ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 64

    “ใครมันพูดออกมาวะ.. เป็นแกเองเหรอ กล้าดีนี่หว่าไอ้น้อง..” ทั้งกลุ่มนักเลง 4-5 คนนั้นหันหน้าไปมองตามเสียงนั้นพร้อมกัน พวกมันยิ้มออกมาให้กับคนที่กล้าโบกมือเรียกหาความตายเช่นนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพวกบ้า หรือเป็นพวกไม่กลัวตายดี พวกมันก็ยังไม่กล้าฟันธง“ท่านชายเจ้าคะ แบบนี้จะดีเหรอคะ.. ดิฉันคิดว่าแบบนี้มันออกจะเกินไปสักหน่อย”ผู้จัดการกิ๊กที่มองดูเหล่านักเลงนั้น เธอหันไปกระซิบกระซาบกับโอ๊ตด้วยความหวั่นใจ แม้ว่าเธอจะมีอำนาจทำอะไรได้พอประมาณ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้มันก็เป็นเรื่องยากที่จะใช้อำนาจใดๆของเธอ อีกอย่างเธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาตัวน้อยๆ ไม่ได้เป็นศิลปะการต่อสู้อื่นเลยแม้แต่น้อย“เห่อ! พวกแกจะรู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ.. วันนี้พวกแกอย่าได้หวังว่าจะรอดไปได้เลย ฮ่าๆ” อดัมกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันเป็นเวลาที่เขารอมาตลอดทั้งชั่วโมงนี้ และผู้จัดการอาทิตย์เองก็เช่นกัน“อยากจะร้องขอชีวิตไหมล่ะ ถ้ามาเลียเท้าคุณชายดอัม ฉันอาจจะใจดีพูดคุยกับพวกเขาให้ทุบตีพวกแกเบาๆก็ได้นะ..” อาทิตย์กล่าวพร้อมกับยิ้มแย้มอย่างยินดี“เธอดูกังวลมากไปหรือเปล่า พวกมันก็แค่นักเลงปลายแถวเท่านั้น ดูๆไปแล้ว..ก็คงจะไม่ได้เก่งสักเท่าไร..” โอ๊ตกล่าวตอบ ผู้จัดการกิ๊กที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วสงสัย เธอไม่รู้ว่าคุณชายท่านนี้จะมีลูกเล่นอะไรพอที่จะจัดการกับนักเลงพวกนี้ อดัมที่ได้ยินประโยคเดียวกันนี้ก็ถึงกับเบะปากอุทานออกมา“แกยังคิดจะอวดเก่งอยู่อีกหรือไง.. ช่างเถอะ ฉันจะดูสิว่าแกจะทนได้อีกสักกี่น้ำ” อดัมกล่าว เหล่านักเลงที่เพิ่งจะเดินมาถึงบริเวณโซฟาก็เร่งก้าวให้ถึงเป้าหมายที่พวกมันต้องจัดการในทันที“เฮ้ยๆ.. ไอ้หมอนี่คือเหยื่อของพวกเราใช่ไหม ท่าทางก็ดูใช้ได้เลยนี่หว่า.. เอ้า ลุกมาได้แล้ว อย่างน้อยก็จะให้โอกาสแกได้ตอบโต้หน่อย เดี๋ยวจะหาว่าเรารังแกคนที่ไม่มีทางสู้..” หัวหน้านักเลงชี้หน้าโอ๊ตก่อนจะกล่าวท้าทาย ทำให้ทั้งอาทิตย์ และอดัมสะใจเป็นบ้ากับฉากอย่างนี้“..แต่ถึงพวกแกจะลงมือเลย ฉันก็ไม่คิดว่าพวกแกจะทำอะไรฉันได้หรอกนะ..” โอ๊ตยักไหล่ของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับใช้มือปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าเล็กน้อย แววตาขี้เล่นของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นจริงจังมากขึ้น ออร่าที่มันพรั่งพรูออกมามันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า โอ๊ตนั้นก็ไม่ธรรมดา“..