อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 150 ครองพื้นที่

    บทที่ 150 ครองพื้นที่




    เพราะซูหยวนไม่ได้รู้ว่าสถานการณ์การทำสงครามเวลานี้รุนแรงขนาดไหน เธอจึงต้องรอฟังความจากพวกหนูขาวกลายพันธุ์เสียก่อน ทว่า...ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในเขต C เท่านั้น ต่อให้เป็นเขต A เขต B หรือเขตที่อยู่สูงขึ้นไป ปัญหาเรื่องการล่าก็ได้เกิดขึ้นแล้ว


                


    ก่อนหน้านี้ซูหยวนล่าเอาพวกสัตว์กลายพันธุ์ไปแล้วเป็นพันตัว นอกจากซูหยวนก็ยังมีนักเรียนคนอื่น และนักล่าทั่วไปที่ปกติก็ล่าอยู่แล้วเข้ามาเอาทรัพยากรอีก ไม่น่าแปลกใจที่เขต A ตอนนี้แทบจะเรียกว่าขาดแคลนแกนพลังงานไปเลย


                


    นักเรียนหลายคนที่ตั้งใจจะทำลายสถิติ เห็นแบบนี้แล้ว...การล่ากลับไม่ได้คืบหน้าอย่างที่คิด บางทีอาจจะกลายเป็นพวกเขาได้น้อยกว่าอันดับ 3-4 ของรุ่นพี่ปีที่แล้วเสียอีก 


                


    แต่เดิมก็เครียดกันพออยู่แล้ว จู่ๆก็มีกลุ่มนักล่ามือดีที่ไหนไม่รู้มาแย่งทรัพยากรกับพวกตนอีก ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะกับกลุ่มนักล่าที่มีทั้งดีและไม่ดีพวกนี้




    “สัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้พวกเราพบก่อนนะคะ ทำไมคุณต้องมาแย่งโจมตีด้วย!!” เสียงแหลมของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงฉายชัดว่าไม่พอใจอย่างมาก ทำเอาผู้ฟังต้องขมวดคิ้วตาม




    “อะไรกันนังเด็กนี่ เธอพบก่อนแล้วยังไง จดๆจ้องๆกันอยู่นั่น สุดท้ายก็ล่าไม่ได้อยู่ดี! พวกเราเป็นฝ่ายโจมตีก่อน แล้วจะมาบ่นได้ด้วยหรอ ถ้ามีความสามารถมากพอ ทำไมไม่จัดการเองตั้งแต่แรกล่ะ” นักล่าคนนั้นเกาหูของตัวเอง ท่าทางมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดเลยแม้แต่น้อย


                


    ดูจากการแต่งตัวของพวกเขาก็กักขฬะพออยู่แล้ว ยิ่งมาแสดงกริยาเช่นนี้ยิ่งทำให้นักเรียนหญิงรังเกียจมากขึ้น พวกเธอพยายามขยับหนี แต่กลับไม่ยอมรับผลแบบนี้


                


    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย ไม่รู้ว่าไอ้กลุ่มนักล่าพวกนี้จงใจหรือเปล่า แต่พวกเขากำลังสร้างปัญหาให้การล่าของพวกเขา ทุกครั้งที่เจอพวกกลายพันธุ์ ก็จะเป็นพวกมันนี่แหละที่แย่งโจมตีแล้วก็เก็บแกนพลังงานไปทั้งหมด


                


    ถ้าที่สถาบันไม่มีกฎว่าจะต้องล่าพวกกลายพันธุ์เอง พวกเธอคงบังคับให้พวกมันคืนแกนพลังงานมาแล้วด้วยซ้ำ!




    “พวกเราต่อสู้อย่างมีขั้นมีตอน นี่เป็นตัวที่ 4 ของวันแล้วที่พวกแกมาแย่งเหยื่อของพวกเราน่ะ!! บอกมานะ ว่าใครจ้างพวกแกมาขัดขวางการเก็บคะแนนของฉัน!”




    “จ้างหรอ? แย่งเหยื่อหรอ? ฮ่าๆ ตลกชะมัดเลย สาวน้อยกำลังร้องรำทำเพลงอยู่หรือ ช่างจินตนาการไม่เบาเลย แต่ว่า...ที่จริงแล้วพวกเราไม่ได้มาแย่งเหยื่อหรอกนะ”




    “ถ้าอย่างนั้นพวกแก....”




    “จุ๊ จุ๊ จุ๊ พวกเราไม่ได้มาแย่งเหยื่อ แต่ว่ามองพวกเธอเป็นเหยื่อเลยต่างหาก จริงไหม ฮ่าๆ”




    “จริง!!” 




    “ใช่ๆ สาวน้อยแบบนี้มาล่าพวกกลายพันธุ์ไม่กลัวหรอจ๊ะ ฮี่ ฮี่” เสียงหัวเราะของพวกมันดังเข้าข้างหูของเด็กสาว พวกเธอยิ่งรังเกียจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก




    “แก พวกแก!!”




    “ถอนตัวออกไปจากพื้นที่นี้ซะ ถ้าไม่อยากจะเดือดร้อนน่ะ” เมื่อหยอกล้อเสร็จ พวกเขาก็ข่มขู่เด็กสาวอีก สายตาที่พวกมันมองมาเต็มไปด้วยการโลมเลียจนน่ารังเกียจ สาวๆทั้ง 5 รู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว พวกเธอได้แต่มองหน้ากันราวกับอยากปรึกษาว่าจะเอาอย่างไรดี


                


    ใจหนึ่งก็อยากจะสู้ด้วย แต่จำนวนของพวกมันมากเกินไป ดังนั้น...เพื่อความปลอดภัย พวกเธอจึงยอมถอนตัวออกมาจากพื้นที่ล่า


                


    ทว่า...ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เจอกับนักเรียนร่วมสถาบันตัวเอง รวมถึงนักเรียนจากสถาบันอื่นๆอีกมาก กลายเป็นว่า...ไม่ใช่แค่กลุ่มเธอเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าไปล่า หากแต่มีคนอื่นก็ถูกคุกคามเหมือนกัน




    “เรื่องนี้ไม่ปกติแล้ว พวกเราควรจะรายงานอาจารย์”




    “ใช่ ฉันก็เห็นด้วย...การทดสอบยังไม่จบแต่ก็มีปัญหาเข้ามาแบบนี้ พวกเราจะผ่านไปได้ยังไง”




    “คนพวกนั้นเป็นใครกันแน่ หรือว่ามีคนจ้างวานมา”




    “ใครจะจ้างล่ะ คนที่จ้างก็จะต้องเป็นคนที่ได้ประโยชน์ด้วย แล้วใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้อีก”




    “แล้วคนนั้นล่ะ นักเรียนทุนอันน่ะ...ไม่ใช่ว่าเธอกลัวคนอื่นจะเอาที่หนึ่งไปหรอ” 




    “เธอคิดอะไรอยู่ คนๆนั้นยังต้องกลัวใครแย่งอันดับด้วยหรอ? ด้วยคะแนน 1,000 คะแนนน่ะนะ”




    “แล้วจะเป็นใครไปได้อีก” พวกนักเรียนต่างก็พยายามคิดเหตุผลกัน แน่นอนว่าเรื่องการต่อสู้ของพวกกลุ่มอันธพาล นักเรียนเหล่านี้จะไปรู้ได้อย่างไร ดังนั้นจึงคิดเท่าที่ในกรอบความรู้ของตัวเองมีเท่านั้น




    “หรือว่าจะเป็นกลุ่มนั้น...”




    “กลุ่มนั้น? กลุ่มไหน?”




    “ก็กลุ่มของนักเรียนจูไง ไม่ใช่ว่าพวกเธอกำลังจะได้อันดับสองหรอกหรอ? เพื่อไม่ให้มีคนอื่นเอาอันดับสองไปได้อีก ก็เลยต้องทำแบบนี้ ดูสิ...เธอไม่ได้อยู่ที่นี่เห็นไหม เป็นกลุ่มเดียวที่ไม่ได้ออกมาจากพื้นที่ล่า”




    “จริงด้วย ทั้งๆที่พวกเราถูกไล่ออกมาหมดแล้ว!”




    “ใช่ ฉันก็คิดว่าต้องเป็นพวกเธอแน่! เล่นสกปรกอะไรกันเนี่ย!” เมื่อหาคำตอบที่คิดว่าถูกต้องได้ ต่อให้ไม่รู้ว่าถูกจริงหรือว่าผิด พวกเขาก็ปักใจเชื่อไปเสียแล้ว


                


    คำก่นด่าของพวกนักเรียนดังขึ้นต่อเนื่อง มีกระทั่งคนที่รีบไปแจ้งอาจารย์ว่าพวกกลุ่มของจูหลิวหลี่กำลังโกงการทดสอบ หรือคนที่ไปแจ้งกับตระกูลของตนเองเพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม...อีกฝั่งของจูหลิวหลี่ ถ้าสถานการณ์มันเป็นอย่างที่เพื่อนนักเรียนคิดจริงๆ ก็คงจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่...ความเป็นจริงแล้วต่างกันอย่างสิ้นเชิง!


                


    ปัง!!




    “นังพวกเด็กสารเลวพวกนี้ ช่างกล้าที่จะลองดีจริงๆ ฮ่าๆ คิดว่าตัวเองเป็นเด็กจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งแล้วจะต่อต้านพวกเราได้ใช่ไหม? เก่งมากเลยใช่ไหม?” น้ำเสียงเยาะเย้ยของชายฉกรรจ์ดังขึ้น ทำให้จูหลิวหลี่และเพื่อนอีก 4 คนขมวดคิ้ว


                


    พวกเธอกัดฟันแน่น พวกผู้ชายเหล่านี้น่ากลัวก็จริง แต่พวกเธอที่เสียอันดับหนึ่งให้ซูหยวนไปแล้ว ย่อมไม่ต้องการเสียอันดับสองอีก!


                


    สถานการณ์ของเพื่อนคนอื่นๆเป็นอย่างไรพวกเธอไม่รู้ ที่รู้ก็คือพวกเธอไม่ต้องการจะถอย! 




    “ที่นี่เป็นที่ล่าของทุกคน ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถขับไล่คนอื่นออกไปได้ พวกคุณกำลังทำผิดกฎอยู่ ถ้าหากว่าพวกเราแจ้งต่อทางการล่ะก็...พวกคุณจะต้องถูกลงโทษแน่นอน”




    “ฮ่าๆ นังเด็กนี่กล้าพูดเรื่องกฎหมายกับพวกเราว่ะ ฮ่าๆ”




    “เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ไม่รู้หรอว่าพวกเราฆ่าเด็กแบบพวกแกมากี่คนแล้วน่ะ แล้วทางการก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ด้วย...” รอยยิ้มเย็นของคนเหล่านั้นทำให้เด็กสาวต้องลอบมองหน้ากันเอง


                


    พวกเธอรู้ดีว่าการตัดสินใจแรกนั้นเสี่ยงอันตรายขนาดไหน แต่ตอนนี้...ต่อให้อยากจะกลับออกไป คนเหล่านี้ก็คงไม่ยอมอยู่ดี ดังนั้นแทนที่จะหันหลังนี้ สู้เผชิญหน้ากับพวกมันดีกว่า นอกจากนี้...พวกเธอก็มีลูกแก้วขอความช่วยเหลืออยู่ในมือ ถ้าเกิดเหตุอันตรายขึ้นจริงๆ ใช้ลูกแก้วพวกนี้ก็ได้แล้ว...


                


    ราวกับพวกเขารู้ว่าทั้ง 5 คนกำลังคิดอะไร รอยยิ้มของพวกเขายิ่งกดลึกมากกว่าเดิม




    “เด็กน้อย หลังจากที่พวกเธอก้าวเดินผิดพลาดไปแล้ว ก็ไม่มีใครช่วยอะไรได้อีกแล้ว....ถึงจะอยากใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือ พวกเธอคิดจริงๆหรอว่าจะได้รับความช่วยเหลือในเร็วๆนี้น่ะ ทันทีที่พวกเธอบีบลูกแก้ว พวกเราจะฆ่าเธอแล้วโยนให้พวกกลายพันธุ์กินเป็นอาหาร กว่าที่คนอื่นจะมาถึงก็ไม่เหลือซากอีกแล้ว”




    “ส่วนเรื่องความผิดตามกฎหมาย พวกเราอยู่ที่นี่มานานเท่าไร ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ทางการไม่เคยจับพวกเราได้ วันนี้พวกเขาก็จับไม่ได้อีกเหมือนเดิม”




    “ถ้าอยากจะลองดูก็ได้นะ แต่ไม่รับประกันว่าจะมีโอกาสแก้ตัวอีกหรือเปล่า” เสียงหัวเราะของชายวัยกลางคนพวกนี้ดังประสานขึ้นอีกครั้ง จูหลิวหลี่หันไปมองเพื่อนของตัวเอง เพื่อนคนนี้มีประสาทการรับรู้ที่ดี พยายามจะมองหาว่ามีคนอยู่ใกล้ๆนี้หรือไม่ แล้วผลก็ปรากฏว่า “ไม่มี” ไม่น่าแปลกใจที่สีหน้าของทุกคนจะไม่ดีเอาเสียเลย




    “ตอนนี้พื้นที่ล่าเขต A ทั้งหมดคงจะถูกพวกเรายึดครองไปหมดแล้ว ต่อให้ไม่ใช่พวกเราก็เป็นคนของกลุ่มสีหมอกอยู่ดี ดังนั้น...ไม่มีใครอยากจะช่วยเด็กเหลือขออย่างพวกเธอหรอก”




    “ว่ายังไง ถ้าหากว่ากลัวตายล่ะก็....อยากจะเล่นสนุกกับพวกเราหน่อยไหม?” รอยยิ้มเหมือนคนกำลังสนุกสนานปรากฏบนใบหน้าของอีกฝ่าย พวกนักเรียนหญิง 5 คนต่างก็หน้าถอดสีไปตามๆกัน




    “พวกแกอย่าได้ใจไปหน่อยเลย ไม่รู้หรอว่าพวกเรามาจากตระกูลอะไรกันบ้างน่ะ”




    “โอ้ แล้วยังไง? เด็กน้อยพวกนี้ไม่รู้หรอว่าที่นี่เป็นเขตล่าน่ะ ต่อให้เป็นครอบครัวใหญ่โตขนาดไหนก็ตายได้ทั้งนั้น”




    “แก!!” พวกนักเรียนหญิงโกรธจัด ทั้งยังมีความกลัวอยู่ในใจ พวกเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับปัญหานี้อย่างไร 




    “อย่าเข้ามานะ!!” จูหลิวหลี่ตะโกนเมื่อเห็นว่ามีชายสองคนพยายามลอบเข้ามาจับเพื่อนนักเรียน เมื่อถูกพบตัว ทั้งสองคนแทนที่จะหยุดมือกลับกระโดดเข้ามาเร็วกว่าเดิม จับแขนของนักเรียนหญิงคนหนึ่งไขว้หลังแล้วเตะไปที่ข้อพับขาของเธอจนคุกเข่าลงไปไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็ใช้น้ำหนักที่มากกว่ากดลงพื้น 




    ทั้งหมดใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ส่วนเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆพยายามจะเข้าไปช่วย ทว่าพวกชายฉกรรจ์คนอื่นๆก็เข้ามารุมโจมตีทันที




    “อั่ก! ไอ้พวกหมาหมู่!!” จูหลิวหลี่ถูกโจมตีเข้าที่กลางหลังอย่างแรง เธอพ่นเลือดออกมาคำโต ก่อนที่จะบีบลูกแก้วในมือแตก


                


    พวกคนเลวตกใจอยู่บ้าง แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ารอบๆนี้มีเพียงพรรคพวกของตนเอง พวกเขาก็ยิ่งหัวเราะเสียงดังขึ้นไปอีก แน่นอนว่าทางจูหลิวหลี่ที่ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างคนชั่วนี้พูดว่าพื้นที่รอบๆถูกยึดครองไปแล้วก็หน้าเสียทันที




    “แก พวกแก!! อีกไม่นานคนของทางการจะต้องมาตรวจสอบแน่ ถึงเวลานั้น....”




    “ถึงเวลานั้น พวกแกก็ตายไปแล้ว ฮ่าๆ” หนึ่งในนั้นใช้มีดเชยคางของนักเรียนหญิงขึ้นมาให้สบตากับตนเอง




    “น่าเสียดายหน้าสวยๆพวกนี้ แต่ก็นั่นแหละ...ภาพความตายของพวกเธอก็คงจะงดงามไม่ต่างกัน” มันว่าอย่างนั้นก่อนจะรีบลงมือ แม้ว่ารอบๆจะไม่มีนักล่าคนอื่นเข้ามาวุ่นวาย ถึงอย่างนั้นทางการก็ต้องได้รับการแจ้งเตือนที่มีคนใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือนี้อยู่ดี


                


    พวกมันไม่สามารถปล่อยให้เด็กสาวพวกนี้รอดชีวิตออกไปได้แม้เพียงคนเดียว ต่อให้อยากจะเก็บเอาไว้เล่นสนุกก็ทำไม่ได้ จูหลิวหลี่และคนอื่นๆพยายามต่อต้าน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย




    “ตายซะเถอะนะสาวน้อย” คนพูดยกมีดขึ้นสูง เป้าหมายของมันก็คือลำคอของนักเรียนคนหนึ่ง


                


    ฟิ้ว!!! 




    “อั่ก!!” ด้วยการโจมตีเดียว คนก็กระอักเลือดออกมาคำโต ลืมตาโพล่งด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หันหลังกลับไปดูยังทิศทางการโจมตี แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย นอกจากลูกธนูที่ปักอยู่ข้างหลัง




    “ระวัง!! มีคนลอบโจมตี!!”




    “บัดซบเอ้ย! มีพวกนักล่าแส่ไม่เข้าเรื่องด้วยหรอวะ!”




    “จัดการมันให้ได้” พวกคนชั่วตื่นตัวกันทันที พวกเขายกร่างของนักเรียนทั้ง 5 คนขึ้นมาป้องกัน 


                


    ตอนนี้พวกมันยังมองไม่เห็นคนโจมตี แต่รู้ว่าเป็นนักธนูที่เป็นผู้ใช้พลังงานแน่นอน ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท ส่วนนักเรียนพวกนี้ก็เป็นโล่ป้องกันที่ดีสำหรับพวกมันเลย เชื่อว่านักธนูคนนั้นคงไม่มีทางโจมตีออกมาแน่ อีกอย่าง...ในความคิดของพวกมัน ผู้โจมตีไม่ควรจะแข็งแกร่งเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นคงจะไม่มาอยู่ในพื้นที่ล่าระดับต่ำแบบนี้หรอก!




    “ธนูนี่...หรือว่าจะเป็นนักเรียนทุนอัน...” จูหลิวหลี่พึมพำขึ้นมา


                


    อันซูหยวนเป็นคนที่นักเรียนจำนวนมากไม่ชอบใจ แต่สำหรับจูหลิวหลี่แล้ว...เมื่อคิดว่าคนๆนั้นก็คือซูหยวน เธอกลับมีประกายความหวังขึ้นมาแทน




    “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!!” เพื่อนนักเรียนพยายามร้องขอความช่วยเหลือหลังจากที่ไม่เห็นการโจมตีระลอกต่อไปของนักธนูปริศนา พวกคนชั่วเองก็มองซ้ายมองขวาเพื่อตรวจสอบตำแหน่งของนักธนูเช่นกัน


                


    ฟิ้ว!!


                


    ธนูถูกยิงออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ถูกยิงออกมา 3 ศรพร้อมกัน กลุ่มชายฉกรรจ์ตกใจอยู่บ้าง พวกเขากระโดดไปรับการโจมตีจากทิศทางหนึ่ง ทว่าน่าเสียดาย...




    “เป็นกลลวง!”


               


     ฉึก ฉึก!!


                


    กว่าจะรู้ตัวก็ช้าไปแล้ว ธนูถูกยิงออกมาอีกทางโดยไร้เสียง ปักเข้าที่กลางหัวของพวกมันสองคนล้มลงไปกองกับพื้นทันที!!




    …………………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน