ตู้มม !!
ร่างหนึ่งพุ่งลงมาจากฟ้าลงสู่พื้นด้วยความเร็วที่ตาแทบจะมองไม่ทัน พื้นดินบริเวณนั้นลอยขึ้นสูงกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง
เหล่านายทหารที่เห็นเหตุการณ์นี้อยู่ตรงหน้า ต่างก็ใช้มือกำอาวุธของตนเองมั่น เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งมากเกินไปผู้นี้
รอเวลาเพียงไม่นานนัก เศษดินและฝุ่นที่ฟุ้งกระจายก็หายไป เหลือไว้เพียงสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ยืนมองมาทางพวกเขาไม่วางตา ทั่วทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยสีแดงเืที่ส่งกลิ่นอายสังหารออกมาอย่างมหาศาล
กลิ่นคาวเืลอยกระทบจมูกของนายทหารทุกคน สิ่งนี้เล่นทำเอาทั่วทั้งร่างของทหารสั่นเทิ้มไปตามๆกัน พวกเขาต่างก็เตรียมใจที่จะตายกันแล้ว จากแรกกดดันที่ส่งออกมา พวกเขาคงจะทำอะไรสัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่ก็รอจนแล้วจนเล่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
เหล่าทหารที่เห็นดังนั้นก็ตัวเกร็ง จับอาวุธของตนเองแน่น เตรียมพร้อมรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึงได้ทุกเมื่อ แต่ถึงกระนั้นการโจมตีที่พวกเขารอคอยก็มาไม่ถึงสักที
ในตอนนั้นเองเงากลุ่มหนึ่งก็เคลื่อนมาทางเหล่าทหารอย่างรวดเร็ว เหล่าทหารที่เห็นดังนั้นก็ตื่นตัว พวกเขาชักอาวุธออกมาเตรียมที่จะปะทะในทันที
แต่ตั้งท่าเตรียมพร้อมได้ไม่นานพวกเขาก็ต้องตกตะลึงไป นั่นเพราะเมื่อกลุ่มเงาที่พุ่งมาทางพวกเขาเข้าใกล้มาเรื่อยๆ พวกเขาก็เริ่มคุ้นเคยกับเงาดำเ่าั้ขึ้นมาเรื่อยๆ
จนกระทั่งเงาดำมาใกล้พวกเขาจนกระทั่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนพวกเขาก็พบว่ากลุ่มเงานั้นคือกลุ่มทหารที่พานายน้อยของพวกเขาหนีออกไปก่อนหน้านี้นั่นเอง แล้วพวกเขากลับมาทำไม ?
นั่นคือคำถามที่อยู่ในใจของหัวหน้ากอง ใบหน้าของเขาดูซับซ้อนเป็อย่างมาก มันมีทั้งความหงุดหงิดใจที่พวกเขากลับมาและมีทั้งความยินดีที่ได้รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่
" ท่านพ่อ ! พวกเรามาช่วยพวกท่านแล้ว !" เสียงร้องะโของไตรวิทย์ดังขึ้นเมื่อเขาเข้ามาใกล้และเห็นใบหน้าของหัวหน้ากองหรือผู้เป็พ่อของเขานั่นเอง
" เ้าโง่ ! ใครสั่งใครสอนให้เ้ากลับมา ! เ้าไม่รู้หรือไงว่าที่นี่มันอันตรายแค่ไหน ! แล้วพวกเ้ากลับมากันทำไม ! ข้าสั่งให้พวกเ้าพานายน้อยหนีออกจากป่านรกนี่มิใช่รึ !"
หัวหน้ากองที่ได้ยินเสียงของลูกชายะโมาแต่ไกล เขาก็ตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงโกรธกริ้ว
แต่แตกต่างกับทางด้านของไตรวิทย์เขากลับดีใจเสียอีกที่โดนผู้เป็พ่อดุด่าออกมาเช่นนี้ ที่ผู้เป็พ่อดุด่าเขามาแบบนี้นั่นหมายความว่าพ่อของเขายังคงห่วงใยเขามากนั่นเอง
" ท่านพ่อข้าต้องขออภัยด้วยที่ขัดคำสั่งของท่าน แต่ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไป นั่นเพราะสิ่งที่นายน้อยอัญเชิญออกมานั้นแข็งแกร่งมาก ! แม้แต่ั์ภูผาอันทรงพลังก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขา !"
