ไหเจินและเทียนคง มาถึงสำนักวิหคครามสาขาหลักในที่สุดมีตั้งอยู่บนชั้นที่ 100 – 150 ของอาคาร ซึ่งแต่ละชั้นนั้นก็กว้างขวางใหญ่โตอย่างมาก
“นี่คือสำนักวิหคครามของเราเป็นไง เจ๋งใช่ไหมล่ะ พี่ชาย” ไหเจินเห็นเทียนคงทำหน้าตาตื่นเต้น ก็อดไม่ได้ที่จะยืดอกด้วยความภาคภูมิใจเพราะเขาเป็นถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งของที่นี่
“อื้มมเจ๋งมากเลยล่ะ” เทียนคงยอมรับอย่างไม่ปิดบัง เพราะเขารู้สึกทึ่งจริงๆที่ได้เห็นสถานที่แบบนี้ มันช่างต่างกับสำนักวิหคครามสาขาเมืองประกายเงินอย่างมากเลยทีเดียวตอนที่ไปที่สำนักสาขาเมืองประกายเงิน เขาก็ว่ามันใหญ่แล้วนะ แต่นี่มันใหญ่กว่า 10เท่า ไม่สิ 20 เท่าเลยมั้ง
“นี่ดูนั่น องค์ชายสิบห้ามาล่ะ”
“ไหนๆ เขาอยู่ทางไหน”
“ได้ข่าวว่าเขาเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการทดสอบมาล่ะ”
“ทำลายสถิติเดิมด้วยนะ”
“.....”
พอทั้งสองคนก้าวเข้ามาในพื้นที่เสียงจอแจของกลุ่มคนก็ดังขึ้น จากนั้นก็กรูกันเข้ามาหาไหเจิน และต่างพากันแสดงความยินดีไม่หยุดปากและเบียดเทียนคงจนหลุดออกนอกวงโคจรไป
“นี่พี่ชายท่านรู้จักกับองค์ชายสิบห้าเหรอ ทำไมถึงได้มากับเขาได้ล่ะ”เทียนคงที่โดนเบียดออกมาด้านนอก ยืนรอไหเจินที่ถูกรุมล้อมอย่างสงบแต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านข้างเขา เป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง
เทียนคงหันไปมองนางแล้วยิ้มให้ก่อนตอบว่า“เรียกว่ารู้จักก็ไม่ผิดนะ”
“ดีจังนะข้าเองก็อยากรู้จักองค์ชายบ้างจัง” ขณะพูดหญิงสาวก็เขย่งขาชะโงกดูกลุ่มคนที่ตอนนี้มารวมกันได้กว่า100 คนแล้วด้วยความสนใจ แต่สีหน้าท่าทางแลดูเขินอายอย่างมาก
“หากอยากรู้จักแล้วทำไมไม่เข้าไปทักทายเขากันล่ะ”เทียนคงมองหญิงสาวอย่างงงงวย เจ้านี่ก็แปลก อยากรู้จักแต่มายืนอยู่แบบนี้แล้วมันจะรู้จักไหมล่ะ
“เอ่อออข้าเป็นเพียงลูกหลานตระกูลเล็ก ๆ จะไปขอคุยกับองค์ชายเฉย ๆได้ยังไงท่านเองก็คงเป็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์สิท่า ถึงได้พูดแบบนี้ได้น่ะ” หญิงสาวพอได้ยินเทียนคงพูดว่าให้นางไปคุยกับองค์ชายอย่างง่ายๆก็พาหงุดหงิด หากนางเป็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์อย่างคนพูด จะมายืนบื้ออยู่ตรงนี้รึไงข้าก็คิดเป็นนะ
เทียนคงทำหน้าพูดไม่เข้าคายไม่ออกนี่เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนชั้นสูงเหรอ ข้าดูดีมีชาติตระกูลขนาดนั้นเลย
“ท่านเข้าใจข้าผิดแล้วข้าเป็นเพียง .....” เทียนคงคิดจะอธิบาย แต่แล้วยังไม่ทันพูดจบ ไหเจินก็แหวกฝูงชนออกมาจนได้และเดินเข้ามาขอโทษขอโพยเทียนคง ที่ทำให้เขาต้องรออยู่ตรงนี้
หญิงสาวพอเห็นองค์ชายสิบห้าที่ชื่นชอบก็ตัวแข็งทื่อไปด้วยความตื่นเต้น นางถึงกับใบ้กิน เพราะไม่คิดว่าจะได้อยู่ใกล้กับองค์ชายขนาดนี้
“หือออแล้วนี่ใครน่ะ .... คนรู้จักท่านเหรอ” ไหเจินที่เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหญิงสาวนางหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆเทียนคงก็สงสัยขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขามาที่นี่ครั้งแรกเหรอแล้วไปรู้จักกับคนอื่นได้ยังไง หรือว่าเขารู้จักกันมาก่อนแล้ว
“อ้ออเอ่ออ นางคือ .... นี่ ท่านช่วยแนะนำตัวหน่อยสิ อย่ามัวแต่อึ้งโอกาสของท่านมาแล้วนะ” เทียนคงกำลังจะแนะนำนางให้ไหเจิน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็ยังไม่รู้จักนางเลยนี่นา จึงใช้ศอกสะกิดไปที่แขนนางเบา ๆ
หญิงสาวสะดุ้งทันทีที่โดนเทียนคงสะกิดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองไหเจินแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงไปอีกครั้งแล้วพูดติด ๆขัดๆว่า “อะ เอ่ออ ข้า ข้าชื่อ อ้าย อ้ายหลิง ตระกูลจ้าว เจ้าค่ะ”
“ตระกูลจ้าวอ้ออออออออ ......” ไหเจินลากเสียงยาว ทำเอาเทียนคงมองหน้าเขาด้วยความสมเพชจำไม่ได้ก็บอกว่าจำไม่ได้สิ ส่วนอ้ายหลิงน่ะเหรอ นางเข้าใจไหเจินดี เพราะเขาไม่มีทางสนใจตระกูลข้ารับใช้อย่างนางหรอกแต่ถึงอย่างนั้นนางก็อดน้อยใจไม่ได้ และทำได้แต่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้น
“เอาเถอะเอาเป็นว่าท่านทั้งสองคนรู้จักกันแล้วนะ เอาล่ะ ท่านจะพาข้าไปดูอะไรบ้าง นำไปสิ”เทียนคงเห็นอ้ายหลิงทำหน้าตาประหลาดก็เข้าใจว่านางคงจะเขินอายที่ไหเจินจำไม่ได้แม้แต่ตระกูลของนางจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
ซึ่งมันก็ได้ผลแหละไหเจินพยักหน้า แล้วรีบชักชวนเทียนคงให้เดินตามเขาไปได้เลยส่วนอ้ายหลิงที่ยืนนิ่งอยู่ ก็พลันได้สติ นางตะโกนไล่หลังตามเพื่อเอ่ยถามชื่อของเทียนคง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว สองหนุ่มได้เดินจากไปไกลแล้วแต่ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของนาง “ข้าชื่อเทียนคงยินดีที่ได้รู้จัก”
อ้ายหลิงตัวแข็งทื่อไปนะ นั่นเขาส่งกระแสจิตได้เหรอ สุดยอดเลย เขาต้องเป็นหนึ่งในลูกหลานของตระกูลชั้นสูงแน่นอนไม่อย่างนั้นจะมีพลังระดับที่ส่งกระแสจิตได้อย่างไร นางมองตามแผ่นหลังของเทียนคงไปและโดยไม่รู้ตัว ภาพของเทียนคงได้เริ่มเข้ามาแทนที่ภาพของไหเจินที่อยู่ภายในจิตใจของนางแล้วอย่างช้าๆ
ไหเจินพาเทียนคงเดินเที่ยวดูสำนักโดยรอบเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง โดยที่ พวกเขายังเดินดูไม่ครบเลย นี่ขนาดชั้นเดียวนะนั่น
ในชั้นที่100 ที่พวกเขาเดินอยู่นี้ จะเป็นแหล่งที่ตั้งของร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งรวบรวมการซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากรของศิษย์ในสำนักรวมถึงนักรบพเนจรคนอื่น ๆด้วย จึงไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะใช้เวลานานในการเดินเที่ยวครั้งนี้ และในที่สุดเทียนคงก็เดินไปสะดุดยังร้านค้าอาวุธร้านหนึ่ง
เขาเดินเข้าไปดูอาวุธที่ทั้งวางทั้งแขวนไว้เรียงรายในร้านอย่างสนอกสนใจ
“นี่พี่ชายต้องการอาวุธชนิดไหนเหรอ บอกข้าได้นะ ยังมีอีกเยอะด้านใน หากท่านต้องการอาวุธที่ระดับสูงกว่านี้เกรงว่าหน้าร้านจะไม่มี” พนักงานเห็นเทียนคงเอาแต่มองไปมองมา ก็คิดว่าเขาคงไม่พอใจกับของที่อยู่หน้าร้านสักเท่าไหร่ซึ่งถ้าเป็นเทียนคงมาคนเดียว เขาคงจะปล่อยผ่านไป แต่ดูเหมือนเขาจะมากับลูกหลายเชื้อพระวงศ์ดังนั้นนี่ก็คือปลาตัวใหญ่ ที่เขาจะต้องตกให้ได้ จึงเอ่ยปากชวนเขาไปด้านใน
เทียนคงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาเดินตามพนักงานขึ้นไปยังชั้นสอง บนชั้นสองนี้เต็มไปด้วยอาวุธเช่นกันแต่ดูออกได้เลยว่ามันระดับสูงกว่าอาวุธที่อยู่ชั้นแรกอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“พี่ชายท่านใช้อาวุธประเภทอะไรงั้นหรือ” พนักงานเอ่ยถามอีกรอบ
“เอ่อเอาเป็นหอกแล้วกัน ข้าขอดูหอกระดับสูงที่สุดที่ร้านท่านมีได้ไหม” เทียนคงไม่อาจไม่ตอบพนักงานได้อีกต่อไป จึงตอบไปด้วยคำถาม
พนักงานมองหน้าเทียนคงด้วยความไม่พอใจหากไม่ใช่เพราะว่าเขามากับคนที่ดูเหมือนเป็นคนชั้นสูงละก็เขาคงไล่ไอหนุ่มบ้านนอกนี่ออกไปแล้ว เจ้าเป็นใคร ถึงได้กล้าขอดูอาวุธระดับสูงสุดของร้านมีแต่ต้องนัดกันมาก่อนกับเจ้าของร้านเท่านั้น ถึงจะสามารถขอดูกันได้
แม้จะไม่พอใจแต่พนักงานก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแล้วพูดว่า “ขอโทษนะพี่ชายแต่ข้าให้ท่านดูได้เพียงของในชั้นสองนี้เท่านั้นหากต้องการดูของที่ระดับสูงกว่านี้ ท่านต้องนัดกับเจ้าของร้านก่อนล่วงหน้า”
เทียนคงได้ยินก็พยักหน้ารับแล้วกล่าวขอโทษเช่นกันที่เสียมารยาท ทำเอาพนักงานอึ้งไป ไม่คิดว่าเทียนคงจะขอโทษเขาเหมือนกันเขายังคิดว่า เทียนคงเป็นพวกบ้านนอกที่พอมีคนหนุนหลังหน่อยก็ทำกร่างและวางท่าเสียอีก ดูเหมือนเขาจะมองชายหนุ่มคนนี้ผิดไป
ดังนั้นเขาจึงเกิดความคิดว่าหากให้เขาดูสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร ยิ่งหากเขาชอบและขายได้ เขาก็ยิ่งได้รับความดีความชอบเมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงพูดขึ้นมาว่า
“นี่พี่ชายเห็นว่าท่านดูเป็นคนเชื่อใจได้ ข้าสามารถพาท่านขึ้นไปดูของได้อีกชั้นหนึ่งแต่ท่านห้ามบอกใครว่าข้าให้ท่านขึ้นไปนะ”
เทียนคงได้ยินก็เลิกคิ้วนี่เขาเป็นอะไรมากไหมเนี่ย เปลี่ยนใจกันเร็วดีจังเลยนะ แต่ก็แค่คิดแหละนะเพราะถ้าได้ขึ้นไปดูอีกก็ดีสิ เทียนคงจึงพยักหน้าแล้วเดินตามพนักงานขึ้นไปที่ชั้นสาม
บนชั้นสามนี้มีอาวุธเพียงไม่กี่ชิ้นแต่ละชิ้นล้วนมีอัญมนีสีต่าง ๆติดไว้ที่อาวุธ ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่ดูแล้วพวกมันทรงพลังกว่าอาวุธที่ชั้นสองอีกหลายเท่าตัว
เทียนคงเดินดูอาวุธเหล่านี้ด้วยความสนใจและเขาตัดสินใจที่จะซื้อมันสักหนึ่งชิ้นเพื่อเอามันไปศึกษา
“พี่ชายอาวุธชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่เหรอ” เทียนคงชี้ไปที่หอกเล่มหนึ่ง เป็นหอกสีดำยาว ส่วนปลายเป็นโลหะเกรด5 ตรงโคนหอกมีอัญมนีสีแดงสดขนาดเท่าหัวแม่มือฝังติดไว้อยู่ มันถูกแขวนไว้บนผนังด้านหนึ่งซึ่งไม่มีอาวุธขนิดไหนวางอยู่ข้าง ๆเลย
พนักงานมองไปตามนิ้วที่เทียนคงชี้ไปก็สะดุ้งเลือกชิ้นไหนไม่เลือก ดันมาเลือกชิ้นนี้เนี่ยนะ เขามองไปที่เทียนคงแล้วพูดว่า “เอ่อพี่ชาย ชิ้นนี้มีคนจองไว้แล้ว ข้อต้องขออภัยท่านด้วย นอกจากชิ้นนี้แล้วท่านสามารถเลือกได้ทุกชิ้นเลย”
เทียนคงพยักหน้าอย่างเสียดายเพราะหอกเล่มนี้เตะตาเขาจริง ๆ เอาเถอะเมื่อมีคนจองแล้ว ก็แล้วไป เอาชิ้นอื่นก็ได้เทียนคงชี้ไปที่กระบี่อีกเล่มหนึ่งที่แขวนไว้เช่นกัน มันเป็นกระบี่ที่รูปทรงสวยงามเล่มหนึ่งมีอัญมนีสีแดงสดฝังไว้ที่ด้ามจับเช่นกันแต่ดูจะเม็ดเล็กกว่าที่ติดอยู่ที่หอกเกือบเท่าตัว
“ชิ้นนั้นราคา500,000 เหรียญเงิน พี่ชาย หากท่านต้องการ ข้าสะ ....” ไม่ทันให้พนักงานพูดจบเทียนคงก็เอ่ยปากแทรกว่า
“500,000นะ ข้าเอาของไปได้เลยไหม” แล้วนำเงินออกมาจากอุปกรณ์มิติแล้ววางไว้บนโต๊ะตัวหนึ่งอย่างหน้าตาเฉย
พนักงานที่กำลังจะพูดว่าเขาสามารถให้ส่วนลดได้ก็อึ้งไปนี่เจ้าจะไม่ต่อราคาสักหน่อยเลยหรือ ตระกูลเจ้าคงร่ำรวยมากสินะถึงได้ใช้เงินครึ่งล้านง่าย ๆแบบนี้ เอาจริงๆอาวุธชิ้นนี้ข้าก็เผื่อราคาไว้เยอะอยู่นะ หากท่านต่อข้าอย่างจริงจังข้าอาจจะลดให้ท่านได้อีกกว่าแสน แต่ในเมื่อท่านยินดีจะจ่าย ข้าก็ยินดีจะรับ
แต่พนักงานก็ดีใจได้ไม่นานเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา ทำเอาพนักงานหันไปมองด้วยความโมโหอย่างขีดสุด
“อะไรของแบบนั้นราคา 500,000 ต่อให้ 50,000 ข้าก็ไม่เอา” เป็นเสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นมาขณะเดินมาถึงชั้นสามได้ไม่นาน ตอนแรกนางก็รู้สึกแปลกใจอยู่แล้วว่าใครกันสามารถขึ้นมาที่ชั้นสามได้แล้วก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับพนักงานและดูเหมือนเขากำลังจะถูกพนักงานหลอกเข้าให้แล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยทักท้วง
“นะนี่แม่นาง หมายความว่ายังไง ข้าขายของ หากท่านไม่ซื้อข้าก็ไม่ว่าแต่อย่าได้มาก้าวก่ายการซื้อขายของข้านะ แล้วนี่ท่านขึ้นมาด้านบนนี้ได้ยังไง”พนักงานมองไปที่หญิงสาว ก็พบว่าเขาไม่รู้จักนางถ้าอย่างนั้นนางก็คงเป็นแขกที่นัดไว้ แต่เจ้านายของเขาไม่ได้บอกเขาไว้ว่าวันนี้จะมีแขกพิเศษมาเขาจึงมั่นใจว่านางคนนี้จะต้องขึ้นมาโดยพลการแน่ ๆเพราะตัวเขาอยู่ด้านบนนี้กับเทียนคง ดังนั้น จึงไม่มีคนดูแลทางขึ้นลง
“ทำไมข้าจะขึ้นมาไม่ได้ข้าจะมาเอาของ ๆข้า ที่แขวนอยู่นั่น เจ้าต่างหาก มัวทำอะไรอยู่ ถึงได้ไม่มาต้อนรับข้าหา ..... หรือว่ามัวแต่ฉ้อโกงผู้อื่นอยู่ หา ......”
พนักงานได้ยินดังนั้นก็ตกใจเขามองไปที่อาวุธที่แขวนอยู่ตามมือของหญิงสาวที่ชี้ไป มันเป็นหอกเล่มนั้นที่เขาบอกเทียนคงว่ามีคนจองไว้แล้วนั่นหมายความว่านางเป็นคนจองหอกเล่มนี้ไว้หรือ ......