ตอนที่ 25 เป็นเช่นเดียวกัน (1)
หลังจากทั้งสองจากไป ชิวเอ๋อร์ยังใจหายไม่เลิก ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มพลางส่ายหน้า ยายเด็กน้อยนี่ เมื่อครู่ไม่เห็นนางหวาดกลัว ตอนนี้กลับรู้จักหวาดกลัวแล้ว
หลังปลอบจนชิวเอ๋อร์สงบสติอารมณ์ลงไปได้ ฮวาอิ่งเม่ยนอนอยู่บนเตียงนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี้ นางพบว่า เพียงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ก็มีเงื่อนงำน่าสงสัยมากมาย ความรู้สึกตึงเครียดที่ไม่ทราบสาเหตุทำให้ฮวาอิ่งเม่ยอยากจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่บัดนี้ สิ่งเดียวที่นางทำได้ก็คือป้องกันความปลอดภัยของชีวิตตัวเองก่อน!
เมืองหลวงที่ดูเหมือนสงบร่มเย็นแต่รอบข้างกลับเต็มไปด้วยอันตราย เรื่องในวันนี้ หากไม่ใช่นางไหวตัวทัน หากคนคุ้มกันพวกนั้นล้วนเป็นยอดฝีมือ อย่างนั้นตอนนี้ ซากศพที่ห่อเสื่ออยู่คงเป็นนางกับชิวเอ๋อร์แน่
นางได้มีชีวิตกลับมาอีกครั้ง เพื่อตัวเอง เพื่อฮวาอิ่งเม่ยที่ตายไป นางย่อมต้องพยายามอย่างสุดกำลัง
เช้าตรู่ ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า เหล่านกกาตื่นจากหลับใหล เสียงเรไรร่ำร้องดังเข้าหู ฮวาอิ่งเม่ยลืมตาตื่นขึ้น ความรู้สึกคันบาดแผลที่ท้องทำให้นางเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ บาดแผลนี้สามสี่วันจึงตกสะเก็ด นี่แค่คืนเดียว บาดแผลนางก็ตกสะเก็ดแล้วหรือ ฮวาอิ่งเม่ยย่อมทราบสภาพร่างกายตัวเองดีว่าไม่อาจหายดีเร็วขนาดนี้ ดูท่าความผิดปกตินี้ล้วนเป็นเพราะยาห้ามเลือดที่คนผู้นั้นให้มา
“แอ๊ด” ชิวเอ๋อร์ยกอ่างทองแดงใส่น้ำเต็มเดินเข้าห้องมา ดวงตารูปผลซิ่งถูกรอยคล้ำรอบตาทำให้อับแสงไป พอเห็นฮวาอิ่งเม่ยลุกจากเตียงขึ้นมาเดิน ก็เบิ่งตากลมกว้าง “คุณหนู เหตุใดท่านลงมาเดินได้แล้ว รีบขึ้นไปนอนบนเตียงเร็วเจ้าค่ะ”
พูดพลางวางอ่างทองแดงลง ก้าวเร็วๆ ไม่กี่ก้าวก็มาถึงข้างกายฮวาอิ่งเม่ย ต้องให้นางนอนลงบนเตียงให้ได้
“โอย ชิวเอ๋อร์คนดี ข้านอนจนเมื่อยไปหมดแล้ว” ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มพลางวิงวอนร้องขอ พอเห็นชิวเอ๋อร์หน้าตาเป็นกังวล ก็หมุนตัวหลายรอบ ทั้งยกมือเท้าเพื่อแสดงว่าตัวเองไม่เป็นไร
“เจ้าดูสิ ไม่เป็นไรกระมัง!” ฮวาอิ่งเม่ยพูด
“คุณหนู!” ชิวเอ๋อร์ร้องออกมาเสียงดัง น้ำตาออกมาคลอเบ้า
ฮวาอิ่งเม่ยปวดหัวตุบขึ้นมา ตอนนี้ชิวเอ๋อร์อะไรก็ดีหมด แต่เจ้าน้ำตานี่สิ นึกอยากจะร้องก็ร้องออกมาได้นะ! นางเคยได้ยินผู้คนบอกว่าผู้หญิงทำจากน้ำ เดิมทียังไม่เชื่อ แต่พอเห็นชิวเอ๋อร์เข้า นางเชื่อแล้ว
นางทนเห็นน้ำตาชิวเอ๋อร์ไม่ได้ หลังจากชำระกายและทานอาหารเช้าง่ายๆ ลงไปหน่อย ก็กลับไปนอนบนเตียงอีก
อย่างไรก็ไม่มีอะไรทำ ฮวาอิ่งเม่ยจึงให้ชิวเอ๋อร์หยิบหนังสือสวดมนต์จากบนหิ้งหนังสือมาเล่มหนึ่ง เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอตกค่ำ ชิวเอ๋อร์นอนหลับสนิท ฮวาอิ่งเม่ยค้นชุดกระโปรงอย่างเรียบง่ายที่สุดมาสวมชุดหนึ่ง แล้วเดินออกไปนอกห้อง
บาดแผลที่ท้องของนางไม่เป็นไรแล้ว หลายวันนี้บำรุงร่างกายจนเห็นผลดีขึ้นมาก ร่างกายที่อ่อนแอของฮวาอิ่งเม่ยค่อยๆ แข็งแรงขึ้น นางไม่อยากรออีก ตอนนี้นางมีกำลังเพียงลำพัง หากสามารถฟื้นฟูพลังในชาติก่อนกลับคืนมาได้โดยเร็ว ก็จะเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
ตอนนั้นองค์กรเลือกเฟ้นพลังยุทธ์ที่เหมาะสมให้นางฝึกเล่มหนึ่ง แม้ยุคสมัยที่นางอยู่ยังมีผู้ฝึกวิทยายุทธ์ และนางก็เป็นหนึ่งในนั้น
วิชาหงส์ร่อนเก้าฟ้ามีเก้าขั้น แต่ชาติก่อนนางฝึกถึงแค่ขั้นที่สามเท่านั้น ในชาตินี้เริ่มฝึกใหม่อีกครั้ง นางไม่กล้าหวังว่าจะได้ถึงเก้าขั้น ขอเพียงฟื้นพลังกลับคืนดังเดิมก็เพียงพอแล้ว
หลังเขาวัดฝอเซี่ยง แถบดงไม้กว้างไกลสุดตายังคงอยู่ ฮวาอิ่งเม่ยชักกระบี่อ่อนจากหว่างเอวออกมา พุ่งขวับเข้าสู่ดงไม้
ท่าเริ่มต้น กระบี่ยาวกรีดผ่านท้องฟ้ายามรัตติกาล ราวปีกผีเสื้อบางเบาที่โบยบินอย่างคล่องแคล่ว เกิดเสียงซัดซ่าเบาๆ เสียงนี้เมื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงที่สายลมโชยพัดใบไม้เสียดสีกัน รอบข้างจึงเหลือเพียงเสียงที่ดังเป็นจังหวะซ้ำกลับไปมานี้
“กรอบแกรบ” เสียงเบาๆ นี้ตัดตอนท่าร่างของฮวาอิ่งเม่ย นางพ่นลมหายใจออกคำหนึ่ง หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ลมโชยพัดเส้นผมที่ประบ่าของนาง หอบเอาเม็ดเหงื่อที่ไหลผ่านหน้าผากนางจากไป
“กรอบแกรบ” คราวนี้เสียงดังกว่าคราวแรก มีคนมาหรือ
ฮวาอิ่งเม่ยขมวดคิ้วมุ่น นางนึกไม่ถึงว่าดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้ยังมีคนมาปรากฏตัวในป่าทึบนี่อีก
อาชีพสายลับเมื่อชาติก่อนทำให้นางรู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าความอยากรู้ทำให้แมวตาย นางไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว ยิ่งไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องไร้สาระ ฮวาอิ่งเม่ยเก็บกระบี่ยาว หมุนตัวจากไป
“ขวับ” เสียงอาวุธลับแหวกอากาศ พุ่งตรงมาจากด้านหลัง
ฮวาอิ่งเม่ยดวงตาสาดประกายเย็นเยียบวูบหนึ่ง หมุนกาย ตวัดกระบี่ ฟันเข้าใส่อาวุธลับที่พุ่งเข้าหานางโดยไม่ลังเล
พริบตาที่นางหมุนกาย เสียงตึงๆๆ ดังขึ้นหลายครั้ง หางตาของฮวาอิ่งเม่ยเห็นแค่ประกายกระบี่สายหนึ่งพุ่งวาบผ่านไป ชายชุดดำหลายคนล้มลงกับพื้น ตายสนิท
ยอดฝีมือ!
ดวงตาลึกล้ำราวหมู่ดาราดารดาษของฮวาอิ่งเม่ยทำให้ไม่มีใครรู้อารมณ์ของนางในยามนี้ เพียงแต่จากสายตาที่จับจ้องโดยไม่ละสายตาของนางทำให้เห็นว่า นางสนใจผู้ที่ถูกนางจับตามองนั้นยิ่งนัก
ที่ผ่านมาเคยได้ยินว่า วิทยายุทธ์ในสมัยโบราณสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ก้าวเดินบนน้ำได้ ยิ่งกว่านั้นยังเดินบนอากาศได้อีกด้วย นางเองก็อยากจะดูว่า วิทยายุทธ์ในตอนนี้ที่แท้มันเทพจริงอย่างที่เล่าขานกันหรือไม่ ซ้ำยังอยากรู้ว่าเมื่อเทียบกับวิชาหงส์ร่อนเก้าฟ้าของนางแล้ว วิชาไหนจะเหนือกว่ากัน!
ลม...โชยพัดผมยาวของนาง และโชยพัดชายเสื้อของคนพวกนั้นที่อยู่ไม่ห่างไปนัก
ข้างซากศพที่นอนระเกะระกะอยู่ ชายชุดดำสี่คนท่าทางตึงเครียดราวเผชิญศัตรูตัวฉกาจล้อมกักชายหนุ่มไว้ตรงกลาง เขากับพวกมันสวมชุดดำเหมือนกัน ดาบในมือปักลงดิน มือกุมด้ามดาบไว้มั่น ราวกับว่าทิ้งน้ำหนักทั่วร่างลงบนดาบนั้นทั้งหมด
เขา...ดูเหมือนได้รับบาดเจ็บ แม้จะเป็นเช่นนั้น คนทั้งสี่ที่ล้อมเขาอยู่ยังคงไม่กล้าลงมืออยู่ดี