ตอนที่ 7 โลกกลม
ทางด้านเฮียกล้ากับพราวมุก สองสามีภรรยาที่พากันเคลื่อนรถออกไปจากหน้าร้านซักรีด
"เมื่อกี้มุกเห็นอะไรทำไมถึงพูดตรงนั้นไม่ได้"เฮียกล้าเอ่ยถามภรรยาของเขาทันทีที่เคลื่อนรถออกมาได้หน่อย เห็นเธอทำท่าแปลกๆ
"เมื่อกี้เฮียเห็นหน้าผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าร้านซักรีดมั้ยคะ"
"เห็นสิทำไมเหรอ"
"ใช่ผู้หญิงท้องแก่เมื่อสามปีก่อนที่มาบอกว่าท้องกับเฮียมั้ยคะ"ทันใดนั้นเองเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ดีๆก็ย้ายมาเหยียบเบรคเสียงดังเอี๊ยดหัวเกือบทิ่ม
เมื่อสามปีก่อน ่ที่เฮียกล้ากำลังจีบพราวมุกใหม่ๆทั้งสองกำลังรักกันอยู่ดีๆอยู่ๆก็มีผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอดคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านของเฮียกล้า
เธอบอกว่าเธอได้ตั้งท้องกับเฮียกล้าทำให้เกิดเื่วุ่นวายขึ้น พราวมุกตัดสินใจกลับบ้าน โดยที่ไม่รอฟังความจริงวันนั้นเธอเสียใจมาก
และแล้วความจริงก็กระจ่างแท้ที่จริงแล้วผู้ชายที่เป็พ่อของเด็กในท้องคือเฮียสิงห์เขาไม่อยากผูกมัดจึงยืมชื่อน้องชายไปอ้างไม่คิดว่าแค่ความสัมพันธ์คืนเดียวจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นตั้งท้องได้
เื่กระจ่างได้ก็เพราะเฮียสิงห์มาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าร้านเฮียกล้าดีที่เฮียสิงห์ยอมรับ เื่ราวระหว่างเฮียกล้ากับพราวมุกจึงจบสวย ไม่กี่วันผ่านไปน้องปลายฝนก็ได้มานอนอยู่ในท้องของแม่พราวมุกงานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วทุกอย่างลงตัว...
"มุกแน่ใจนะ"สำหรับเฮียกล้าเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนนอกจากแม่ของลูกส่วนภาพผู้หญิงคนนั้นมันก็นานมากแล้ว เขาจำไม่ได้หรอก
"มุกจำหน้าผู้หญิงคนนั้นได้ไม่เคยลืม"พราวมุกเองก็คิดว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะจำเธอได้เช่นกันเธอจึงบอกให้เฮียกล้ารีบขับรถออกมา
"เฮียเคยเห็นแต่ในรูป ไฟล์กล้องก็ทิ้งไปแล้วด้วยสิว่าแต่เฮียสิงห์มันเงียบเลยนะ เจอลูกเจอเมียแล้วก็ไม่ยอมบอก"
"นั่นสิ...เงียบเลย"
"กลับบ้านเถอะ มุกคิดถึงลูกแล้ว"พูดคุยกันพอรู้เื่เฮียกล้าจึงทำหน้าที่ขับรถกลับบ้านรอพี่ชายกลับมาบ้านก่อนคงต้องถามให้รู้เื่
ทางด้านเฮียสิงห์กับน้องปลื้มที่ยังคงสอนลูกขับรถอยู่ที่หน้าร้านเหมือนเดิม
"พ่อครับ คนเมื่อกี้ใครเหรอครับ"เสียงเล็กๆของน้องปลื้มเอ่ยถามคนเป็พ่อด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นอะไรที่เกี่ยวกับพ่อน้องปลื้มอยากรู้หมด
"น้องชายพ่อเองครับ"
"น้องชายพ่อ ปลื้มต้องเรียกว่าอะไรเหรอครับ"เด็กน้อยสงสัยต่อ แกตะแคงคอถามอย่างน่ารัก
"เรียกอาครับลูกเอาไว้วันหลังพ่อจะแนะนำให้น้องปลื้มรู้จักดีมั้ยครับ"
"ดีครับ ปลื้มอยากมีอาเป็ของตัวเอง"ท่าทางดีอกดีใจของน้องปลื้มทำให้กอหญ้าคิดหนักถ้าวันหนึ่งแกต้องกลับมามีแค่แม่กับป้าแนน แกอาจจะรู้สึกผิดหวัง
"นี่คุณ ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"กอหญ้ามีเื่จะตกลงกับเขา เขากำลังให้ความหวังลมๆแล้งๆกับลูกของเธอ
"ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณเอาไว้คุยกันวันหลังนะครับคนสวย"พูดจบเขาก็ขยิบตาให้แม่ของลูกไปหนึ่งทีด้วยท่าทางขี้เล่นเขารู้ว่าเธอจะพูดเื่อะไร
"ชีกอ!"
