หลังจากที่อูหลินเฟิงและลุคออกมานอกตระกูลเคย์คะอิน ก็พบว่ากงซุนจ้าวยังคงรออยู่ภายนอก ส่วนมือปราบคนอื่นๆ รวมทั้งหวังจื่อฉีไม่อยู่แล้ว เมื่อกงซุนจ้าวเห็นว่าอูหลินเฟิงออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว ก็รับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นภายในคฤหาสน์เจ้าเมือง
"เป็นอย่างไรบ้างน้องชาย"กงซุนจ้าวถามเหมือนกับเป็นห่วงอูหลินเฟิง
"ไม่เป็นไร หรือว่าท่านเองก็โดนปรสิตควบคุมเอาไว้"อูหลินเฟิงถามเข้าประเด็นทันที การที่เคย์คะอินชินจิจะสามารถส่งมือปราบมาได้อย่างรวดเร็วก็หมายความว่าทั้งตัวของหวังจื่อฉีและกงซุนจ้าวอาจจะมีปรสิตฝังไว้ทั้งคู่ แต่ถ้าไม่กงซุนจ้าวอาจจะเป็นคนของจ้าวเมืองที่สามารถส่งสัญญาณบางอย่างในเคย์คะอินชินจิได้โดยตรง และ ตอนนี้อาจจะกำลังแสร้งโดนปรสิตเหมือนกันเพื่อให้อูหลินเฟิงเกิดความไว้ใจ
"ใช่ แต่เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ขอเพียงทำตามคำสั่งของท่านเจ้าเมืองโดยไม่บกพร่อง เจ้าก็จะสามารถมีชีวิตภายในเมืองวิญญาณแห่งนี้ได้อย่างปกติ"กงซุนจ้าวกล่าว ภายในเมืองแห่งนี้คนที่มีปริมาณพลังวิญญาณมากและอาจเป็นภัยกับเจ้าเมืองในอนาคต ทุกคนต่างโดนปรสิตคุมวิญญาณโดยกันทั้งหมด
“แล้วปกติ ท่านเจ้าเมืองออกคำสั่งแบบไหนงั้นเหรอ” อูหลินเฟิงถาม เคย์คะอินชินจิแม้ว่าจะบอกให้ทำตามทุกอย่างที่เขาสั่งแต่กลับไม่ได้บอกว่าอูหลินเฟิงจะต้องทำอะไรภายในเมืองวิญญาณแห่งนี้
“ส่วนมากก็จะเป็นการป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นภายในเมือง หรือไม่ก็สังหารดวงวิญญาณบางดวงที่คิดจะก่อกบฏ” กงซุนจ้าวกล่าว
“ก่อกบฏ?? ภายในเมืองแห่งนี้มีการก่อกบฏด้วยงั้น” อูหลินเฟิงถามด้วยความสนใจ ‘หรือว่าพวกกบฏที่ว่าจะเป็นหวังชุน หรือ เรย์อินมาโกะและเรย์อินมากิ ที่โดนมารสวรรค์สังหาร’
“จะเรียกว่ากบฏก็ไม่เชิง สมควรเรียกว่าพวกโชคดีมากกว่า เพราะว่าคนพวกนั้นไม่โดนปรสิตควบคุมเหมือนพวกเรา” กงซุนจ้าวกล่าว เพียงแค่การพูดออกมาของกงซุนจ้าวอูหลินเฟิงก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีคนที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับเคย์คะอินชินจิ และ เคย์คะอินชินจิยังไม่สามารถใช้ปรสิตกับพวกนั้นได้
“พวกที่จะว่ามีสองฝาแฝดจากตระกูลเรย์อินหรือไม่” อูหลินเฟิงถาม
“เจ้ารู้จักพวกนั้นด้วยงั้นหรอ...ใช่..สองคนนั้นก็คือหนึ่งในเป้าหมายของพวกเรา” กงซุนจ้าวกล่าว พร้อมกับทำหน้าเห็นใจอูหลินเฟิง “อย่าบอกนะว่านั่นเป็นสหายของเจ้า”
“ใช่ เป็นเพื่อนที่โดนฆ่าตายก่อนพวกเรา แต่ว่าถ้านายรู้จักก็หมายความว่าพวกเขาต้องมาก่อนเรานานแล้ว แปลกจังพวกนั้นถูกฆ่าก่อนที่พวกเราจะเดินทางมาถึงที่นี่ไม่นานเอง” คนที่บอกกลับเป็นลุค ที่บอกมาพร้อมกับทั้งขอสงสัย ภายในกลุ่มของพวกเขาหวังชุนและสองฝาแฝดเรย์อิน โดนฆ่าตายก่อนที่พวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากหงส์เหมันต์ไม่นาน แต่ในตอนนี้สองฝาแฝดเรย์อินกลับมาอยู่ที่เมืองนี้ และยังตกเป็นเป้าหมายของเคย์คะอินชินจิไปแล้ว
“เรื่องนั้น หวังจื่อฉี เคยบอกว่าภายในดวงวิญญาณของแปดตระกูลใหญ่แห่งหอคอยวิญญาณจะมีผนึกบางอย่างฝังอยู่ ถ้าหากเสียชีวิตที่มิติหลักความทรงจำและเศษเสี้ยววิญญาณบางส่วนจะกลับสู่หอคอยวิญญาณ แต่ว่าหากเสียชีวิตภายในแดนเทพรกร้าง ดวงวิญญาณจะตรงเข้าสู่เมืองวิญญาณทันที ไปปรากฏตัวภายในเขตของตระกูลของตน” กงซุนจ้าวกล่าว
“เป็นเช่นนี้เอง” ในที่สุดความสงสัยของอูหลินเฟิงและลุคก็ได้รับการคลี่คลาย หวังชุนและสองฝาแฝดเรย์อิน ที่มีความสามารถในการใช้พลังวิญญาณในระดับสูง เมื่อทั้งสามตกตายลงไปอูหลินเฟิงกลับไม่วิญญาณของทั้งสามบริเวณนั้น
‘ทีเรื่องสำคัญแบบนี้ พี่เนี่ยไม่เห็นจะบอกเราเลย’ ลุคบ่นออกมาให้อูหลินเฟิงได้ยินผ่านจิตวิญญาณของทั้งสอง
‘ข้าว่าเขาอาจจะอยากให้พวกเราประหลาดใจที่พบกับทั้งสามภายในเมืองวิญญาณมากกว่าเลยจงใจไม่บอกเรา’ อูหลินเฟิงกล่าว
“ถ้าเกิดว่าสองคนนั้นเป็นสหายของเจ้าจริงๆ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย หากว่าได้พบกับสองฝาแฝดเรย์อินอีกครั้ง เจ้าเมืองวิญญาณจะต้องให้เจ้าเป็นคนลงมือแน่นอน” กงซุนจ้าวกล่าวพร้อมกับทำท่าทีเห็นใจ..เจ้าเมืองวิญญาณมีนิสัยชอบควบคุมคนที่แข็งแกร่งให้ตกอยู่ใต้อาณัติของตนเอง และบ่อยครั้งที่เขาจะให้ผู้แข็งแกร่งที่เขาควบคุมอยู่ลงมือสังหารคนสนิทด้วยมือตนเอง และในอนาคตอูหลินเฟิงก็จะต้องโดนแบบนั้นแน่หากเขาได้พบกับสอง ฝาแฝดเรย์อินอีกครั้ง
“นี่มัน….” อูหลินเฟิงและลุคที่ได้ยินดังนั้นก็สร้างทำสีหน้าราวกับกำลังปวดใจออกมา
“เอาเถอะ ถือว่าเรามีชะตากรรมเดียวกัน วันนี้ก็ให้พาเจ้าชมเมืองและพาไปเลี้ยงสุราวิญญาณดีหรือไม่” กงซุนจ้าวเสนอตัวพาอูหลินเฟิงท่องเที่ยว
“ท่านไปเถอะ ข้าหมดอารมณ์ที่จะเที่ยวแล้ว” อูหลินเฟิงบอกจากนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับลุค
“ไม่ต้องตามพวกเรามา” ลุคบอก เมื่อกงซุนจ้าวได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจ และเดินจากไปอีกทาง เมื่อกงซุนจ้าวเดินจากไปได้ไม่นานหวังจื่อฉีก็ปรากฏตัวออกมา
“เป็นยังไงบ้างเจ้าพวกนั้น” หวังจื่อฉีถาม
“ยังดูไม่ออก เจ้านั่นนิ่งมากทั้งๆ ที่โดนคุมวิญญาณไว้แล้วแท้ๆ” กงซุนจ้าวกล่าว
“ภายนอกอาจจะเป็นแบบนั้น แต่ภายในอาจกำลังรู้สึกแย่ก็ได้ ด้วยพลังวิญญาณที่มหาศาลขนาดนั้นแต่กลับโดนปรสิตคุมวิญญาณอย่างง่ายๆ” หวังจื่อฉีกล่าว
“แต่ในครั้งนี้ท่านเจ้าเมืองกลับใช้ปรสิตออกมาโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย” กงซุนจ้าวกล่าว
“จากที่พ่อบ้านจ้าวบอกมา เจ้านั่นเป็นเพื่อนกับหวังชุนและสองแฝดเรย์อิน ท่านเจ้าเมืองถึงได้ใช้ปรสิตคุมวิญญาณไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นหากคนที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งขนาดนั้นเป็นศัตรูกับพวกเรามันจะยุ่งยาก” หวังจื่อฉีกล่าว
“นั่นสินะ เมื่อกี้เจ้านั่นก็บอกเองว่าเป็นเพื่อนกับหวังชุนและสองแฝดเรย์อิน ถือว่าท่านเจ้าเมืองรอบคอบ..ที่นำปรสิตคุมวิญญาณควบคุมเขาไว้ก่อนที่เขาจะได้พบพวกนั้น หลังจากนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่สองแฝดเรย์อินมาหาอูหลินเฟิง เราก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที” กงซุนจ้าวกล่าว
“คิดจะแกล้งทำเป็นโดนปรสิตคุมวิญญาณ เพื่อทำให้เจ้านั่นไว้ใจสินะ” หวังจื่อฉีกล่าว
“ใช่ ข้าจะทำเป็นว่าตนเองก็โดนปรสิตคุมวิญญาณของท่านเจ้าเมืองต่อหน้าพวกนั้น เท่านี้เจ้าอูหลินเฟิงก็จะเปิดใจให้ข้าง่ายขึ้น” กงซุนจ้าวกล่าว สิ่งที่กงซุนจ้าวกล่าวออกมาหมายความว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้โดนปรสิตคุมวิญญาณ แต่เป็นลูกน้องของเจ้าเมืองโดยสมัครใจอยู่แล้ว และยังเป็นลูกน้องที่เจ้าเมืองวิญญาณเชื่อใจโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ปรสิตคุมวิญญาณเพื่อควบคุม
“แต่ว่าคนที่โดนปรสิตคุมวิญญาณมีเพียงอูหลินเฟิง แต่ชายผมทองกลับไม่โดนอะไร เจ้านั่นเองก็มีระดับราชันเหมือนกันไม่ใช่หรือยังไง” หวังจื่อฉีถามอย่างกังวล
“ดูเหมือนว่าตอนที่มีชีวิตเจ้านั่นจะเป็นประเภทต่อสู้ด้วยลมปราณ และสามารถทะลวงถึงชนชั้นราชันด้วยการใช้โอสถเพื่อยกระดับพลังวิญญาณ พลังวิญญาณของเจ้านั่นจึงน้อยนิด ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ท่านเจ้าเมืองเองก็ไม่ได้ให้ค่ากลับชายคนนั้นเหมือนกัน” กงซุนจ้าวกล่าว ตั้งแต่ที่ลุคสามารถผลิตศิลาวิญญาณได้เพียงแค่สองก้อน กงซุนจ้าวก็หมดความสนใจในตัวของเขาทันที และ ไม่ใช่แค่นั้นเคย์คะอินชินจิเองก็ไม่ได้สนใจในตัวของลุคเช่นเดียวกัน ด้วยพลังวิญญาณที่อ่อนแอแบบนั้นจะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการมองข้าม ลุค คือสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดของพวกเขา
…
….
ในระหว่างที่กำลังเดินไปตามถนนเรื่อยๆ อูหลินเฟิงก็ส่งพลังวิญญาณเข้าไปภายในโลกแห่งแก่นวิญญาณของตนเอง
“ผนึก” เพียงคำพูดสั้นๆ ยันต์ผนึกที่ถูกวางไว้รอบๆ ปรสิตคุมวิญญาณ ก็ผนึกสติสัมปชัญญะบางส่วนของปรสิตทันทีทำให้มันไม่สามารถที่จะรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอูหลินเฟิงได้ชั่วคราว เหมือนกับว่ามันกำลังหลับไปเท่านั้น
อูหลินเฟิงและลุคเมื่อสัมผัสได้ว่าปรสิตคุมวิญญาณโดนผนึกก็เปลี่ยนทิศทางและเข้าสู่ตอกเล็กๆ ตามบ้านเรือนทันที ใช้เงามืดของบ้านเรือนซ่อนตัวตนของตนเอง
ยันต์วิญญาณ ชิกิงามิ
อูหลินเฟิงสร้างชิกิงามิขึ้นมาสองคน ให้มีรูปร่างเหมือนเขาและลุคทุกประการ จากนั้นก็นำแก่นวิญญาณปลอมที่มีปรสิตคุมวิญญาณเกาะแน่น ออกมาจากร่างของตนเองและฝังเข้าไปภายในชิกิงามิ
“ไปได้แล้ว” อูหลินเฟิงบอก ชิกิงามิรูปร่างเหมือนอูหลินเฟิงและลุค ก็ค่อยๆ กลับออกไปตามถนนและเดินตรงไปเรื่อยๆ โดยมีอูหลินเฟิงควบคุมจากระยะไกล
“ปลดผนึก” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นยันต์ที่ผนึกสติสัมปชัญญะของปรสิตคุมวิญญาณก็ถูกปลดออก ปรสิตคุมวิญญาณกลับมามีสติรับรู้อีกครั้งหนึ่ง แม้แต่ตัวมันเองยังไม่รู้ว่าเมื่อกี้ตนเองหลับไป
“จะทำยังไงต่อไป” ลุคถามขึ้นมาทันที
“ไปหาพี่เนี่ยก่อน จากนั้นตามหาเรย์อินมาโกะ เรย์อินมากิ” อูหลินเฟิงบอก ในการไปคฤหาสน์เจ้าเมืองครั้งนี้แม้จะดูเหมือนว่าไม่ได้รับข้อมูลอะไรมากมายแต่ว่า สิ่งที่อูหลินเฟิง รู้ก็คือหวังชุนโดนขังอยู่ภายใต้คฤหาสน์เจ้าเมือง ส่วนสองแฝดเรย์อิน น่าจะกำลังหลบหนีและตั้งตนเป็นศัตรูกับเจ้าเมือง หมายความว่าทั้งสองคนจะต้องรู้ข้อมูลมากกว่าพวกเขาอย่างแน่นอน
“ได้” ลุคพูด
‘ท่านพี่เนี่ย ตอนนี้ท่านอยู่ไหน’ อูหลินเฟิงเรียกหาเนี่ยหลุนทันที
‘ข้ากำลังจะติดต่อเจ้ากลับไปเลย ตอนนี้ข้าอยู่ภายในเขตของตระกูลเรย์อิน’ เนี่ยหลุนกล่าว
‘ท่านเข้าไปได้ยังไงกัน’ อูหลินเฟิงถาม เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมานอกการตระกูลหวังและตระกูลเคย์คะอินแล้ว ตระกูลอื่นๆ ทางถูกค่ายกลป้องกันตัวเองปกป้องไม่ให้ใครเข้าออกทุกตระกูล
‘ในตอนที่ข้ากำลังพยายามสืบหาสาเหตุ ก็ได้มาสืบหาข้อมูลใกล้ๆ กับคฤหาสน์ของตระกูลเรย์อิน จากนั้นก็ได้พบกับเรย์อินมากิ นางจึงสามารถพาเข้าเขตของตระกูลเรย์อิน’ เนี่ยหลุนกล่าว
‘หมายความว่าพวกเราสามารถเข้าออกตระกูลของตนเองได้ แต่ว่าพวกเรากลับไม่สามารถเข้าไปยังหอคอยตระกูลเนี่ยได้งั้นหรอ’ อูหลินเฟิงถาม การที่เรย์อินมากิสามารถเข้าออกอาณาเขตของตระกูลทั้งๆ ที่มีค่ายกลปกป้องตระกูล แต่เนี่ยหลุนกลัยไม่สามารถเข้าไปได้หมายความว่าค่ายกลแต่ละแห่งมีเงื่อนไขในการเข้าออกให้แตกต่างกัน
‘ใช่ ดูเหมือนว่าที่หอคอยตระกูลเนี่ยค่ายกลป้องกันที่ถูกใช้ออกมาจะเป็นระดับสูงสุด ที่ไม่ให้ใครเข้าออกแม้คนที่มีสายเลือดตระกูลเนี่ยก็ตาม แต่ว่าที่ตระกูลเรย์อินกลับเป็นค่ายกลที่ป้องกันเฉพาะคนที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน การจะเข้าหรือออกจำเป็นต้องให้ผู้ที่มีสายเลือดเรย์อินพาเข้าหรือออกเท่านั้น’ เนี่ยหลุนกล่าว
‘แล้วตระกูลเรย์อินอยู่ส่วนไหนของเมืองวิญญาณ ข้าจะไปพบกับท่านที่นั่น’ อูหลินเฟิงถาม
‘ทางทิศตะวันตกของหอคอยตระกูลเนี่ย สี่กิโลเมตร’ เนี่ยหลุนบอกจุดหมายทันที
‘เข้าใจแล้ว เมื่อข้าไปถึงจะส่งสัญญาณบอกอีกที’ อูหลินเฟิงบอก จากนั้นก็หันไปมองลุค
“เข้ามาอยู่ในกระบี่วิญญาณฟ้าก่อน ในตอนนี้ให้ข้าเคลื่อนไหวคนเดียวจะสะดวกกว่า” อูหลินเฟิงบอก
“ก็ได้” ลุคพูดพร้อมกับหายเข้าไปภายในกระบี่วิญญาณฟ้า จากนั้นอูหลินเฟิงก็ส่งพลังวิญญาณออกมาทั่วร่างควบคุมพลังวิญญาณรอบๆ ร่างกายจากนั้นใบหน้าของเขาที่ห่อหุ้มด้วยวิญญาณก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ปลอมแปลงกระแสวิญญาณของตนเองให้เหลือเพียงแค่ชนชั้นจอมยุทธเท่านั้น จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ที่ตั้งของตระกูลเรย์อินทันที
..
จบตอน