นาฟส่งยิ้มให้เจ้ารุ้งที่จ้องมองมาทางตน แล้วหายตัวไปจากห้องโถงทันทีไปปรากฏตัวอีกที บริเวณที่ราบกลางหุบเขาแห่งหนึ่ง
นาฟเริ่มทดสอบพลังด้วยการใช้ ย่างเวหากระโดดขึ้นสูง แต่พื้นดินด้านล่างกับไม่มีร่องรอยความเสียหายแต่อย่างใดตัวนาฟพุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศสูงเสียจนตนเองยังตกใจ จนถึงจุดสูงสุดนาฟลองก้าวเดินอยู่กลางอากาศเดินมาได้ถึงก้าวที่ 10 ก็ล่วงหล่นลงมาตามแรงดึงดูด ขณะตกลงมานาฟปรับสภาพร่างกายให้เข้าที่รวบรวมพลังทั้งหมดไปไว้ที่หมัดขวา
“ข้าจะใช้มันเพื่อทดสอบขีดจำกัดของข้าเอง" นาฟพึมพำกับตัวเอง
“หมัดสุญญากาศ!”...... “ตูม!”
นาฟต่อยหมัดขวาลงดินอย่างเต็มกำลังแรงระเบิดที่เกิดขึ้นรุนแรงอย่างกับแผ่นดินไหว เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ สร้างหลุมกว้างขนาดใหญ่ที่ลึกและกว้างออกไปสุดสายตาฝุ่นละอองและเศษดินปลิวว่อนในอากาศ
นาฟยืนอยู่กลางหลุมกว้างที่เขาสร้างขึ้นด้วยพลังของตัวเอง
แสงสีเขียวยังคงล้อมรอบร่างกาย ควันเบาบางล่องลอยออกมา นาฟปล่อยลมหายใจออกอย่างแผ่วเบา
"ฮ่าๆๆ... เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังก้องจากในหลุมกว้างที่เขาได้สร้างขึ้น
ณ อาคาร 5 แผนกวิวัฒน์กลไกแสงไฟที่ติดอยู่บนเพดานส่องสว่างลงมาทำให้เห็นรถแข่งสีแดงเงาวับที่จอดอยู่ตรงหน้า ช่างเครื่อง3 คนกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นรอบๆ รถแข่ง พวกเขาสวมชุดกันเปื้อนและมีเครื่องมือหลากหลายชนิดอยู่ในมือ
เสียงเครื่องมือดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คนเหล่านี้เป็นรุ่นน้องที่คากิให้ความไว้วางใจและเป็นทีมงานส่วนตัวของคากิมาโดยตลอด
พวกเขาเช็คสภาพเครื่องยนต์ ตรวจสอบระบบเบรกและปรับแต่งอุปกรณ์ในส่วนต่างๆ ของรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันรอบต่อไป
"ต้องแน่ใจว่าระบบทั้งหมดทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ"คากิพูดกับทีมงาน
"ไม่ต้องห่วงครับรุ่นพี่ พวกเราตรวจสอบกันหลายรอบแล้วและแน่ใจว่ารถคันนี้พร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขัน"
หนึ่งในทีมงานตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คากิยิ้มและตบไหล่นาฟที่ยืนอยู่ข้างๆ
นาฟหันมองเพื่อนตัวอ้วนของเขา
“คากิฉันมีอะไรจะให้นาย”
คากิมองนาฟแล้วพยักหน้าเดินนำหน้าไปยังห้องส่วนตัว
นาฟที่ตามเข้ามา หยิบบัตรสีเงินยื่นให้
คากิหยิบบัตรดังกล่าวขึ้นมาดู
“นี่มัน! หมายความว่ายังไง” คากิออกอาการตกใจเมื่อมองเห็นบัตรเงินตราที่บรรจุตัวเงินมูลค่า100 ล้าน
“นะ... นายไปเอาเงินมากมายนี้มาจากไหน...แล้วทำไมเอามาให้ฉัน”
นาฟยิ้มแล้วเอ่ย
“นายรับมันไปเถอะไม่ต้องกังวัลไป ฉันรู้ว่านายต้องการมันถึงสถานศึกษาและองค์กรจะให้ทุนในการทำวิจัยของนาย แต่ก็คงให้ไปได้ไม่ตลอด”
“แต่ว่าเงินนี่!” คากิยังสับสนอยู่
“นายไม่ต้องกังวลทรัพย์สินเหล่านี้ฉันได้มาอย่างสุจริต
ฉันบังเอิญโชคดีได้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งหนึ่งและเจ้าของเดิมเขาไว้วางใจให้นำของเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์”
คากิที่ยังครุ่นคิดอยู่มองบัตรในมือสลับกับมองหน้านาฟ
“หรือว่านายไม่ไว้ใจฉัน!” นาฟเอ่ยอย่างจริงจัง
คากิรีบเก็บบัตรเข้าในกระเป๋าทันที “ปะ...เปล่า! ข้าแค่ตกใจกับจำนวนเงินที่มากมายเหล่านี้”
คากิที่ยังตั้งตัวไม่ทันนาฟได้หยิบของบางอย่างออกมาอีกเป็นตำราโบราณ เล่มหนึ่ง ยื่นให้กับคากิ
คากิรับตำราดังกล่าวมามองไปยังปกตำราที่เก่าแก่เป็นอย่างมาก
“วูซ!” จู่ๆ เกิดประการแสงสีเขียวที่นัยน์ตาของคากิ ชายอ้วนได้เริ่มใช้พลังสายตาระดับจุลภาควิเคราะห์วัสดุที่ทำตำราขึ้นมา
“นี่มันเก่าแก่เป็นอย่างมากเลยนะ!”
คากิเริ่มเปิดตำราอ่าน ผ่านไปไม่นานชายอ้วนถึงกับอ้าปากค้าง เม็ดเหงื่อไหลซึมออกมา ออกอาการตกใจอย่างถึงที่สุด
“นะ....นายไปได้สิ่งนี้มาจากไหนกัน!”
“ฉันเห็นว่าเป็นประโยชน์กันนาย เลยเอามาให้”
“นี่มัน เป็นถึงบันทึกการวิจัย ของสุดยอดนักประดิษฐ์ของหน่วยวิวัฒน์กลไกอาณานิคม ในแต่ละยุคสมัยเลยเชียวนะ!”
นาฟพยักหน้ายิ้มเพราะรู้ว่าเพื่อนตัวอ้วนของเขาต้องชอบสิ่งนี้มากอย่างแน่นอน
“นี่มันสุดยอดมาก!เราสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราได้!"
“ขอบใจนายมากนะนาฟสิ่งนี้จะทำให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาได้อีกมากเลยทีเดียว”
“นายควรค่าที่จะได้รับอยู่แล้วและถ้าเจ้าของตำราเล่มนี้รู้ก็คงดีใจ ที่มีคนมารับสืบทอดเจตนารมณ์เช่นกัน”
คากิไม่รอช้าเริ่มศึกษาทันที เปิดหน้าแรกอย่างกระตือรือร้นสายตาของเขาวิ่งผ่านบรรทัดแล้วบรรทัดเล่า รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
"นี่มัน... นี่มันข้อมูลที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน!
แผนผังการสร้างเครื่องยนต์พลังงานสะอาดการใช้พลังงานธรรมชาติในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี่มันเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่จริงๆ!"
คากิหันกลับมามองนาฟอีกครั้งดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขอบคุณและความซาบซึ้ง
“ฉันจะใช้ข้อมูลนี้ในการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไปอีกขั้นขอบคุณนายจริงๆ"
นาฟยิ้มรับและตบไหล่เพื่อนตัวอ้วนทั้งสองมองตากันด้วยความเข้าใจและความเชื่อมั่นในกันและกัน
บันทึกโบราณในมือของคากิไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเทคโนโลยีแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและการสนับสนุนที่ไม่มีวันสิ้นสุดของพวกเขา
เช้าวันแข่งขันที่ทุกคนรอคอยมาถึงท้องฟ้าโปร่งใสไม่มีเมฆบดบัง แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนสนามแข่งที่กว้างใหญ่เสียงเชียร์และเสียงพูดคุยของผู้คนดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์ ผู้ชมเกือบหนึ่งแสนคนที่มาเพื่อชมการแข่งขันก็กำลังตื่นเต้นและรอคอยการแสดงฝีมือของนักแข่งรถแต่ละคน
แสงไฟส่องสว่างไปทั่วสนามแข่งรถแข่งหลากสีเรียงรายกันอยู่ที่ห้องเช็คเครื่อง ทั้งนักแข่งและทีมงานกำลังทำการตรวจสอบขั้นสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการแข่งขัน
เสียงพูดคุยดังไปทั่วสนามเสียงเชียร์จากผู้ชมดังขึ้นเป็นระยะๆ