“นี้เจ้ากล่าวว่าอะไรนะ เจ้ารู้หรือไม่ผู้อาวุโสไม่เคยจะรับศิษย์มาก่อน แล้วเหตุใดเจ้าถึงปฏิเสธผู้อาวุโสหนึ่งละ”
ผู้อาวุโสจากนิกายดาบกล่าวออกมา นิกายอื่น ๆ ก็พยักหน้าเป็นการเห็นด้วยเหมือนกัน มีเพียงหว่างโป้ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะหว่างโป้คือคนกลางของทั้งสองฝั่งในตอนนี้
“ท่านหลิน ท่านรองคิดอีกสักครั้งจะได้หรือไม่ เขาเป็นผู้อาวุโสหนึ่งของนิกายแห่งแสงเลยนะ นิกายของผู้อาวุโสหนึ่งนั้นแข็งแกร่งที่สุดแล้วในจักรวาลแถบนี้” หว่างโป้กล่าวออกมาด้วยความจนใจเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“นิกายที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลแถบนี้นะรึ แล้วจักรวาลที่เหลือไปกว่าละ เจ้าคิดว่ามันไม่มีอยู่จริง ๆ อย่างงั้นรึ หากจะให้ข้ากล่าวออกมานิกายแห่งแสงก็อยู่ภายใต้อำนาจสักแห่งหนึ่ง”
หลินฝานกล่าวออกมาและหันไปมองทางผู้อาวุโสหนึ่งในทันที เพียงเท่านี้หลินฝานก็พอใจแล้วเพราะคำตอบที่หลินฝานปรากฏอยู่บนใบหน้าของผู้อาวุโสหนึ่งที่ตกใจกับคำกล่าวของหลินฝานเป็นที่เรียบร้อย
“เจ้าทราบได้อย่างไรถึงเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นความลับระดับสูงของนิกายแห่งแสง คนที่จะรับรู้เรื่องนี้มีเพียงระดับผู้อาวุโสระดับสูงเท่านั้น”
ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวออกมา ด้วยความโมโห เพราะนิกายใต้อำนาจของนิกายแห่งแสงนั้น คิดว่านิกายแห่งแสงนั้นแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล เพียงแต่เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่หลินฝานกล่าวออกมาความคิดเก่า ๆ ก็เปลี่ยนไปในทันที
“ข้าคงกล่าวถูกต้องสินะ เพราะด้วยระดับของผู้อาวุโสหนึ่งอย่างท่านยังไม่สามารถตรวจสอบความเข้มข้นของพลังลมปราณได้เลย แล้วจะเอาความสามารถที่ไหนมาสั่งสอนน้อง ๆ ทั้งสองของข้ากัน”
หลินฝานกล่าวออกมารวมถึง ระดับความเข้มข้นของพลังลมปราณ แต่เมื่อผู้อาวุโสหนึ่งได้ยินจึงรีบส่งพลังลมปราณของตัวเองไปตรวจสอบทั้งสองอีกครั้งในทันที
“นี้มันเป็นไปได้อย่างไร ความเข้มข้นของพลังปราณของพวกเจ้าทั้งสองคนนี้มัน พวกเจ้ามีอาจารย์กันหรือไม่”
ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวถามออกมา เพราะด้วยระดับความเข้มข้นของพลังลมปราณนั้น สามารถต่อสู้ข้ามระดับใหญ่ได้เลย 1 ขั้น และที่ผู้อาวุโสหนึ่งถามเรื่องอาจารย์ออกมานั้น เพราะเรื่องที่หลินฝานกล่าวออกมา และหากใครสามารถสั่งสอนสองคนนี้ให้มาถึงระดับนี้ได้เพียงอายุน้อยเพียงเท่านี้ น่าจะเป็นจักรวาลที่กว้างใหญ่กว่าจักรวาลที่นิกายแห่งแสงอยู่เป็นแน่
“ข้าไม่มีอาจารย์หรอก มีเพียงพี่ชายข้าเท่านั้นที่สั่งสอนการบ่มเพาะทั้งหมดรวมถึงทักษะอื่น ๆ ด้วย”
หลินปิงกล่าวออกมา และหันไปมองทางหลินฝานในทันที แต่เมื่อหลินปิงกล่าวจบเท่านั้นและ ผู้อาวุโสหนึ่งยิ่งตกใจในทันที เพราะครั้งแรกที่ผู้อาวุโสหนึ่งมองเห็นหลินฝานและตรวจสอบการบ่มเพาะของหลินฝานแล้วนั้น ไม่พบการบ่มเพาะของหลินฝานเลยเขาจึงคิดว่าหลินฝานเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้นแต่เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินปิงกล่าวออกมา ทำให้ผู้อาวุโสหนึ่งนั้นทราบในทันทีว่าหลินฝานนั้นแข็งแกร่งว่าตนเองมากแค่ไหน
“ที่เจ้าสองคนกล่าวออกมานั้นจริงหรือว่าพี่ชายของเจ้านั้นเป็นคนสั่งสอนทักษะ และวิธีบ่มเพาะให้พวกเจ้าทั้งสอง” ผู้อาวุโสกล่าวถามออกมาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจของตัวเขาเอง
หลินปิงและชิวเหยียนทำเพียงพยักหน้าเพื่อเป็นการยืนยัน ทำให้ผู้คนบริเวณรอบ ๆ นั้นตกใจยิ่งไปกว่าเดิม และยิ่งสงสัยเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของหลินฝานและเรื่องจักรวาลอื่น ๆ ที่หลินฝานกล่าวถึงก่อนหน้านี้ออกมา
“แต่หาก จะให้ทั้งสองนั้นเป็นศิษย์ของนิกายแห่งแสงข้าก็ไม่ขัดหรอก เพียงแต่เรื่องที่พวกเธอควรจะเรียนรู้คือการเข้าสังคม และการเข้าใจว่าโลกใบนี้มันไม่ได้ดีอย่างที่พวกเธอคิด เพียงเท่านี้ข้าก็สามารถให้พวกเธอทั้งสองคนเข้าร่วมนิกายแห่งแสง” หลินฝานกล่าวออกมาเพราะต้องการให้หลินปิงและชิวเหยียนไปหาประสบการณ์ ที่ไม่มีเขาคอยหนุ่นหลัง ส่วนหลินฝานนั้น เขาจะออกไปนอกจักรวาล และตามหาความแข็งแกร่งตามที่ระบบมอบภารกิจ ส่วนภารกิจเข้าสำนักนั้นในตอนนี้ระบบได้เปลี่ยนเป็นออกนอกจักรวาลเป็นที่เรียบร้อย เพราะหลินฝานมีระดับพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อย