The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่43 ความวุ่นวายในวันปฐมนิเทศ3(จบ)

                เสียงตบมือดังขึ้นจากชายดูมีอายุผู้หนึ่ง

               “อะ..อาจารย์ใหญ่คะ..ท่านจะไปตบมือให้เด็กพวกนี้ทำไมกันคะ”

               “ใช่ครับ..สู้กันซะหอประชุมพังเละขนาดนี้ แถมงานปฐมนิเทศก็พังไม่เป็นท่าอีก…แบบนี้ผมมองว่าควรลงโทษพวกเขาให้หนักเลยนะครับ” 

                อาจารย์บริเวณนั้นหลายคนไม่เห็นด้วยที่อาจารย์ใหญ่แสดงพฤติกรรมให้ท้ายนักเรียนที่กระทำผิด

               “ใช่ค่ะ..ไอผมขาวนี่มันหลอกด่าราชวงศ์อย่างพวกหนูด้วย…ฉะนั้นต้องจัดการมันให้ได้เลยนะคะ!!!” เซเลน่าชี้หน้าด่าเรเวลด้วยความโมโหทันที 

               “เซเลน่า!!….” เซซิเลียทำหน้าโมโหจริงจังเป็นครั้งแรก..พร้อมกับงอนหนักกว่าเดิม 

               “ดะ..เดี๋ยวเซซิเลีย…คำว่าจัดการในที่นี้ฉันหมายถึงให้รางวัลเขาต่างหากล่ะ…ฮะฮะ” เซเลน่าพยายามพูดจาแก้ต่างทันที… 

                แถได้ไม่เนียนเลยแหะ…เรเวลมองไปทางเซเลหน้าพร้อมกับคิดแบบนั้น

               “มองอะไร..ไอผมขาว!”

               “อ้ะ..เปล่าครับ…ไม่มีอะไรครับ..ขออภัยครับท่านเซเลน่า” 

               “เฮอะ!…”

               “ฮะฮะฮ่า…ไอเด็กนี่มันน่าสนใจดีแหะ…" ครูใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วตบไปที่ไหล่ผมทันทีหลายๆรอบ

               “นายบอกว่าอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ใช่มะ…” ครูใหญ่ถามผมแบบนั้น

               “อะ..อาครับ”

               “ฉันเป็นอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์แห่งนี้มาตั้งหลายสิบปี..ฉันเพิ่งเคยเจอเด็กแบบนายครั้งแรกเนี่ยแหละ..สุดยอดไปเลยนะนายนี่”  

               ครูใหญ่พูดพร้อมกับตบไปที่บ่าผมอีกหลายๆครั้งเพราะความชอบใจ… จนผมเริ่มรู้สึกเริ่มเจ็บขึ้นมาแล้วแหะ

              “งะ..งะ..งั้นหรอครับ”

              “แหงล่ะสิ..ก็นี่น่ะเป็นวันปฐมนิเทศที่สุดยอดในแบบที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยนะ…การมายืนพูดว่าตัวเองอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์กลางเวทีแบบนั้น..พร้อมกับอัดนักเรียนห้องBจนหงายเก๋งยกห้องกลางหอประชุมแบบนี้น่ะ..มันไม่ใช่ใช่สิ่งที่ใครๆจะสามารถทำได้หรอกนะ…นายน่ะคือคนพิเศษเลยล่ะ”

              “อะ..เอ่อครับ..ขอบคุณครับ” ฟังดูรู้สึกแปลกๆเลยแหะ..บอกตามตรงว่าตอนนั้นอารมณ์มันพาไปจริงๆ..พอมาคิดย้อนทีหลัง…นี่แบบ ตัวฉันทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ยยยยยย!!

              “คนพิเศษ!?…ความหมายก็คือนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนปกติเขาทำกัน…แต่มีแค่คนบ้าเท่านั้นที่ทำกันสินะ" ชีน่ากล่าวเสริมออกมา…นั่นทำให้เรเวลรู้สึกอายจนหน้าแดงหนักกว่าเดิม

              “ชู่ววววว..ชีน่า…อย่าพูดแบบนั้นสิ " รูอันกระซิบข้างหูชีน่าทันที         

              “อย่าพูดแบบนั้นสิ..แม่หนูห้องS…การมีความฝันที่ยิ่งใหญ่…และประกาศให้โลกรู้มันไม่ใช่สิ่งน่าอายหรอกนะ..แต่มันคือความกล้าหาญต่างหากล่ะ…”

              “ไอครูใหญ่นี่มันก็บ้าไม่แพ้กะ…อุ้บ”

               รูอันเอามือปิดไปปากชีน่าทันที

              “ชู่ววว..เธออย่าพูดดังนักสิ…” รูอันกระซิบข้างหูชีน่าด้วยเสียงแผ่วเบาสุดๆ

              “ทะ..ทะ…ทำอะไรน่ะ..รูอัน” ชีน่าเอามือตัวเองดึงมือของรูอันออก..พร้อมกับหน้าแดงทันที 

              “ตะ…แต่ฉันว่าคุณเรเวลเท่มากๆเลยนะคะ…” อยู่ๆเซซิเลียก็พูดขึ้นมา..พร้อมกับหน้าแดง..แล้วจ้องมองไปยังเรเวล

              พอเด็กหนุ่มหันหน้ามาสบตากับเธอนั้น....ทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเดิม..แล้วรีบหลบตาทันที 

              “เอ่อ..ขอบพระคุณมากครับ..ท่านเซซิเลีย” เด็กหนุ่มหน้าแดงเล็กน้อย..เพราะได้รับคำชมจากเด็กผู้หญิงคนอื่นนอกจากเอลิเซ่ในวัยเด็กเป็นครั้งแรก…สิ่งนั้นทำให้เขานึกถึงความทรงจำอันแสนหอมหวานและอ่อนโยนที่เคยมีร่วมกับเอลิเซ่ในวัยเด็กทันที

               ความทรงจำอันแสนมีค่าที่เคยมีร่วมกับเอลิเซ่ในตอนเด็กนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของเด็กหนุ่มมาโดยตลอดและทำให้เด็กหนุ่มข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ ..รวมถึงความทรงจำที่เป็นแผลใจที่ทำร้ายเด็กหนุ่มมาตลอดด้วยเช่นกัน

               “อาจารย์ใหญ่คะ..สรุปคือจะไม่เอาเรื่องพวกเขาใช่มั้ยคะ?”

               “ก็ตามนั้นแหละ..อีกอย่างคนที่เริ่มโจมตีเขาก่อนก็เป็นห้องBด้วย….ฉะนั้นรางวัลสำหรับที่ทำให้ฉันได้เห็นเรื่องเจ๋งๆในวันนี้ ก็คือการไม่เอาโทษพวกเขาทั้งหมดละกัน..” 

               “ขอบคุณครับ” เรเวลขอบคุณครูใหญ่ทันที 

               ในขณะที่นักเรียนห้องBตอนนี้ยังหมดสติไม่ฟื้นกันเลย  

                “แต่หลังจากนี้ถ้าจะมีเรื่องกัน…ให้ไปท้าสู้กันที่สนามประลองแบบปกติจะดีกว่านะ..เพราะการมาสู้ในที่นี้มันจะทำให้ข้าวของ…ของโรงเรียนเสียหายน่ะ” 

                “ครับ..ครั้งหน้าผมจะระวังครับ”  

        “สำหรับวันนี้งานปฐมนิเทศคงต้องจบแค่นี้ละนะ…ส่วนคนที่ใช้เวทย์รักษาได้..ให้ช่วยไปรักษาห้องBด้วยล่ะ…ว่าแต่เจ้าหนู..นายบาดเจ็บรึป่าว?”

        “ก็..เล็กน้อยครับ” ความจริงผมไม่ได้บาดเจ็บจากการต่อสู้กับพวกห้องBเลยแม้แต่น้อย..แต่บาดเจ็บจากการกำหอกตัวเองแน่นเกินไปในตอนนั้นมากกว่า

               “เดี๋ยวผมรักษาให้นายเองนะเรเวล”  

               รูอันเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา

               “ขอบใจนะรูอัน” ผมยื่นฝ่ามือของตัวเองให้รูอัน

               ‘เวทย์ลม-ความเมตตาจากสายลม'  

               ปรากฎแสงสว่างสีเขียวห่อหุ้มด้วยสายลม..คลุมไปที่มือและทั่วตัวของผมทันที 

               และแล้ว…เรื่องอันสุดแสนวุ่นวายในวันปฐมนิเทศก็ได้จบลง

                                           -----------------------------------------------

                                         # หลังจากนั้นเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป 2 สัปดาห์ #

                        ชีวิตในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ของผมก็ยังคงปกติสุขเหมือนเดิม…คงเป็นเพราะการอัดห้องBจนราบคาบจึงทำให้ไม่มีใครกล้ามาตอแย..หรือนินทาผมอีกเลย   

                       ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในห้องSด้วยกันก็เริ่มดีขึ้น..จนตอนนี้ก็มีหลายคนเริ่มเข้ามาคุยกับผมแล้ว 

                       “ชีวิตชิวๆแบบนี้ก็สบายดีเหมือนกันนะ ><” ผมเงยหน้ามองแสงแดดอบอุ่นในยามเช้า ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

                       ก่อนอื่นเลยคงต้องบอกว่า..ตอนเช้านี้ผมเดินมาโรงเรียนด้วยตัวคนเดียวจากหอพัก..เพราะว่ารูอันมีนัดไปเดินเล่นกับชีน่าก่อนเข้าเรียน..นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงตื่นเช้าแล้วล่วงหน้าไปก่อนผม

                       ที่จริงในช่วง2อาทิตย์นี้อาจารย์ที่ปรึกษาได้แจ้งเรื่องกำหนดการสำรวจดันเจี้ยนในอีก1เดือนข้างหน้า..พวกเขาจึงอยากให้นักเรียนทุกคนที่ยังเลเวล10 ไปเก็บเลเวลให้ถึง15กันก่อน ภายในสองอาทิตย์นี้ หลังจากนั้นอาทิตย์ถัดไปจะทำการคลาสอัพทันที

                       สำหรับนักเรียนห้องSอย่างพวกผมที่ถึงเลเวล15กันตั้งนานแล้ว..จะได้ทำการคลาสอัพกันเป็นกลุ่มแรก

                       ว่ากันว่าทัศนศึกษาพิเศษที่จะไปกันในครั้งนี้ เป็นดันเจี้ยนที่เพิ่งค้นพบใหม่ไม่นาน และทางโรงเรียนจะพาเด็กปี1ไปสำรวจแค่ชั้นต้นๆเท่านั้น(ไม่ไปถึงชั้นลึก) แต่ถึงอย่างนั้นค่าสเตตัสขั้นต่ำที่ต้องใช้สำรวจในชั้นบน คือต้องมีเลเวลอย่างน้อย30 นั่นหมายความว่าพวกผมต้องเผชิญความเหนื่อยยากจากการเก็บเลเวลอีกครั้งหลังจากคลาสอัพ 

                       ที่จริงถึงแม้ว่าการเก็บเลเวลจะน่าเบื่อ..แต่ความตื่นเต้นที่ได้จากการเก็บเลเวลก็คือการได้ปลดล็อคสกิลใหม่เนี่ยแหละ….

                       “สกิลใหม่ที่ได้หลังจากขึ้นlv16เป็นต้นไป ของผมจะมีสกิลอะไรบ้างน้าาา”  ผมพูดด้วยความตื่นเต้นแล้วเดินเข้าไปในอาคารเรียนทันที

                        ตอนที่เดินอยู่ในทางเข้าหน้าอาคาร..ผมได้เจอกับสมาชิกห้องSคนหนึ่งเข้า  

                        นั่นมัน!..ท่านเซซิเลียนี่นา..ผมเห็นเธอกำลังอยู่หน้าตู้ล็อคเกอร์กำลังไขกุญแจเปิดล็อคเกอร์ของตัวเองอยู่

                       เดิมทีนั้นโรงเรียอัศวินเวทย์มนต์จะมีตู้ล็อคเกอร์ประจำห้อง โดยแต่ห้องก็จะมีล็อคเกอร์ที่เป็นจุดใส่ของส่วนตัวสำหรับคนๆนั้น

                       ส่วนจุดประสงค์ของตู้นี้ก็คือใช้สำหรับใส่พวกพัสดุหรือจดหมายต่างๆที่มีคนส่งมาถึงตัวเอง เนื่องจากเวทย์มนต์มิติเป็นเวทย์มนต์หายาก..ฉะนั้นสำหรับคนที่จากบ้านมาห่างไกล..เวลาที่คิดถึงครอบครัวหรือขาดของใช้บางอย่างก็ต้องอาศัยวิธีการส่งจดหมายหรือพัสดุแบบนี้แหละ..โดยจดหมายและพัสดุที่ส่งมาจะถูกเจ้าหน้าที่เอามาเก็บไว้ที่ล็อคเกอร์ ตามชื่อที่จ่าหน้าไว้หน้าซอง  

                       ผมมองภาพที่ท่านเซซิเลียกำลังไขล็อคเกอร์ตัวเองอยู่..หลังจากนั้นตัวผมก็เดินจากไปเพื่อจะขึ้นไปยังห้องเรียน     

                      จริงสิ!..ผมเองก็เข้ามาในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์นี้ได้ประมาณครึ่งเดือนแล้ว..ผมยังไม่ได้เขียนจดหมายแจ้งข่าวถึงพี่เอร่ากับคุณลุงคุณป้าเลย..ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดนี้ข่าวเรื่องที่ผมสอบเข้าได้ที่1 คงจะกระจายไปถึงที่เนอันแล้ว แต่ว่าอย่างน้อย..ผมควรเขียนจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบกับพวกเขาสักหน่อยก็ยังดี..และผมเองก็คิดถึงพวกเขาด้วย   

                      “โครมมมมมมมมมมมม!”  

                      ตอนที่ผมคิดแบบนั้นอยู่นั่นเองได้มีเสียงของหล่นจำนวนมากเกิดขึ้นจากด้านหลัง

     

     

     

                                                            #คุยกับคนเขียน# 

                       สำหรับSagaเกี่ยวกับความวุ่นวายในวันปฐมนิเทศก็ได้จบลงบริบูรณ์แล้วนะครับ…สำหรับSagaต่อไปจะเป็นSagaเกี่ยวกับlovecomedyล้วนๆ (ชื่อตอน<คำขอเดตจากบุตรสาวตระกูลเชื้อพระวงศ์>) ซึ่งจะเป็นlovecomedy ชุดสุดท้ายก่อนจะเข้าSagaถัดไปซึ่งเป็นการเก็บเลเวลอีกครั้ง และการต่อสู้ครั้งใหญ่ในศึกบุกดันเจี้ยน 

     

     

       #ตรงนี้ขอสปอยเล็กน้อย(ถ้าไม่ชอบสปอยแนะนำข้ามไปตอนถัดไปเลยครับ)

    .

    .

    .

    .                     

    .                      

    .                         

     . 

    .

    .

    .

    .

    .                       

                       สำหรับตั้งแต่Saga คำขอเดตจากบุตรสาวตระกูลเชื้อพระวงศ์ เป็นต้นไป จนถึงSaga บุกดันเจี้ยน แล้วลากยาวๆไปเรื่อยๆ จะมีความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องในบทคั่นนะครับ  โดยพวกพระเอกจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรกลุ่มก่อการร้ายปริศนาที่สุดจะแสนโคตรอันตรายของเมือง และเนื้อหาตัวนี้จะเนื้อหาที่เป็นเรื่องซีเรียสหนักที่ลากยาวไปจนถึง……อุปส์…ขอสปอยแค่นี้ละกัน  ฮ่าฮ่าๆ

                     

                         สุดท้ายขอขอบพระคุณที่ตามอ่านเรื่องของผมมาตลอดครับ

              

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน