“ฮือๆ เราจะทำยังไงกันดีลูก”
“พ่อจะต้องไม่เป็อะไรนะคะแม่”
“แต่อาการพ่อหนักมากนะ”
“แม่ต้องมีกำลังใจนะคะพ่อต้องปลอดภัยแล้วกลับมาอยู่กับเราเหมือนเดิมค่ะ”
ชลันธรและสุภรณ์ยืนกอดกันร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินหลังจากที่คมสันต์ถูกนำตัวเข้าไปในนั้นเมื่อ1 ชั่วโมงที่แล้วจากการประสบอุบัติเหตุ ก่อนที่ประตูหน้าห้องฉุกเฉินจะเปิดออก
“คุณหมอพ่อลันเป็ยังไงบ้างคะ”
“ตอนนี้อาการยังทรงตัวอยู่นะครับหมอจะย้ายไปห้อง ไอซียูก่อนเอ่อ..หมออยากให้ครอบครัวทำใจไว้บ้างนะเพราะอาการคนไข้มาค่อนข้างหนักกระดูกหักหลายจุดและสมองได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างหนักแต่ยังไงหมอก็จะช่วยจนสุดความสามารถครับ” พูดจบคุณหมอก็เดินจากไปปล่อยให้สองแม่ลูกทรุดลงกับเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน
ชลันธรและสุภรณ์ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงคมสันต์ที่ตอนนี้ยังนอนไม่รู้สึกตัวและมีสายห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด
เมื่อเดือนที่แล้วครอบครัวเธอยังพากันไปไหว้พระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลกอยู่เลยเป็การเที่ยวหลังจากที่ชลันธรเรียนจบ พ่อของเธอชอบมาไหว้พระที่นี่เป็ประจำทุกปี
“โอ๊ะ!! คุณป้าคะ เป็อะไรไปคะ…คุณแม่คะ ลันขอยาดมหน่อยค่ะ” ชลันธรใเมื่ออยู่ๆคุณป้าที่นั่งไหว้พระอยู่ข้างๆเธอและครอบครัวก็ทำท่าซวนเซจะล้มหงายหลังลงไปชลันธรใรีบเอี้ยวตัวไปรับร่างคุณป้าไว้
“ตายแล้ว คุณคะ เป็อะไรมั้ยคะ” สุภรณ์ถามคุณป้าคนนั้นที่ตอนนี้ทำหน้านิ่วหลับตาปี๋ พร้อมกับส่ายยาดมไปมาให้คนเป็ลมได้หายใจคล่องขึ้นส่วนคุณคมสันต์ก็คว้าพัดของภรรยามาพัดให้อีกแรงจนคุณป้าเริ่มได้สติและมีสีหน้าดีขึ้น
“ขอบใจมากๆเลยนะหนู ถ้าไม่ได้หนูกับคุณสองคน คงเจ็บตัวแน่ๆเลยค่ะ”
“แล้วนี่คุณป้ามาคนเดียวเหรอคะ ลันพาไปหาหมอโรงพยาบาลใกล้ๆนี่ดีไหมคะ”ชลันธรถามเมื่อไม่เห็นมีใครมากับคุณป้าท่านี้
“ว๊ายย!! คุณหญิงเป็อะไรไปคะ” เสียงดังขึ้นจากทางด้านหลังก่อนที่คุณป้าจะโบกมือไปมา
“ฉันไม่เป็ไรแล้วล่ะเพียร ดีได้แม่หนูกับคุณสองคนนี่ช่วยไว้ขอบคุณทั้งสามคนอีกครั้งนะจ๊ะนี่นามบัตรของฉันหนูเก็บไว้นะเผื่อมีอะไรขาดเหลือยังไงบอกฉันได้เลยนะแต่ว่าฉันไม่ได้เป็คนที่นี่หรอก ฉันอยู่กรุงเทพฯแต่จะมาไหว้พระที่นี่ทุกปีปกติลูกชายก็จะมาด้วยล่ะค่ะแต่ปีนี้น่ะเขาติดงานที่ต่างประเทศเลยต้องมากับแม่บ้านกับคนขับรถ”คุณป้ารีบอธิบายเพราะคิดว่าชลันธรกับครอบครัวน่าจะเป็คนพื้นที่
“จริงเหรอคะหนูก็เป็คนกรุงเทพฯค่ะแล้วก็มาไหว้พระที่นี่ทุกปีเหมือนกันค่ะคุณป้า”
“พูดจริงเหรอเนี่ยดีจังเลยถ้ามีอะไรก็อย่าลืมบอกฉันได้เลยนะ”
“คุณหญิงคะเรากลับกันเถอะค่ะเดี๋ยวเพียรจะให้นายต่อพาแวะเช็คที่โรงพยาบาลนะคะเดี๋ยวเกิดคุณเก้าทราบทีหลังเอาเพียรตายแน่เลยค่ะที่ไม่ยอมรอแกพามา”เพียรพูดเพราะรู้ดีว่าจะต้องเป็แบบนั้นแน่ๆคุณเก้าย้ำนักย้ำหนาว่าให้ดูแลคุณหญิงให้ดีๆ
“ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะขอบคุณคุณทั้งสองแล้วก็หนูมากๆเลยนะเออจริงสิหนูชื่ออะไรจ๊ะ”
“หนูชื่อชลันธรหรือจะเรียกลันเฉยๆก็ได้ค่ะส่วนนี้คุณพ่อคมสันต์กับคุณแม่สุภรณ์ค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่อร่ำลากันเสร็จแล้วครอบครัวของชลันธรก็พากันไปทานอาหารร้านประจำที่ต้องแวะทานทุกปีและอุดหนุนล็อตเตอรี่ของแม่ค้าที่นำมาขายในร้านอาหารด้วย
“แหมคุณพ่อซื้อชุดใหญ่ขนาดนี้ถ้าถูกรางวัลที่1 ขึ้นมาคุณพ่อต้องพาลันเที่ยวให้ครบทุกจังหวัดเลยนะคะ”
“ฮ่าๆๆได้เลยสิยายหนูพรุ่งนี้เรารู้กัน” สุภรณ์ได้แต่ส่ายหัวให้กับ 2 พ่อลูก
วันต่อมา
“เย้ๆ ยัยหนู พ่อถูกเลขท้าย2 ตัวตั้ง 10 ใบแน่ะถึงจะไม่ได้ไปเที่ยวครบทุกจังหวัดตอนนี้แต่มื้อนี้พ่อเลี้ยงเต็มที่เลยนะ”
“เย้….” สองพ่อลูกะโกอดกันด้วยความดีใจ
มองพ่อแล้วคิดถึงความสุขของครอบครัวที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้น้ำตาก็ไหลไม่หยุด ทั้งๆที่ครอบครัวของเธอทำแต่ความดีมาโดยตลอดเข้าวัดทำบุญทำทานไม่เคยขาด ทำไมต้องมาโชคร้ายเกิดเื่แบบนี้ขึ้นกันนะ
หลังจากอาการทรงตัวแต่คุณหมอก็ยังต้องให้คมสันต์อยู่ในห้องไอซียูเนื่องจากยังไม่รู้สึกตัว ทั้งชลันธรและสุภรณ์ ก็คอยมาเยี่ยมทุกวันโดยเข้าไปเยี่ยมได้ตามเวลาที่ทางโรงพยาบาลเปิดให้เฉพาะครอบครัวเท่านั้นที่เข้าเยี่ยมได้
ส่วนกิจการของที่บ้านเธอก็ไหว้วานน้องสาวของแม่คือน้าสุจินต์และัน้าเขยที่่หลังเข้ามาทำงานกับที่บ้านของเธอให้ช่วยดูแลแทนพ่อไปก่อนเพราะเธอเพิ่งเรียนจบมาไม่นานและยังไม่ได้เริ่มที่จะเรียนรู้งานจากพ่อเลยแม้แต่น้อย
ชลันธรจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาบริหารธุรกิจแถมยังพูดได้ถึงสี่ภาษา ไทย อังกฤษ จีน และญี่ปุ่นเพราะเธอรู้ว่าพ่อทุ่มเทไปกับเธอมากขนาดไหน ทำให้ต้องขยันและใฝ่หาความรู้ให้ได้มากที่สุดเพื่อมาสานต่อธุรกิจของพ่อเท่านั้นยังไม่พอเธอยังมีดีกรีเป็ดาวคณะอีกหนึ่งตำแหน่ง ด้วยความมีร่างระหงสมส่วนผิวเนียนละเอียด หน้าตาออกไปทางสวยหวาน สดใส หนุ่มๆพากันมาขายขนมจีบไม่เว้นว่างแต่เธอก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครจริงจังนัก
ส่วนสุภรณ์ แม่ของชลันธรซึ่งไม่ถนัดงานด้านนี้จึงได้แต่คอยดูแลเื่ความเรียบร้อยในบ้านอาหารการกินให้ลูกและสามี เป็แม่บ้านที่ดูแลทั้งคุณพ่อ คุณลูกเป็อย่างดี
ผ่านมา 1 สัปดาห์ ชลันธร ตั้งใจศึกษางานจากน้าสุจินต์และน้าัเธอเห็นพ่อทำมาั้แ่ขึ้นมัธยมต้น จึงทำให้พอเข้าใจรายละเอียดอยู่พอสมควรอีกอย่างลูกน้องของพ่อทุกคนล้วนเป็คนเก่าคนแก่ที่อยู่ด้วยกันมานานและเห็นเธอเป็เหมือนลูกหลาน จึงได้รับความร่วมมือเป็อย่างดี แต่ที่อดเป็ห่วงไม่ได้คือแม่ของเธอ หลังจากที่พ่อประสบอุบัติเหตุจนถึงวันนี้ สุภรณ์เอาแต่นั่งเหม่อลอยข้าวปลาอาหารที่ไม่เคยบกพร่อง มาตอนนี้เธอยังไม่เคยแตะมันเลยสักอย่างต้องให้แม่บ้านที่หน้าร้านคอยดูแลให้ตลอด
ชลันธรพาแม่ไปพบคุณหมอก็ได้รับคำตอบว่าน่าจะอยู่ในภาวะช็อกที่คุณพ่ออยู่ในสภาพนอนป่วยอยู่บนเตียงทุกอย่างมันกะทันหัน แม่ของเธออาจทำใจยอมรับได้ไม่ทันคุณหมอให้ยามาทานพร้อมกับให้ดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าให้คนไข้ใหรือเจอเหตุการณ์อะไรที่จะทำให้ะเืใจมากไปกว่านี้อีก
“ลันหมอว่ายังไงบ้างลูก”สุจินต์ถามและรีบเข้าไปประคองพี่สาวมานั่งที่โซฟา
“คุณหมอเขาบอกว่าคุณแม่คงช็อกน่ะค่ะน้าจินอาจจะต้องดูแลไปสักพักทานยาที่คุณหมอให้ห้ามขาด แล้วก็พยายามชวนท่านคุยพาทำกิจกรรมที่เคยทำน่ะค่ะ”
“โธ่พี่ภรณ์ไม่น่าจะเป็แบบนี้ไปอีกคนหนึ่งเลย”พูดพลางลูบหลังลูบไหล่พี่สาวที่นั่งเหม่อเหมือนไม่รับรู้เสียงรอบข้าง
“เดี๋ยวยังไง่นี้ลันอาจจะวานให้น้าจินช่วยดูแลงานเป็หลักไปก่อนนะคะลันอาจจะต้องสลับไปเยี่ยมคุณพ่อแล้วก็คอยดูแลคุณแม่ด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงนะลัน น้ากับน้าัจะดูแลร้านให้ดีที่สุดถ้ามีอะไรจะรีบรายงานทันทีนะ”
“ขอบคุณมากนะคะถ้าไม่ได้น้าทั้งสองคนลันคงไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครอีกแล้ว”
“โธ่ไม่เป็ไรเลยครอบครัวเราก็มีกันเท่านี้ถ้าพ่อของลันกับพี่ภรณ์ไม่ให้น้าทำงานที่นี่น้าก็คงจะลืมตาอ้าปากไม่ได้แบบทุกวันนี้” น้า หลาน กอดกันแน่นน้ำตาซึมหันไปมองผู้เป็แม่ที่ยังนั่งเหม่ออยู่ตรงโซฟาั้แ่กลับมาไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย