสียงของหล่นจำนวนมากเกิดขึ้นจากด้านหลัง
#คุยกับคนเขียน#
สำหรับSagaเกี่ยวกับความวุ่นวายในวันปฐมนิเทศก็ได้จบลงบริบูรณ์แล้วนะครับ…สำหรับSagaต่อไปจะเป็นSagaเกี่ยวกับlovecomedyล้วนๆ (ชื่อตอน<คำขอเดตจากบุตรสาวตระกูลเชื้อพระวงศ์>) ซึ่งจะเป็นlovecomedy ชุดสุดท้ายก่อนจะเข้าSagaถัดไปซึ่งเป็นการเก็บเลเวลอีกครั้ง และการต่อสู้ครั้งใหญ่ในศึกบุกดันเจี้ยน
#ตรงนี้ขอสปอยเล็กน้อย(ถ้าไม่ชอบสปอยแนะนำข้ามไปตอนถัดไปเลยครับ)
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
สำหรับตั้งแต่Saga คำขอเดตจากบุตรสาวตระกูลเชื้อพระวงศ์ เป็นต้นไป จนถึงSaga บุกดันเจี้ยน แล้วลากยาวๆไปเรื่อยๆ จะมีความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องในบทคั่นนะครับ โดยพวกพระเอกจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรกลุ่มก่อการร้ายปริศนาที่สุดจะแสนโคตรอันตรายของเมือง และเนื้อหาตัวนี้จะเนื้อหาที่เป็นเรื่องซีเรียสหนักที่ลากยาวไปจนถึง……อุปส์…ขอสปอยแค่นี้ละกัน ฮ่าฮ่าๆ
สุดท้ายขอขอบพระคุณที่ตามอ่านเรื่องของผมมาตลอดครับ