"ชีกออะไร น้องปลื้มอยากมีพ่อ ผมก็แค่เป็พ่อให้แกจริงมั้ยครับลูกรัก" เฮียสิงห์หันไปเนอะกับลูกซึ่งน้องปลื้มเองก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
"จริงครับพ่อรัก"
"น้องปลื้ม...แม่สอนกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดจาเหลวไหล"กอหญ้าหันไปดุลูก
"ไม่ได้เหลวไหลนี่ครับแม่ นี่แม่นี่พ่อเมื่อก่อนปลื้มไม่มีพ่อแต่ตอนนี้ปลื้มมีแล้ว"
"น้องปลื้ม..." น้ำเสียงของแม่กอหญ้าเบาลงเธอรู้สึกสงสารลูกเหลือเกินตอนนี้น้องปลื้มยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่แท้ๆของแกไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว
"เอาน่าคุณอย่าว่าลูกเลย ผมเต็มใจเป็พ่อให้แกแล้วก็เต็มใจเป็..." เขายังพูดไม่ทันจบ!
"นี่คุณอย่าพูดจาไร้สาระนะ"
"ฮ่าๆๆ" เฮียสิงห์รู้สึกสนุกเขาหัวเราะเสียงดังท่าทางมีความสุข ก่อนที่จะหันไปคุยกับเจ้แนนเ้าของร้านว่า...
"เจ้ครับ ร้านเปิดให้บริการได้วันไหนครับ"หลังจากที่ร้านซักรีดเปิดบริการแล้ว เขาอยากให้เธอข้ามฝั่งไปเยี่ยมเขาบ้าง
"พรุ่งนี้ก็เปิดได้แล้วค่ะ"เจ้แนนตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม เจ้แกก็นั่งอยู่ในร้านฟังสามคนคุยกันอยู่นานบางครั้งก็มีแอบขำด้วย
"ดีเลยครับมีบริการส่งผ้าให้ลูกค้าเหมือนร้านเก่ามั้ยครับ" เขาเริ่มเข้าเื่
"ถ้าในละแวกนี้ก็ได้ค่ะ" เข้าทาง!
"ฝากบอกลูกน้องคนสวยของเจ้ด้วยนะครับพรุ่งนี้ให้ไปเอาผ้าที่ร้านผมด้วยครับ ซักเสร็จก็ส่งคืนให้ด้วยครับค่าบริการเท่าไหร่ก็เรียกมาได้เลย" ตะกร้าผ้าดันอยู่ชั้นบนซะด้วยสิ!คนเ้าเล่ห์คิดในใจขำๆ
"ร้านคุณอยู่แค่นี้เองเอามาส่งที่ร้านแล้วก็มารับคืนเองก็ได้มั้งคะ"กอหญ้าแย้งกลับไปอย่างรู้ทัน คนแบบนี้ไว้ใจไม่ได้อันที่จริงเขาก็เป็คนเปิดเผยนะ...เ้าเล่ห์เปิดเผย!
"ผมไม่สะดวก"คนเ้าเล่ห์พูดขึ้นหน้าตาเฉยแต่ในใจกลับยิ้มกริ่ม
"หวังว่าฉันคงไม่ต้องขึ้นไปเอาถึงชั้นบนหรอกนะคะ"เธอรู้ทัน! ทั้งสวยทั้งฉลาดถูกใจเฮียสิงห์ที่สุด
"ทำไมคุณถึงได้รู้ใจผมแบบนี้" ประโยคนี้เขายิ้มกว้างอวดฟันขาวส่วนน้องปลื้มมองแม่กับพ่อสลับกันไปมา ใบหน้าของพ่ออมยิ้มอยู่ตลอดเวลาแต่ทำไมใบหน้าของแม่กลับดูดุในแบบที่น้องปลื้มไม่เคยเห็นมาก่อน
"ไอ้บ้า!"
"พ่อกับแม่อย่าทะเลาะกันนะครับน้องปลื้มใจไม่ดี" เสียงเล็กๆรีบพูดห้าม สีหน้าของแกทำท่าเหมือนจะร้องไห้น้องปลื้มไม่เคยเห็นแม่ทำหน้าโกรธแบบนี้มาก่อน
"โอ๋ๆลูกแม่"
"น้องปลื้มลูกรัก พ่อต้องกลับไปปิดร้านแล้วพรุ่งนี้จะมาหาใหม่นะครับ"
"พ่อครับ พรุ่งนี้ถ้าพ่อว่างๆพ่อมารับปลื้มไปนั่งเล่นที่ร้านโน้นบ้างได้มั้ยครับ"
"ได้สิ...นายอยากจะไปตอนไหนก็ได้ถ้าพ่อไม่ว่างข้ามฝั่งมารับ นายก็บอกให้แม่ของนายข้ามฝั่งพานายไปส่งได้นะ"ประโยคนี้พูดกับลูกแต่เบนสายตาไปยิ้มและยักคิ้วให้แม่ของลูกอย่างขี้เล่นหนึ่งทีก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินข้ามฝั่งไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
"เฮียครับ...เอาจริงเหรอครับ"ข้ามฝั่งมาถึงหน้าร้านเสียงลูกน้องที่นั่งดูอยู่นานก็ร้องถามด้วยความอยากรู้
"น่าสนใจดี"
"แต่เมื่อกี้พวกผมได้ยินเธอด่าเฮียเสียงดังข้ามฝั่งมาถึงนี่"จบประโยคของลูกน้องคนเป็ลูกพี่หันมองหน้าลูกน้องพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าเอวท่าทางเอาเื่
"ผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรักพวกมึงไม่เคยได้ยินหรือไง"เข้าข้างตัวเอง!
"รักตรงไหน มองดูก็รู้ว่าเธอโมโห"
"ไอ้ขวัญ!"
"ขอโทษครับ เอาตามที่เฮียว่าก็ได้ครับ"
"ปิดร้านให้เรียบร้อยแล้วก็ไสหัวกลับบ้านไป"
"พวกเราปิดร้านๆ"พูดเื่จริงทำเป็รับไม่ได้!
ทางด้านกอหญ้า
"น้องปลื้ม...แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดจาเหลวไหล"
"ปลื้มพูดอะไรไม่ดีเหรอครับ"
"แม่ไม่ชอบพ่อของลูก"
"แต่ปลื้มชอบ พ่อใจดี ซื้อขนม ซื้อของเล่นให้ปลื้มแม่ดูสิ รถคันใหญ่มาก...ปลื้มรักพ่อที่สุด"
"แล้วแม่ล่ะ ปลื้มไม่รักแม่แล้วใช่มั้ย"
"ปลื้มรักแม่เหมือนเดิมโอ๋ๆแม่อย่าน้อยใจนะครับ"
"กอหญ้า...ปลื้มกำลังมีความสุขปล่อยแกเถอะเจ้ว่าคุณสิงห์เขาก็ดีออก"
"เจ้...เขาเ้าชู้ เมื่อกี้เขาก็..."
"เอาน่า...เจ้นั่งอยู่นี่เจ้เห็นหมดนั่นแหละไม่ต้องอธิบายหรอกเจ้คิดว่าเขาก็แค่อยากจีบกอหญ้าเท่านั้นจะมีผู้ชายสักกี่คนที่สามารถรับผู้หญิงมีลูกติดได้" เจ้แนนพูดให้กอหญ้าคิดส่วนเธอจะคิดยังไงก็สุดแล้วแต่...