อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 80 ดึงตัวไปช่วยงาน

    บทที่ 80 ดึงตัวไปช่วยงาน


                


    ซูหยวนมองดูน้ำสีเขียวที่อยู่ในมือของจางอู่หยางด้วยสายตาเย็นชา แม้ว่าเธอจะระวังดีแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดเลยว่าชายคนนี้จะมีวิธีการที่เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก 


                


    น้ำสีเขียวนี้ก็คือน้ำผักและผลไม้รวมปั่นของเธอ โชคดีที่ครั้งนี้ซูหยวนเองก็ได้รับข้อมูลมาจากเขาเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงจะระแวง กลัวว่าเขาจะล่วงรู้ถึงความลับเกี่ยวกับ “เกม” ของเธอแล้ว


                


    กลายเป็นว่า “อาหาร” ที่พวกเขารู้จักก็เป็น “อาหาร” แบบเดียวกันกับเธอ ของที่วางอยู่ตรงหน้านี้ไม่ต่างกับ “ขยะ” ในสายตาของอันซูหยวนจริงๆ และเขาก็พูดได้ถูกต้องแล้ว เธอไม่ได้สนใจอาหารนี้ก็เพราะเธอเข้าถึงอาหารที่ดีกว่า เพียงแต่...ในขณะที่ซูหยวนไม่ได้คิดว่าโลกใบนี้ยังมีโอกาสจะได้เจออาหารที่แท้จริง กลับเป็นประธานจางของเธอที่เปิดเผยเรื่องราวลับๆออกมา


                


    เพื่อควบคุมฟาร์มขนาดใหญ่งั้นหรือ?


                


    กลายเป็นว่า...ชีวิตมนุษย์มากมายที่นี่ เป็นเพียงฟาร์มสำหรับพวกระดับสูงเท่านั้นเองสินะ ในขณะที่ผู้คนมอบความหวังให้พวกระดับสูงพาพวกเขาไปยังจุดที่ดีกว่า พวกระดับสูงกลับวางแผนที่จะกดข่มพวกเขาเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า อาหารก็ให้กินเหมือนกับสุกร ในขณะที่พวกตนแอบกินเนื้อดีๆ ของดีๆ ช่างเป็นการตอบแทนที่ยอดเยี่ยมเสียจริง


                


    เมื่อรู้ว่าของที่ตนเองมี แท้จริงแล้วไม่ได้ผิดแปลกอะไร ก็แค่คนธรรมดาทั่วไปไม่รู้ก็เท่านั้น ซูหยวนก็ผ่อนคลายลงมากเช่นกัน อย่างน้อยๆ...ต่อหน้าประธานของเธอ ซูหยวนก็ไม่ต้องเสแสร้งเพื่อปิดบังความลับนี้อีก เมื่อเธออยากจะกิน...เธอก็จะกิน เมื่อบอกไม่สนใจอาหารขยะเหล่านี้ เธอก็จะไม่สนใจต่อหน้าของเขาได้


                


    ไม่มีใครรู้ว่ากำแพงระหว่างทั้งสองคน แท้จริงแล้วค่อยๆหายไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้งสองมีความคิดและนิสัยที่คล้ายกัน แต่อีกส่วน...เป็นเพราะทั้งคู่เปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมานั่นเอง


                


    ซูหยวนชื่นชอบหัวหน้าที่เก่งและมีวิสัยทัศน์ เพราะนั่นจะทำให้ลูกน้องก้าวหน้าตามไปได้ รวมถึงการทำงานจะง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ไม่เหมือนกับประธานที่แม้แต่เป้าหมายก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร พอลูกค้ามาทวงถามก็ปัดความรับผิดชอบให้ลูกน้องทั้งหมด แบบนั้นใช้ไม่ได้เอาเสียเลย...




    “ประธานคะ อาวุธที่ท่านประธานพูดถึง...คงจะไม่ใช่แท่งเหล็กสีดำหรอกใช่ไหมคะ” ซูหยวนมองไปที่พลั่วของตนเอง เธอคาดเดาได้ว่าประธานต้องการอะไร แต่ถ้าเขาอยากได้ “บอลกาว” ที่เธอมี อย่างนั้นก็ต้องเสนอราคาที่สมน้ำสมเนื้อมาก่อนไม่ใช่หรอ




    “หึ อีก 3 เดือนข้างหน้า ฉันจะพาพวกระดับสูงขององค์กรไปที่เขต M แม้จะอนุญาตให้เธอติดตามไปเขต M ไม่ได้ แต่หลังจากนี้...ฉันจะมอบโอกาสให้เธอเข้าร่วมทำภารกิจในเขต A-G ได้ ตามที่เธอต้องการ และพวกกลายพันธุ์ที่เธอล่าได้ทั้งหมดจะเป็นส่วนแบ่งของเธอ ในขณะที่ความปลอดภัยของเธอจะถูกดูแลโดยคนขององค์กร ข้อแลกเปลี่ยนนี้เพียงพอที่เธอจะสนับสนุนการล่าในเขต M ขององค์กรไหม”


                


    จางอู่หยางเอ่ยถามซูหยวนตรงไปตรงมา บอลกาวที่เธอใช้ก่อนหน้านี้เป็นที่พูดถึงอย่างมาก เขาเองก็ได้เรียกคนในองค์กรเพื่อทดลองทำบอลกาวแบบเดียวกันแล้ว แต่ก็ยังพบว่าประสิทธิภาพนั้นไม่ได้ดีเทียบเท่ากับของที่เด็กสาวใช้ ดังนั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการล่า บอลกาวนั้นจึงจำเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็มีค่าเทียบเท่ากับข้อเสนอที่ไม่มีวันหมดอายุของเขาจริงๆ


                


    ซูหยวนเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะได้รับการสนับสนุนแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่น...พวกเขาจะต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่


                


    สำหรับโอกาสที่จะเข้าร่วมภารกิจกับนักล่าระดับสูงขององค์กร โดยที่พวกเขาการันตีความปลอดภัยให้เธอด้วย ไม่ใช่เป็นการปล่อยให้เธอไปกวาดทรัพยากรใส่กระเป๋าของตนเองหรอกหรือ?


                


    อย่าลืมว่าเธอเป็นนักธนู โอกาสที่เธอจะสังหารศัตรูได้ง่ายๆมีมาก ถ้าประธานจางบอกว่าจะยกทรัพยากรที่เธอล่ามาได้ให้ทั้งหมด เช่นนั้น...เขาก็แค่ต้องการจะบอกเธอว่า หลังจากนี้เธออยากได้อะไรให้มาขอโดยตรงก็เท่านั้น


                


    แต่...บอลกาวที่ซูหยวนครอบครองมีค่าขนาดไหน?


                


    ถ้าไม่มีค่ามากเช่นนี้ ประธานจางจะมายื่นข้อเสนอให้ตนเองหรอกหรือ? ซูหยวนคาดเดาได้ทันทีว่าประธานจางคนนี้ทดสอบด้วยตนเองแล้ว ทว่าเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะบอลกาวของเขาไม่สามารถทำให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมเท่ากับของเธอ


                


    เห็นสีหน้าของซูหยวนที่แม้จะไม่ได้เปลี่ยนไปนัก แต่จางอู่หยางเป็นใคร? เขาจะไม่รู้เชียวหรือว่าซูหยวนกำลังคิดอะไรอยู่




    “องค์กรนักล่าสกุลจางจะเป็นผู้ผูกขาดบอลกาวนั้นไว้”




    “..........” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของซูหยวนก็มีประกายบางอย่างวาบผ่าน นี่หมายความว่าอะไร? หมายความว่าหลังจากนี้ ซูหยวนสามารถนำบอลกาวออกมาใช้เมื่อไรก็ได้อย่างไรล่ะ โดยที่ตระกูลจางจะออกหน้าให้ บอกว่าเป็นพวกเขาที่สร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จ


                


    ชีวิตน้อยๆของซูหยวนก็จะปลอดภัยเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวภายใต้การปกป้องของพวกเขาเช่นนี้ ถือว่าประธานจางผู้นี้รู้จักที่จะแลกเปลี่ยนจริงๆ




    “ฉันหาบอลกาวมาให้ได้ไม่มากนะคะ แต่จะมอบให้เท่าที่สามารถทำได้ค่ะ”




    “แน่นอน ถ้าเป็นไปได้...ฉันต้องการ 5 ลูกต่อ 1 เดือน เดือนไหนที่มอบให้ไม่ได้ โอกาสที่จะเข้ารับภารกิจร่วมกับนักล่าคนอื่นๆก็ไม่มี แต่ข้อเสียนอกจากนั้นไม่มีอีก ถึงยังไง...เธอก็เป็นคนขององค์กรอยู่ดี ฉันเองก็ได้รับประโยชน์ถ้าเธอแข็งแกร่งขึ้น”


                


    จางอู่หยางยักไหล่ เห็นท่าทางเจ้านายที่ใจกว้างแบบนี้ ซูหยวนก็นึกชื่นชมเขามากกว่าเดิมอีก รู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิดเลยที่เห็นเขาเป็นหัวหน้าที่ดีน่ะ




    “ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยนนี้ค่ะ”




    “อืม แล้วก็...ยินดีที่เธอได้กลายเป็นสิบเอกด้วยก็แล้วกัน ส่วนรางวัล...” จางอู่หยางไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายกสายรัดข้อมือขึ้นมา ก่อนที่จะมีแจ้งเตือนมาที่ซูหยวน




    - รายการเงินเข้า 5,000,000 เครดิต –


                


    เมื่อได้ยินว่าเจ้านายยังมอบรางวัลให้เธออีก ซูหยวนก็เผยรอยยิ้มพอใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอชอบทำงานกับคนแบบจางอู่หยางจริงๆ 




    ไม่ได้คาดคิด รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้แสดงออกมานี้กลับทำให้ประธานจางผู้สนใจเพียงความมั่งคั่งกลับหวั่นไหวอย่างประหลาด ในสายตาของเขา...จู่ๆรอยยิ้มของเด็กสาวก็ดูน่ามองขึ้นมาเสียอย่างนั้น หากไม่ติดที่ว่าตัวเขาเองก็ยังชอบเงินเหมือนกัน บางที...เขาอาจจะโอนเงินให้กับเด็กสาวตรงหน้าเพิ่มอีกสัก 10 ล้านเครดิตเพื่อให้เธอยิ้มเช่นเมื่อครู่นี้อีก




    “ในอนาคต ถ้าเธอยังทำผลงานได้ดีแบบนี้เรื่อยๆ ฉันจะยังสนับสนุนเธอด้วยดีต่อไป พยายามให้หนักขึ้นเพื่อตัวของเธอเอง”




    “เข้าใจแล้วค่ะประธาน” ซูหยวนลุกขึ้นส่งจางอู่หยางที่เตรียมตัวกลับไปหลังพูดคุยธุรกิจเสร็จสิ้นแล้ว


                


    เนื่องจากเธอได้ตกลงแลกเปลี่ยนกาวคุณภาพสูงกับเขา จางอู่หยางก็หมดธุระที่จะพูดคุยอีก ส่วนเรื่องที่ซูหยวนหา “น้ำผักผลไม้รวม” มาได้นั้น เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ 


                


    สำหรับเขาแล้ว บางเรื่องเป็นความลับบ้างก็ดี เขาไม่ใช่พวกที่อยากจะรู้อยากเห็นทุกเรื่องของลูกน้อง ขอแค่ไม่ส่งผลกระทบต่อเขาจนเกิดความลำบาก เช่นนั้นก็ใช้ชีวิตของใครของมันต่อไป


                


    แต่แน่นอนว่า...เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นเดียวกับที่เขาสามารถตรวจสอบครอบครัวสกุลอันจนได้เจอกับของดีเช่นนี้ จางอู่หยางยังคอยช่วยตรวจตราสถานการณ์ของครอบครัวอันให้ด้วย


                


    เวลานี้อันซูหยวนไม่ใช่แค่ลูกน้อง ไม่ใช่นักเรียนทุนที่เขาคาดหวังให้มาเป็นนักล่าทำผลประโยชน์ให้กับองค์กรเท่านั้นอีกแล้ว แต่สถานะของเธอถูกเลื่อนขั้นมาเป็น “คู่ค้า” ของเขาด้วยเช่นกัน


                


    หากความพิเศษของซูหยวนถูกล่วงรู้โดยผู้อื่น คนเหล่านั้นอาจจะพยายามแย่งเธอไปจากองค์กรสกุลจางก็ได้ และจางอู่หยางไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น...


                


    ทางด้านซูหยวน เมื่อเธอพบว่าเส้นทางข้างหน้ายังมีความน่าสนใจอย่างมาก เธอก็เลิกสนใจเช่าฟาร์มราคาแพงในเขตชั้นในอีก หากมีเส้นทางที่เธอสามารถกินและดื่มรออยู่ข้างหน้า เช่นนั้นจะเสียเวลากินเพียงเศษผักต้มพวกนี้ไปเพื่ออะไร อีกอย่าง...เธอก็อึดอัดกับการกระทำของพวกระดับสูงจะแย่แล้ว


                


    พวกเขาทำเหมือนชีวิตคนเป็นแค่เครื่องมือเพิ่มอำนาจของตนเองเท่านั้นได้อย่างไร แม้ว่าซูหยวนจะไม่ได้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่นนัก แต่เธอก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวขนาดนั้น


                


    เพราะได้กลับเขตชั้นในเร็วกว่ากำหนด ซูหยวนจึงพาตัวเองไปอยู่ในหอสมุดของสถาบันเพื่อเตรียมตัวทดสอบต่อไป การทดสอบของภาคเรียนที่ 1 นั้นไม่มีอะไรยากเย็น ทั้งหมดเป็นแค่ข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น มีเพียงวิชาที่เธอฝึกฝนเฉพาะเท่านั้นที่จะทดสอบการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆ ซึ่งซูหยวนก็มั่นใจในความสามารถของตนเองเช่นกัน


                


    วันเปิดเรียนมาถึงอย่างรวดเร็ว นักเรียนทั้งหมดกลับมาเต็มหอพักอีกครั้ง ซึ่งซูหยวนก็ยังคงใช้เวลาไปกับการตั้งใจฝึกฝนตามลำพัง แม้ว่าเธอจะทำเช่นนั้น ทว่าเมื่อเข้าเรียนในวิชารวมกับนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมด เธอก็ยังคงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพวกเขา


                


    สำหรับเรื่องที่นักเรียนทุนผู้หญิงทั้งหมดถูกไล่ออกจากสถาบันไป ยกเว้นเอาไว้แค่ซูหยวนเท่านั้นกลายเป็นประเด็นร้อนแรงไม่นาน พวกนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมดรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นจึงสอบถามพวกเขาได้ไม่ยาก ถึงจะมีคนอยากก่อกวนและสร้างปัญหา แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเอาชนะความจริงได้อยู่ดี


                


    แน่นอนว่าซูหยวนที่รอดพ้นโทษไล่ออกมาเช่นนี้ย่อมทำให้ใบหน้าของอาจารย์เหวินไม่น่าดู ข่าวที่ว่าอาจารย์เหวินสอบสวนและตั้งใจไล่นักเรียนทุนอันออกจากสถาบันถูกเผยแพร่ออกไป แต่สุดท้ายนักเรียนอันยังคงอยู่เช่นนี้ ไม่ใช่เป็นการตบหน้าเธอเข้าอย่างจังหรอกหรือ?


                


    เพราะแบบนั้น อาจารย์เหวินที่ไม่ชอบนักเรียนทุนอันจากสาเหตุอื่นมาก่อนแล้ว ย่อมเพิ่มความไม่พอใจต่อเธอมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว


                


    และความไม่ชอบใจของอาจารย์เหวินนี้ก็ส่งผลกระทบต่อซูหยวนโดยตรง


                


    ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะไม่มีนักเรียนคนไหนอยากเป็นศัตรูกับเหล่าอาจารย์ แม้ว่าตนเองจะไม่ได้เรียนวิชาโดยตรงกับอาจารย์ท่านนั้น แต่อำนาจของคนเป็นอาจารย์ยังมีอยู่


                


    ทันทีที่เปิดภาคเรียนที่ 1 ช่วงครึ่งภาคหลัง อันซูหยวนก็ถูกเรียกตัวไปที่ห้องทำงานของอาจารย์เหวินแล้ว สาเหตุก็คือ...ตอนนี้อาจารย์เหวินได้ยื่นเรื่องขอให้นักเรียนอันมาช่วยงานเธอนั่นเอง


                


    หากเป็นปกติ นักเรียนที่มีรายชื่อถูกอาจารย์ขอให้ช่วยงานนั้นจะมีความสุขมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าฝีมือของพวกเขาเข้าตาอาจารย์แล้ว หรือการที่พวกเขาสามารถใช้อำนาจของอาจารย์ที่เพิ่มมาจากความสนิทสนมช่วงที่ช่วยงานเพื่อเพิ่มผลการเรียนของตนเอง ใช้สายสัมพันธ์เพื่อเข้าหาอาจารย์ท่านอื่นๆ และมีโอกาสได้รับรางวัลจากการช่วยงานด้วย


                


    แต่ในกรณีของซูหยวนก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผลลัพธ์ของมันก็คือ...นักเรียนคนนั้นต้องลาออกจากสถาบันอันดับหนึ่งไป ผลการเรียนของพวกเขาก็ย่ำแย่ เพราะงานที่ได้รับมอบหมายล้วนเป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือเลย แถมยังแย่งเอาเวลาพัฒนาฝีมือทั้งหมดไปด้วย ไม่น่าแปลกใจเมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็มองซูหยวนด้วยสายตาสงสาร


                


    อาจารย์เหวินไม่ได้ทำผิดกฎ อีกทั้งการให้เหตุผลที่จะใช้งานซูหยวนก็สมบูรณ์แบบเสียด้วย


                


    เนื่องจากเธอเป็นนักเรียนที่ได้ชื่อว่า “อัจฉริยะ” ดังนั้นการจะขอให้อัจฉริยะมาช่วยงานตนเองผิดตรงไหน? มันคงจะแปลกมากกว่าถ้าอัจฉริยะยังว่างอยู่ แต่อาจารย์เหวินกลับไม่สนใจน่ะ


                


    ซูหยวนต้องไปรายงานตัวที่ห้องของอาจารย์เหวิน ก่อนจะเข้าไป...เธอยังได้ยินเสียงของอาจารย์เหวินดังออกมาจากห้องพักด้วย




    “นักเรียนทุนคนนั้นชักจะเอาใหญ่แล้ว คิดว่าตัวเองได้ชื่อว่าอัจฉริยะแล้วจะทำอย่างไรก็ได้งั้นหรือ? ฉันให้คนไปตามตั้งแต่เช้า จนเที่ยงวันแล้วก็ยังไม่ยอมมา เหอะ! กับนักเรียนอวดดีแบบนั้น อาจารย์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอาจารย์หยางต้องให้โอกาสด้วย”




    “ทั้งๆที่รู้ว่านักเรียนทุนคนนั้นทำไม่ถูก ตั้งแต่ครั้งก่อนก็ควรจะถูกไล่ออกไปแล้ว แต่พวกเธอก็รู้ว่าอาจารย์หยางมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อตระกูลจาง ดังนั้นเขาจึงช่วยเหลืออีกฝ่ายเอาไว้ คงจะต้องการให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้ายนั่นแหละ”




    “อาจารย์ได้ยินแล้วที่พวกนักเรียนคนอื่นๆพูดกัน เหอะ! กล่าวว่าอาจารย์หยางยุติธรรมและอาจารย์ต่างหากที่ตัดสินไม่ถูกต้องงั้นหรือ? เหลวไหลสิ้นดี! พวกนั้นจะไปรู้อะไรว่าเบื้องหลังมีอย่างอื่นซ่อนอยู่อีกน่ะ”




    “เอาเถอะ อาจารย์จะรออีกสักหน่อยก็แล้วกัน ถ้านักเรียนทุนไม่ยอมมาวันนี้ อาจารย์จะไปเปลี่ยนรายชื่อนักเรียนช่วยงาน” คนพูดถอนหายใจออกมา เธอแสดงออกเหมือนว่าตนเองเป็นอาจารย์ที่ถูกรังแกและยังโดนเข้าใจผิดอีก


                


    ข้างในห้อง เมื่อได้ยินอาจารย์ของตนกล่าวเช่นนั้น ยังไม่ทันได้พบหน้ารุ่นน้องอัน พวกเขาก็มีความคิดที่เป็นปรปักษ์ต่อเธอเสียแล้ว...


     


    ……………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน