เช้าที่ไร้เสียงนกหวีด หรือเสียงปลุกจากบัดดี้ ยังนอนกับพื้นแข็งๆเหมือนเดิมแต่หมอนที่หนุนนั้นนุ่มจนทำให้รู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมา รามรู้สึกถึงแสงอาทิตย์ทำให้คิดว่า ‘ทำไมวันนี้เริ่มฝึก สายจัง หรือว่าถูกทิ้งไว้คนเดียว’ เพราะปกติทุกวันจะเริ่มการฝึกั้แ่เช้ามืด
รามรู้สึกตัวจากภวังค์ลืมตาตื่นขึ้น พบว่าอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ท่ามกลางทุ้งหญ้าใบสั้นกว้างใหญ่สุดเส้นขอบฟ้าเป็แนวป่าดูอุดมสมบูรณ์ ผู้ที่ปรากฏต่อหน้ารามคือหญิงสาวผมสั้นหน้าตาดีผิวพรรณผ่องใสสวมชุดสีขาวเสื้อแขนยาวชายเสื้อยาวถึงหน้าแข่งมีผ้ารัดเอวสีขาวขนาดเท่าฝ่ามือคลายๆกับชุดของชาวเอเชียตะวันออกโบราณเมื่อแสงแดดยามเช้ามากระทบราวกับเธอมีออร่าเปล่งประกายออกมาจากตัว รามตกตลึงในความงามก่อนสามัญสำนึกจะสั่งให้ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แล้วพบว่าก่อนหน้านี้เขานอนหนุนตักเธออยู่ไม่รู้นานเท่าใด
“ขอโทษขอรับ!” รามอยู่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวพนมมือขึ้นด้วยความประหม่า
หญิงสาวที่มีใบหน้าเรียบเฉยหันหน้าออกจากรามแล้วกลั้นหัวเราะในลำคอก่อนจะยกมือขึ้นป้องปาก
“มิเป็ไรเ้าค่ะ” เธอหันมาพูดกับราม
“เอ๊ะ! เ้ากับข้าพูดภาษาอะไร”รามพูดออกมาและได้ยินหญิงสาวพูดเป็ภาษาต่างประเทศโซนเอเชียตะวันออกแต่ไม่รู้เป็ภาษาอะไร แต่ที่น่าแปลกใจคือรามเข้าใจคำพูดที่เขาพูดและฟังจากเธอทางจิตทันทีโดยที่ไม่เคยรู้จักภาษานั้นมาก่อน
“เป็ภาษาเก่าแก่ที่คนส่วนใหญ่ในทวีปนี้ใช้เ้าค่ะ” เธอตอบด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“แล้วข้าอยู่ที่ไหน?” รามฉงนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ที่นี่คือทุ่งหญ้านอกเมืองไตระ ในทวีปอุตระ อยู่ในจักรวาลหนึ่งที่มีมนุษย์บนโลก ซึ่งไม่ใช่จักวาลที่ท่านจากมา” เธอยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยทั้ง ๆ ที่พูดในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อออกมา
“โกหกใช่ไหม” รามมึนงงที่สุดในชีวิต เขามองไปรอบ ๆ เขากับหญิงสาวอยู่บนเนินที่มีต้นไม้ใหญ่เพียงต้นเดียวอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของทุ่งหญ้าราวกับภาพวาด
รามนิ่งเงียบเพื่อใช้ความคิดในการลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
‘เราหมดสติไปบนเขาชนไก่ ความเป็ไปได้เราต้องอยู่ในโรงพยาบาล หรือไม่ก็อยู่อาคารอำนวยการสักแห่งของศูนย์ฝึก ถ้าถูกทิ้งอยู่คนเดียวจนเช้าก็ไม่ใช่เพราะไม่ได้มาฝึกที่นี่ เหมือนถูกเอาตัวมาทิ้งไว้ในป่าที่ไหนสักแห่งตอนที่ไม่รู้สึกตัว กาญจนบุรีติดกับประเทศเพื่อนบ้านนี่นา หรือว่า! เราจะอยู่ในประเทศพม่า’
“ข้าอยู่ในประเทศพม่าใช่ไหม?” รามพูดขึ้น
“ไม่มีประเทศนั้นอยู่ในทวีปอุตระเ้าค่ะ” เธอส่ายศีรษะ
“แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไง?”
“วิญาณของท่านถูกนำมาจุติบนโลกนี้ชั่วคราวเ้าค่ะ”
“ข้าตายแล้วสินะ” รามสำรวจร่างกายตัวเอง
“ร่างของท่านที่อยู่ในโลกนั้น ปราศจากดวงิญญาแล้วมาจุติใหม่บนโลกนี้แทน”
“เป็ไปไม่ได้!” รามรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็ความฝัน แล้วตบหน้าตัวเองที หยิกแขนตัวเองที แต่ก็รู้สึกเจ็บ น้ำตาซึมจากเบ้าเนื่องจากเจ็บหรือความรู้สึกอื่นไม่อาจทราบได้
“สิ่งมีชีวิตร่างจิตผู้ทรงภูมิปัญญาได้สร้างโลกนี้ขึ้นเพื่อสังเกตุการณ์มนุษย์ด้วยเหตุผลที่เป็ความลับเ้าค่ะ” เธอพยายามอธิบาย
“มนุษย์ต่างดาว” รามเงยหน้าขึ้นมองเธอ
“. . .” เธอเงียบไปสักครู่ แล้วพูดขึ้นว่า
“สิ่งมีชีวิตร่างจิตผู้ทรงภูมิปัญญาหรืุ์บนโลกนี้เรียกว่า พระเ้า พระผู้สร้าง ผู้สร้าง เทพเ้า หรืออะไรก็แล้วแต่ลัทธิที่พวกเขานับถือ ได้นำิญญาของท่านที่กำลังจะหลุดลอยไปตามวัฏสงสารมายังโลกนี้ แล้วให้อุบัติขึ้นแบบโอปติกะ ซึ่งคนบนโลกนี้ก็ถือกำเนิดเช่นนี้ แต่ท่านเป็แบบพิเศษจึงเกิดขึ้นมาตามอายุเดิมของท่านพร้อมอาภร ส่วนผู้อื่นบนโลกจะเกิดมาหลังที่บิดามารดาเสพสังวาสกันในเวลาที่เหมาะสมแล้วผุดเกิดเหมือนเด็กราว7ขวบของเด็กในโลกเดิมของท่าน”
“ถ้างั้นที่นี่ก็ไม่มีทารกน่ะสิ” รามพูดขึ้น
“เ้าค่ะ !”
“แล้วเ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไง”
“ข้าถูกสร้างขึ้นพร้อมกับท่านในเวลาที่จุติมายังโลกนี้ มีนามว่า ‘รุณ’ เพื่อเป็ผู้ช่วยของท่านให้ท่านทำภารกิจให้ลุล่วง”
“ภารกิจอะไร รุณ?” รามสงใส
“ในทวีปนี้มีาาผู้ถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตร่างจิตผู้ทรงภูมิปัญญากลุ่มหนึ่ง สี่พระองค์แล้วทั้งสี่พระองค์สามารถเลือก ผู้รับใช้ได้อีกพระองค์ละ15นาย หากาาผู้ถูกเลือกสิ้นพระชนม์หรือผู้รับใช้ตายหมดทุกนาย าาพระองค์นั้นจะถูกปลดออกจากการเป็าาผู้ถูกเลือก เมื่อทวีปนี้มีาาผู้ถูกเลือกพระองค์เดียว สิ่งมีชีวิตร่างจิตผู้ภูมิปัญญากลุ่มนั้นจะถวายพระพราาพระองค์นั้น ให้มีประชนมายุเพิ่มขึ้น100พรรษา จากพระอายุขัยที่เหลืออยู่ พร้อมคืนความเยาว์วัย เมื่อเหตุการณ์เป็เช่นนี้าาแต่ละพระองค์จะต้องทำาเพื่อให้ตนเป็ผู้ถูกเลือกเพียงพระองค์เดียว
สิ่งมีชีวิตร่างจิตผู้ทรงภูมิปัญญาส่วนใหญ่จึงอัญเชิญิญญาของท่านมาจุติที่นี่เพื่อยุติาให้เร็วที่สุด พร้อมสร้างข้าขึ้นมาเป็ผู้ช่วยท่าน เมื่อาจบลงท่านสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่บนโลกนี้ต่อไปหรือจะให้ส่งิญญาของท่านไปสู่โลกเดิม”
“ทำไมต้องให้ข้าทำหน้าที่นี้ ข้าตายไปแล้วนี่จะกลับได้อย่างไง”
“ท่านมีคุณสมบัติหลายประการที่สิ่งมีชีวิตร่างจิตผู้ทรงภูมิปัญญา้า
พวกเขามีความสามารถในการบิดเบือนมิติเวลาพวกเขาจะส่งิญญาท่านให้เข้าร่างในเวลาเดียวกันกับเวลาที่อัญเชิญิญญาท่านออกมา
ท่านพร้อมจะทำภารกิจหรือไม่เ้าคะ” รุณมองไปที่ตาของรามราวกับว่าพยายามเปิดประตูหัวใจออก
“มีหลายอย่างที่ข้าอยากจะกลับไปทำด้วยสิ” รามสบตารุณเพื่อส่งความตั้งใจไปยังเธอ
รุณขยับมาใกล้ราม รามพยายามขยับตัวออกเพื่อรักษาระยะห่าง รุณจึงจับไหล่ทั้งสองของเขาไว้ให้อยู่นิ่งๆ แล้วยกริมฝีปากของเธอัักับหน้าผากของราม
เมื่อรับความรู้สึกบนหน้าผาก ความรู้สึกประหม่าเขินอายของรามหายไปแล้วรับรู้ได้ถึงพลังลึกลับเข้ามาในร่างกายพร้อมกับข้อมูลมหาศาลซึ่งไม่ใช่ภาพหรือเสียงและพร้อมที่จะใช้งานในยามจำเป็ ยามปกติจะเลือนลางดังความฝัน
เพียงไม่กี่วินาทีแต่ราวกับเวลาเดินเป็ชั่วโมงรุณออกจากตัวของราม
“บัดนี้ท่านคือนายเหนือหัวของข้าและข้าคือผู้รับใช้ของท่านเ้าค่ะ” รุณคุกเข่าเอามือทั้งสองแตะพื้นโค้งศีรษะลง
“รบกวนด้วยขอรับ” รามโค้งศีรษะลงตอบรับ