วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 8 เจอกันอีกครั้ง 1/4

    ฟินน์อินและลีออน ที่ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือมาจากตายายที่เคยเกิดเหตุ ชายอาละวาดปล่อยสายฟ้าที่บ้านชั้นบนจนเกิดความเสียหาย

    ก็ได้มาพบกับตายายทั้งสองคนที่บ้านอีกครั้ง ก่อนที่จะเห็นว่าตายายคู่นั้นได้ถือถาดขนมมารอพวกเขาอยู่


     

    “มากันแล้วเหรอ แล้วพ่อหนุ่มคนนั้นไม่ลงมาด้วยล่ะฟินน์ อุตส่าห์เอาขนมมาล่อ”




     

    “อินหรอครับ เขาไม่ค่อยคุยกับคนอื่นนะครับ ว่าแต่ ตากับยายมีอะไรให้ช่วยหรอครับ”


     

    “ก็บ้านข้างบนน่ะสิ”


     

    คุณตาพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ด้านบนของตัวเองทำให้ฟินน์และลีออนหันขึ้นไปมอง ก็ยังเห็นตัวบ้านด้านบนที่เสียหายอยู่


     

    “ยังไม่ได้ซ่อมเลยหรอครับ”

    “ใช่แล้วล่ะหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นผู้ชายคนนั้นก็ถูกพาไปบำบัด และไม่ได้เช่าต่อ

    ทิ้งห้องไว้ไม่ได้ ซ่อมแซมอะไรเลย ก็เลยว่าจะให้พวกเธอช่วยขนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายลงมาทิ้งไว้ข้างล่างหน่อย ตาจะได้เรียก ช่างเข้ามาประเมินราคาซ่อม โดยไม่รวมพวกเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายไปด้วย”


     

    “ถ้าให้เช่าคุณตาให้เช่าเท่าไหร่หรอครับ”


     

    ลีออนที่อยู่ดีๆ ก็ถามถึงราคาห้องเช่าขึ้นมาจนฟินน์ มองมาที่เขาอย่างสงสัย


     

    “หมื่นหนึ่ง”


     

    “ใหญ่ขนาดนั้นหมื่นหนึ่งเองเหรอครับ”


     

    “ใช่แล้วล่ะ ชั้นที่สองเจ็ดพัน ชั้นที่สามชั้นบนสุดหนึ่งหมื่น แค่นี้ตากับยายก็เหลือใช้แล้ว ไม่ได้มีภาระอะไรต้องใช้จ่ายด้วย มีกินสบายๆ แถมยังเหลือเก็บอีก”


     

    “ถ้าเทียบขนาดห้องแล้วถึงมันจะถูกแต่มันก็เกินงบของฉันไปอยู่ดี”


     

    ฟินน์ที่รู้ว่าลีออนถามราคาเช่าห้องก็เพราะเขากำลังหาห้องเช่าเพื่อย้ายออกจากสถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ ก็เลยพูดแย้งออกไป


     

    “ห้องขนาดนั้นนายจะไปอยู่คนเดียวทำไมล่ะ นายลืมหรือไงว่านายเพิ่งทำบ้านของอินมันพังไปนะพวกนายก็ช่วยๆ กันออกสิ”


     

    “พอหนุ่มสนใจอย่างงั้นหรอ ถ้าสนใจตาลดเหลือแปดพันได้นะ แถมยังมีขนมไว้คอยให้กินด้วย”


     

    คุณตาที่เห็นฟินน์คุยกับลีออนเหมือนจะสนใจห้องข้างบนก็ลดราคาออกไปพร้อมกับ ชูขนมขึ้นมา เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับฟินน์


     

    “ถ้ายังงั้นพวกผมขอขึ้นไปดูห้องก่อนนะครับ”


     

    ฟินน์ที่สนใจ ความคิดของลีออนก็ขอขึ้นไปดูห้องทางด้านบน ก่อนที่จะส่งข้อความหาอินให้เดินตามขึ้นไป


     

