เสียงสัญญาณของลิฟท์ดังขึ้นพร้อมกับประตูสีเงินที่เปิดออกบ่งบอกว่าถึงจุดหมายแล้วทำให้มัตสยาเลิกสนใจรูปร่างหน้าตาของเ้านายใหม่ทันที แล้วตั้งใจเดินตามเขาไปที่รถ แม้อภิรักษ์จะบอกว่าแจ้งคนขับแล้วแต่เธอเพิ่งมาเลยไม่รู้ว่ารถคันไหนและใครคือคนขับ
พอขึ้นไปนั่งบนรถ สิ่งที่มัตสยาทำคือดูตารางนัดของเ้านายคนใหม่อย่างละเอียดรวมถึงอ่านข้อมูลสำคัญ ๆ ที่เธอต้องจดจำเกี่ยวเ้านายคนนี้ ซึ่งอภิรักษ์ก็ทำให้มันง่ายขึ้นโดยการทำเป็แลกเชอร์ให้เธอมาเสร็จสรรพ กลับไปเธอจะไปกราบขอบคุณเขางาม ๆ และเลี้ยงข้าวสักมื้อ
มัตสยาอ่านไปเรื่อยโดยรวม ไม่ได้แตกต่างจากที่เคยทำมามากนัก แต่จากที่อภิรักษ์ชอบมีดอกจันไว้เสมอนั่นทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็คนค่อนข้างเนี๊ยบและจริงจังมาก ๆ คนหนึ่ง ทว่าพออ่านมาถึงหัวข้อหนึ่ง หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
ห้ารายชื่อผู้หญิงที่ห้ามให้เขาพบเด็ดขาด ถ้าไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายปฏิเสธได้ทันที แต่ถ้าคิดว่าเื่นั้นเกี่ยวกับความเป็ความตาย ต้องได้รับการอนุญาตจากปากของนาวาก่อนทุกครั้ง ซึ่งอ่านแล้วบางชื่อก็เหมือนจะเคยได้ยินและคุ้นเคยอยู่บ้างเหมือนกัน
เมื่อมีชื่อต้องห้ามก็มีชื่อยกเว้นเหมือนกัน อภิรักษ์ดอกจันโต ๆ เลยว่าคนนี้กรณีพิเศษ ถ้าเธอคนนี้้าเข้าพบหรือนัด ถ้าแทรกตารางนัดไม่ได้ให้ถามความคิดเห็นของนาวาก่อน ห้ามปฏิเสธโดยพละการเด็ดขาด จากการคาดเดาของมัตสยาคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็คนรักละมั้ง
และในขณะที่นั่งอ่านส่วนอื่น ๆ รวมถึงข่าวสารการลงทุนอยู่โทรศัพท์มือถือที่เธอได้มาจากอภิรักษ์ก็ดังขึ้น มัตสยากดรับพร้อมกับแนะนำตัวเสร็จสรรพ เหมือนทางนั้นจะชะงักเล็กน้อย แต่เพราะมัตสยาแนะนำตัวแล้วว่าเป็เลขาของนาวาเธอจึงคุยต่อ “ฉันจะนัดกินข้าวกับนาวาเที่ยงนี้ค่ะ”
“ให้แจ้งคุณนาวาว่าใคร้านัดคะ” มัตสยาถามพร้อมกับเลื่อนไปดูรายชื่อต้องห้ามและยกเว้นที่อนุรักษ์มาร์กไว้ให้ว่าจะใช่หนึ่งในหกคนนี้ไหม
“มินลิค่ะ”
“คุณมินลิ มินทร์ลดานะคะ” มัตสยาทวนทั้งชื่อเล่นและชื่อจริงอีกครั้งเพราะเธอไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้หญิงของเ้านายคนใหม่ที่ชื่อเล่นว่ามินลินั้นมีกี่คนกันแน่
“ค่ะ”
เมื่ออีกฝ่ายตอบรักและเป็หนึ่งในรายชื่อผู้หญิงต้องห้าม เธอก็รู้แล้วว่าควรจัดการยังไง “ดิฉันต้องขอโทษจริง ๆ นะคะแต่เที่ยงนี้คุณนาวามีประชุมใหญ่น่าจะลากยาวหลายชั่วโมงเลยค่ะ น่าจะไม่สะดวก” เื่นี้เธอไม่ได้โกหกแต่มันคือเื่จริง แต่จะยาวจริงไหมหรือนานแค่ไหนอันนี้เธอก็ไม่ทราบแต่เมื่อจะปฏิเสธมันก็ต้องยาวไว้ก่อน
“ก่อนเที่ยงล่ะค่ะ” อีกฝ่ายยังพยายามและมีน้ำเสียงที่เริ่มขุ่นเข้มขึ้นมาเล็กน้อย
“คุยงานกับลูกค้าอีกสามรายค่ะ” มัตสยายิ้มให้คนในสายทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้เห็นเลยสักนิด แต่ถ้าเห็นจริง ๆ ก็จะรู้ว่ามันเป็รอยยิ้มของคนที่ใจเย็นที่คิดว่าสามารถจะจัดการกับปัญหาตรงหน้านี้ได้แน่นอน
“แล้วช่วยเย็น”
“ประชุมเสร็จคุณนาวาต้องบินไปดูงานที่ต่างจังหวัดต่อเลยค่ะ”
“จังหวัดไหนคะ” ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หลายจังหวัดเลยค่ะ เป็การบินแบบไฟท์ต่อไฟท์เลยค่ะ”
“งั้นก็ช่างเถอะ แค่นี้ล่ะ”