บทที่ 4
ขอบเขตลดลง
ภายในเมืองหลวงของจักรวรรดิลู่
ณ วังหลวง
ห้องทรงอักษรที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัด ตำราล้ำค่ามากมายตั้งเรียงรายอยู่บริเวณตามชั้น ที่นั่งอันงดงามตั้งประดับอยู่บริเวณใจกลางห้องทรงอักษรแห่งนี้
ผู้ที่กำลังนั่งประทับอยู่บนตำแหน่งอันทรงเกียรติ คือองค์จักรพรรดิของจักรวรรดิแห่งนี้ ชายวัยกลางคน่วัยสี่สิบต้นๆ สวมใส่ฉลองพระองค์ลายัดูเปี่ยมล้นไปด้วยความล้ำค่า
ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้นี้ดูสง่างามและหล่อเหลามากกว่าคนในวัยเดียวกัน กระนั้นบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความเรียบเฉยไม่ปรากฏความรู้สึกอันใดออกมา สามารถคาดเดาความคิดได้ยากเย็น
คนผู้นี้คือจักรพรรดิของจักรวรรดิลู่ มีนามว่าลู่เซียน
พู่กันภัยในมือตวัดไปมาอย่างงดงาม ห้ามขีดเขียนราชโองการที่อยู่เบื้องหน้าอย่างตั้งใจ
เสียงฝีเท้าหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือที่กำลังตวัดพู่กันไปมาก็หยุดลงอย่างชะงัก จักรพรรดิลู่เซียนเหลือบสายตาขึ้นไปมอง
เห็นข้าบริวารของตนเองวิ่งมาอย่างรวดเร็ว ทหารผู้รับใช้ส่วนพระองค์นั่งคุกเข่าลงด้านหน้า
“ มีเื่สำคัญมารายงานพะยะค่ะฝ่าา ”
จักรพรรดิลู่เซียนดวงตาจ้องมอง “ มีเื่อะไร? ”
“ ในตอนนี้มีข่าวแจ้งมาจากตำหนักบ่มเพาะ ”
“ บอกว่าองค์ชาย 5 ฝึกฝนบ่มเพาะผิดพลาดจนทำให้ตอนนี้ระดับลดลงไปเหลือเพียงแค่ขั้นก่อตัวขั้นที่ 1 เท่านั้น ” ใบหน้าของทหารที่รายงานเต็มไปด้วยความตึงตระหนก
การลดระดับขั้นมันไม่ใช่เพียงแค่เื่เล็กๆ ทว่าการลดระดับด้วยการฝึกฝนผิดพลาด มันหมายถึงว่าร่างกายของคนผู้นั้นอาจจะได้รับาเ็
แต่จักรพรรดิลู่เซียนก็สงบนิ่งเป็อย่างมาก “ บุตรชายของข้าผู้นี้ใช้เวลา 10 ปีในการบ่มเพาะั้แ่ก่อนตัวขั้น 1 ขึ้นไปจนถึงประมาณขั้น 5 ”
“ ในตอนนี้เ้ากำลังจะบอกว่าเขาฝึกฝนผิดพลาดและก็ระดับของเขาลดลงมาเหลือเพียงแค่ขั้นหนึ่งอย่างนั้นรึ ”
“ ใช่แล้วพะย่ะค่ะในตอนนี้ทหารที่ดูแลตำหนักบ่มเพาะรายงานมา ”
“ แล้วาเ็หรือไม่.. ”
“ ดูเหมือนว่าจะไม่าเ็พะยะค่ะ ” ทหารที่อยู่ด้านหน้ารายงาน
หลังจากที่ได้ยินคำรายงานของทหารผู้นั้น จักรพรรดิลู่เซียนที่กำลังนั่งอยู่ก็นิ่งสนิทห ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยแต่ภายในแววตากำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความคิดบางอย่าง
ทหารที่เข้ามารายงานรู้สึกประหลาดใจเงยหน้าขึ้นไปมองพระพักตร์ของฝ่าา “ ฝ่าาไม่ทราบว่าพระองค์กำลังคิดอันใดอยู่อย่างนั้นหรือพะยะค่ะ ”
“ ข้าแค่คิดว่ามันน่าแปลก ”
“ แปลกอย่างนั้นหรือพะยะค่ะ? ”
“ คนที่ฝึกฝนผิดพลาดและก็ระดับลดลงมาถ้าเป็ไปได้มันจะลดลงมาเพียงแค่ขอบเขตฝีมือเพียงแค่ประมาณขั้นถึง 2 ขั้นเท่านั้น ”
“ ยังไม่มีใครเคยพูดว่าตนเองมีขั้นฝีมือที่ลดลงถึง 4 ขั้นในครั้งเดียวจากการฝึกฝนผิดพลาด และก็ไม่เพียงเท่านั้นเ้าบอกว่ายังไม่ได้รับาเ็อีก ”
“ ฝึกฝนผิดพลาดและทำให้ขอบเขตการฝึกฝนนั้นลดลง ผลที่ตามมาย่อมเป็ความเ็ปที่แสนสาหัส ไม่ต่างจากการโดนเลาะกระดูกออกจากร่างกาย ”
“ ในตอนนี้บุตรชายของข้าระดับลดลงไปเหลือเพียงแค่ขั้นก่อตัวขั้นหนึ่ง ไปในตอนนี้กลับไม่าเ็อะไรเลยมันไม่น่าแปลกประหลาดอย่างนั้นหรือ ” จักรพรรดิลู่เซียนวิเคราะห์อย่างเฉลียวฉลาด
จักรพรรดิลู่เซียนไม่ใช่จักรพรรดิที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น ผู้ที่สืบสายเืมาจากจักรพรรดิของราชวงศ์
สิ่งที่จะได้รับมาก็คือความสามารถในการบ่มเพาะขอบเขตที่เหลือล้ำ เพราะแบบนั้นสายเืของราชวงศ์ยิ่งมีสายเืของราชวงศ์เข้มข้นก็มีโอกาสที่จะบ่มเพาะไปถึงขอบเขตในระดับสูง
จักรพรรดิลู่เซียนเองก็เป็หนึ่งในคนที่บ่มเพาะขอบเขตของตนเองไปอยู่ในระดับที่สูงเป็อย่างมาก ถือได้ว่าเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งของทวีปแห่งนี้
มีผู้คนมากมายพากันยกที่ห้องพลังอำนาจของเก้าอาณาจักรจักรวรรดิลู่ไม่ได้เป็รองผู้ใดเลยแม้แต่เพียงแค่นิดเดียว
“ สมกับเป็ฝ่าาวิเคราะห์ได้เยี่ยมยอดพะยะค่ะ ”
“ แล้วเื่นี้จะให้ตัวของข้าทำอย่างไรอย่างนั้นหรือพะย่ะค่ะ? ”
“ ไม่ต้องทำอะไร ส่งทรัพยากรบ่มเพาะไป ” แน่นอนการส่งทรัพยากรบ่มเพาะมันคือการที่จะให้การสนับสนุนในการบ่มเพาะลู่เฟิงใหม่
“ ถึงอย่างไรเขาเองก็เป็บุตรของข้า ”
“ จริงสิจับตาดูองค์ชายห้าเป็พิเศษ ” จักรพรรดิลู่เซียนกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง ลางสังหรณ์อันยอดเยี่ยมของจักรพรรดิลู่เซียนบ่งบอกว่าเื่นี้ต้องมีบางอย่าง
ณ ตำหนักบ่มเพาะนอกเขตวัง
ลู่เฟิงกำลังฝึกฝนขอบเขตพลังของตนเอง ตอนนี้เขากำลังพัฒนาระดับขอบเขตพลังของตนอย่างต่อเนื่อง
เด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่นั่งสมาธิอยู่ภายในห้อง รอบๆร่างกายกำลังโคจรลมปานภายในตัว ใบหน้าของลู่เฟิ่งเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ปรากฏออกมาอย่างยากลำบาก
“ ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ”
“ ยังไงซะตัวของข้าเองก็ฝึกฝนได้ยากเย็นอยู่ดี ”
“ เพราะว่าขอบเขตบ่มเพาะของข้าแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป อยากจะฝึกฝนให้รวดเร็วก็จำเป็จะต้องมีสัตว์อสูรมาช่วยในการฝึกฝน ”
“ เพราะว่าสัตว์อสูรถูกสร้างขึ้นมาจากพลังระดับขอบเขตบ่มเพาะของข้า ”
“ เพราะแบบนั้นจิติญญาของข้าแล้วก็สัตว์อสูรจึงประสานเข้าหากัน ถึงที่จะทำให้ฝึกฝนได้รวดเร็วก็คือสัตว์อสูร ”
“ โดยเงื่อนไขของการสร้างสรรค์อสูรขึ้นมา สัตว์อสูรทำการบ่มเพาะพลัง ระดับพลังที่มันบ่มเพาะครึ่งนึงจะถูกส่งมาที่ตัวของข้า ”
“ ตัวของข้าเองเพียงคนเดียวการฝึกฝนและบ่มเพาะไปถึงขอบเขตที่สูงกว่าเป็ไปได้ยากเย็นเป็อย่างมาก ์กำหนดว่าให้ตัวของข้าย่อมเป็จะต้องมีสัตว์อสูรที่ช่วยในการบ่มเพาะขอบเขตพลัง ”
“ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาในตอนนี้ข้ามีหมาป่าทมิฬมันสามารถช่วยในการบ่มเพาะได้ ”
“ ด้วยความรวดเร็วของการบ่มเพาะของเ้าหมาป่าทมิฬ ระดับพลังของมันที่ส่งเข้ามาที่ตัวข้าเพียงแค่สัปดาห์เดียวขอบเขตการฝึกฝนของข้าก็น่าจะกลับไปอยู่ตรงที่เดิม ”
“ ต้องอดทนเอาไว้ใน่สัปดาห์นี้ข้าต้องอยู่ภายในร่างกายที่อ่อนแอนี้ไปก่อน ” ลู่เฟิ่งกำลังฝึกฝนอย่างหนักเฝ้ารอเวลา 1 สัปดาห์จะมาถึง
สัปดาห์ผ่านไป
กลางดึกคืนหนึ่งพลังประหลาดภายในห้องของลูกเฟืองโคจรหมุนเวียนกลายเป็เส้นวงกลมจำนวนมาก
ภายในห้องแห่งนี้มีลู่เฟิ่งนั่งอยู่กับหมาป่าทมิฬ พลังิญญาของหมาป่าทมิฬและลู่เฟิ่งเชื่อมโยงเข้าหากัน
พลังิญญาที่ปรากฏกลายเป็เส้นสีขาวลอยภายในอากาศ ตอนนี้หมุนเวียนเข้าสู่กันบ่มเพาะของลู่เฟิ่ง
ดวงตาทั้งสองข้างของลู่เฟิ่งเบิกกว้างขึ้นััได้ถึงในอกที่มันกำลังจะะเิออกมา พลังอัดแน่นที่อยู่ภายในร่างกายะเิออกมาเป็จำนวนมาก
ความรู้สึกที่ราวกับว่ามีพลังแตกซ่านทั่วทั้งร่างกายดีอย่างบอกไม่ถูก ลู่เฟิ่งกัดฟันแน่นะเิพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อก้าวข้ามขอบเขตบ่มเพาะ
“ ย๊าก.. ”
“ ตรึง!!!! ” เส้นพลังิญญาที่เป็เส้นสีขาวภายในอากาศหลอมรวมห่อหุ้มร่างกายของลู่เฟิ่งเอาไว้
องค์ชายผู้ไร้ความสามารถแสยะยิ้มที่มุมปาก “ ในที่สุดก็พัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับขอบเขตก่อตัวขั้นที่ 5 เหมือนเดิมแล้วใช้เวลา 1 สัปดาห์จริงๆด้วย ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นในตอนนี้หมาป่าทมิฒที่ร่วมฝึกไปด้วยก็อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งขึ้นกลายเป็ระดับขุนพล 2 ดาว ”
“ เพียงแค่นี้ก็ได้เวลาแล้ว ” ใบหน้าของลู่เฟิ่งบ่งบอกว่ากำลังจะทำบางอย่าง
จบบท