“ช่วยหน่อยนะ ทานุกิ”
“ได้เลย” ทางด้านสึรุฮิเมะก็เริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงไหว้วานให้ทานุกิ ภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอให้แปลงโลมเป็นผ้าคลุมล่องหนที่มีขนาดใหญ่ทันที สึรุฮิเมะรีบนำผ้าคลุมล่องหนมาพรางตัวไว้ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบแอบขึ้นไปหาพวกสึบากิที่ห้องนอนชั้นบนอย่างเงียบๆ เมื่อมาถึงที่หน้าห้องนอน เธอก็ค่อยๆ เดินทะลุผ่านประตูห้องนอนเข้ามา
“ชู่ว์~ เงียบไว้ก่อน” พวกสึบากิยังไม่ทันที่ได้พูดอะไร สึรุฮิเมะก็รีบยกนิ้วชี้เรียวอันบอบบางขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากเบาๆ พลางส่งเสียงลมหายใจอย่างแผ่วเบา เป็นการบอกให้พวกเธอเงียบไว้
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ”
อาซึสะเอ่ยถามเสียงเบาๆ ออกมาด้วยความสงสัย
“มีพวกตำรวจอยู่ที่ชั้นล่าง”
สึรุฮิเมะเอ่ยตอบเสียงเบาๆ
“เดี๋ยวพวกเธอเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในผ้าคลุมนี้ แล้วค่อยๆ เดินตามฉันมา”
หลังจากที่สึรุฮิเมะกล่าวอธิบายสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนจบ สึบากิก็รีบเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดอาภรณ์ที่เธอสวมใส่ตอนขาไปทันที หลังจากที่สึบากิเปลี่ยนชุดเสร็จ พวกเธอทั้ง 4 ก็รีบถือกระเป๋าสัมภาระที่มีขนาดเล็กเข้าไปพรางตัวในผ้าคลุมล่องหนขนาดใหญ่ และค่อยๆ เดินตามสึรุฮิเมะไป จากนั้น สึรุฮิเมะก็รีบพาพวกสึบากิเข้าไปในป่าเล็กที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของศาลเจ้า
หลังจากที่ได้มาถึงจุดหมายปลายทาง สึรุฮิเมะก็รีบทำการถอดผ้าคลุมล่องหนออก ก่อนที่เธอจะสั่งการให้ทานุกิแปลงโฉมเป็นรถม้าสารถีขนาดกว้างนิดๆ ซึ่งเดิมมีทั้งหมด 4 ประตูด้วยกัน และรีบพาพวกสึบากิขึ้นไปที่รถม้า และมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านทาวน์โฮมของยูโตะทันที เมื่อได้กลับมาถึงร้านกาแฟที่บ้านทาวน์โฮม พวกสึบากิก็รีบลงจากรถม้าสารถี และรีบนำกระเป๋าสัมภาระเดินเข้าไปในร้านทันที
“ทุกคน”
ทางด้านคานาเมะ ผู้เป็นเจ้าของร้านกาแฟในบ้านทาวน์โฮมหลังนี้ เมื่อได้เห็นพวกสึบากิเดินเข้ามาในร้าน เธอก็รีบเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง
“โล่งอกไปที ที่ทุกคนไม่ได้เป็นอะไร เมื่อคืนพี่เป็นห่วงทุกคนมากจนแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย”
คานาเมะพลางสวมกอดร่างงามของพวกสึบากิอย่างแนบแน่นด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อพวกเธอ ถึงแม้ว่าพวกสึบากิจะเป็นแค่ผู้อยู่อาศัย แต่คานาเมะก็รู้สึกผูกพันธ์กับพวกเธอมาก ราวกับว่าเป็นญาติกัน
ทางด้านยูโตะที่กำลังจะออกไปทำงานข้างนอกนั้น เมื่อได้เห็นพวกสึบากิเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัย เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที โดยเฉพาะกับสึบากิที่เขารู้สึกผูกพันด้วยอย่างน่าประหลาด
“พี่ไปก่อนหล่ะนะ”
“ไปดีมาดีนะคะ พี่ชาย” จากนั้น ยูโตะก็รีบเดินออกมาจากบ้าน เดินทางไปยังอาคารสถานีข่าว NP-News ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานประจำของเขาตามปกติ ส่วนทางด้านพวกสึบากิต่างก็รีบเดินกลับไปที่ห้องพักประจำที่อยู่ชั้นใต้ดินของร้านทันที
เมื่อช่วงก่อนที่คืนวันเพ็ญจะค่อยๆ คลืบคลานเข้ามา ยูโตะก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกเป็นห่วงที่มีต่อสึบากินั้นก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด จนเริ่มรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ราวกับว่าสึบากิเหมือนกำลังจะตกอยู่ในอันตราย ตัวเขาในตอนนั้นรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเลย
เมื่อยูโตะได้มาพบกับร่างนิมิตของราชินีฮิมิโกะ เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่า สึบากิกำลังถูกคำสาปอะไรบางอย่างที่อยู่ในตัวของเธอนั้นเข้าเล่นงาน ยูโตะไม่สามารถอยู่เฉยต่อไปได้ จึงรีบออกมาจากบ้านทาวน์โฮม และขึ้นขี่บนหลังวัวไฟอเวจีมุ่งหน้าตรงไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิที่อยู่ในจังหวัดเอฮิเมะ เพื่อไปช่วยสึบากิทันที
ในระหว่างทาง เขาก็ได้เห็นคางุยะกับสึรุฮิเมะกำลังเข้าเผชิญหน้ากับวิญญาณอสูรร้ายแห่งได-โคโดกุอยู่บนกลางอากาศ ในท่ามกลางทะเลเพลิงอันร้อนระอุดั่งขุมนรกอเวจีที่อยู่ในใจกลางเมืองชิบูย่า ภายในพื้นที่รัศมีอันกว้างขวาง เขาจึงรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกคมดาบทั้ง 4 เล่มออกมาและพุ่งเข้าโจมตีใส่มันเข้าอย่างจัง ก่อนที่ตัวเขานั้นจะรีบพุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับวิญญาณอสูรร้ายแห่งได-โคโดกุแทนพวกคางุยะกับสึรุฮิเมะอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เข้าสู่ยามเช้าของวันถัดไป ข่าวเหตุการณ์ทะเลเพลิงที่ได้เกิดขึ้นในใจกลางเมืองชิบูย่า ภายในพื้นที่รัศมีอันกว้างขวางนั้นก็ได้ถูกเผยแพร่ไปตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งสร้างความสะเทือนขวัญให้กับผู้ที่ได้เห็นข่าวเป็นอย่างมาก
“เหตุเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 1 นาฬิกา 47 นาที ที่ใจกลางเมืองชิบูย่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุภายในพื้นที่รัศมีวงกว้าง ส่งผลทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายนับแสนกว่าคนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุจากการถูกเผาทั้งเป็น ซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และก็ผู้สูงวัย สร้างความสะเทือนขวัญให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก...”
“ผู้ที่เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่นั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นพนักงานบริษัทที่เข้ามาพักพิงอาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ และยังมีบางส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว และผู้คนในท้องถิ่น รวมไปถึงเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศอีกด้วย...”
“เหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนับหมื่นกว่าชีวิตได้ใช้เวลาอยู่นานหลายชั่วโมงในการเข้ามาควบคุมสถานการณ์ จนมาถึงตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ยังคงมีเปลวไฟจำนวนมหาศาลลุกท่วมอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย...”
“การเกิดเหตุโศกนาฎกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดและแน่นหนาในหลายๆ พื้นที่ ระบบคมนาคม และระบบการขนส่งในพื้นที่บริเวณรอบๆ พื้นที่เกิดเหตุนั้นเป็นอันต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตกันอย่างกว้างขวาง...” เหล่าบรรดาพิธีกรข่าวจากหลายๆ สำนัก ต่างก็พากันยืนรายงานข่าวที่หน้ากล้องตรงบริเวณพื้นที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างสุดๆ
ในขณะเดียวกัน ทางด้านฟูจิเอดะ ทาดาชิ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมที่เป็นพ่อของมิเนโกะนั้นก็กำลังให้สัมภาษณ์กับเหล่าบรรดาผู้สื่อข่าวนับพันกว่าชีวิตอยู่ที่ห้องประชุมภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งเกี่ยวกับปัญหา และผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์ทะเลเพลิงที่ได้เกิดขึ้นในใจกลางเมืองชิบูย่า
โดยที่ตัวทาดาชินั้นจะนั่งอยู่บนโต๊ะยาวที่กลางหน้าห้องประชุม มีมิเนโกะ นักการเมืองสาวดาวรุ่งที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา กับคินซากิ มือขวาของมิเนโกะนั่งอยู่ทางฝั่งขวา และมีอิชชิน นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล กับศาสตราจารย์ฟูจิวาระ เก็นเซย์ หรืออาชิยะ โดมัน มือขวาคนสนิทของอิชชินนั่งอยู่ทางฝั่งซ้าย
“ก่อนอื่น...ผมก็ต้องขอบอกกับทุกคนไว้ ณ ที่นี้ว่า ผมเองก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง กับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ใจกลางเมืองชิบูย่า ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ได้เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...”
ทาดาชิถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขาจะให้สัมภาษณ์กับพวกนักข่าวต่อ
“เหตุโศกนาฎกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลกระทบในด้านการขนส่ง และด้านคมนาคมเป็นอย่างมาก การให้บริการรถไฟโดยสารในสายยามาโนเตะ สายโชนัน-ชินจูกุ และสายไซเคียวนั้นก็ได้หยุดชะงักลง อันเนื่องมาจากทางรถไฟสายดังกล่าวนั้นมีส่วนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ และได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้...”
“นอกจากนั้นแล้ว ยังส่งผลทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวนั้นได้รับความเสียหายอย่างมหาศาลมากอีกด้วย ผู้คนนับแสนกว่าชีวิตต่างก็ได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ แรงงาน หรือพนักงานในบริษัท ดังนั้น ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ผมจะดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้รอดพ้นไปจากวิกฤตนี้ให้จง...โอ๊ย”
ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับพวกนักข่าวจนจบ ทาดาชิก็เริ่มมีอาการบางอย่างที่คล้ายกับปวดท้องขึ้นมา จนทำให้ร่างของเขานั้นค่อยๆ ทรุดล้มลงที่พื้นกลางห้องประชุมอันกว้างใหญ่ที่อยู่ภายในโรงแรม ด้วยสีหน้าซีดที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเจ็บปวดทรมานได้อย่างชัดเจน พร้อมกับมีหยาดเหงื่อค่อยๆ ผุดขึ้นตามใบหน้า เมื่อลองสังเกตดูดีๆ ก็จะพบว่าตัวเขานั้นมีอาการสั่นเทาไปทั่วร่างจากความเจ็บปวด