นานๆทีจะได้ออกแรงบ้างก็ถือว่าไม่เลวอะไร พวกแกนี่ช่างโชคร้ายจริงๆเลยนะ..มาพบกับฉันวันไหนไม่มาพบ ดันมาพบวันที่ฉันค่อนข้างอารมณ์ไม่ดี... เราควรมาเริ่มกันเลยดีกว่า” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเริ่มก้าวเดินเข้าไปหาพวกนักเลงที่แคะจมูกอยู่อย่างมั่นใจ“แกอวดดีใช้ได้เลย.. ถ้าอย่างนั้นก็ลองชิมสักไม้สองไม้เป็นไง..” ลูกน้องนักเลงคนหนึ่งกล่าว พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปหาโอ๊ต ในมือของมันกำไม้เบสบอลเอาไว้แน่น หวังเตรียมที่จะฟาดลงไปกลางหัวของเป้าหมาย ใบหน้ามันดูราวกับว่าชัยชนะบังเกิดขึ้นแล้ว“ตายซะ!...” วินาทีต่อมา นักเลงคนนั้นก็ง้างไม้เบสบอล และหวดเป็นแนวตรงเข้าไปกลางศีรษะของโอ๊ต ภาพที่กำลังเกิดขึ้นมีสองคนที่ลุ้นอย่างสะใจ กับอีกหนึ่งสาวที่กำลังนำมือกุมเอาไว้ที่ปาก เธอคิดว่าถ้าชายคนนี้ถูกทำลาย ต้องไม่จบที่การให้อภัยแน่ๆ แต่มันคงจะเป็นการล้างแค้นของตระกูลที่ทรงอำนาจ และลุกลามใหญ่โตแน่นอน แต่แล้วภาพที่ทุกคนคิดว่ามันจะเกิดกลับไม่เกิดขึ้น แต่ทว่ามันกลับกลายเป็นตรงกันข้ามต่างหาก โอ๊ตโยกหลบการโจมตีนั้นอย่างใจเย็น ก่อนที่กำปั้นของเขาจะลอยไปกระแทกที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง ส่งผลให้ตัวของนักเลงคนดังกล่าวปลิวกระเด็นไปตามแรง จนในที่สุดก็ตกลงบนโต๊ะกระจกใกล้ๆ ท่ามกลางการอ้ากปากค้างของทุกคนที่พบเห็นเหตุการณ์“นานแค่ไหนกันละนะที่ไม่ได้ออกแรงมากขนาดนี้.. คงจะตั้งแต่ที่คอสโม่ปิดกิจการล่ะมั้ง..”โอ๊ตกล่าว และพยายามนึกถึงชีวิตในวันวาน เมื่อก่อนที่เขาต้องเอาชีวิตรอดในสังคมที่โหดร้าย หางานทำเพื่อเลี้ยงชีพ และอาชีพหนึ่งที่โอ๊ตมีโอกาสได้ไปหารายได้นั้นก็คือ ‘การ์ดหน้าผับ’ ที่ไม่จำกัดอายุการทำงาน นอกจากนี้ยังได้รับเงินเป็นเงินสดวันต่อวันอีกด้วย นับว่าเป็นงานที่ดีเลยทีเดียว“คอสโม่?.. แกพูดถึงเรื่องอะไรวะ.. เอ้ย! พวกเราเข้าไปจัดการมันพร้อมกันเลย เรามีกันตั้ง 4 คน” หัวหน้านักเลงกล่าวก่อนที่ลูกน้องของมันจะพยักหน้า และวิ่งเข้าใส่กับโอ๊ตอย่างกล้าหาญ ซึ่งโอ๊ตก็ไม่ได้ดูมีท่าทีที่จะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร แถมเขายังยิ้มออกมาอย่างชอบใจอีกด้วย“แกยังยิ้มอะไรอยู่ไม่ทราบ.. เดี๋ยวแกไปนอนอยู่กับพื้นแล้วจะรู้สึก ตายซะ!..” นักเลงคนที่ใกล้จะถึงตัวโอ๊ตมากที่สุดกล่าวออกมา ก่อนมันจะได้ง้างไม้หน้าสามของมัน โอ๊ตก็พุ่งตัวเข้ามาประชิดกับตัวของมัน จากนั้นก็จับล็อกแขนที่มันง้างไม้เอาไว้ และทุ่มโยนมันไปทางด้านหลัง ตุบบบ! อ๊ากกกกก! นักเลงคนที่ถูกทุ่ม กระเด็นกระดอนไปกับพื้นแข็งๆ แน่นอนว่ามันจะต้องเจ็บปวดเอามากๆ แต่การต่อสู้มันก็ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ในระหว่างที่โอ๊ตทุ่มตัวของนักเลงคนแรก เข้าก็เอื้อมไปหยิบไม้หน้าสามที่มันถือเอาไว้ได้ทันอีกด้วย ตอนนี้เขากำลังหลบการจู่โจมระลอกที่สองด้วยการก้มหัวหลบเล็กน้อย ก่อนจะใช้ไม้หน้าสามหมุนตัวฟาดไปที่หน้าของคนดังกล่าวทันที อ๊ากกก! เสียงร้องของมันนั้น เกิดขึ้นพร้อมกับตัวของมันที่หมุนกลางอากาศอีกสองสามตลบ มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าที่โอ๊ตฟาดมันไปมีความรุนแรงมากเพียงใด นักเลงคนที่สี่ที่เห็นว่าจังหวะของเป้าหมายนั้นอยู่ในท่าที่ไม่ทรงตัวเท่าไร เพราะโอ๊ตนั้นเพิ่งจะหมุนตัว และนั่งลงกับพื้น มันเห็นโอกาสนี้ก็จึงวิ่งเข้ามาหวังจะฟาดไม้เบสบอลอย่างเต็มแรง“เก่งมากนักเหรอมึง.. เอาไปแดกซะ..” มันกล่าวออกมา และแน่นอนว่าโอ๊ตรู้อยู่แล้วว่ามันกำลังเตรียมจะทุบไม้ลงมาที่เขานั่งในท่ายองๆอยู่ ด้วยประสบการณ์ และไหวพริบ โอ๊ตก็เลื่อนขาหนึ่งข้างเข้าไปตัดขาของมัน ส่งผลให้มันเสียหลักไม่เป็นท่า ก่อนจะหวดไม้หน้าสามในมือซ้ำไปที่อกของมันอีกครั้ง หลังจากที่หลังของมันกระแทกบนพื้นไปแล้ว“แกพลาดแล้วไอ้น้องชาย.. แต่เท่านี้ก็ถือว่าแกมีความสามารถที่ใช้ได้นี่หว่า..” หัวหน้านักเลงกล่าวพร้อมกับฟาดไม้เบสบอลในมือของมันไปด้านหลังของโอ๊ตที่เปิดช่างว่างเอาไว้ มันเป็นเรื่องยากที่จะหลบ ซึ่งมันก็มั่นใจว่าจะต้องโดนเป้าหมายอย่างจังแน่นอน แต่ดูเหมือนว่ามันจะผิดหวังกับความคิด“พลาดเหรอ.. ฉันคิดว่าไม่นะ..” โอ๊ตเลื่อนไม้หน้าสามที่ฟาดเจ้านักเลงคนที่สี่ไปป้องกันการโจมตีเอาไว้ แม้ว่ามันเกือบจะไม่ทันก็ตาม แต่มันก็เป็นฉากที่เท่เอามากๆฉากหนึ่ง เพราะโอ๊ตทำการป้องกันหลังตัวเองในขณะที่หน้าของเขายังหันอยู่อีกด้านหนึ่ง“ได้ยังไงกัน!.. แกเป็นใครกันแน่วะ” หัวหน้านักเลงถอนไม้ของตัวเอง ก่อนจะกระโดดออกมาตั้งหลักอีกครั้งหนึ่ง นักเลงคนแรกที่ล้มลง“แกกกกก!...” มันกระโดดพุ่งตัวมาทางโอ๊ต และเล็งกำปั้นของมันที่หน้าของโอ๊ต ทำให้โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นถึงกับถอนหายใจ เพราะไอ้คนพวกนี้มันช่างไม่มีชั้นเชิงในการต่อสู้เลยสักนิด ก่อนที่โอ๊ตจะถอยหลังหลบการโจมตีของมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น“เข้ามาอย่างนี้ก็มีแต่เจ็บตัวเปล่าน่ะสิ!. คิดไปคิดมา เราเองก็เคยเป็นเหมือนเจ้าพวกนี้เหมือนกันแฮะ” ในช่วงความเป็นความตาย โอ๊ตยังมีเวลาคิดถึงเรื่องในวันวานอยู่ แต่มันเป็นฉากที่เขาก็อดจะนึกคิดไม่ได้ เขาเองก็เคยจู่โจมตาลุงที่เป็นคนสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับเขาในท่าเดียวกันนี้อยู่“น่าจะประมาณนั้นตอนที่ตาลุงนั่นทำ..อื้มม” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอให้จังหวะที่เหมาะสม หลบให้อีกฝ่ายพลาดเป้า เมื่อตัวของมันลอยกลางอากาศ และกำลังจะตกกระแทกกับพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ไม้หน้าสามก็จัดกระแทกเพิ่มแรงโน้มถ่วงเข้าไปอีก ส่งผลให้นักเลงคนนั้นสลบคาพื้นเลยในทันที“ใช้ได้แฮะ!.. เอาล่ะ แกน่ะรีบเข้ามาได้แล้ว ฉันกำลังสนุกอยู่พอดี..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับควงไม้หน้าสามอย่างเชี่ยวชาญ ก่อนจะกวักมือเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามา ผู้จัดการอาทิตย์กับอดัมที่เห็นท่าไม่ดี พวกเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีฝีมือในการต่อสู้มากขนาดนี้ก็เริ่มเหงื่อตก อาทิตย์ที่เหมือนจะรู้งานดีว่าต้องทำอะไร ก็เดินเข้าไปทางด้านหลังของผู้จัดการกิ๊ก ก่อนจะล็อกคอของเธอเอาไว้ด้วยมือเปล่า“หยุดนะเว้ยยย.. ถ้าแกยังคิดจะต่อสู้อยู่ ยัยผู้หญิงนี่เจ็บตัวแน่...” อาทิตย์กล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ชั่วร้าย โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอาผู้หญิงมาเป็นโล่หรือเครื่องต่อรองขนาดนี้ ถึงมันจะไม่เป็นผลต่อเขาเลย เพราะยังไงเขาก็ไม่มีความสัมพันธ์อื่นๆกับเธอเลย แต่ในตอนนี้เธอก็ถือว่าเป็นแขกของเขาคนหนึ่ง ดังนั้นเขาก็ต้องหันมาให้ความใส่ใจเล็กน้อย“หือออ.. นี่แกไม่มีทางสู้จนต้องใช้ผู้หญิงมาเป็นเครื่องต่อรองเลยเหรอ..หน้าไม่อายจริงๆ” โอ๊ตกล่าว“แล้วมันยังไงกันล่ะ คนที่หัวเราะทีหลังดังกว่าเสมอ.. ฮ่าๆๆๆ” อาทิตย์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็เครียดไม่น้อยเลยทีเดียว ในหัวคิดว่ามันมีทางเดียวเท่านั้นคือเขาต้องยอมรับตามที่มันร้องขอมา แต่ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง ข้อศอกของหญิงสาวก็กระทุ้งเข้าไประหว่างขาของอาทิตย์อย่างจัง อุ๊บ!.. มันเป็นเสียงที่ดังออกมาจากปากของอาทิตย์ แต่มันก็ได้ใจความสำคัญที่ชัดเจน อาทิตย์ที่โดนจู่โจมอย่างกระทันหันก็ต้องเกลือกกลิ้งไปกับพื้นอย่างทรมานทันที.. 

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน