ตอนที่ 167 ประหารเตียวเสี้ยน
ดำรงค์โอบกอดร่างไร้วิญญาณของเตียวเสี้ยนไว้ทั้งน้ำตา..ด้วยหูค้างคาวเช่นเขา ..แม้เตียวเสี้ยนเอ่ยปากด้วยเสียงที่เบาเพียงใดก็ตาม ‘เขา’ ย่อมได้ยินอย่างชัดเจน แม้ 'ดำ' พยายามที่จะเข้าขัดขวาง แต่ท่านกวนอูนั้นลงมือรวดเร็วมากเกินไป ..จนตัวเขาทำได้เพียงการหลั่งน้ำตาและยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้.. น้ำตาที่พังทลายลง กลับไร้ซึ่งเสียงร้องไห้วิงวอน..ดำรงค์พยายามอย่างยิ่งที่จะหาคนผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อลบล้างความเศร้าโศกที่มีในจิตใจ.. ..ท่านกวนอูที่ลงมือประหาร ?..โจโฉที่บีบบังคับให้กวนอูต้องลงมือ ?.. ลิโป้ที่ตกตายลงไป ?.. หรือเพราะตัวเขาเอง ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ ?……….- เป็นเราเองนี่แหละที่ทำให้แม่นางเตียวเสี้ยนตาย ..ผู้ลงมือประหารเตียวเสี้ยน ..มันคือเรา คือความเห็นแก่ตัวของเราเอง -(ประหารเตียวเสี้ยน : กวนอูประหารเตียวเสี้ยน : เป็นตอนสำคัญบทหนึ่งในอุปรากรจีน-งิ้ว) …….ดำรงค์ยังคิดวุ่นวาย-วนเวียน สุดท้ายมาจบที่คำสั่งเสียสุดท้ายของหญิงงาม..…ดูเหมือนเตียวเสี้ยนจะมีบุตรสาวที่ชื่อ ‘เตียวซิ่น’ ?สิ่งที่เขาจะชดเชยให้ได้ในตอนนี้ ..ก็คงมีเพียงการปกป้องดูแลบุตรสาวของนางให้ดี… ดำรงค์ตั้งสติได้แล้วกล่าวคำถามออกไป..“ครอบครัวของลิโป้ยังมีสมาชิกอีกหรือไม่ ? ..โปรดเรียกพวกเขาเข้ามาเถิด”………..………. พี่ ป้า น้า อา ..ภรรยาน้อยกลับไม่มี ‘เตียวซิ่น’ ซึ่งเป็นบุตรสาวของ 'เตียวเสี้ยน' แต่อย่างใด ? สตรีนางหนึ่งในครอบครัวที่เหลือของลิโป้จึงแจ้งออกมา.. “เตียวซิ่น หลบหนีออกจากแห้ฝือก่อนหน้านี้แล้วเจ้าค่ะ” ..หลบหนี ? เด็กสาวผู้นั้น ? ..เป็นเด็กสาวผู้นั้นแน่ๆ !!! ขณะดำรงค์กำลังวุ่นวายกับการจัดการทุกสิ่งที่อย่างที่เกี่ยวพันกับ ‘เตียวเสี้ยน’ในสายตาของผู้อื่น เว้นแต่เพียงท่านกวนอูที่ได้รับฝากฝังครั้งสุดท้ายจากเตียวเสี้ยนโดยตรง ..สิ่งต่างๆที่เห็นย่อมกลายเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแท้จริง .. บุตรสาวของลิโป้แล้วอย่างไร ? ภรรยาของลิโป้แล้วยังไง ? เมื่อตกตายลงไปแล้ว มันก็แล้วกันไปน่ะสิ ******** โดยเฉพาะจอมคนโจโฉ ย่อมไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย 'ก็แค่เพียงดอกไม้ที่ถูกทำลายลงไป' ในตอนนี้โจโฉกลับรู้สึกดูถูกดูแคลนเจ้าเมืองเกียดเซกผู้นี้เป็นอันมาก !!! จากนั้นแต่งตั้งเตียวเลี้ยวเป็นจงลงเจียง หรือนายทหารโท ฝ่ายเตียวเลี้ยวเมื่อทำงานให้โจโฉ ก็ไปชักชวนสมัครพรรคพวกซึ่งเคยรับใช้ลิโป้อยู่แต่เดิมคือ ‘จงป้า’ ถูกแต่งตั้งให้เป็นนายทหารผู้ใหญ่ ส่วนนายโจรทั้ง 3 แต่งตั้งทหารรอง แล้วปูนบำเหน็จ ซงเหียน-งุยซก-เฮาเสง ซึ่งเป็นธุระจนจับตัวลิโป้ได้ รวมจนถึงทหารน้อย-ใหญ่ ทั้งปวง ส่วนครอบครัวลิโป้ที่เหลือให้คุมตัวส่งกลับไปที่เมืองฮูโต๋ทั้งหมด จากนั้นนำทัพกลับเมืองชีจิ๋วไป ………… ---------------เมืองชีจิ๋ว---------------- ประชาชนเมืองชีจิ๋วต่างมาต้อนรับมหาอุปราชและวีรบุรุษสงครามทุกคน ..ทุกคนล้วนรู้สึกปราบปลื้มใจกับผลงานที่แสนวิเศษนี้ ..เว้นแต่เพียงเจ้าเมืองผู้หนึ่ง ? .. เจ้าเมืองเกียดเซก และความยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างของเมืองระดับมณฑลนั้นสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพวกเขาเป็นอันมาก “นายท่าน ..หากเทียบเมืองนี้กับเมือง(เกียดเซก)ของเรา ..สถานที่แห่งนั้นก็คงเล็กเกินไปสำหรับพวกเราแล้วล่ะขอรับ” รากฐานพันๆปีของเมืองใหญ่อย่างชีจิ๋ว ย่อมแผ่ขยายกว้างไกลและหยั่งลึกลงไปจนมั่นคงอย่างที่สุด ..แต่สำหรับเมืองชายขอบทะเล ที่ขาดการบำรุงรักษามาเป็นร้อยปี และเพิ่งฟื้นฟูอย่างช้าๆแต่ว่ามั่นคงนั้น ..หากจะเทียบกันในวันนี้ มันก็คงจะเป็นเรื่องตลกเพียงเท่านั้น.. ดำรงค์จึงให้ธรรมบางอย่างแก่ผู้ติดตามทั้งสอง..“ไม่ว่าที่ใดก็ตาม หากมีความอบอุ่นและปลอดภัย ย่อมเป็นสถานที่ ที่พวกเราเรียกว่า ‘บ้าน’ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากเราพอใจ..ย่อมสุขกายสภาพใจมิใช่หรือ ?” ……….เซี่ยงเหลี่ยง-เซี่ยงป๋อ เห็นด้วยก็จริงอยู่ ..แต่ทัศนคติเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะสมกับผู้สืบสายเลือดอย่างเขา ..สายเลือดสำคัญของผู้รับภาระรวบรวมแผ่นดิน !!!……… ประชาชนทั้งหลายต่างออกจากเรือน มาต้อนรับขบวนทหารถึงหน้าบ้านของตน.. “นักรบผ้าคลุมสีดำเหล่านั้น ..พวกเขาช่างน่าหลงไหล ~”“ดูที่หน้าอกของพวกเขาสิ ..มิใช่ใหญ่โตกว่าเจ้าอีกมิใช่หรือ ?” ดำรงค์วุ่นวายอยู่กับผู้ติดตามทั้งสอง ..เมื่อว่ากล่าวเสร็จแล้วจึงตามขบวนทัพของมหาอุปราชไป..และมันสร้างความปั่นป่วนขึ้นในทันที !!กรี๊ดดด !!!“ท่านแม่ทัพ ..ข้าเสี่ยวหลัน ปีนี้ย่าง 16 ปี ขอรับใช้ ติดตาม..”“โปรดสังหารข้าเสีย ..หากไม่ต้องการให้ข้าคิดถีงท่าน !”“อ๊างง..ปล่อยข้า ..ข้าจะเอา!!” แวมไพร์ย่อมมีเสน่ห์ผูกมัดสตรีโดยธรรมชาติ ..และยิ่งเป็นแวมไพร์รูปงามนั้น มันจึงเป็นธรรมดาที่สาวๆทั้งหลายจะลุ่มหลงจนมิอาจถอนตัว -เราถูกสตรีรังแกมามากเกินพอแล้ว- ..เฮ้อ ดำรงค์ถอดถอนใจอย่างเหนื่อยล้า เขาถูกสตรีย่ำยีมาโดยตลอด ..โดยเฉพาะสตรีที่มีนามว่า ‘เตียนเสี้ยน’ ที่นอกจากจะย่ำยีหัวใจจนแหลกเหลวแล้ว ..หนำซ้ำขโมยมันไปทั้งหมดโดยไม่เหลืออะไรทิ้งไว้เลย … บิต๊ก-ตันก๋ง-ตันเต๋ง ออกมาต้อนรับทั้งคณะอย่างสมเกียรติ จากนั้นเชิญให้นั่งในที่สมควร “มหาอุปราชชนะศึกใหญ่ ทั้งได้สังหารลิโป้อันเป็นขบถแผ่นดินเสียได้ ..พวกเราล้วนชื่นชมยินดี” ฮะฮ่ะฮ่า.. “ย่อมเป็นหน้าที่ของมหาอุปราชเช่นข้า เพื่อทำนุบำรุงแผ่นดินสืบไป..” จากนั้นชาวเมืองชิจิ๋ว ซึ่งมีความผูกพันกับท่านเล่าปี่อย่างเหนียวแน่น จึงชักชวนกันเรียกร้องออกไป.. “ขอให้ท่านแต่งตั้งเล่าปี่ไว้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วเถิด” เขาเพิ่งกำจัดลิโป้ไปได้ ? .. จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะปล่อย ‘ยอดคน’ เช่นเล่าปี่ให้เติบโตมาเป็นศัตรูได้ในสักวัน....โจโฉยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรแล้วตอบออกไปด้วยปัญญา “เล่าปี่มีความชอบ เราจะพาขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ก่อน ถ้าพระราชทานบำเหน็จแล้ว จึงจะให้กลับลงมาเป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ” เมื่อมอบมายงานเสร็จแล้ว มหาอุปราชโจโฉจึงชักชวนเล่าปี่และเจ้าเมืองดำรงค์ ขึ้นไปเข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ถึงเมืองฮูโต๋ตามที่ได้สัญญาไว้กับทุกฝ่าย ..แต่ที่เมืองฮูโต๋ อันเป็นฐานกำลังของโจโฉ อันมีเขี้ยวเล็บและกลอุบายต่างๆมากมาย ..มันย่อมไม่ใช่สถานที่ อันปลอดภัยสักเท่าใดนัก สำหรับพวกเขาทุกคน..