    ฟินน์และลีออนเดินขึ้นมาถึงชั้นบน ก็เจอกับลานกว้างหน้าห้องที่เป็นดาดฟ้าก่อนที่จะกวาดมองไปที่ตัวบ้าน อย่างตั้งใจเพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้สำรวจบ้านอย่างจริงจัง ผิดกับครั้งที่แล้วที่ต้องวิ่งตาตื่นเพราะสายฟ้าที่วิ่งไปมา


     

    เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับห้องครัวขนาดใหญ่อยู่ทางซ้ายมือ

    ก่อนที่ด้านขวาไปยังสุดจะเป็นห้องรับรองขนาดใหญ่ อินที่เพิ่งเดินขึ้นมาถึงพร้อมกับอาการฟึดฟัดที่จมูกก็ทำให้ฟินน์ถามขึ้นมา


     

    “ยังไม่หายอีกหรอไปหาหมอไหม”


     

    “ไม่แน่อาจจะไป ฉันได้กลิ่นอะไรประหลาดๆ ที่จมูกตลอดเลย”


     

    “นายมีอาการไข้หรือเปล่า…ว่าแต่เมื่อวานนายไปนอนที่ไหนกัน อย่าบอกนะว่าฉันทำให้นายไปนอนข้างถนนจนเป็นหวัดน่ะ”


     

    ฟินน์ที่เดาถึงสถานการณ์ที่อินต้องเผชิญก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมาก่อนที่อินจะปฏิเสธไป


     

    “ไปนอนห้องของเมย์มา แต่ฉันออกมาก่อนที่เธอจะตื่นไม่รู้ว่าถ้ารู้จะบ่นขนาดไหนเลย”


     

    “นายก็ลองดูสิว่าชอบที่นี่ไหม จะได้ช่วยกันออก…ถึงจริงๆ แล้วฉันควรจะออกเองทั้งหมดเพราะทำบ้านนายพังเสียหายก็เถอะ”


     

    “ก็รู้ตัวนิ แต่ช่วยกันออกไปก่อนนั้นแหละ เดียวฉันจะให้นายชดใช้ยังไงค่อยบอกอีกที”


     

    อินที่ตกลงกับฟินน์เสร็จเขาก็เดินไปด้านบนของชั้นลอยก่อนที่จะเปิดห้องด้านซ้าย ของชั้นลอยที่อยู่ตรงข้ามห้องนอนของชายที่ก่อเหตุอาละวาด ก่อนที่จะกวาดดูภายในห้องนั้นแปปหนึ่งและเดินกลับลงมาที่ชั้นล่าง


     

    “ห้องด้านบนอีกห้องหนึ่งเหมือนจะเป็นห้องทำงาน แถมยังมีห้องน้ำในตัวด้วยฉันดูแล้วพอแปลงเป็นห้องนอนได้อยู่ ถ้านายจะอยู่ฉันก็จะอยู่ด้วย”


     

    อินที่เพิ่งเดินลงมาชั้นหนึ่งของตัวบ้านก็เอ่ยถามฟินน์ขึ้นมาทันที


     

    “ถ้าทำเป็นห้องนอนสองห้องได้ก็น่าสนนะนายห้องฉันห้อง ยังไงมันก็ใหญ่

    ขนาดอยู่ได้สองคนสบายๆ อยู่แล้ว”


     

    “ลองขนพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ไม่ได้แล้วไปทิ้งไว้ข้างล่างก่อนเถอะ ยังไงจุดประสงค์ ที่ตายายเรียกมาก็เพื่อขนเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว จะได้มองห้องสบายๆ ด้วย”


     

    ลีออนได้ออกความเห็นของเขามาพร้อมกับแบกโซฟาที่มีรอยไหม้เต็มไปหมดขึ้นบ่าของเขา


     

    ฟินน์และอินที่เห็นอย่างนั้นก็ช่วยๆ กันหยิบเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายมาก

    และค่อยๆ ขนกันลงไปด้านล่าง



     

     

     


     

    “เสียหายเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”


     

    ยายที่เห็นเฟอร์นิเจอร์ ที่เสียหายมากมายมากมายกองอยู่หน้าบ้านของตัวเอง ก็บ่นออกมาด้วยท่าทีตกใจ จนตาก็บ่นออกมาด้วย


     

    “ก็นั่นนะซิอุตส่าห์ได้คนเช่าแล้วแท้ๆ จะทำยังไงกันต่อล่ะเนี่ย”


     

    “ผมกับฟินน์ตกลงกันแล้วว่าจะเช่านะครับ ส่วนค่ามัดจำขอเป็นเงินไปซื้อเฟอร์นิเจอร์จำเป็น เพื่อเขาอยู่ก่อนได้ไหมครับ”


     

    คำพูดที่อินพูดออกมานั้น ได้สร้างรอยยิ้มให้กับตายายที่จ้องหน้ากัน ก่อนที่ยายจะตอบตกลงออกมา


     

    “ได้สิๆ จะเข้ามาอยู่ตอนไหนก็ได้เลย ไม่ต้องมีมัดจำ แล้วเฟอร์นิเจอร์ไหนที่ขาดไปหรือเสียหายเพิ่มเติมก็บอกได้เลยเดียวยายทยอยซื้อเข้ามาให้ ยังไงยายก็เตรียมทนายไว้ฟ้องคนเช่าเก่าอยู่แล้ว ”


     

    “เอกสารค่ะคุณเมย์”


     

    เคทที่เดินถือเอกสารกองใหญ่เข้ามาในห้อง ทำงานของเมย์ ก็ได้เอาเอกสารวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับโบกมือทักทายอินน์ที่นั่งอยู่ในห้องด้วย


     

    “วันนี้ทำงานเป็นไงบ้างคะ”


     

    ทันทีที่เคทถามเรื่องงานกับอินน์ ก็ถูกสายตาของเมย์มองด้วยความไม่พอใจ เคทที่เห็นสายตานั้น เลยก้มหัวเล็กน้อยขอโทษเธอ


     

    “ฉันบอกแล้วยังไงคะ ว่าอย่าไปถามถึงงานหน่วยบริการประชาชนนั้นต่อหน้า…”


     

    ไม่ทันที่เมย์จะได้พูดจบก็โดนอินน์พูดแทรกขึ้นมาก่อน


     

    “ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับคุณเคทขอบคุณที่ถามนะครับ”


     

    อินพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กับเธอ เขาที่กลัวว่าเคทจะรู้สึกไม่ดี เพราะโดนเมย์มองด้วยความไม่พอใจที่ถามเรื่องหน่วยบริการประชาชน ก็หาเรื่องชวนเธอคุยต่อ


     

    “คุณเคท เป็นคนทำเอกสารเกี่ยวกับการรวมยอดผลงานของหน่วยบริการประชาชน ใช่ไหมครับ“


     

    “ใช่ค่ะมีอะไรหรือเปล่า”


     

    “ ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่อยากรู้ว่าใครได้ยอดผลงานสูงสุดเฉยๆ”


     

    “จะเป็นใครไปได้ล่ะก็ฟินน์เพื่อนของอินน์นั่นแหละ”


     

    “จากทั้งหมดของประเทศเลยเหรอครับ”


     

    “ถ้านับเฉพาะของเดือนที่ผ่านมาก็ใช่แหละจ้ะ แต่พี่เป็นห่วงอินน์นั่นแหละทำไมถึงมียอดผลงานน้อยขนาดนั้นละ”


     

    เมื่ออินได้ยินเคทถามขึ้น อินจึงเล่าเหตุผลให้เคทฟัง ทั้งสองคนคุยกันไปมาอย่างสนุกสนาน พร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้มของทั้งสอง บรรยากาศที่ทั้งสองคนสร้างขึ้นมานั้น ทำให้เมย์เผลอพูดแทรกเข้ามาในบทสนทนาด้วย


     

    “จะเอาแค่ตัวเลขของผลงานมาวัดการทำงานก็ไม่ได้หรอกนะ ระบบนี้ทำให้มีช่องโหว่มากเกินไป การช่วยเหลือคนแค่คนเดียวก็กลายเป็นผลงานของคนหลายคนได้ เพราะผู้รับบริการสามารถ ลงบันทึกการช่วยเหลือให้คนหลายคนได้ในทีเดียว ไหนจะพวกที่ปลอมแปลงการช่วยเหลือขึ้นมาอีก ยิ่งเอาเรื่องจำนวนผลงานมาเป็นเกณฑ์ ในการเพิ่มเงินเดือนหรือโบนัสแล้ว ยิ่งทำให้เสียงบประมาณโดยใช่เหตุ”


     

    เคทที่ฟังเมย์พูดอยู่ก็คิดตามคำพูดของเมย์ไป ก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย


     

    “ถ้าคิดแต่เรื่องเงิน ก็ใช่แหละครับ แต่จุดประสงค์ของการประเมินงานแบบนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ถ้ามันทำให้เจ้าหน้าที่บางคนมีแรงและกำลังใจในการช่วยเหลือคนอื่น มันก็คุ้มกับความสะดวกสบายของประชาชนที่จะได้รับ”


     

    “แล้วทำไมไม่เห็นเธอจะกระตือรือล้นในการทำงานเลยล่ะ”


     

    เมย์เมื่อได้ยินอินพูดถึงแรงจูงใจในการทำงาน บวกกับที่เขาชอบขัดเธอออกมาก็แซะเขาออกไป


     

    “ผมก็บอกอยู่ว่าแค่บางคน”


     

    คำตอบที่อินตอบออกมานั้นทำให้เคทที่ได้ยินคำตอบของอินก็แอบอมยิ้มออกมา ด้วยความขบขัน ทำให้เมย์ที่เห็นเคทอมยิ้มก็มีสีหน้าไม่พอใจและถามออกไป



     

    “ยิ้มอะไร”


     

    “คุณเมย์ไม่โกรธที่อินน์ทำงาน เป็นหน่วยบริการประชาชนแล้วเหรอคะ”


     

    “ฉันไปแสดงออกตอนไหนเหรอคะ ว่าเห็นด้วยกับการตัดสินใจของไอ้เด็กนี้”


     

    “ข..ขอโทษค่ะ”


     

    เคทที่เห็นเมย์เริ่มอารมณ์เสียออกมา เลยรีบขอโทษเธอ ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย


     

    “คุณเมย์ค่ะแล้วเรื่องรับประทานอาหารเย็นกับคุณอรุณละคะ”


     

    “ฝากบอกเขาหน่อยนะปกติฉันไม่กินอาหารเย็นนอกบ้าน ไว้คราวหลังละกัน”


     

    “ได้ค่ะ”


     

    เคทตอบรับคำของเมย์ ก่อนที่จะโบกมือบ๊ายบายให้กับอินน์และเดินออกจากห้องทำงานของเมย์ไป


     

    “อรุณ คือน้องของคุณผู้ว่าหรอ”


     

    “ใช่”


     

    “คุณยังไม่ปฏิเสธเขาไปอีกเหรอ”


     

    “ทำไมฉันต้อง รีบปฏิเสธล่ะ เขาไม่ได้ดูแย่อะไรนิ แถมไม่เคยมีเรื่องเสียหายด้วย”


     

    อินน์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้แก่เธอและไม่ได้ถามอะไรออกไปอีก


     

    “นี้พรุ่งนี้จะมีการประท้วงของพวกอาดูลนะ นายอย่ามาแถวศาลาว่าการนี้ละฉันจะกลับบ้านเอง เดียวมีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นอีก ฉันได้ช๊อกตายแน่เลย แค่เธอทำงานแบบนี้ฉันก็เป็นห่วงจะบ้าแล้ว”


     

    “การประท้วงของอาดูลอย่างงั้นหรอ”


     

    คล้ายกับเรื่องวิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน ที่คุณอ่าน