ไตรวิทพูดถึงหุ่นไม้ที่วรรณชัยอัญเชิญออกมาด้วยน้ำเสียงนับถือ พลางชี้ไปยังหุ่นไม้ที่ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยคราบเืของอสูร
" นายน้อยอัญเชิญมา ?" เครื่องหมายคำถามปรากฎขึ้นเหนือศีรษะของหัวหน้ากอง แสดงให้เห็นว่าเขามึนงงเป็อย่างมากกับสิ่งที่ลูกชายกล่าวมา
นั่นเพราะเขารู้ถึงความสามารถของนายน้อยของพวกเขาดี แม้ว่านายน้อยของพวกเขาจะไม่ใช่สามัญชนคนธรรมดา แต่เขาก็เป็เพียงแค่ลูกผสม ระหว่างผู้มีสายเืและคนธรรมดา
นั่นจึงทำให้นายน้อยของพวกเขามีพลังมากกว่าคนธรรมดาแต่ก็อ่อนแอกว่าคนที่มีสายเืเป็อย่างมาก นั่นจึงทำให้นายน้อยพวกเขาได้รับาเ็สาหัสจากการปะทะกันของพวกเขากับคลื่นอสูรที่บุกโจมตีเข้ามาในก่ินหน้านี้
อาการาเ็นั้นสาหัสมาก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนนายน้อยของพวกเขาก็อาจจะตายได้ นั่นจึงเป็อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาลอบส่งนายน้อยออกไปจากค่ายนอกจากมีคลื่นอสูรมากเกินไปจะรับมือ
หัวหน้ากองมองไปมาเล็กน้อยเขาก็พบเข้ากับชายหนุ่มผมสีดำ นัยตาสีดำอมแดงถูกล้อมอยู่ใจกลางของเหล่าทหารทั้งสิบ
" นายน้อย นั่นท่าน.. !" ทันทีที่เห็นสภาพของวรรณชัย หัวหน้ากองก็ตกตะลึง พร้อมกับรีบวิ่งเข้าไปหานายของของตนเองด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็กุมมือของวรรณชัยขึ้นมา
" นายน้อย ข้าน้อยขออภัยที่เสียมารยาทกับท่านแต่ข้าน้อยขอให้ท่านใช้สิ่งนี้แทงนิ้วตนเองให้มีเืไหลออกมา และหยดเบือดลงไปในสิ่งนี้ได้หารือไม่ ?"
หัวหน้ากองนำมีดเล่มเล็กขึ้นมามอบให้กับวรรณชัย พร้อมด้วยหินสีขาวรูปร่างแปลกตาขึ้นมาให้วรรณชัยเช่นกัน
" นี่คือ…" วรรณชัยขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่หัวหน้ากองมอบให้เขานั้นเป็อะไร เขาจึงลังเลและยังไม่ทำตามที่หัวหน้ากองบอก แต่กลับหันไปหาไตรวิทย์ที่อยู่ข้างๆแทน
เขา้าจะรู้ว่าทำไมเขาที่เพิ่งมาถึงค่ายนี้ หัวหน้ากองก็ให้เขาทำอะไรแปลกๆแล้ว
" นายน้อย นี่คือหินตรวจสอบสายเือย่างหยาบ มันไม่มีอันตรายอันใด เพียงมีคุณสมบัติอย่างเดียวนั่นคือการตรวจสอบสายเืขอรับ "
วรรณชัยได้ยินดังนั้นเขาก็พยักหน้าเข้าใจ แต่เขาก็ยังไม่ไว้วางใจคนอื่นมากนัก แม้พวกเขาจะเป็ทหารที่บอกว่าคอยปกป้องเขา แต่เขาไม่ใช่นายน้อยที่คนเหล่านี้รู้จัก
ดังนั้นวรรณชัยจึงไม่มีความไว้วางใจคนเหล่านี้มากนัก ดังเขาจึงโบกมือ ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวก็กลายเป็เงาหายไป ก่อนที่ในวินาทีต่อมาร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวจะปรากฎขึ้นด้านหลังของวรรณชัย
ที่เขาทำแบบนี้เพราะเขาไม่รู้ว่าวินาทีที่เขาตรวจสายเืเสร็จแล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้น ตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยหรือไม่ ? นั่นคือสิ่งที่วรรณาชัยกังวล ดังนั้นเขาจึงกันไว้ก่อนโดยให้หุ่นไม้ผ่าดาวเตรียมตัวไว้
จากนั้นเขาก็ใช้มีดที่นายกองส่งมาก่อนจะแทงไปที่นิ้วตนเองให้มีเืไหลออกมา จสกนั้นก็หยดมันลงไปตรงหินที่นายกองส่งมา
จุ๋ม ~ วิ้ง ~
ทันทีที่เืของวรรณชัยหยดลงไป แสงสว่างสีขาวก็เรืองออกมาจากหินตรวจสายเื แสงสีขาวนวลเรืองออกมาไม่กี่วินาทีก็ดับหายไป
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ววรรณชัยก็มองดูนายทหารที่อยู่โดยรอบ จากนั้นสีหน้าของวรรณชัยก็กลายเป็เคร่งเครียด นั่นเพราะเขามองเห็นสีหน้าของนายทหารที่เห็นเหตุการณ์นั้นกลายเป็ตกตะลึงและสับสน
ย้ำว่านายทหารทุกคน ! นายทหารที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็แทบจะไม่เขื่อในสิ่งที่ตนเองเห็นเช่นกัน จากนั้นพวกเขาก็มองมาที่วรรณชัยเป็ตาเดียวกัน ก่อนที่จิตสังหารรุนแรงจะกระจายออกมาจากร่างของพวกเขาทุกคน
ฟุ่บ !
ร่างของวรรณชัยกลายเป็เงาหายไปจากวงล้อมของเหล่าทหารในทันที ก่อนที่วินาทีต่อมาเขาจะปรากฎห่างจากเหล่าทหารออกไปกว่า100เมตร
เมื่อปรากฎตัวขึ้น วรรณชัยก็เรียกมีดเหน็บออกมาจากกระเป๋ามิติของเขาในทันที จากนั้นการ์ดใบหนึ่งก็ปรากฎขึ้นมาตรงหน้าของเขา ก่อนที่วรรณชัยจะใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบการ์ดใบนั้นเอาไว้
" สวมใส่.. การ์ดนักรบหมาป่าระดับF ! "
เเพล้ง ~
การ์ดกลายเป็เหมือนเศษกระจกแตกสลายหายไป ก่อนกร์ดที่อตกสลายไปจะกลายเป็แสงสีเหลืองทองพุ่งเข้าร่างของวรรณชัย จากนั้นในพื้นที่จิตของเขาก็มีแสงสีเหลืองทองเข้าไปยังร่างของหุ่นไม้สี่ทิศที่อยู่ในวงแหวนิญญาของเขา
ค่าสถานะของวรรณชัยจากที่ทุกค่าเป็ 22 เนื่องจากเขาเลเวล20แล้ว มันก็เปลี่ยนไป
*
ชื่อ : วรรณชัย พิทักษ์กุล
อาชีพ : ผู้ใช้หุ่นไม้สี่ทิศ (สวมใส่นักรบหมาป่าสายลม ระดับ F )
ระดับ : F ( เลื่อนระดับ )
เลเวล : 20
ขั้น : 0
ความแข็งแกร่ง : 26
ป้องกัน : 25
ความเร็ว : 36 (+10)
ความอึด : 24
มานา : 32
แต้มิญญา : 40
สกิลใช้งาน : สวมใส่ , เรียกขาน (ผนึก) [ เงื่อนไขในการปลดผนึก ]
สกิลติดตัว : -
สกิลยืมใช้งาน : กรงเล็บหมาป่าวายุ
สกิลยืมติดตัว : เร่งความเร็ว
สถานะ : สุขภาพดี
*
แรงกดดันที่ถูกส่งออกมาจากร่างของวรรณชัยเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นแรงกดดันก็กระจายออกมาจากตัวของหุ่นไม้ผ่าดาว พร้อมกับที่มือทั้งของข้างดึงดาบที่สะพายอยู่ที่เอวออกมาพร้อมที่จะปกป้องวรรณชัย
สายตาของวรรณชัยที่ใช้มองไปยังเหล่าทหารก็เปลี่ยนไปกลายเป็ระแวดระวังและแฝงความเป็ศัตรูอย่างชัดเจน
เขาลงแต้มสถานะฟรีที่ได้มาก่อนหน้านี้ 10แต้ม ไปกับ ค่ามานา 6แต้ม และที่เหลืออีกอย่างละ1แต้ม
ค่าสถานะของเขาจึงออกมาเป็อย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้นั่นเอง
" น นายน้อย ! มันไม่ใช้อย่างที่ท่านคิด !" เป็ไตรวิทย์นั่นเองที่ได้สติกลับมาเป็คนแรก เมื่อรับรู้ว่าร่างของวรรณชัยหายไปแล้ว รังสีฆ่าฟันที่กระจายออกมาจากร่างของเขาก็หายไป
เมื่อเขาเห็นสีหน้าและสายตาของวรรณขัยแล้วเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่วรรณชัยคิดนั้นคืออะไร
" ข้าให้โอกาศพวกเ้าอธิบาย10วิ ! ว่าทำไมทันทีที่ข้าตรวจสายเืเสร็จแล้วพวกเ้าถึงส่งจิตสังหารพวกนั้นออกมา ! หากอธิบายได้ไม่ดีพอ เ้าคงจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น !?"
เสียงของวรรณชัยไม่ได้แฝงไปด้วยควาผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้านี้อีก หากทหารพวกนี้้าจะสังหารเขาเพราะรู้ว่าเขาไม่ใช้นายน้อยตัวจริงของพวกเขาแล้วล่ะก็ เขาก็พร้อมที่จะจากคนเหล่านี้ไปทุกเมื่อ และปล่อยให้เหล่าอสูรสังหารพวกเขาจนหมด
" นายน้อยนั่นมันเป็เื่เข้าใจผิด สิ่งนั้นมันคือ.."
" เดี๋ยวก่อน เข้ามาบอกข้าใกล้ๆ" ไตรวิทย์ยังพูดไม่จบประโยคดี วรรณก็ขัดขึ้นและชี้ไปยังทหารที่อ่อนแอที่สุดให้เข้ามาอธิบายกับเขา
" และกระซิบบอกกับข้าว่าเกิดอะไรขึ้น และเข้ามาทีละคน !" วรรณชัยชี้ไปยังนายทหารที่อ่อนแออีกหลายคน
เมื่อเหล่าทหารที่รู้ว่าเป็ตนเองที่ถูกเรียก ร่างของพวกเขาก็สั่นเทิ้มขึ้นมาทันที แต่พวกเขาก็ไม่ขัดคำสั่งและค่อยๆเดินไปหาวรรณาชัยอย่างช้าๆ
ที่วรรณชัยทำแบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารเออออไปตามคำพูดของไตรวิทย์เพื่อหลอกเขา ดังนั้นเขาจึงให้ทหารเข้ามาอธิบายทีละคน จากนั้นค่อยฟังคำอธิบายของไตรวิทย์ว่าเหมือนกับที่เหล่าทหารบอกมาหรือไม่
หากไม่เหมือนกัน เขาก็จะได้รู้ว่าไตรวิทย์กำลังโกหกเขาอยู่ เพราะเขาเพิ่งมาถึงโลกนี้ได้ไม่นาน เขาจึงไม่สามารถเชื่อใจใครได้จริงๆ ส่วนเื่ที่เขาเชื่อคำพูดของไตรวิทย์ก่อนหน้านี้นั่นเพราะเขายังแสดงเป็คนที่เขาสลับตัวด้วยอยู่
แต่ตอนนี้เขาถูกเปิดเผยโดยหินตรวจสายเืแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องแสดงอีกต่อไป
นายทหารค่อยๆเข้ามากระซิบบอกกับวรรณชัยว่าทำไมพวกเขาถึฃส่งจิตสังหารออกมาเมื่อเห็นวรรณชัยตรวจสายเืเสร็จ
เมื่อได้ยินคำตอบของนายทหารทั้งหมด คิ้วของวรรณชัยก็ขมวดเข้าหากันนั่นเพราะนายทหารทุกคนที่เขามาอธิบาย ตอบเหมือนกันหมด จากนั้นเขาก็มองไปยังไตรวิทย์เพื่อให้เขาอธิบายต่อจากก่อนหน้านี้
" นายน้อยมันเป็เื่เข้าใจผิดกัน พวกข้าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายท่านแต่อย่างใด ที่พวกข้าปล่อยจิตสังออกมาหลังท่านตรวจสายเืเสร็จสิ้นแล้ว นั่นเพราะพวกเราเห็นว่าสายเืของท่านหายไป !"
ไตรวิทย์ค่อยๆอธิบายให้วรรณชัยฟัง เมื่อเห็นว่าวรรณชับยังไม่พูดอะไรเขาก็พูดต่อ
" และที่จิตสังหารถูกส่งออกมานั่นเพราะ พวกข้าคิดว่ามันเป็ความผิดของพวกข้าทุกคนที่ทำให้นายน้อยได้รับาเ็สาหัสจากการปะทะกับอสูร จากนั้นจึงทำให้สายเืของท่านหายไป จนกลายเป็คนไร้สายเืที่ไม่อาจใช้พลังได้อีก ดังนั้นพวกข้าจึงโกรธตนเองที่ทำให้เื่นี้มันเกิดขึ้นกับท่าน และเตรียมตัวที่จะล้างแค้นเหล่าอสูรที่ทำให้ท่านต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ และเป็ข้าเองที่ไม่รู้สึกตัวและไม่ได้สังเกตว่าสีผใและสีตาของท่านเปลี่ยนไป หากข้าเอะใจเร็วกว่านี้ข้าเื่รางก็คงไม่ยุ่งยสกเช่นนี้.."
ไตรวิทย์เงียบไปซักพักจากนั้นก็พูดต่อ
" เื่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร มันเป็อย่างที่ข้าพูดไปทุกประการ ข้าสามารถรับรองได้ว่า เหล่าทหารทุกนายในที่นี้ไม่มีใครที่คิดร้ายกับท่านเลยแม้แต่น้อย ! "
ไตรวิทย์คุกเข่าลงกับพื้นเพื่อแสดงความจริงใจและความซื่อสัตย์ที่พวกเขามีต่อวรรณชัย
พรึ่บ !!
จากนั้นทหารทุกนายก็คุกเข่าลงพร้อมกันและพูดออกมาเป็เสียงเดียวกัน " นายน้อยเราไม่เคยคิดร้ายกับท่าน !"
เห็นสิ่งที่เหล่าทหารทำ สีหน้าของวรรณชัยก็กลายเป็ผ่อนคล้ายลง จากนั้นก็โบกมือให้พวกเขาลุกขึ้น
มันเป็การเข้าใจผิดไปเองของเขาฝ่ายเดียว เขาคิดว่าตัวตนของเขาถูกรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่นายน้อยของเหล่าทหารตัวจริง แต่ในความจริงกลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิด
เื่นี้จะโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะอยู่ๆเหล่าทหารก็ปล่อยจิตรสังหารออกมา แล้วจะให้เขาไม่ระวังตัวได้ยังไง แถมเขายังไม่ใช่นายน้อยของพวกเขาตังจริงอีก เื่นี้จึงเป็ธรรมดาที่วรรณชัยจะแสดงปฏิกิริยาแบบนี้ออกมา
และเื่ที่ไตรวิทย์ไม้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขานั่นก็พอเข้าใจได้ เพราะพวหเขาอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันเป็อย่างมาก แค่ตั้งสมาธิไปกับเฝ้าระวังอสูรตอนเดินทางก็มากเกินไปสำหรับพวกเขาที่จะแบ่งสมาธิไปทำอย่างอื่นแล้ว
เหล่าทหารที่เห็นการโบกมือของวรรณชัยพวกเขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา แรงกดดันที่ออกมาจากสัตว์ประหลาดสีเืข้างหลังวรรณชัยเองก็หายไปแล้วเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงหายใจหายคอได้สะดวกยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ววรรณชัยก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดูก่อนจะเข้าไปดูเงื่อนไขการเลื่อนระดับและการปลดล็อคสกิล
เงื่อนไขในการปลดผนึกสกิล [ เรียกขาน ]
รวบรวมการ์ดเปล่านะดับE 10/10
กำจัดมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงกว่าตนเอง2ระดับ 1/1
จุติครั้งที่2 1/2
เงื่อนไขในการเลื่อนระดับ( F-E) : หุ่นไม้จัดการกับมอนสเตอร์ที่มีระดับและเลเวลสูงกว่าตนเองอย่างละ 10ตัวและถึงเลเวบ20
สถานะปัจจุบัน :
เลเวลสูงกว่า 10/10
ระดับสูงกว่า 10/10
เลเวล 20/20