[จบ] ฝ่าลิขิตพิชิตเส้นทางเซียน

    บทที่ 58 ถอยไปซะ ข้าจัดการเอง

    บทที่ 58 ถอยไปซะ ข้าจัดการเอง 


    “ศิษย์พี่ลู่ ท่านกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”


    เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของลู่หลี หลิงเสี่ยวอวิ๋นก็เหลือบมองไปยังภายนอกถ้ำด้วยความหวาดหวั่นในจิตใจ


    ลู่หลีส่ายหน้า ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังปากถ้ำ ทอดสายตาไปยังโลกภายนอก


    ถ้ำนั้นตั้งอยู่กึ่งกลางของยอดเขาที่สูงชัน เบื้องล่างเต็มไปด้วยพงไพรไม้แดงหนาทึบ ใบไม้ขนาดเท่ากระด้งแผ่ปกคลุมไปทั่วจนบดบังทิวทัศน์ในป่าจนมิด


    ทันใดนั้นเอง กลุ่มใบไม้สีแดงที่อยู่ห่างออกไปร้อยจั้งก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีผู้ใดจงใจเขย่าลำต้น ลู่หลีหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังไปครึ่งก้าว


    อีกครู่หนึ่ง ใบไม้สีแดงที่สั่นไหวก็หยุดลง จากนั้นเสียงเสียดสีก็ดังมาจากในป่า


    “เป็นสัตว์อสูรหรือ?”


    ลู่หลีขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองหลิงเสี่ยวอวิ๋นที่อยู่ด้านหลัง พลางกล่าวด้วยท่าทีครุ่นคิด “ตามข้ามา”


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นรีบก้าวตามไป


    ทั้งสองคลำทางลงจากเขา เมื่อใกล้ถึงตีนผา ลู่หลีก็พบสัตว์อสูรตัวนั้น มันมีรูปร่างอ้วนท้วมคล้ายแรด แต่มีเกล็ดบาง ๆ อยู่บนแผ่นหลัง


    บนสันจมูกของมันมีเขาสีเงินแหลมยาวถึงสองฉื่อ


    เจ้าแรดประหลาดก็พบเห็นทั้งสองเช่นกัน มันคำรามต่ำในลำคอ พ่นควันขาวออกมาสองสาย ก่อนจะส่ายร่างวิ่งโครมครามเข้าหาทั้งสองคน


    “ขั้นต้นระดับหนึ่ง”


    ลู่หลีตรวจระดับพลังแล้ว ดวงตาเป็นประกาย มองไปยังหลิงเสี่ยวอวิ๋นที่อยู่ด้านข้าง “เสี่ยวอวิ๋น ข้าให้เจ้าจัดการ!”


    “หา?”


    “ตกใจอันใดเล่า รีบไปสู้เสีย!” ลู่หลีกล่าวพลางผลักหลิงเสี่ยวอวิ๋นออกไปเผชิญหน้ากับเจ้าแรดประหลาดที่กำลังวิ่งเข้ามา


    “ว้าย!”


    เมื่อเห็นเจ้าแรดประหลาดพุ่งเข้ามา หลิงเสี่ยวอวิ๋นก็หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ร้องเสียงหลงพร้อมกับยกมือขึ้นปิดดวงตา


    “ให้ตายเถอะ!”


    ลู่หลีหน้าแข็งค้าง พลันร่างก็วูบไปยืนอยู่เบื้องหน้าหลิงเสี่ยวอวิ๋น จับเขาสีเงินที่แหลมนั้นไว้ แล้วเตะเข้าที่ใบหน้าของเจ้าแรดประหลาด จนมันล้มคว่ำลงไปด้านข้าง


    พร้อมกันนั้นก็กระชากมือที่ปิดบังดวงตาของหลิงเสี่ยวอวิ๋นออกไป พลางตวาดเสียงก้อง “ฆ่ามันซะ! มิเช่นนั้น ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีก!”


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นถูกลู่หลีดุเช่นนี้ก็ทำหน้าเหมือนจะร่ำไห้ด้วยความน้อยใจ


    “ไม่ไปสู้ใช่หรือไม่!” ลู่หลีหน้าตึง รีบหันหลังเดินหนีไป


    เมื่อเจ้าแรดประหลาดทรงตัวได้แล้ว มันก็พุ่งเข้าหาหลิงเสี่ยวอวิ๋นอีกครา


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นขาอ่อนแรง หันหลังวิ่งไปหาลู่หลี เมื่อถึงข้างกายลู่หลีก็ถูกอีกฝ่ายคว้าตัวไว้ พร้อมกับเสียงตวาดก้อง


     “เจ้ามันคนไร้ค่า! เป็นถึงผู้ฝึกตนขอบเขตก่อลมปราณระดับสาม กลับไม่กล้าฆ่าแม้แต่สัตว์อสูรขั้นต้นระดับหนึ่ง เจ้ามีชีวิตอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ไปตายเสียดีกว่า!”


    กล่าวจบก็หันหลังกลับ พลางปล่อยลูกไฟใส่เจ้าแรดประหลาดที่กำลังวิ่งเข้ามา ในขณะที่หลิงเสี่ยวอวิ๋นกำลังงงงวย ก็ปล่อยวิชาลูกไฟออกไปอีกหลายลูก


    เสียงระเบิดดังขึ้นหลายครา เจ้าแรดประหลาดก็หัวแบะล้มลงไป


    เขากลับมามองหลิงเสี่ยวอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “เห็นหรือไม่ มันก็แค่ตัวใหญ่กว่าเท่านั้น แม้แต่วิชาลูกไฟธรรมดาก็ยังต้านไม่ได้! เจ้ากลัวอะไรกันแน่!”


    กล่าวจบก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปในถ้ำด้วยความโกรธเกรี้ยว


    ปล่อยให้หลิงเสี่ยวอวิ๋นยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เพียงลำพัง


    “ฮือ ๆ คนใจร้าย ท่านมันคนใจร้าย... ข้ามิอยากให้ท่านช่วย ข้ามิอยากให้ท่านช่วย...” หลิงเสี่ยวอวิ๋นยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง พลางเช็ดน้ำตา ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในป่า


    ด้านหลังถ้ำ ลู่หลีถอนหายใจเบา ๆ แตะหยกอำพลางที่เอว หยกเปล่งแสงวูบวาบออกมา จากนั้นเขาก็ย่องตามลงไปอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นเดินลัดเลาะไปในป่า ส่วนลู่หลีเองก็ยังคงรักษาระยะห่างจากอีกฝ่ายไว้สิบกว่าจั้ง คอยอาศัยต้นไม้สีแดงในการซ่อนตัวเป็นระยะ


    หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วยาม


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน พร้อมกับค่อย ๆ ถอยหลังไป หมาป่าสีเงินตัวหนึ่งค่อย ๆ ย่างกรายเข้ามาใกล้หญิงสาว


    หมาป่าตัวไม่ใหญ่มากนัก แต่ความยาวก็ราว ๆ ห้าหกฉื่อ ดวงตาส่องประกายสีฟ้าจาง ๆ เขี้ยวแหลมคมในปากราวกับกำลังข่มขู่หลิงเสี่ยวอวิ๋น


    "ข้าไม่กลัวเจ้า ข้าไม่กลัวเจ้า"


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นพร่ำกับตัวเองขณะที่ถอยหลัง


    เมื่อเห็นหลิงเสี่ยวอวิ๋นถอยหลังตลอด หมาป่าก็ดูเหมือนจะมั่นใจ มันกระโจนเข้าใส่พร้อมกับอ้าปากหวังจะขย้ำเหยื่อตรงหน้า


    เมื่อเห็นเช่นนั้นหัวใจของลู่หลีก็แทบจะหลุดออกมา แต่ก็พยายามอดทนไม่แสดงตัว


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นถอยหลังไปหลายก้าว พร้อมกับกรีดร้องออกมา


    ในขณะที่ลู่หลีกำลังคาดว่าอีกฝ่ายจะปิดตาลงอีกครั้ง หลิงเสี่ยวอวิ๋นก็พลันเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน นางประสานมือทั้งสองข้าง พลางตวาดเสียงก้อง "ฝ่ามือวารี!"


    ซู่!


    บัดนั้นอักขระสีครามก็พลันปรากฏ ก่อเกิดเป็นวงล้อมอาคมเบื้องหน้านาง จากนั้นฝ่ามือโปร่งแสงขนาดมหึมาก็พุ่งทะยานออกจากวงล้อมนั้น เข้าปะทะศีรษะสุนัขป่าที่กำลังพุ่งเข้ามา


    หมาป่าหลบหลีกไม่ทัน จึงถูกฝ่ามือนั้นกระแทกเข้าอย่างจัง


    ปัง!


    หมาป่าถูกตบกระเด็นไปจนเสียงดังสนั่น หลิงเสี่ยวอวิ๋นดีใจจนเนื้อเต้น ทว่าในฉับพลันนั้นเอง หมาป่าก็กลับลุกขึ้นมาได้ มันคำรามโหยหวนแล้วกระโจนเข้าใส่หลิงเสี่ยวอวิ๋นด้วยความรวดเร็ว


    สีหน้าของหลิงเสี่ยวอวิ๋นซีดเผือด ด้วยความตกใจและหวาดกลัว นางจึงปาใส่ยันต์ระเบิดออกไป


    ตูม!


    หมาป่าที่กำลังวิ่งเข้ามาหมายขย้ำก็ถูกระเบิดจนแหลกเป็นชิ้น ๆ


    ส่วนหลิงเสี่ยวอวิ๋นก็โดนลูกหลง ถูกแรงระเบิดกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไปห้าหกฉื่อ ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น


    “เสียของจริง ๆ” ลู่หลีส่ายหน้าในใจ


    ยันต์ระเบิดนั้นมีอย่างน้อยเจ็ดแปดแผ่น แต่นางกลับใช้หมดเกลี้ยงในคราเดียว


    แต่หลิงเสี่ยวอวิ๋นกลับมิได้สนใจ นางลุกขึ้นมาจากพื้นปาดเลือดที่มุมปาก ดวงตาราวกับมีแสงส่องประกาย


    นางหันกลับไปมองด้านหลัง ท่าทีลังเลปรากฏชั่วครู่ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในป่าอย่างมั่นใจ


    ล่วงผ่านไปสองสามชั่วยาม


     ท้องฟ้าก็พลันเริ่มมืดมิดลงแล้ว ระหว่างนั้น หลิงเสี่ยวอวิ๋นต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าอีกสองครา หลังจากการต่อสู้อย่างทุลักทุเล ในที่สุดก็สามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แม้ความเหนื่อยล้าจะเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะ แต่ดวงตากลับฉายประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม


    นางพบว่าสัตว์อสูรก็มิได้น่ากลัวอย่างที่คิด


    วูบ...


    ทันใดนั้น ก็มีเสียงกิ่งไม้เสียดสีดังมาจากพุ่มไม้ทางด้านซ้าย หลิงเสี่ยวอวิ๋นรีบหยุดฝีเท้าลง พลางค่อย ๆ ถอยหลัง พร้อมจ้องเขม็งไปยังกิ่งไม้ที่กำลังเคลื่อนไหว


    ครู่หนึ่ง ชายร่างเตี้ยอ้วนก็เดินออกมาเป็นคนแรก ตามด้วยชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนอีกสามคน


    ที่แท้ก็คือ กลุ่มของผู้คุมหวัง


    หวังฝูเห็นหลิงเสี่ยวอวิ๋น ก็ชะงักไปก่อนฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ "เด็กน้อย เจ้าหนุ่มนั่นอยู่ที่ใด?"


    ตอนนี้หลิงเสี่ยวอวิ๋นใช้ยันต์จนหมดสิ้น แม้จะไม่กลัวมากเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบหวั่น นางถอยหลังไปอีกหลายก้าว "ข้า ข้าไม่รู้"


    "ไม่รู้?" หวังหัวเราะอย่างน่ากลัว "อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้เอง!"


    กล่าวจบก็กวักมือ "จับนาง!"


    ชายฉกรรจ์สามคนได้ยินก็มองหน้ากัน ก่อนจะพากันเดินเข้าไป ปล่อยพลังปราณสีต่าง ๆ เข้าใส่หลิงเสี่ยวอวิ๋น


    พลังปราณนั้นยังมิได้ก่อรูป ดูเหมือนว่าจะมิได้เรียนรู้วิชาแม้แต่น้อย เป็นเพียงพลังปราณธรรมดาเท่านั้น


    "ข้าจะฆ่าพวกเจ้า!" หลิงเสี่ยวอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ตวาดเสียงแหลม พร้อมกับประสานมือ ก่อเกิดเป็นโล่สีครามปรากฏขึ้นเบื้องหน้า


    ปัง ๆ ๆ


    "วิชาขั้นสูง!"


    พลังปราณทั้งสามสายโจมตีเข้าใส่โล่ เกิดเสียงดังเปาะ ๆ ชายฉกรรจ์ทั้งสามมองหน้ากัน เห็นความตกใจในดวงตาของแต่ละคน


    หวังฟู่ก็ตาเบิกกว้าง จากนั้นก็ดีใจอย่างบ้าคลั่ง ตะโกนเสียงดัง "ถอยไปให้หมด ข้าจัดการเอง!"


    จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าไป ปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่ใส่หลิงเสี่ยวอวิ๋น


    หลิงเสี่ยวอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสี รีบเร่งพลังปราณ โล่สีครามที่เริ่มมืดสลัวกลับมาส่องแสงอีกครั้ง


    ปัง!


    ลูกไฟปะทะเข้ากับโล่ เกิดเสียงดังสนั่น โล่มืดลงไป แต่ก็มิได้แตก หลิงเสี่ยวอวิ๋นแค่ตัวสั่นเล็กน้อยเท่านั้น


    แต่ในพริบตาต่อมา นางก็รู้สึกว่าดินใต้เท้าทรุดลง จากนั้นร่างของหลิงเสี่ยวอวิ๋นก็ร่วงลงไปในหลุมดินเหลือเพียงคอขึ้นมา


    หวังฝูมีสีหน้าเย้ยหยัน ไม่ให้โอกาสหลิงเสี่ยวอวิ๋นได้ตั้งตัว ปล่อยลูกไฟเข้าใส่ศีรษะหลิงเสี่ยวอวิ๋น หมายจะสังหารนางให้ตายในทันที...




    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ฝ่าลิขิตพิชิตเส้นทางเซียน ที่คุณอ่าน