หลิวหยางก้าวเท้าเข้ามาในจวนสกุลจ้าวด้วยท่าทีสงบเงียบตามแบบฉบับหมอหนุ่มผู้สุภาพเรียบร้อย
แต่ในแววตากลับซ่อนความหื่นกระหายที่ยากจะปิดบัง เขามาเพื่อส่งคุณชายจ้าวเฟิงถึงจวนหลังจากออกตรวจอาการป่วยของบุตรชายขุนนางผู้นี้ตามคำสั่ง
เมื่อมาถึงห้องส่วนตัวหมอหนุ่มจึงประคองคุณชายจ้าวเฟิงนอนรออยู่บนเตียง
หลิวหยางวางกระเป๋ายาลงข้างเตียง มือหนาค่อยๆ ล้วงหยิบเข็มเงินออกมา จ้าวเฟิงมองเขาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ แต่ก็ยอมให้หมอหลวงลงมือ
“ท่านหมอ ข้าจะเจ็บมากหรือไม่” จ้าวเฟิงถาม เสียงแหบพร่า
หลิวหยางยิ้มมุมปาก “อาจจะเจ็บนิดหน่อย ขอให้ท่านอดทนสักนิดนิด”
หลิวหยางกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก มือหนึ่งยังคงจับเข็มเงินฝังลงบนจุดฉี่ไห่ ซึ่งอยู่บริเวณท้องน้อยใต้สะดือของจ้าวเฟิง
เป็จุดสำคัญที่ช่วยกระตุ้นพลังชี่หรือลมปราณให้ไหลเวียน รักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
แต่บังเอิญว่าจุดนี้ยังเชื่อมโยงกับระบบประสาทที่ไวต่อความรู้สึกทางกำหนัดด้วย
เข็มที่ฝังลึกเข้าไปในิับางๆ ส่งความรู้สึกเจ็บจี๊ดปนเสียวซ่านขึ้นมาทันที
“อึก…เจ็บ…แต่…เสียว…”
จ้าวเฟิงกัดฟันครางออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายเกร็งจนเตียงสั่นเล็กน้อย
หลิวหยางมองอาการนั้นด้วยสายตาวาววับ เขารู้ดีว่าจุดฉี่ไห่นั้น แม้จะช่วยฟื้นฟูเืลม แต่ถ้ากระตุ้นนานเกินไปหรือฝังเข็มในองศาที่ลึกเกินปกติ ก็อาจไปปลุกพลังกำหนัดที่ซ่อนอยู่ในร่างกายให้ตื่นขึ้นได้
มือหนาข้างที่ว่างอยู่เริ่มลูบคลึงไปตามต้นขาขาวเนียนของจ้าวเฟิงอย่างแ่เบาแต่ตั้งใจราวกับตั้งใจทดสอบขีดจำกัด
“ท่านเกร็งตัวแน่นขนาดนี้ เืลมยิ่งติดขัด ข้าต้องช่วยผ่อนคลายให้” เขาพูดน้ำเสียงเรียบแต่แฝงเล่ห์เหลี่ยม มือหนาค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้น ลูบไล้ไปจนถึงจุดลับระหว่างขา จ้าวเฟิงสะดุ้ง
“อ้า…ท่านหมอ…ข้า…เสียวจนทนไม่ไหว…” เขาคราง ร่างกายสั่นระริกจากทั้งเข็มที่ยังคาอยู่และััจากมือหนาของหลิวหยาง
“ข้าจะนวดให้เ้าเอง” หลิวหยางยิ้มกริ่ม มือหนาลงแรงคลึงนวดบริเวณโคนขาด้านในอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น
เข็มที่ฝังอยู่ที่จุดฉี่ไห่ยังคงค้างไว้อย่างตั้งใจ เพราะหลิวหยางรู้ว่าการฝังเข็มค้างไว้นานๆ จะยิ่งกระตุ้นให้ความร้อนรุ่มในร่างกายของจ้าวเฟิงพุ่งสูงขึ้น ความเจ็บจากเข็มกลายเป็ตัวเร่งให้ประสาทััไวขึ้นเป็ทวีคูณ
“อึก…ท่านหมอ…เข็ม…มัน…อ้า…เสียวเหลือเกิน…”
จ้าวเฟิงครางยาว ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความทรมานปนความสุขสม
ไม่นาน ความเสียวที่พุ่งถึงขีดสุดจากทั้งเข็มที่ฝังคาไว้และััจากมือของหลิวหยางก็ทำให้จ้าวเฟิงหมดความอดทน
ร่างบางพลิกใช้มือดึงเข็มออกจากท้องน้อยเอง แล้วพลิกตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ผลักหลิวหยางลงนอนบนเตียงด้วยแรงที่มาจากความปรารถนาล้วนๆ
“อึก…ข้าจะไม่ทนแล้ว!”
เขาะโ สายตาเต็มไปด้วยความ้า
เข็มที่ฝังอยู่ที่ท้องน้อยของจ้าวเฟิงยังคงค้างไว้ แต่ความเจ็บนั้นกลับกลายเป็เชื้อเพลิงเร่งเร้าให้เขา้าปลดปล่อยมากยิ่งขึ้น
จ้าวเฟิงไม่สนใจความเจ็บอีกต่อไป ร่างกายของเขาตอบสนองต่อความเสียวที่ถูกกระตุ้นจากจุดฝังเข็มอย่างเต็มที่ เขาดึงเข็มออกจากท้องน้อยตัวเองอย่างพลการ
“อึก…”
ร่างบางของจ้าวเฟิงดึงหมอหนุ่มให้หงายท้องมาบนเตียง และกระโจนคร่อมร่างกำยำของหลิวหยางทันทีราวกับเสือที่หิวโหย
มือเรียวบางแต่เต็มไปด้วยพลังคว้าชายเสื้อผ้าไหมของหมอหลวงหนุ่มกระชากออกอย่างดุดัน เสียงผ้าขาดดัง
“แควก!”
เผยให้เห็นแผงอกกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึงราวกับถูกปั้นแต่งจากหยกขาว
ผิวสีน้ำผึ้งของหลิวหยางระยิบระยับด้วยเหงื่อบางๆ จ้าวเฟิงจ้องมองด้วยตาคู่สวยที่ลุกโชนด้วยความหยาก
มือเรียวเลื่อนลงไปที่ชายผ้าของตัวเอง ถลกมันขึ้นอย่างรีบร้อนจนเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนและสะโพกกลมกลึง
เขาคว้าจับน้องชายของหลิวหยางที่แข็งขึงตื่นตัวเต็มที่ราวกับท่อนไม้ขัดเงา มือสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะค่อยๆ จัดตำแหน่งแล้วกดร่างตัวเองลงไปรับความใหญ่โตนั้นเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่ลังเล
“อ้าาาาา!”
เสียงครางดังลั่นจากปากของทั้งคู่พร้อมกันราวกับประสานเสียงกันได้อย่างลงตัว
จ้าวเฟิงสะดุ้งเฮือกเมื่อความร้อนรุ่มของหลิวหยางทะลวงเข้ามาเต็มช่องทางแคบ
“อึก…ใหญ่…อ้า…เสียวเหลือเกิน!” เขาครางยาว ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปนเสียว
มือบางกดลงบนแผงอกของหลิวหยางแน่นจนเห็นรอยนิ้วแดง หลิวหยางกัดฟันแน่น “ฮึก…เ้าแน่น…ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว…อ้า!” เขาครางกลับ เสียงทุ้มต่ำสั่นสะท้าน ร่างกำยำเกร็งแข็งรับความรัดแน่นที่โอบล้อมน้องชายของเขาไว้
จ้าวเฟิงเริ่มขยับสะโพกช้าๆ โยกขึ้นลงราวกับกำลังร่ายรำท่วงท่าลับเฉพาะ “อ๊า…เสียว…ลึกเหลือเกิน…” เขาครางกระเส่า
สะโพกกลมกลึงเคลื่อนไหวเป็จังหวะช้าๆ แต่หนักแน่น ทุกครั้งที่กดลง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง “ผับ! ผับ!” หลิวหยางหายใจหอบ
“ฮ้าส์…เ้า…ข้าจะบ้าตาย…อึก…เสียวจนข้าสั่นไปหมด!” เขาครางลั่น มือหนาคว้าไปจับเอวบางของจ้าวเฟิงไว้แน่น นิ้วจิกผิวขาวเนียนจนเป็รอยแดง
จ้าวเฟิงเร่งจังหวะเร็วขึ้น สะโพกกระแทกลงมาซ้ำๆ อย่างไม่ยั้ง
“อ้า! อ้า! ข้าเสียว…เสียวจะขาดใจแล้ว…ท่านหมอ…อ๊า!” เขาร้องสุดเสียง ร่างกายสั่นระริกด้วยความสุขสมที่พุ่งถึงขีดสุด
หลิวหยางยกตัวขึ้นเล็กน้อย มือหนาดึงเอวของจ้าวเฟิงให้กระแทกลงแรงขึ้น
“อึก…ข้าก็…อ้า…ใกล้แล้ว…เ้าแน่นจนข้าจะะเิ…ฮึก!” หมอหนุ่มครางยาว
เสียงหอบหายใจดังระงมผสานกับเสียงครางที่หลุดออกมาจากลำคอของทั้งคู่
“อ๊า…ข้าจะไม่ไหวแล้ว…ท่านหมอ…เสียว…อ้า!” จ้าวเฟิงร้องอีกครั้ง
หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกจากอก สะโพกโยกเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเตียงไม้ส่งเสียงดัง “เอี๊ยด…เอี๊ยด…”
หลิวหยางเกร็งตัวสุดแรง “ฮ้าส์…ข้า…อ้า…เสร็จแล้ว…เสียวเหลือเกิน!” เขาครางลั่น ร่างกายกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อถึงจุดสูงสุด
ขณะที่จ้าวเฟิงยังคงขย่มต่อไม่หยุด “อ๊า…ข้าก็…เสียว…อ้า…จะตายแล้ว!” เขาร้องสุดท้าย ร่างบางสั่นสะท้านก่อนจะทรุดลงทับร่างของหลิวหยาง ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและเสียงหายใจระงมที่ยังไม่สงบลง
ทันใดนั้น ประตูห้องถูกผลักออกเบาๆ หลิวปัง—น้องชายของหลิวหยาง—ก้าวเข้ามาพร้อมบ่าวของจวนสกุลจ้าว เขามาตามพี่ชายตามคำสั่งเมื่อมีคนไข้รอการรักษาที่บ้านสกุลหลิว แต่ภาพที่เห็นทำเอาเขาต้องชะงัก ร่างเปลือยเปล่าของพี่ชายและจ้าวเฟิงกำลังเคลื่อนไหวกันอย่างเมามันบนเตียง
หลิวปังหน้าแดงก่ำ รีบคว้าตัวบ่าวที่เดินตามมาหันไปอีกทาง “อย่ามอง!” เขากระซิบ
ก่อนกระแอมเบาๆ “แค่ก…” เพื่อส่งสัญญาณให้กับหมอหนุ่มผู้เป็พี่ชาย
หลิวหยางและจ้าวเฟิงสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาสวมอย่างลนลาน
หลิวหยางจัดแจงชายเสื้อให้เข้าที่ ส่วนจ้าวเฟิงดึงผ้าคลุมร่างไว้หลวมๆ ทำท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลิวปังที่ยืนอยู่นอกประตูคำนวณในใจว่าพี่ชายน่าจะแต่งตัวเสร็จแล้ว จึงะโออกไป
“พี่ชาย! มีคนไข้มารอที่บ้านเรา ข้าจะไปรออยู่หน้าจวนสกุลจ้าว!” พูดจบก็พาตัวบ่าวเดินออกไปทันที
เมื่อห้องเงียบลงอีกครั้ง จ้าวเฟิงหันมามองหลิวหยางด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ เขาคลานเข้าไปใกล้ มือเรียวลูบไล้แผงอกของหมอหลวงหนุ่มอีกครั้ง
“ท่านหมอ…ทำต่ออีกสักหน่อยไหม” เขายั่วยวน
หลิวหยางกลืนน้ำลาย ดวงตาวาววับ แต่ต้องยับยั้งใจ “ไว้เจอกัน”
หมอหนุ่มกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งจ้าวเฟิงที่นอนยิ้มกริ่มอยู่บนเตียงด้วยความพึงพอใจ