หลิวฟางอิ่งขยับสะโพกอย่างอึดอัดใจนางอยากหุบขา อยากลุกหนีนัก แต่ว่าหากนางขัดขืน นางก็ไม่กล้าทำ เพราะคนๆนี้น่าจะเป็คนประเภทที่เคยชินกับการออกคำสั่งคนเขาเป็คนประเภทที่ไม่ชอบถูกปฏิเสธกระมัง นางจำได้ตอนที่นางปฏิเสธเขาสีหน้าเขาเหี้ยมเกรียมขึ้นมาแวบหนึ่งชั่วแวบนั้นนางรู้สึกเหมือนตัวเองแทบหยุดหายใจไป เขาดูน่ากลัวเหลือเกิน!
หยางซีถิงทายาให้นางจนทั่วดีแล้วเขาจึงดึงนิ้วออกมาเขาก้มลงไปจูบต้นขาอ่อนของนาง หลิวฟางอิ่งสะดุ้งเฮือกในใจนึกกลัวว่าเขาจะจับนางทิ่มแทงอีก หยางซีถิงจูบทีหนึ่งแล้วยืดตัวขึ้นเขาบอกนางน้ำเสียงอ่อนนุ่ม “แต่งตัวซิ”
หลิวฟางอิ่งรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีนางรีบหุบขาขยับลุกขึ้นแต่งตัวโดยเร็ว หยางซีถิงก็ช่วยนางแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่หลิวฟางอิ่งแต่งตัวเสร็จแล้วก็หวีผม ในห่อผ้ามีแม้กระทั่งหวีและปิ่นเงินลวดลายเรียบๆอันหนึ่ง ปิ่นเงินนี้เต๋อผิงหยิบมาแบบไม่ได้เลือกมากนัก เรียกว่าหยิบส่งๆมาก็ว่าได้ เขายังไม่แต่งงาน ดังนั้นเื่เลือกของให้สตรีเขาจึงไม่สันทัดเลยตอนที่เขาไปซื้อเสื้อผ้าสตรี เขาก็ให้ลูกจ้างในร้านช่วยเลือกๆ ให้ลูกจ้างเสนออะไรเขาก็เลือกมาเพียงชุดเดียวกับปิ่นเงินอันหนึ่ง
หลิวฟางอิ่งหวีผมเกล้ามวยเรียบร้อยแล้วก็ปักปิ่นหยางซีถิงมองดูนาง เห็นนางแต่งตัวดีแล้วจึงกุมมือนางจูงออกจากกระท่อมหลิวฟางอิ่งเดินตามเขาไปอย่างเกร็งๆพวกลูกน้องของหยางซีถิงพอเห็นเ้านายออกมาจากกระท่อม พวกเขาก็เหลือบมองแวบหนึ่งครั้นเห็นคนข้างกายเ้านาย พวกเขาก็ตะลึงมองมากหน่อย จนได้ยินเสียงเ้านายสั่งว่า “เอาม้ามา”
“อ่า...ขอรับ”ลูกน้องรับคำสั่งแล้วรีบไปจูงม้ามาให้
หลิวฟางอิ่งมองๆแล้วลองถามว่า “ท่านจะพาข้าไปไหน?”
“กลับเมืองหลวงไปด้วยกันกับข้าน่ะซิ”หยางซีถิงบอก หลิวฟางอิ่งรีบพูด “แต่ว่าหากท่านพาข้าไปด้วยตอนนี้ คนจะพูดจนข้าเสื่อมเสียชื่อเสียงวันหน้าข้าก็โงหัวไม่ขึ้นอีกเลยนะ”
หยางซีถิงชะงักงันไปถูกนางท้วงติงเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกตัวว่าเขาใจร้อนเกินไปจริงๆ นั่นแหละ เขาคิดๆอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “เช่นนั้นเ้ากลับบ้านตระกูลเฟิ่งไปก่อนข้าจะให้คนของข้าติดตามไปด้วย จากนั้นเ้ากลับบ้านเดิมที่เมืองหลวงแล้วข้าจะส่งแม่สื่อไปสู่ขอเ้า แต่งเ้าเข้าจวนมาเป็อนุของข้า”
“เ้าค่ะ”หลิวฟางอิ่งรับคำ นี่เป็วิธีที่ดีที่สุดแล้ว
“เจิ้งชูซิน(郑楚欣)เ้ามานี่” หยางซีถิงเรียก เจิ้งชูซินรีบวิ่งไปหาทันที “นายท่าน”
“เ้าตามนางไปต่อไปนี้เ้าเป็สาวใช้ข้างกายนาง เ้าต้องดูแลนางให้ดีๆ” หยางซีถิงสั่งเจิ้งชูซินรับคำสั่ง “เ้าค่ะ”
“อิ่งเอ๋อร์นี่คือเจิ้งชูซิน ต่อไปนี้นางคือสาวใช้ของเ้า เ้าจะสั่งให้นางทำอะไรก็ได้นางจะดูแลเ้า จะปกป้องเ้าเป็อย่างดี” หยางซีถิงบอกกับหลิวฟางอิ่งหลิวฟางอิ่งขานรับ “เ้าค่ะ”
นางมองเจิ้งชูซิน คนๆนี้หน้าตาสามัญ รูปร่างเพรียวบางคิดว่าคงเป็สาวใช้ของเขาที่เขาให้มาจับตาดูนางกระมัง หากนางกล้าหนีเกรงว่าเขาคงให้คนฆ่าล้างตระกูลนางจริงๆ
“ขึ้นม้าซิ”หยางซีถิงสั่ง หลิวฟางอิ่งมัวแต่คิดอะไรอยู่จึงไม่ได้ยิน จนกระทั่งเขาอุ้มนางขึ้นนางจึงใร้องคำหนึ่ง “อ้า!”
“เ้าจะร้องทำไม”หยางซีถิงบ่น หลิวฟางอิ่งหน้าแดง จู่ๆ ก็ถูกอุ้มต่อหน้าคนอื่นนางจึงรู้สึกอับอายไม่น้อย นางขืนตัวพลางรีบบอก “ท่านปล่อยข้าลงเถอะ”
“ข้าจะอุ้มเ้าขึ้นม้าเ้าขึ้นเองได้รึ?” หยางซีถิงบอก หลิวฟางอิ่งส่ายๆ หน้า นางไม่เคยขี่ม้าย่อมขึ้นหลังม้าไม่เป็ หยางซีถิงบอก “ข้าจะพาเ้าไปส่งที่วัดต้าฝอ”
เขาก้มลงกระซิบข้างหูนางว่า“เ้าเจ็บขนาดนี้ เ้าเดินกลับไปไม่ไหวหรอก ขึ้นม้าเถอะ ข้าจะพาไปส่ง”
หลิวฟางอิ่งฟังแล้วหน้าแดงก่ำนางอายยิ่งนัก แล้วค้อนใส่เขาทีหนึ่ง นางเจ็บขนาดนี้เพราะใครล่ะ!
หยางซีถิงมองกริยาท่าทีของนางแล้วยิ้มกริ่มหากว่าไม่ใช่เพราะนางเจ็บอยู่ เขาคงพานางกลับไปที่เรือนพักด้วยกัน แล้วจับนางทิ่มแทงอีกสักหลายๆหนให้หนำใจเลยเชียว!
เขาส่งนางขึ้นม้าจากนั้นเขาก็ขึ้นม้าอีกตัวหนึ่งแล้วจับจูงม้าของนางเดินตามม้าของเขา คนอื่นๆก็ขึ้นม้าแล้วตามเ้านายไป ส่วนสาวใช้คนนั้นก็ถูกแก้มัดแล้วจับขึ้นม้าตัวหนึ่งเ้าของม้าตัวนั้นก็เดินจูงม้าให้นางตามขบวนเ้านายไป
หลิวฟางอิ่งนั่งอยู่บนหลังม้าตัวเกร็งแข็งทื่ออย่างกลัวตก ม้าพวกนี้ตัวใหญ่กว่าม้าของบ้านนางมากนัก ดูๆแล้วเป็ม้าพันธุ์ดีทั้งหมด นางมองๆ แล้วรู้สึกสงสัยในใจ เขาเป็ใครกัน!?
เขามีคนรับใช้หลายคนแต่ละคนล้วนดูแล้วน่าจะเป็วรยุทธ์กันทั้งหมด ฐานะของเขาย่อมไม่ธรรมดาสามัญแน่นอน!
นางคิดไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงวัดต้าฝอตอนไหนก็ไม่รู้ นางรู้ตัวอีกที ก็อยู่ในลานหน้าวัดแล้ว
“ฮูหยิน!” เจียห้าว(佳浩) คนขับรถม้าของหลิวฟางอิ่งรีบวิ่งไปหาทันทีที่เห็นเ้านายตัวเองบนหลังม้าตัวใหญ่ เขากำลังร้อนใจเลยหลังจากที่รู้ว่านางกับรุ่ยหลินหายไปจากวัดเขากำลังจะให้คนช่วยออกตามหาพอดี
เจิ้งชูซินก้าวเข้าไปประคองหลิวฟางอิ่งลงจากหลังม้าหลิวฟางอิ่งลงมายืนบนพื้น เจียห้าวก็รีบปราดแทรกเข้ามามองๆั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเป็ห่วงเป็ใย พลางถามว่า “ท่านไม่เป็อะไรใช่ไหมขอรับ?ท่านหายไปไหนขอรับ? บ่าวร้อนใจจะตายแล้ว บ่าวกำลังจะให้คนช่วยกันออกตามหาท่านเชียว”
“ข้า...”หลิวฟางอิ่งอึกอัก หยางซีถิงจึงบอกว่า “ข้าไปเจอพวกนางนายบ่าวกลิ้งตกเขาจึงช่วยพามาส่งในเมื่อส่งคนถึงที่แล้วข้าก็ไปล่ะ”
เขาพูดจบแล้วก็ชักม้าเดินออกจากลานวัดไปทันทีทำเหมือนนางเป็เพียงคนแปลกหน้าที่เขาบังเอิญไปพบเจอแล้วจึงพามาส่งเท่านั้น
รุ่ยหลินก็ถูกประคองลงจากหลังม้านางยังตั้งสติไม่ค่อยได้เลยจึงมีท่าทางมึนงง
พวกหยางซีถิงไปกันหมดแล้วเหลือเพียงเจิ้งชูซินที่ยืนอยู่ข้างหลิวฟางอิ่งเจียห้าวมองสตรีแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างเ้านายพลางถาม “แม่นางท่านนี้คือ?”
“ข้าคือสาวใช้คนใหม่ที่ฮูหยินรับไว้”เจิ้งชูซินบอก เจียห้าวจึงหันไปมองเ้านาย หลิวฟางอิ่งพยักหน้ารับ “ใช่นางคือสาวใช้คนใหม่ของข้า นางชื่อเจิ้งชูซิน เอาล่ะ ข้าจะไปนอนพักก่อนล่ะแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านตระกูลเฟิ่งเถอะ ข้าคิดถึงหวงเอ๋อร์แล้ว”
นางบอกแล้วก็เดินไปทางห้องพักเจิ้งชูซินรีบก้าวไปประคองเ้านายใหม่ วางท่าเป็สาวใช้เต็มตัวนางรู้ดีว่าท่านแม่ทัพไม่ได้ให้นางมาเป็สาวใช้เท่านั้น แต่ให้นางมาคอยจับตาดูอนุคนนี้ไม่ให้นางคิดหนีไปได้ต่างหาก!
เจียห้าวมองตามอย่างงุนงงจู่ๆ ฮูหยินก็รับสาวใช้เพิ่ม? เขาจึงหันไปมองรุ่ยหลินแล้วถามว่า “นางเป็สาวใช้คนใหม่รึ?”
“อืม”รุ่ยหลินพยักหน้าตอบ
“แล้วเ้ากับ...” เจียห้าวถามยังไม่ทันจบรุ่ยหลินก็เอ่ยขัดขึ้นว่า “ข้าไปล่ะ ฮูหยินไปนู้นแล้ว”
นางบอกแล้วก็รีบเดินตามฮูหยินไปทันทีเื่ราวที่เกิดขึ้นจะให้คนอื่นรู้เพิ่มไม่ได้เด็ดขาดต่อให้เจียห้าวจะเป็บ่าวที่ติดตามมาจากบ้านเดิมก็เถอะเจียห้าวมีข้อเสียตรงที่พอเหล้าเข้าปาก มีความลับอะไรก็คายออกมาหมดเื่ที่เกิดขึ้นล้วนทำให้ฮูหยินเสื่อมเสียชื่อเสียงจนไม่อาจสู้หน้าผู้คนได้อีกดังนั้นจะให้ใครรู้เื่เพิ่มขึ้นอีกไม่ได้เด็ดขาด!
เจียห้าวมองตามหน้าตางงๆ แล้วก็ไม่คิดอะไรมากอีก ฮูหยินกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้วก่อนหน้านี้เขาร้อนใจจะตายแล้ว เขาเดินหาฮูหยินกับรุ่ยหลินจนทั่ววัดเลยแต่ก็ไม่เจอ เขาจึงกำลังจะไปขอให้คนอื่นๆ ช่วยกันออกไปตามหาก็พอดีฮูหยินกลับมาก่อน เขาจึงยังไม่ได้ให้ใครออกไปช่วยตามหา
หลิวฟางอิ่งเข้าห้องพักไปแล้วก็จัดแจงอาบน้ำทันที หลังจากอาบน้ำแล้วนางก็นอนพักนางหลับเป็ตายเลยทีเดียว แม้ตรงนั้นจะรู้สึกเจ็บ แต่ว่าสีหน้าของนางไม่ซังกะตายแล้วหากใครเห็นย่อมรู้สึกว่าสีหน้าของนางล้วนเหมือนต้นไม้ได้ฝนกันทั้งนั้น ส่วนเจิ้งชูซินก็นั่งเฝ้าอยู่ในห้องรุ่ยหลินก็นอนหลับอยู่กับพื้นข้างเตียง
วันต่อมา หลิวฟางอิ่งก็นั่งรถม้ากลับบ้านตระกูลเฟิ่งหูเย่จวนเห็นพี่สะใภ้กลับมาเร็วก็รู้สึกใ นางรีบปั้นสีหน้าให้เป็ปกติพลางถามว่า “พี่อิ่งอิ่งไปถือศีลอยู่ที่วัดเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?”
“อืม ดี”หลิวฟางอิ่งตอบแล้วถามว่า “หวงเอ๋อร์ล่ะ?”
“หลับอยู่เ้าค่ะ”หูเย่จวนตอบ หลิวฟางอิ่งจึงบอก “งั้นข้ากลับเรือนก่อน ไว้หวงเอ๋อร์ตื่นแล้วก็พามาหาข้าล่ะกัน”
“เ้าค่ะ”หูเย่จวนรับคำ หลิวฟางอิ่งจึงเดินไปทางเรือนของนาง รุ่ยหลินประคองเ้านายเดินไปเจิ้งชูซินก็เดินตามไป หูเย่จวนมองสตรีแปลกหน้าคนนั้นแล้วเอ่ยปากถาม “เดี๋ยวก่อนเ้าเป็ใคร?”
เจิ้งชูซินหยุดเท้าหันไปตอบอย่างนอบน้อมว่า “บ่าวเป็สาวใช้คนใหม่ของฮูหยินเ้าค่ะบ่าวชื่อเจิ้งชูซินเ้าค่ะ”
“สาวใช้คนใหม่?”หูเย่จวนเลิกคิ้วขึ้น เจิ้งชูซินตอบ “เ้าค่ะเช่นนั้นบ่าวขอตัวไปรับใช้ฮูหยินก่อนนะเ้าคะ”
นางพูดจบแล้วก็ไม่รอให้หูเย่จวนอนุญาตนางเดินตามหลิวฟางอิ่งไปทันที
หูเย่จวนมองเพ่งอยู่พักหนึ่งก็ดึงสายตากลับมานางรอให้น้องชายกลับมาก่อนแล้วจะได้ถามถึงแผนการที่วางไว้ว่าสำเร็จหรือไม่หากว่าสำเร็จ เช่นนั้นย่อมเป็เื่ดียิ่ง!
แต่หากว่าไม่สำเร็จล่ะ?นังนั่นจะเอาเื่เอาราวอะไรหรือเปล่า?
เมื่อเข้าไปในเรือน เจิ้งชูซินก็ก้าวไปยืนข้างๆ หลิวฟางอิ่งพลางบอกเสียงเบาว่า “นายท่านส่งข่าวมาว่าให้ท่านเร่งกลับบ้านเดิมได้แล้วเ้าค่ะ”
หลิวฟางอิ่งฟังแล้วอึ้งงันไปนางยังไม่ทันตั้งตัวดีๆ เลย เขาก็เร่งแล้ว!
นางมองเจิ้งชูซินแล้วถามว่า“นายท่านเ้าชื่อแซ่อะไรรึ?”
“นายท่านแซ่หยางชื่อซีถิง เ้าค่ะ” เจิ้งชูซินตอบแล้วพูดต่อ “นายท่านเป็ถึงท่านแม่ทัพใหญ่อำนาจบารมีมากล้น ฮูหยินอย่าได้คิดหนีเลย”
หลิวฟางอิ่งฟังแล้วอ้าปากค้างไปเขาเป็ถึงท่านแม่ทัพใหญ่!
ความหวังเล็กๆที่จะพาลูกสาวหนีไปซ่อนตัวเป็อันพังทลายลงไปในทันที คนเขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่อำนาจบารมีมากล้นจริงอย่างที่เจิ้งชูซินบอกนั่นแหละ หากว่านางหนีไปจริงๆเกรงว่าตระกูลนางคงเดือดร้อนแน่แท้!
“ฮูหยินควรจะรีบกลับบ้านเดิมนะเ้าคะ”เจิ้งชูซินแนะนำ หลิวฟางอิ่งได้แต่พยักหน้ารับ “อืม”
นางโบกมือไล่เจิ้งชูซินจึงถอยออกไป รุ่ยหลินรอจนเจิ้งชูซินออกจากห้องไปแล้วนางจึงก้าวไปยืนชิดฮูหยินแล้วกระซิบกระซาบว่า “ฮูหยินเ้าคะ จะทำอย่างไรดีเ้าคะ?”
หลิวฟางอิ่งมองรุ่ยหลินแล้วแค่นเสียงคำหนึ่ง“ฮึ!”
นางยื่นมือไปจับแขนรุ่ยหลินพลางกล่าว“ข้ายังจะทำอะไรได้อีก เขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ เขา้าตัวข้าข้าจะหนีเขาพ้นได้อย่างไร ต่อให้ข้าพาหวงเอ๋อร์หนีไป แต่ว่าคนตระกูลหลิวล่ะเขาคงไม่ปล่อยคนตระกูลหลิวไปแน่”
รุ่ยหลินฟังแล้วได้แต่จำยอมเท่านั้นคนเขามีอำนาจมากบารมีเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ จะบีบฮูหยินของนางอย่างไรก็ได้ตอนนี้มีทางเดียวเท่านั้นคือฮูหยินต้องกลับบ้านเดิมไปรอให้เขามาสู่ขอ!
“หลินเอ๋อร์ข้าช่างอาภัพนัก สามีตายยังไม่ทันไร ก็ถูกเขาบังคับให้แต่งงานใหม่เสียแล้ว”หลิวฟางอิ่งบ่นอย่างอัดอั้นตันใจ รุ่ยหลินได้แต่ปลอบว่า “ฐานะอนุของแม่ทัพใหญ่อย่างไรก็ยังใหญ่กว่าเป็ฮูหยินตระกูลสามัญ ฮูหยินอย่าได้คิดมากเลยเ้าค่ะไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็วาสนาก็ได้เ้าค่ะ”
“วาสนารึ?.........” หลิวฟางอิ่งได้แต่พร่ำบ่นอย่างอัดอั้นตันใจต่อไปเรื่อยๆรุ่ยหลินนั้นเติบโตมาพร้อมนาง เป็สาวใช้ที่ซื่อสัตย์กับนางยิ่งนักดังนั้นไม่ว่าเื่อะไรนางล้วนสามารถพูดให้รุ่ยหลินฟังได้
เย็นวันนั้น หลิวฟางอิ่งก็บอกกับหูเย่จวนว่าจะกลับบ้านตระกูลหลิวพรุ่งนี้หูเย่จวนย่อมไม่อาจขัดขวางอะไรได้ นางอยากจะเหนี่ยวรั้งหลิวฟางอิ่งไว้รอจนกว่าน้องชายของนางจะกลับมาก่อน แต่ก็ไม่อาจหาข้ออ้างดีๆ ได้เลย
วันต่อมา หลิวฟางอิ่งก็นั่งรถม้ากลับเมืองหลวงไปพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยโดยมีสาวใช้ทั้งสอง และแม่นมซื่อติดตามไปด้วย ระหว่างที่นั่งรถม้าแม่นมซื่อก็บอกเล่าเื่ราวของหูเย่จวนใน่ที่ฮูหยินไปถือศีลกินเจ อยู่ที่วัดให้ฟังเฟิ่งหวงก็ฟังด้วยอย่างไม่รู้เื่รู้ราวอะไร แม่นมซื่อเล่าจบแล้วก็เตือนว่า “สะใภ้หูคนนี้ต่อหน้าฮูหยินก็ทำอย่าง ลับหลังก็ทำอีกอย่างถ้าอย่างไรฮูหยินระวังนางไว้บ้างเถอะเ้าค่ะ”
“อืม ข้ารู้แล้ว”หลิวฟางอิ่งพยักหน้าแล้วก้มลงลูบๆ ศีรษะลูกสาว นางคิดว่าดีแล้วที่พาหวงเอ๋อร์มาด้วยหากว่าปล่อยให้หวงเอ๋อร์อยู่ที่บ้านตระกูลเฟิ่งต่อไป หูเย่จวนคงไม่ดูดำดูดีหวงเอ๋อร์นักหรอกในใจนางตอนนี้หมายมั่นใจแล้วว่า ต่อให้นางแต่งงานใหม่ เป็อนุของท่านแม่ทัพใหญ่นางก็จะพาหวงเอ๋อร์ไปอยู่จวนแม่ทัพด้วยกัน จะดีจะร้ายอย่างไรนางก็จะปกป้องลูกสาวตัวน้อยให้ได้
หลายวันผ่านไป หลิวฟางอิ่งก็เดินทางไปถึงบ้านตระกูลหลิว หลิวมู่เหยียน(刘沐颜) ซึ่งเป็พี่ชายของหลิวฟางอิ่งก็ต้อนรับน้องสาวกับหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มส่วนกัวเหม่ยอิง(郭美英) ซึ่งเป็ภรรยาของหลิวมู่เหยียนกลับมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจแวบหนึ่งเมื่อรู้ว่าน้องสาวของสามีจะกลับมาอยู่บ้านเดิมนางได้แต่ต้อนรับไปตามน้ำทั้งยังแอบวางแผนไว้ในใจว่าจะต้องหาทางให้หลิวฟางอิ่งแต่งงานใหม่เสีย พวกนาง 2คนแม่ลูกจะได้ไปพ้นๆ จากบ้านนี้เสียที
เมื่อมาถึงเมืองหลวง เจิ้งชูซินก็เขียนรายงานให้เ้านายอย่างละเอียด ทั้งเื่คนตระกูลเฟิ่งทั้งเื่คนตระกูลหลิว นางเขียนรายงานยันหมูหมากาไก่คล้ายจะเอาคืนที่เ้านายให้นางมาเป็สาวใช้ของอนุคนใหม่ของเขา นางเป็ถึงนายกองซึ่งดูแลบัญชีเสบียงในกองทัพเชียวนะแต่เขากลับให้นางเป็สาวใช้คอยจับตาดูอนุของเขาเสียนี่!
ทันทีที่หยางซีถิงเห็นรายงานปึกหนาเท่าหนังสือเล่มโตเขาก็รู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันทีเขาหยิบรายงานนั้นมาอ่านดูแล้วยิ่งปวดขมับยิ่งกว่าเดิมนางรายงานแม้กระทั่งจำนวนหมูหมากาไก่ด้วยเรอะ!
เต๋อผิงอ่านรายงานนั้นแล้วเหมือนกันเขารู้สึกขำอยู่ในใจ เขาพอจะเข้าใจจิตใจของเจิ้งชูซินบ้าง หากเป็เขาถูกท่านแม่ทัพสั่งให้คอยไปจับตาดูอนุแบบนางบ้างเขาก็คงต้องหาทางเล่นงานท่านแม่ทัพบ้างล่ะ
หยางซีถิงอ่านรายงานจบแล้วก็สั่งพ่อบ้านว่า“เ้าส่งแม่สื่อไปสู่ขออนุให้ข้า นางแซ่หลิว ชื่อฟางอิ่ง เป็คนตระกูลหลิวที่เปิดร้านขายถ้วยชามที่ฝั่งใต้”
“ขอรับ” อู๋สี่(吴喜) พ่อบ้านใหญ่ของจวนรับคำสั่งแล้วถอยออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน จูลี่ถิง(朱丽婷) มารดาของหยางซีถิงก็รู้เื่ที่ลูกชายของนางจะรับอนุนางจึงเรียกพ่อบ้านอู๋ไปซักถาม จนได้ความว่าลูกชายของนางให้เขาไปสู่ขอแม่หม้ายคนหนึ่งมาเป็อนุซึ่งนางก็ไม่ขัดข้องอะไรที่ลูกชายจะแต่งแม่หม้ายมาเป็อนุ แต่หากว่าจะแต่งมาเป็ฮูหยินเอกนางคงไม่ยินยอม ต้องคัดค้านหัวชนฝาแน่นอน ลูกชายของนางเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ฮูหยินเอกของเขาย่อมต้องหาสตรีที่มีชาติตระกูลดี สามารถเกื้อหนุนบุตรชายของนางได้อย่างเช่นฮูหยินเอกคนก่อนที่ตายไป นางมาจากตระกูลเหอ ซึ่งเป็พระญาติของไทเฮาแต่น่าเสียดายที่ลูกสะใภ้ของนางวาสนาน้อยนัก คลอดหลานชายให้นางคนหนึ่งแล้วก็ตกเืตายไปตำแหน่งฮูหยินเอกจึงว่างมาจนถึงปัจจุบัน นางเองก็เพียรทาบทามสตรีให้ลูกแต่เ้าลูกชายหัวดื้อของนางกลับไม่ยินยอมแต่งงานใหม่เสียที แม้แต่อนุก็ไม่มีบ่าวอุ่นเตียงก็ไม่มีสักคน ทำนางร้อนใจนัก นางอยากให้เขาแต่งงานใหม่มีหลานให้นางมากๆ หน่อย มาคราวนี้ดีเลยเ้าลูกชายหัวดื้อในที่สุดก็หาสะใภ้ให้นางเสียที
อู๋สี่เห็นฮูหยินผู้เฒ่ามีสีหน้าเบิกบานไม่ได้คัดค้านอะไรเขาจึงรู้สึกโล่งใจ เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือไล่ เขาจึงกุมมือคารวะแล้วถอยออกไปจากนั้นเขาก็ไปจัดเตรียมการสู่ขอให้เรียบร้อย
เวลาผ่านไป 5 วันหลังจากที่หลิวฟางอิ่งกลับมาบ้านเดิม ก็มีแม่สื่อมาสู่ขอนางเื่นี้ทำให้กัวเหม่ยอิงดีอกดีใจยิ่งนักนางยังไม่ทันจะได้ทาบทามบุรุษให้น้องสามีเลย แม่สื่อก็มาถึงบ้านเสียแล้วและเมื่อรู้ว่าคนที่ส่งแม่สื่อมาสู่ขอคือท่านแม่ทัพใหญ่ นางยิ่งดีใจจนเนื้อเต้น ที่จะได้เกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพใหญ่ต่อให้เป็แค่อนุก็นับว่าดียิ่งนัก
ส่วนหลิวมู่เหยียนรู้สึกแปลกใจนักน้องสาวของเขาไปรู้จักมักจี่กับท่านแม่ทัพใหญ่ั้แ่ตอนไหน? น้องเขยเพิ่งจะตายไปไม่นานเองนะหรือว่า...เพ้ยๆๆๆ น้องสาวเขาไม่มีวันทำเื่ชั่วๆ แบบนั้นหรอก!
เขารอจนแม่สื่อกลับไปแล้วจึงได้จูงมือน้องสาวไปคุยกัน
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