บทที่12บ่อเพลิงพิภพ
จ้าวเฟยหลงเมื่อกลับมาถึงถ้ำัแล้ว ก็ตรงเข้าไปคารวะอาจารย์ของตนทันที
“ศิษย์กลับมาแล้วขอรับ”
จ้าวเฟยหลงรายงานสิ่งที่เขาได้พบเจอมาตลอดเกือบสี่เดือนนี้ต่อหลงเทียนจวินโดยใช้เวลาไปถึงครึ่งชั่วยาม
“อืม...นับว่าเป็เื่ดีที่ตัวของเ้าได้รับประสบการณ์ในการบ่มเพาะและการต่อสู้มันจะเป็รากฐานที่ดีของเ้าต่อไปในอนาคตอาจารย์พอใจต่อการเดินทางของเ้ารอบนี้มาก”
หลังจากที่รายงานเื่ต่างๆแล้วหลงเทียนจวินได้บอกให้จ้าวเฟยหลงไปพักผ่อนที่ศาลาก่อน พรุ่งนี้เช้าจึงค่อยคุยกันใหม่จ้าวเฟยหลงที่ตะลอนอยู่ในเทือกเขามาหลายเดือนเมื่อถึงที่พักของตน จึงล้มตัวลงนอน ทันทีที่หัวถึงหมอนเขาก็หลับไปแล้วเขาก็ยังฝันอีกด้วย
ในฝันนั้นเขาได้ล่องลอยอยู่บนแผ่นดินที่สวยงามราวกับแดน์ูเาสูงใหญ่เรียงรายกันเป็เทือกเขายาวเหยียด ป่าไม้นานาพันธุ์สุดสายตาแม่น้ำสายใหญ่ไหลเอื่อยให้ความชุ่มชื่นและพลังฟ้าดินของที่นี่ช่างหนาแน่นยิ่งนักหากเขาได้ฝึกฝนที่นี่น่าจะสามารถบรรลุถึงระดับปราชญ์ได้ไม่ยากเย็นนัก
“เฟยหลง...เฟยหลง ตื่นได้แล้ว!!!”
เสียงของหลงเทียนจวินดังขึ้นข้างๆหูของจ้าวเฟยหลง ทำให้เขาต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาสายตาพร่ามัวไม่นานก็กลับมาชัดเจน มองเห็นัตัวใหญ่สีทองอยู่ใกล้ๆตนเองย่อมเป็ภาพที่ทำให้ตื่นตระหนกพอควร
เพราะการให้ัมาปลุกโดยเฉพาะัตัวนี้เป็ถึงจักรพรรดิเทพัแล้วด้วยต่อให้เป็ฮ่องเต้ฝันก็ยังไม่กล้าคิดเลย
จ้าวเฟยหลงรีบประสานมือทำความเคารพ
“ท่านอาจารย์ ศิษย์เสียมารยาทแล้ว ถึงกับต้องทำให้ท่านลดตัวลงมาปลุกข้าโปรดลงโทษศิษย์ด้วย” ัสีทองส่ายหน้า “ข้าเคยบอกเ้าแล้วระหว่างศิษย์อาจารย์ไม่ต้องมากพิธี”
หลงเทียนจวินไม่้าให้ศิษย์อึดอัดใจมากกว่านี้จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่
“สมุนไพริญญาที่เ้าลำบากออกไปเก็บ ผลเป็เช่นไร”
“ข้าได้พวกมันกลับมาครบถ้วนแล้วขอรับ”
จ้าวเฟยหลงหยิบเอาสมุนไพริญญากับแร่ ออกมาแสดงให้อาจารย์ของตนได้ชมผลงาน
“ดี...ดีมากเ้าใช้เวลาไม่นานในการหาสมุนไพรเหล่านี้ในดินแดนที่แร้นแค้นขาดแคลนพลังฟ้าดินเช่นนี้นับว่ายอดเยี่ยม”
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชมเชยแต่เพราะได้คัมภีร์ร้อยเซียนสมุนไพร์และคัมภีร์หมื่นสมบัติจ้าวพิภพที่ดวงจิตโลกามอบให้ข้า มิเช่นนั้นคงไม่อาจทำงานได้สำเร็จขอรับ”
หลังจากรู้ว่าดวงจิตโลกาได้มอบคัมภีร์ในการรวบสมุนไพริญญาและแร่ธาตุต่างๆ
หลงเทียนจวินก็อึ้งไปพักหนึ่งเมื่อเก็บความคิดกลับมาได้เขามองไปที่ทรวงอกของจ้าวเฟยหลงราวกับว่าอยากจ้องมองเพื่อให้สายตาทะลุอกของเ้าเฟยหลงก่อนที่จะพูดในใจ
“คนไม่มีคุณธรรม ไร้ความยุติธรรมในหัวใจเ้าอยู่กับข้าเป็แสนๆปีนอกจากพลังและวิชายุทธ์นอกนั้นก็ไม่เคยให้อะไรแต่นี่อยู่กับศิษย์ของข้าแค่ไม่กี่เดือน สิ่งที่เขาได้รับช่างต่างกับที่ข้าได้รับราวฟ้ากับเหว”
แล้วบอกให้จ้าวเฟยหลงตามตนเองไปที่ด้านหลังเสาหิน
“อาจารย์จะเปิดประตูให้เ้าลงไปชั้นล่างของพื้นโลกจากที่นั่นจงทำการฝึกขั้นที่หนึ่งของคัมภีร์กายะเทพเต่าทมิฬเสีย”
“ที่แห่งนั้นเหมาะกับการฝึกมากอาจารย์จะรอชื่นชมความสำเร็วของเ้า”
จ้าวเฟยหลงแหงนหน้ามองหลงเทียนจวินกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
“ศิษย์จะตั้งใจทำเต็มที่ ขอให้ท่านรอชื่นชมผลงานของศิษย์ได้เลย”
หลงเทียนจวินพยักหน้าพอใจ ก่อนเปิดประตูหินที่ส่องแสงสีทองข้างหลังเสาหินให้จ้าวเฟยหลงเดินลงไป
ภายในทางเดินกว้างประมาณครึ่งจั้งสูงหนึ่งจั้งมีหินเรืองแสงให้แสงสว่างแก่บันไดที่ทอดตัวลึกลงไปในพื้นโลก จ้าวเฟยหลงใช้เวลาเดินทางสามชั่วยามทุกๆชั่วยามนั้นอากาศจะร้อนเพิ่มมากขึ้น
เมื่อลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายเขาพบว่าตนเองนั้นแสบร้อนที่ิัอย่างมากบางจุดถึงกับหลุดลอกออกไปก็มี เสื้อผ้าเปียกแฉะเพราะเหงื่อที่ไหลออกมา
“มันร้อนมากจริงๆหากไม่ได้หลอมรวมกับดวงจิตโลกาและเืเทพัแล้ว ข้าคงลงมาไม่ถึงที่นี่เป็แน่”
จ้าวเฟยหลงสังเกตุรอบๆนี่คือห้องที่มีผนังทำด้วยหินสีแดงราบเรียบราวกับถูกของแหลมตัดเฉือนผนังทำจากหินสีขาวมีไข่มุกราตรีประดับและให้แสงว่างพื้นห้องตรงกลางคือบ่อที่กว้างราวหนึ่งจั้งขอบบ่อสองข้างเป็ทางของเพลิงพิภพไหลเข้าและไหลออก
“หากลงไปฝึกร่างกายในบ่อนี้จะต้องถูกชะล้างโดยเพลิงพิภพตลอดเวลา”จ้าวเฟยหลงนึกภาพแล้วก็ให้รู้สึกครั่นคร้ามยิ่งนัก
“เอาล่ะจ้าวเฟยหลงเอ๋ย มาถึงตอนนี้ไม่มีทางให้เ้าถอยแล้ว”เมื่อให้กำลังใจแก่ตนเองแล้วจ้าวเฟยหลงถอดเสื้อผ้าของเขาออกแล้วก้าวเดินลงสู่บ่อเพลิงพิภพ
ความรู้สึกที่ถูกเพลิงพิภพเหลวร้อนไหลผ่านร่างกายนั้นเ็ปและทรมานเป็อย่างมากจ้าวเฟยหลงอดกลั้นต่อความเ็ปที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่ขาดสายและไม่หยุดพักความร้อนนั้นมุ่งเข้าทำลายเนื้อหนังแทรกซึมสู่เส้นเืและเส้นลมปราณทุกๆที่ที่มันผ่านเข้าไปสร้างความเ็ปจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
จ้าวเฟยหลงรีบนำสมุนไพริญญาทั้งสามอย่างและแร่อีกหนึ่งก้อนออกมากแล้วโคจรคัมภีร์กายะเทพเต่าทมิฬ ของทั้งสี่อย่างค่อยหมุนวนรอบๆตัวของจ้าวเฟยหลงดึงดูดเอาเพลิงพิภพลอยสูงขึ้นกลายเป็ม่านเพลิงพิภพล้อมรอบตัวจ้าวเฟยหลงแล้วค่อยๆถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้าๆส่งผลให้เืในกายเดือดพล่านราวกับถูกต้มด้วยน้ำร้อน
เม็ดเืของจ้าวเฟยหลง ลอกผิวชั้นบนออกเกิดเม็ดเืใหม่สุกใสเป็สีแดงสดพลังงานในนั้นเต็มเปี่ยมดูดซึมกันกับเืเทพอย่างเหนียวแน่นถ่ายเทพลังสู่กันและกัน ทำให้ร่างกายของจ้าวเฟยหลงส่องแสงสีแดงออกมาเหมือนกับอัญมณีสีแดงก้อนใหญ่
เนื้อหนังเก่าและสิ่งสกปรกในร่างกายถูกเผาไหม้หลุดลอกออกมา เกิดเป็ิัอ่อนละมุนขาวราวกับหิมะถูกสร้างขึ้นใหม่ทดแทน กระดูกถูกขัดเกลาทำให้แข็งแรงทนทานมากขั้นสามารถเป็แกนของร่างกายที่จะรองรับพลังของวิชาเทพได้
ทุกวินาทีผ่านไปราวกับชั่วชีวิตความเ็ปที่เกิดขึ้นไม่อาจหยุกพัก หรือลดความรุนแรงลงได้ถ้าหากจ้าวเฟยหลงจิตใจไม่มั่นคง ปณิธาณไม่แข็งแกร่ง ก็คงต้องล้มเหลวหรืออาจจะตกตายไปแล้วด้วยซ้ำ
หนึ่งเดือนแห่งความทรมานในการบรรลุขั้นที่หนึ่งของคัมภีร์กายะเทพเต่าทมิฬ“หลอมกลั่นโลหิต” ในที่สุด จ้าวเฟยหลงก็สามารถบรรลุขั้นที่หนึ่งได้สำเร็จพลังกายของเขาะเิออก เสียงดังสนั่นห้องศิลาเพลิงพิภพแตกกระเซ็นไปทั่วบัดนี้ความร้อนของเพลิงพิภพไม่สามารถทำอะไรต่อเขาได้แล้ว
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!”
เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขก็ดังขึ้น ตอนนี้พลังกายของเขาเพิ่มขึ้นเป็เก้าพันจินเท่ากับพละกำลังของจอมยุทธ์ขั้นเก้าหากใช้เพียงร่างกายต่อสู้กับจอมยุทธ์เขาก็สามารถสังหารคนเ่าั้ได้สบายแต่ทว่าหากเป็จ้าวยุทธ์ขั้นหนึ่งร่างกายของเขาก็ปะทะได้โดยไม่เสียเปรียบ
“วิชายุทธ์ระดับเทพฝึกฝนร่างกายนี้มหัศจรรย์ยิ่งนักไม่เสียแรงที่ทุ่มเทกายใจไปมากกว่าจะฝึกได้”
จ้าวเฟยหลงแต่งตัวแล้วกลับขึ้นไปหาหลงเทียนจวินแต่ตอนนี้เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นในการเดินขึ้นมาเป็ผลมาจากร่างกายที่เปลี่ยนไปเมื่อมาถึงก็เข้าไปคารวะแล้วรายงานผลต่ออาจารย์ของตนทันที
“อาจารย์! ศิษย์ฝึกขั้นหลอมกลั่นโลหิต สำเร็จแล้ว”
“อืม...เ้าทำได้ดีมาก”
ความพอใจมากล้นฉายออกบนหน้าัทองเพราะหลงเทียนจวินเองก็ยอมรับว่าตนเองนั้นก็กังวลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวในเื่นี้เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาระหว่างการฝึกอาจส่งผลให้จ้าวเฟยหลงต้องตายและสิ่งที่หลงเทียนจวินทำมาทุกอย่างก็จะสูญเปล่าแต่ชัดเจนว่ามันไม่เกิดขึ้น
“ตอนนี้เ้าน่าจะสามารถใช้วิชายุทธ์ระดับเทพในขั้นที่หนึ่งได้อย่างไม่มีข้อจำกัดแล้วด้วยร่างกายที่สามารถรองรับพลังของวิชาเทพมันจะทำให้เื่น่ากังวัลเกี่ยวกับการใช้งานหมดไป แต่ถ้าหาก้าให้มันใช้สมบูรณ์แบบคงต้องให้เ้าทะลวงระดับสู้ระดับจอมยุทธ์เสียก่อนเมื่อนั้นแล้วก็จะสามารถใช้วิชาเทพขั้นที่หนึ่งอย่างสมบูรณ์ได้”
“ศิษย์ทราบแล้ว”จ้าวเฟยหลงตอบรับอย่างสงบ แต่ภายในใจของเขาลิงโลดยิ่งนัก หากเขาสามารถใช้วิชาเทพแบบไม่ต้องกังวลละก็สัตว์อสูรภายในเทือกเขาัเร้นนี้จะไม่ต่างไปจากมดปลวกเลยทีเดียว
“แต่หากเ้าใช้วิชายุทธ์ระดับเทพเหล่านี้มันจะเป็สาเหตุให้เกิดอันตรายต่อเ้าและครอบครัว” หลงเทียนจวินกล่าว
“เพราะมันล้ำค่าเช่นหรือไม่ขอรับ”จ้าวเฟยหลงเอ่ยถาม
“ถูกต้อง! มันล้ำค่าและทรงพลังอำนาจซึ่งย่อมเป็สิ่งที่้าของผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนหากมีคนระดับสูงกว่าเ้ารู้ข่าวว่าเ้าวิชายุทธ์ระดับเทพพวกเขาย่อมต้องทำทุกทางเพื่อนำมันไปจากตัวเ้า ดังนั้นจงใช้วิชานี้เมื่อยามที่ไร้คนจ้องมองหากวิชายุทธ์ระดับเทพถูกใช้ศัตรูล้วนต้องตาย มิฉะนั้นย่อมนำภัยมาถึงตัว”
“ศิษย์จะจำใส่ใจ”จ้าวเฟยหลงตอบรับเมื่ออาจารย์ของเขาได้สั่งสอนเสร็จ ความยินดีเมื่อใช้วิชายุทธ์ระดับเทพได้อย่างอิสระหายไปพลัน
“ข้าพึ่งจะใช้วิชายุทธ์ระดับเทพได้แต่กลับต้องเก็บซ่อนน่าอนาจใจนัก”จ้าวเฟยหลงกล่าวเบาๆ
“แล้วเมื่อไรข้าจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตนเองได้แล้วยังพลังฟ้าดินที่ขาดแคลนในดินแดนนี้อีกนานเท่าใดจึงจะสามารถทะลวงถึงขั้นเทพยุทธ์” จ้าวเฟยหลงพึมพำคนเดียว
“เื่นี้คงต้องโทษข้าอีกแล้วล่ะ”หลงเทียนจวินพูดขึ้น หน้าตาสลดลง
“เหตุใดจึงต้องโทษท่านละขอรับ”จ้าวเฟยหลงสงสัย
“เพราะว่าเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ตอนที่ข้าลงมายังโลกนี้ตอนนั้นพลังฟ้าดินในทวีปบูรพาก็มีน้อยอยู่แล้วเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ แล้วข้าก็ยังดูดซับเอามารักษาตัวอีกทำให้พลังฟ้าดินของอาณาจักรต้าตงเหือดแห้งหนักเข้าไปอีกทำให้ทั้งห้าอาณาจักรของทวีปบูรพาต้าตงจึงขาดแคลนพลังฟ้าดินมากที่สุด”
“อาจารย์เื่นี้ก็ผ่านมานานมากแล้วข้ามิอาจกล่าวโทษท่านได้ข้าจะหาทางฝึกฝนตนเองพัฒนาให้ก้าวสู่ขั้นเทพยุทธ์ให้จงได้เพื่อไม่ให้ท่านต้องผิดหวังและเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก”
“ดีมาก! เฟยหลงเ้าทำให้อาจารย์ภูมิใจมากตอนนี้ก็เริ่มฝึกวิชายุทธ์ใหม่ได้แล้วเพราะวิชายุทธ์ระดับเทพใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้”
“อาจารย์...แต่ว่าข้าจะหาวิชายุทธ์ใหม่จากที่ใดที่เก็บมาได้ก็ไม่เหมาะสมกับข้าเลย”
“เ้าคนทึ่มเอ้ย!! หลับตาทำสมาธิแล้วเ้าก็จะพบคนที่จะช่วยเหลือเ้าเอง”
เมื่อจ้าวเฟยหลงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันทีเขารีบนั่งลงทำสมาธิติดต่อกับดวงจิตโลกา“ท่านดวงจิตโลกาท่านช่วยมอบวิชายุทธ์ที่เหมาะสมกับข้าในตอนนี้หน่อยเถอะขอรับ”เขาอ้อนวอนดวงจิตทันที เงียบไปสิบอึดใจราวกับว่าดวงจิตโลกากำลังชั่งใจว่าควรจะช่วยเหลือหรือไม่สุดท้ายแล้วก็ปรากฏคัมภีร์หยกสามเล่มในห้วงความคิดของเขา
“เพลงดาบเย้ยปฐี”
“เพลงหมัดศิลาทลายคีรี”
“ก้าวย่างดาวตก”
ทั้งหมดที่ได้รับเป็วิชายุทธ์ระดับจิตขั้นสูงซึ่งหากนับในอาณาจักรต้าตงก็ถือว่าเป็ระดับที่หากยากมากเพราะหากไม่ใช่สำนักยุทธ์ใหญ่ๆก็ไม่มีทางที่จะได้ศิษย์ในสำนักถ้าหากไม่ถึงขั้นศิษย์หลักก็ยากที่จะได้ัันี่จึงทำให้จ้าวเฟยหลงพอใจอย่างมาก เพราะไม่ถึงกับดีเลิศและอนุภาพก็ไม่อ่อนด้อยสามารถใช้ได้ทุกเวลา
“อาจารย์ดวงจิตโลกาได้มอบวิชายุทธ์ใหม่ให้ข้าแล้ว”จ้าวเฟยหลงรายงานด้วยความดีใจ
“นี่!...สหายเ้าเลือกเขาแล้วจริงๆสินะ”หลงเทียนจวินตัดพ้ออย่างน้อยใจแต่เขาก็พอใจมากที่ศิษย์ของเขาได้รับเลือกให้เป็ผู้ดวงจิตโลกาที่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่เขาก็ไม่เคยได้รับมาก่อนอนาคตของจ้าวเฟยหลงย่อมไร้ขอบเขต
“ถ้าอย่างนั้นจงตั้งใจฝึกเถิดอย่างไรเสียวิชาชุดนี้ต้องเป็แกนหลักในการเดินทางสายนี้ไปชั่วคราวของเ้า”
เ้าเฟยหลงคำนับหลงเทียนจวินแล้วเดินมานั่งที่ศาลานั่งสมาธิอ่านคัมภีร์ยุทธ์ทั้งสามอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เพลงดาบเย้ยปฐี มีสามกระบวนท่าแต่ละกระบวนท่าทรงพลังในการทำลายล้างหากฝึกสำเร็จไร้คู่ต่อกรในระดับจ้าวยุทธ์”
“เพลงหมัดศิลาทลายคีรีหนึ่งหมัดสามารถทำใหู้เาหายไปในพริบตา มีทั้งหมดสามกระบวนท่า พลังทำลายสูงส่งในระดับจ้าวยุทธ์ไร้ผู้ท้าทาย”
“ก้าวย่างดาวตก มีสามขั้นหลบหลีกว่องไว เคลื่อนไหวพริบตา แอบซ่อนในเงา ไร้เสียงไร้รอย”
เมื่ออ่านเสร็จจ้าวเฟยหลงพบว่าวิชายุทธ์เหล่านี้ช่างเหนือชั้นจริงๆไม่แน่ว่าวิชาระดับจิต อื่นๆจะเทียบเคียงได้เขาเลือกฝึกวิชาท่าร่างก่อนเป็อันดับแรกเพราะการใช้ท่าร่างได้ดีเป็การส่งเสริมวิชายุทธ์อื่นให้ดียิ่งขึ้นด้วย
สิบวันผ่านไปตอนนี้จ้าวเฟยหลงสามารถบรรลุถึงขั้นที่หนึ่งของก้าวย่างดาวตก การเคลื่อนไหวของเขานับว่าไร้ที่ติสามารถเคลื่อนที่ได้สิบจั้งในพริบตาท่าก้าวเดินสวยงามแต่ไม่อาจคาดเดาได้หากใช้ในการลอบสังหารย่อมไม่พลาดเป้าหมาย
อีกสิบวันต่อมาเขาเลือกที่จะฝึก เพลงหมัดศิลาทลายคีรีเพลงหมัดชุดนี้มีพลังทำลายสูง ในการต่อสู้ประชิดตัวย่อมแสดงพลังสังหารได้อย่างสูงสุดตอนนี้เขาบรรลุกระบวนแรกแล้วสามารถะเิเนินขนาดใหญ่ได้สบายๆ
ผ่านไปอีกสิบวันเขาฝึกเพลงดาบเย้ยปฐีตอนนี้เขาฝึกสำเร็จไปแล้วหนึ่งกระบวนท่า ทรงพลังทำลายสูงส่งเพียงท่าที่หนึ่งเขาสามารถตัดหน้าผาขนาดสิบจั้งให้หลุดลงไปในเหวได้หากฝึกสำเร็จกระบวนท่าที่สาม พลังดาบย่อมเป็ที่น่าครั่นคร้ามของผู้พบเห็นสามารถเทียบเคียงได้กับวิชายุทธ์ระดับปฐมบางวิชา
เช้าวันหนึ่งหลังจากฝึกเพลงดาบเสร็จจ้าวเฟยหลงถูกเรียกไปพบโดยหลงเทียนจวิน
“อาจารย์ข้ามาแล้วขอรับ”สายตาของเ้าเฟยหลงพบเห็นสิ่งผิดปรกติจากร่างกายของหลงเทียนจวิน เกล็ดทองหมองคล้ำเสียงหายใจเบาขาด่ นี่ทำให้เขากังวลยิ่งนัก
“อาจารย์อยากจะมอบความรู้เกี่ยวกับวิถีดาบให้แก่เ้าเพราะหากฝึกดาบแล้วสิ่งที่นักดาบทุกคนฝันใฝ่ที่จะได้มาครองก็คือวิถีดาบนั่นเองสิ่งนี้คืออำนาจสูงสุดของนักดาบความแข็งแกร่งที่แท้จริงตัดสินด้วยวิถีดาบ”