วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหมือนสายน้ำไหลเผลอแป๊บเดียวลมหนาวก็ได้เข้ามาเยือนบ้านหนองนาแล้วตอนนี้เข้าสู่ฤดูช่วงปลายฝนต้นหนาวอากาศค่อนข้างมีความเย็นแต่พื้นที่บริเวณสวนขวัญกลับไม่รู้สึกถึงผลกระทบต่ออากาศภายนอกมากนักพืชผลต่างๆ ที่ปลูกก็มีความทนทานต่ออากาศเย็นเช่นเดียวกัน
ตอนนี้บ้านของปู่และบ้านของน้าบัวต่างก็สร้างเสร็จกันเรียบร้อยแล้วและอีกไม่กี่วันไฟฟ้าก็ได้มีกำหนดจะเข้ามาเดินสายไฟในหมู่บ้านรวมทั้งน้ำปะปาด้วยที่ตอนนี้ไม่ว่าจะไปทางไหนก็จะเห็นมีคนมาขุดเจาะตามริมถนนหนทางแทบจะทุกหนแห่ง
ปู่กับย่าและอาจันทร์ได้บอกขวัญไว้ก่อนแล้วว่าพวกเขาทั้งสามคนจะไปอยู่ที่บ้านหลังนันแต่ว่าพอเช้าก็จะมากินอยู่ที่โรงอาหารสวนขวัญเหมือนเดิม แต่พอหลังมื้อเย็นก็จะกลับไปนอนที่นั่นเพราะปู่ให้เหตุผลว่าปลูกบ้านใหม่ต้องมีคนไปอาศัยอยู่จะปล่อยให้ร้างมันไม่ดี
ในเย็นวันหนึ่งที่ทุกคนต้องมาคุยกันหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วขวัญจึงได้มีความคิดบางอย่างขึ้นมาเพราะขวัญเห็นว่าบ้านของปู่อยู่กลางหมู่บ้านแล้วก็มีที่หน้าบ้านกว้างพอสมควรหากคิดทำเป็นร้านขายของแบบซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อมก็น่าจะดีเพราะอุปกรณ์ในมิติมีทุกอย่าง
“หนูว่าเราทำร้านขายของแบบมีสินค้าของกินของใช้กันดีไหมจ๊ะปู่ทำร้านตรงหน้าบ้านปู่นั่นแหละหนูเห็นว่ากว้างขวางดี แล้วให้อาจันทร์เป็นคนดูแลส่วนตัวหนูก็จะเข้าไปช่วยด้วย ทุกคนเห็นว่าความคิดนี้เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ”ขวัญถามทุกคนขึ้นมา
ทางด้านทุกคนก็คิดว่าการมีร้านค้าในหมู่บ้านก็ดีเหมือนกันเพราะร้านค้าที่ใกล้ที่สุดก็อยู่หน้าโรงเรียนติดกับวัดหากบ้านเราที่เป็นกลางหมู่บ้านทำบ้างก็ยังถือว่าไม่เป็นการแย่งลูกค้ากันและก็น่าจะเป็นการสะดวกสำหรับลูกค้าที่มาซื้อเนื้อสัตว์จากคนหมู่บ้านอื่นด้วย
“ก็ดีนะลูก ปู่เห็นด้วยแต่เราก็ต้องสร้างร้านขึ้นมาก่อนนะสิแล้วหนูจะสร้างแบบไหนล่ะลูก” ปู่ถามขวัญถึงแบบของร้านขวัญซึ่งเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วได้ยื่นแบบที่ตนนำออกมาจากมิติยื่นให้ปู่
“อืม ดูดีทีเดียว”ปู่ชมออกมาแล้วก็ได้ยื่นแบบที่ขวัญให้ตนมานั้น เวียนให้คนในครอบครัวช่วยกันดูด้วย ทุกคนในครอบครัวเองก็ไม่มีใครคัดค้านในแบบที่เห็นนี้
“ถ้าอย่างนั้นขวัญให้เขามาสร้างเลยนะจ๊ะน่าจะเสร็จไล่เลี่ยกับที่เขามาเดินไฟเข้าหมู่บ้านเราเพราะตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะเริ่มทำจากด้านนอกกันอยู่” ขวัญก็พูดถึงความคิดตนออกมา
หลังจากคุยกันอยู่อีกสักพัก ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปโดยพ่อนำรถกระบะไปส่งปู่กับย่าและอาจันทร์โดยพ่อได้นำจักรยานใส่หลังรถไปด้วย เอาไว้เพื่อคนทั้งสามจำเป็นต้องใช้
หลังจากที่ขวัญเริ่มให้มาสร้างร้านเพื่อที่จะทำเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นตอนนี้ก็ย่างจะเข้าสู่ปลายเดือนสิบเอ็ดแล้ว เริ่มเข้าฤดูหนาวเต็มตัว ร้านค้าก็สร้างใกล้จะเสร็จแล้วเช่นกันส่วนด้านในขวัญจะเป็นคนจัดการเองโดยมีเหล่าหุ่นยนต์ที่ได้มาจาก001 เป็นผู้ช่วย
กลางดึกของคืนวันหนึ่งขวัญก็ได้ฝันถึงหญิงชราคนเดิมที่นำขวัญย้อนอดีตกลับมาท่านอยู่ในชุดขาวมวยผมสูง ใบหน้าดูอิ่มเอิบใจดี มีเมตตาเหมือนเดิม แต่ขวัญรู้สึกได้ว่าท่านมีรัศมีที่ผ่องใสมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
“สวัสดีจ๊ะคุณยาย”ขวัญยกมื้อไหว้และกล่าวทักทายยายในฝันของตนฝ่ายยายใจดีก็ยิ้มรับคำทักทายของขวัญ
“แม่หนูภัยพิบัติที่ยายเคยได้บอกไว้ใกล้จะมาถึงแล้วนะที่นี่อาจจะไม่ได้มีผลกระทบมากนัก แต่ว่าไม่ใช่กับอำเภออื่นนะลูกโดยเฉพาะเมืองขุนศรีที่มีแต่ภูเขาเต็มไปหมด”หญิงชรากล่าวเตือนขวัญและเมืองขุนศรีก็เป็นบ้านเกิดของเธอแต่เธอยังไม่สามารถบอกขวัญได้ในยามนี้ว่าตนก็คือแม่ของขวัญ
“หนูเตรียมของไว้เยอะมากเลยจ๊ะยายแต่คิดว่าคงต้องอาศัยให้ใครออกหน้าให้ในนามผู้บริจาคเพราะถ้าหนูเอาไปให้เองหนูกลัวว่าจะมีเรื่องราววุ่นวายตามมาว่าไปเอาของจากไหนมาเยอะแยะ เพราะยุคนี้ที่ไหนๆต่างก็ค่อนข้างขาดแคลนและครอบครัวเราก็เป็นแค่ชาวไร่ ชาวนาเพียงเท่านั้น” ขวัญพูดตอบกับยายในฝัน
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกลูก อีกสองวันจะมีคนมาหารือกับหนูถึงเรื่องเสบียงในการนำไปช่วยเหลือแก่ผู้อื่น หนูก็แค่ร่วมมือกับคนผู้นั้นแค่นั้นแหละลูกเขาคนนั้นจะเป็นฝ่ายออกหน้าทุกอย่างเอง”หญิงชราผู้รู้ถึงความกังวลของขวัญได้พูดเรื่องที่รู้ออกมาเพื่อให้ขวัญได้สบายใจ
ทั้งสองได้อยู่สนทนากันอยู่ชั่วครู่ แล้วหญิงชรานางนั้นก็จากไปพร้อมทั้งเอ่ยเตือนขวัญให้ระวังตัวเองและดูแลน้องดีๆขวัญเองก็แปลกใจอยู่เล็กน้อยแต่ก็ได้รับปากว่าจะดูแลตัวเองและน้องเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน
รุ่งอรุณยามเช้ามาเยือนแต่กว่าที่จะมีแสงแดดสาดส่องลงมาก็เป็นเวลาสายมากแล้ว เพราะเมื่อเข้าสู่หน้าหนาวพระอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะทำงานสายเช่นเดียวกับคนที่อยากจะนอนตื่นให้สายขึ้นเพราะว่าไม่อยากลุกออกจากที่นอนอันแสนอบอุ่นของตัวเอง
วันนี้หนาวมากขนาดที่พูดออกมาก็มีควันขาวๆ ออกจากปากกันเลยทีเดียวแต่คนที่สวนขวัญก็ยังคงขยันขันแข็งแข่งกับอากาศหนาวดั่งเช่นทุกวัน
ยามเช้าขวัญได้ทำน้ำเต้าหู้ร้อนๆ มีปาท่องโก๋ทอดใหม่ๆกรอบๆแจกให้ทุกคนที่อยู่ในสวนของตนเพื่อเป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายบางวันก็เป็นโอวัลติน กาแฟ มีน้ำขิงบ้างในบ้างครั้งสลับๆกันไป
คนงานทุกคนที่นี่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ที่ได้มาทำงานยังที่แห่งนี้ค่าแรงก็ให้แพงกว่าที่อื่น อาหารการกินก็ไม่เคยหวงเวลามีใครไม่สบายก็ได้รับการดูแลพาไปรักษา ทุกคนที่นี่อยู่กันเหมือนญาติพี่น้องไม่มีการถือตัวว่าฉันเป็นเจ้านาย เธอเป็นลูกน้อง
ดังนั้นคนงานที่นี่จึงได้รักและให้ความเกรงใจกับครอบครัวของขวัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับขวัญถึงแม้ว่าหลายๆคนจะเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่ยังเล็กก็ตามแต่ใครจะคาดคิดกันว่าเมื่อเติบโตขึ้นมาเด็กคนนี้กลับกลายมาเป็นนายจ้างของพวกเขาไปเสียได้
“ขวัญเอ๋ย อยู่ไหนลูกผู้กองแทนไทยมาหาจ๊ะ”เสียงแม่นวลได้เดินตามหาขวัญมาทางโรงงานผลิตสินค้าแปรรูปที่ตอนนี้ได้รับใบอนุญาตมาหมาดๆเมื่ออาทิตย์ก่อนหลังจากได้รับใบอนุญาตมาแล้วขวัญก็ได้ยืมรถตู้พร้อมคนขับไปส่งครอบครัวของตาทันทีเพื่อให้ทางบ้านตาได้ก่อสร้างโรงงานตามแบบของขวัญที่นี่
“ได้ยินแล้วจ้า เดี๋ยวหนูเดินออกไปค่ะ”ขวัญเองก็ร้องรับเสียงแม่ของตน
เมื่อขวัญเดินเข้ามาในห้องรับแขกในบ้านของตนก็เจออาแทนไทยจ่าทั้งสองแต่ขวัญยังไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่แต่ที่ขวัญแปลกใจเพราะเห็นอาตินมาด้วยแล้วยังพ่วงคนที่ขวัญไม่เคยเห็นและรู้จักมาอีกคนหนึ่งซึ่งคนคนนี้ดูแล้วอายุน่าจะเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว
“สวัสดีทุกๆคนค่ะ” ขวัญก็ได้ยกมือขึ้นไหว้ทุกคนพร้อมกล่าวทักทายรวบยอดไปพร้อมกัน
“นั่งก่อนสิขวัญวันนี้อามีเรื่องมาปรึกษานิดหน่อยแล้วอามีคนที่จะแนะนำให้รู้จักด้วย”อาแทนไทยพูดกับขวัญ ขวัญเองก็ไม่ได้มีท่าทางอิดออดอะไรเพราะเธอเห็นว่าด้านหน้าของทุกคนมีของว่างและน้ำดื่มแล้ว
“คนนี้คือหัวหน้าของพวกอาหนูเรียกว่าลุงพิทักษ์ก็ได้ครับ” อาแทนแนะนำลุงวัยกลางคนผู้มาใหม่ขึ้นมา
“สวัสดีอีกครั้งค่ะลุงพิทักษ์”ขวัญได้ยกมือไหว้และกล่าวทักทายลุงคนนี้อีกครั้ง
ทางด้านพิทักษ์ก็ได้มองเด็กสาวคราวหลานตรงหน้าด้วยความประหลาดใจพร้อมกับสำรวจตรวจตาว่ายังเด็กถึงเพียงนี้แต่มีความสามารถที่คาดไม่ถึงจริงๆ เหรอแต่เจ้าสองคนก็คงไม่โกหกเขาเป็นแน่ฉะนั้นจึงต้องลองด้วยตัวเอง เขาหมายมาดอยู่ในใจ
“ก็อย่างที่เจ้าแทนพูดนั่นแหละหนูว่าพวกลุงมีเรื่องมารบกวน มันค่อนข้างจะแปลกนิดหน่อย”ทางด้านพิทักษ์เองเขาก็รู้สึกละอายใจอยู่เล็กน้อยในการที่จะเอ่ยถึงเรื่องที่พวกเขามาในวันนี้
“เรื่องแปลกที่ว่ามีคนตายอยู่ริมบึงในเมืองบรรพตใช่ไหมค่ะ”ขวัญถามกับแขกผู้มาเยือนอย่างไม่อ้อมค้อมเพราะเธอเองก็ได้ยินมาจากวิญญาณขาจรบางตนที่แวะเวียนมากินของเซ่นไหว้ที่ศาลรวมตัวที่เธอให้ตะวันเป็นผู้ดูแล
เหล่าแขกผู้มาเยือนต่างก็แปลกใจที่ขวัญรู้ว่าพวกเขาจะมาถามถึงเรื่องนี้ “ทำไมหนูถึงรู้ล่ะ ระหรือว่าเขามาด้วย”จ่ายอดถามอย่างตะกุกตะกักขึ้นมา
“เปล่าหรอกจ๊ะขวัญรู้จากแหล่งอื่นน่ะแต่หนูว่าลุงจ่าคงไม่อยากรู้หรอกว่าจากไหน”ขวัญกล่าวขึ้นมาพร้อมยกยิ้ม อย่างทะเล้นใส่จ่ายอด
“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อยไม่มาก็ดีแล้วสภาพของศพนั้นน่ากลัวเกินไปลุงไม่อยากที่จะนึกถึงเลยขวัญ”จ่ายอดก็พูดขึ้นมาอีกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูขยาดกับร่างที่แกเคยเห็น
“แล้วหนูพอจะรู้อะไรอีกไหมลูก”คราวนี้เป็นฝ่ายพิทักษ์ถามขึ้นมาบ้าง พวกเขาต่างก็สืบเสาะหาหลักฐานและตรวจถึงสถานที่เกิดเหตุรอบๆหมดแล้วแต่ก็ไม่เจออะไร
พวกเขาคิดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการหัวใจวายตายเองแต่ก็น่าจะผิดวิสัยบางอย่างเพราะสภาพของร่างนั้นตาเบิกโพลงเหมือนกับตกใจอะไรบางอย่างก่อนตายเป็นอย่างมาแล้วยังมีลิ้นจุกปากอยู่อีกตรงรอบลำคอเขียวช้ำ แต่กับไม่พบรอยนิ้วมือหรือรอยอะไรเลยราวกับว่ารอยนั้นปรากฎขึ้นมาเอง
บนพื้นหญ้าหรือพื้นดินก็ไม่เจอรอยเท้าของใครเพิ่มเลยนอกจากของผู้ตายเพียงเท่านั้นพวกเขาคิดว่าผู้ตายคงจะวิ่งหนีบางสิ่งบางอย่างที่วิ่งไล่ล่าเข้ามาอย่างแน่นอนเพราะได้เห็นจากการตรวจร่องรอยบางอย่างที่พอจะหลงเหลืออยู่บ้างแต่พวกเขาก็สืบหากันอยู่นานมากก็ยังหาอะไรไม่เจอ
จนกระทั่งต้องมานั่งอยู่ที่นี่ในเวลานี้และหวังว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเดือนแล้วน่าจะได้อะไรคืบหน้ามาบ้าง
“ไม่รู้เลยจ๊ะเพราะบางสิ่งที่มาบอกขวัญเรื่องนี้เขาก็บอกว่าไม่เห็นเช่นเดียวกันเพราะในช่วงเวลานั้นมีแต่ความดำมืดเพียงเท่านั้นเขาเองก็ยังแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงไม่เห็นอะไรนอกจากเห็นว่าชายผู้นั้นวิ่งหนีบางอย่างอยู่คนเดียวเพียงเท่านั้น”ขวัญตอบคำถามของลุงพิทักษ์ออกมา
เหล่าแขกผู้มาเยือนต่างก็มีความผิดหวังขึ้นนิดหน่อยพร้อมคิดว่าหรือว่าเรื่องนี้จะปิดไม่ได้กัน เมื่อทุกคนเห็นว่าได้รบกวนขวัญมาเป็นเวลานานแล้วจึงได้พากันขอตัวกลับก่อนที่ทุกคนจะกลับขวัญก็ได้แบ่งผลไม้ที่เก็บมาเมื่อเช้าให้ทุกคนไปกินกันด้วย
“รับผลไม้จากสวนไปกินกันนะคะถ้าหากถูกใจก็แวะมาอุดหนุนกันได้หรือจะสั่งตอนที่ทางบ้านไปขายผักในตลาดก็ได้จ๊ะ”ขวัญถือโอกาสโฆษณาสินค้าในสวนไปด้วย
เมื่อแขกทุกคนจากกันไปหมดแล้วขวัญจึงได้ไปดูซุปเปอร์มาเก็ตของตนเพื่อที่จะให้หุ่นจัดการชั้นวางและวางสินค้าตามแบบที่ตนให้ไว้ขวัญคิดว่าจะเปิดร้านหลังจากกลับมาจากเมืองขุนศรีเพราะเรื่องที่สำคัญตอนนี้คือการนำของไปช่วยคนเท่าที่ตนทำได้นั่นเอง