หลายวันต่อมา ในที่สุดชิงหลงก็กลับมาถึงป่าอสูรรัตติกาล ชายหนุ่มยืนอยู่บริเวณแอ่งน้ำที่ตนเองได้มาเจอกับเหลียงเวิ่นเทียน ชิงหลงรู้สึกว่าเขาและอาจารย์นั้นคล้ายจะเป็นพรหมลิขิตอย่างยิ่ง ร่างกายที่อ่อนแอของเขาไหลผ่านตามกระแสน้ำจากเมืองเต่าเวหา และมาหยุดอยู่ยังที่แห่งนี้
มันนับว่าเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง เรียกว่าตัวเขามีโชคด้วยก็ได้ที่ไม่ถูกสัตว์อสูรที่ผ่านไปผ่านมาคาบไปกินซะก่อน และก็เป็นโชคอย่างยิ่งที่เจอกับเหลียงเวิ่นเทียนที่มาอยู่ในสถานที่เช่นนี้
" ตอนนี้ข้าอายุเท่าไหร่กัน สิบห้า...ไม่สิ สิบหก แล้วนี่นา อืม...เวลาผ่านไปเร็วซะจริง "
ชายหนุ่มนึกแล้วก็รู้สึกขำตัวเอง เขาใช้เวลาไม่ถึงปีในการพัฒนามาได้จนขนาดนี้ บางทีเขาก็ภูมิใจในพรสวรรค์ของตัวเองเล็กน้อย
" ข้าชักอยากเห็นราชันย์ของป่าแห่งนี้ซะแล้วสิ "
พูดจบร่างของชายหนุ่มก็พร่าเลือนก่อนจะหายไปจากบริเวณนั้น ชิงหลงมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของป่าทันที เขาสามารถสัมผัสออร่าของอสูรได้มากมายโดยรอบเขา ชายหนุ่มไม่อยากยุ่งกับพวกมันเท่าใดนัก ซึ่งเขาก็ไม่อยากจะยุ่งกับพวกมันเช่นกัน
" หืม...นี่ไม่เกินไปหน่อยรึ "
เมื่อมาถึงยังส่วนลึกที่สุดของป่าอสูรรัตติกาลเหงื่อเย็น ๆ ก็ไหลออกมาจากหัวชายหนุ่มทันที เขากระจายสัมผัสออกไปก็พบกับถ้ำที่มีความลึกลงไป สองร้อย ถึง สามร้อย เมตรและออร่าสัตว์อสูรในนั้นก็ไม่ธรรมดาเลย
" สัตว์อสูรชั้นปราณ ราชันย์งั้นรึ...แถมไม่ได้มีแค่ตัวเดียว "
ชิงหลงคงไม่เหงื่อตกหากมันมีเพียงแค่ตัวเดียว แต่ในรอบตัวชายหนุ่มมีถ้ำลึกของเหล่าสัตว์อสูรชั้นปราณ ราชันย์กว่า สิบห้า ตัวด้วยกันซึ่งดูเหมือนพวกมันทั้งหมดจะเข้าจำศิลกันอยู่
" ทำไมสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งถึงได้ชอบอยู่ในถ้ำกันจัง ? "
มันเป็นเรื่องที่ตัวของชิงหลงนั้นไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งทั้งหลายจึงมักจะอยู่ในถ้ำเพราะตัวเขามักถูกอาจารย์เตือนอยู่บ่อย ๆ ว่าเวลาเจอถ้ำแปลก ๆ ก็อย่าเข้าไปเพราะอาจเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง
" ถ้างั้น...ตัวไหนที่เป็นราชันย์ของป่ากัน ? "
ยิ่งคิดยิ่งแปลกใจในในเมื่อทั้งหมดเป็นสัตว์อสูรชั้นปราณราชันย์ และตัวไหนกันที่เป็นราชันย์แห่งป่า
เปรี้ยง !!!
วิ๊ง~~
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง เสียงอัสนีบาตรจากฝากฝ้าก็ดังขึ้นจนหูของชิงหลงดับไปข้างหนึ่ง ชายหนุ่มเซเล็กน้อยก่อนจะมองขึ้นไป บนเทือกเขาสูงกว่า สองร้อย เมตร ท้องฟ้าแปรปรวนเมฆดำทมิฬ บรรยกาศโดยรอบเทือกเต็มไปด้วยหมอกหนา อัสนีบาตรในก่อนเมฆแลบออกเป็นระยะ ๆ
ไอพลังอสูรหนาแน่นไหลออกมาจากบนนั้นคลื่นพลังนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรชั้นปราณราชันย์หลายเท่าจนชิงหลงไม่อาจสัมผัสระดับของมันได้เลยสักเล็กน้อย เหงื่อเย็น ๆ เริ่มไหลออกมาจากมือทั้ง สอง ของเขา
" นั่นสินะ...ราชันย์ผู้ปกครองป่าอสูรรัตติกาล "
ดูเหมือนราชันย์จะไม่ได้อยู่ลึกสุด แต่อยู่สูงสุดต่างหาก ชิงหลงยืนนิ่งอยู่กับที่หากลางสังหรณ์ของเขาถูกต้อง ราชันย์ตนนี้ต้องมีพลังมากกว่าชั้นจักรพรรดิ
" ข้าสู้กับไอสัตว์ประหลาดนี่ไม่ไหวหรอก ! "
ถึงชิงหลงจะเป็นพวกหลงระเริงในพลังของตนและคิดว่าตนเองแข็งแกร่งก็ตามที แต่เขาก็ไม่ได้โง่ ชิงหลงรู้ดีว่าตัวเขามีกำลังแค่ไหน เขาไม่ขึ้นไปสู้กับมันแน่นอน ถึงจะคิดว่าราชันย์ผู้ปกครองป่าจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่คิดว่าจะแกร่งมากขนาดนี้ ว่าเสร็จแล้วชิงหลงก็วิ่งกลับไปทันที
" หึ่ม !! มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะมาหากันหน่อยงั้นรึ ศิษย์แห่งเจ้าสวรรค์ "
กึก !!
ระหว่างที่กำลังวิ่งกลับไปเสียงที่ดังก้องราวกำสัตว์ร้ายคำรามก็ดังเข้าหูทั้งคู่ของชายหนุ่มทำให้ร่างกายเขาหยุดชะงักทันที เสียงนั้นมันทั้งดูเยียบเย็นและทรงอำนาจ เอาตามตรงเขาพยายามจะก้าวต่อไปแต่มันก็ไม่ได้ผล ราวกับมีบางอย่างฉุดดึงตัวเขาเอาไว้
" เอิ่ม... "
ตู้ม !!!
สีหน้าชายหนุ่มแสดงออกมาถึงความลังเล ก่อนจะตัดสินใจเฮือกสุดท้ายกับตัวเอง ชายหนุ่มใช้ออกด้วยพละกำลังทั้งหมดโดดขึ้นไปด้านบน ส่งผลให้พื้นดินที่เขาเคยยืนอยู่นั้นแตกแยกออกจากกัน
ตุบ !
" ถ้ำ !! ถ้ำอีกแล้วงั้นรึ ? "
" ท่านจะไม่กินข้านะ ? "
" ... "
บรรยกาศเบื้องบนนั้นดูอึมครึมและไม่ไกลจากสายตาเขาก็เห็นถ้ำที่อยู่ซึ่งปล่อยคลื่นพลังสุดแกร่งออกมาจากด้านในเป็นระยะ ๆ ดูแล้วสัตว์อสูรผู้ยิ่งใหญ่ตนนั้นคงอยู่ในนั้นเป็นแน่ เพื่อความแน่ใจเขาถามออกไป แต่ก็มีเพียงความเงียบตอบกลับมา ชายหนุ่มได้แต่จำใจเดินเข้าไปในถ้ำ
สอง ขาของเขาก้าวเดินออกไปช้า ๆ ภายในถ้ำที่มืดมิด เมื่อยิ่งก้าวเข้าไป หัวใจชายหนุ่มยิ่งเต้นแรงราวกับจะเด้งออกมาจากอกได้เลย พร้อมดวงตาคู่งามของเขาจ้องไปด้านในอย่างไม่กระพริบ เมื่อลึกเข้ามาในถ้ำก็เริ่มเห็นแสงสว่างสาดส่องออกมา บรรยกาศก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นจนเขาได้พบกับ...
" ฟู่...!! "
ร่างของมันลุกท้วมไปด้วยเปลวไฟสีส้มสุดร้อนแรง ร่างสูงกว่า ห้า เมตร และลำตัวยาวเกือบ สิบ เมตร มันมีหัวคล้ายมังกร ลำตัวเหมือนกับพยัคฆ์ ดวงตาสีทองส่องสว่าง เกล็ดสีแดงขนาดใหญ่ของมันกลมกลืนไปกับเพลิงสีส้มอย่างลงตัว หางที่แหลมคมดุจคมดาบของมันสะบัดไปมาจนพื้นดินแยกออกอย่างง่ายดาย ลมหายใจดุจเปลวไฟที่ปล่อยออกมานั้นร้อนแรงจนแทบจะเผาคนธรรมดาให้เป็นธุลีได้เลย
" หึ่ม !! อย่างที่คิดจริง ๆ ศิษย์และอาจารย์เป็นปีศาจทั้งคู่ ! "
ระหว่างที่ชิงหลงกำลังตกตลึงกับรูปลักษณ์สุดน่าเกรงขามของกิเลนเพลิงนภาตนนี้ เสียงทรงอำนาจของมันก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับคำพูดของกิเลนตนนี้ คล้ายกันมันรู้จักอาจารย์ของเขา
" ท่านกิเลนผู้เกรียงไกรรู้จักท่านอาจารย์ของข้าด้วยรึขอรับ "
ชิงหลงยิ้มและพูดออกมาด้วยคำพูดที่สุภาพที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แน่นอนเขาคงไม่เสียมารยาทกับกิเลนตนนี้เป็นแน่ไม่งั้นมันอาจจะกินเขาก็ได้ พลังของมันชิงหลงไม่อาจต้านทานได้แน่ การที่มันพูดได้ย่อมบอกได้แล้วว่ามันมีพลังมากกว่าชั้นจักรพรรดิ
เพราะสัตว์อสูรชั้นปราณจักรพรรดิขึ้นไปจะมีสติปัญญาพูดภาษาของมนุษย์ได้ ตัวชิงหลงในตอนนี้ไม่มีทางต่อต้านมันได้เลยสักนิดเดียว
" แน่นอน...ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้ในป่าแห่งนี้ ข้ามักเห็นเจ้าฆ่าลูกสมุนของข้าไปมากมายเมื่อหลายเดือนก่อน "
" ส่วนอาจารย์ของเจ้าอืม...เราคล้ายจะเป็นสหายกัน "
" เอ๊ะ !! "
ได้ยินอย่างนั้นชิงหลงก็แปลกใจ เขาไม่คิดเลยว่าอาจารย์ของเขาจะเป็นสหายกับสัตว์อสูรผู้แข็งแกร่งตนนี้
" เจ้ามีธุระอะไรกันถึงได้มาหาข้า ? "
" เอ่อ...คือข้าแค่มาเดินเล่นนิดหน่อย "
เขาคงไม่กล้าพูดออกไปแน่ว่าจะมาต่อสู้กับกิเลนตนนี้ ไม่งั้นมันคงกินเขาไปทันทีแน่ ๆ
" ไม่ต้องกลัวไปเจ้าหนู ถึงข้าจะเกลียดมนุษย์แต่เมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของเจ้าสวรรค์ เจ้าย่อมเป็นสหายข้าเช่นกัน "
" ช...เช่นนั้นนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นสหายของกิเลนผู้เกรียงไกรเช่นท่าน "
ฮุ่มมม
ระหว่างนั้นเองกิเลนเพลิงนภาก็อ้าปากของมัน เปลวไฟสีส้มสายใหญ่พวยพุ่งเข้าใส่ร่างของชิงหลง ชายหนุ่มถอยหลังหนึ่งก้าวเมื่อเปลวไฟมาถึงร่างชายหนุ่มอ้าปากกว้าง เปลวไฟหมุนวนราวกับพายุหมุนไฟยักษ์ลงไปในท้องของชายหนุ่ม
" เอิ๊ก~~ "
" อย่างที่คิดจริง ๆ เจ้าหนู...เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์ "
ทุกการกระทำของชิงหลงอยู่ในสายตาของกิเลนเพลิงนภามันเห็นเต็ม สอง ตาของมันว่าชายหนุ่มตรงหน้ามันกินเปลวไฟสุดร้อนแรงของมันเข้าไปราวกับกินน้ำเช่นนี้ย่อมไม่ธรรมดา
" ข้ามีแขน มีขา ก็เป็นมนุษย์อย่างที่ท่านเห็น "
แม้ชิงหลงจะพูดเช่นนั้นกิเลนเพลิงนภาก็ส่ายหัวไปมา สีหน้าของมันนั้นไม่เชื่อคำพูดของชายหนุ่มสุดขีด
" ช่างเถอะ...ไฟของท่านนี่อร่อยสุดยอดไปเลย "
" เห้อ...ดูเหมือนลูกศิษย์จะเป็นปีศาจกว่าสินะ "
กิเลนเพลิงนภาส่ายหัวไปมาก่อนจะหันหลังกลับเดินสะบัดหางแหลมของตนเดินเข้าไปในถ้ำทิ้งชายหนุ่มให้ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
โปรดติดตามตอนต่อไป