มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    บทที่53 ความแค้นเฉินหนานและเผ่าเหมียว

    บทที่53 ความแค้นเฉินหนานและเผ่าเหมียว  หลังจากที่แยกกับเฉินหนานทั้งสองไปที่หน่วยดับเพลิงที่กำลังทำงานกันอย่างวุ่นวาย เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมเพลิงไม่ให้รามไปยังตึกข้างๆ ทว่าที่แปลกคือไฟนี้มันดับยากมากกว่าปกติทุกคนกำลังหาสาเหตุอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉางเย่รีบเข้ามายังเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง แล้วพูดอย่างรับร้อนว่า“มีคนติดอยู่ที่ชั้นสามและชั้นสองค่ะ”เจ้าหน้าที่คนนั้นมองไปที่ฉางเย่“คุณรู้ได้ไง”ฉางเย่ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกันทั้งหมดเพราะเฉินหนานเป็นคนบอกมา แต่ด้วยไหวพริบของเธอทำให้เธอคิดออก“ตอนเราออกมาได้ยินเสียงข้อความช่วยเหลือค่ะ”เจ้าหน้าทีไม่เชื่อมากนักแต่ดูจากรูปร่างหน้าตารวมไปถึงของราคาแพงที่เธอใส่แล้วไม่น่าเป็นพวกก่อกวน เขาจึงยอมเชื่อเธอ“งั้นรึ เดี๋ยวผมจะแจ้งหน่วยค้นหาจัดการเองพวกเธอกลับบ้านกลับบ้านได้แล้ว ฉางเย่ไม่พูดอะไรแต่ยืนรอเฉินหนานอยู่ด้านนอกกับจินเปา  เฉินหนานกระโดดขั้นไปหนึ่งครั้งจากนั้นก็ถึงชั้นแปดแล้วถีบหน้าต่างเข้าไปอย่างง่ายดาย เขามองไปรอบๆเปลวไฟกำลังรามขึ้นมา“ อีกไม่กี่นาทีมันต้องมาถึงชั้นแปดเป็นแน่”แม้ว่าไฟยังมาไม่ถึงแต่ควันก็เต็มไปทั้งชั้นแล้ว“มีใครอยู่ในนี้ไหม”เฉินหนานใช้พลังวิญญาณขับเสียงออกมามันดังมาก หากมีคนอยู่จริงต้องได้ยินเป็นแน่“ช่วยฉันด้วย แค่กๆ”เฉินหนานเปิดประสาทสัมผัสไว้อยู่แล้วทำให้ได้ยินเสียง ของหญิงสาวแม้จะเบาบางแต่สำหรับเขามันดังพอที่จะหาเธอเจอ เฉินหนานเดินเข้ามาด้านให้พบกับหญิงสาวอายุประมาณสามสิบสองปีสวมชุดพนักงานทำความสะอาจนั่งพิงกำแพงห้องน้ำอยู่ เธอมีเหงื่อออกไปทั้งตัว ลมหายใจหอบถี่ เฉินหนานกางม่านพลังให้เธอแล้วใช้ฝ่ามือแตะไปที่หน้าฝาก นำเอาควันที่เธอสูดดมเข้าไปออกมาจนหมด จากนั้นอาการเธอก็ดีขึ้น“ของคุณค่ะที่ช่วยฉัน”ตอนนี้เธอไม่ได้สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัว ทั้งที่ม่านพลังป้องกันควันเอาไว้ เธอขอบคุณเขาอย่างจริงใจ เฉินหนานยิ้มให้เธอแล้วกล่าว“เดินไหวไหม”เธอลองลุกขึ้นแต่เธอก็ล้มลงเธออ่อนเพลียมากเกินไปเฉินหนานจึงช่วยเธอลุกขึ้น เขาต้องตกใจขึ้นมาเธอป่วยหนักมากเป็นโรคที่บนโลกนี้ไม่สามารถรักษาได้ คือโรคหัวใจอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด มันกำลังจะล้มเหลวลงในไม่ช้า“โอ้ พี่สาวอยู่ได้อีกไม่นานแล้วใช่ไหม”เธอร้องไห้ออกมาทันทีเธอมีลูกสองคนเป็นเด็กแฝดชายและหญิงสามีเธอทิ้งไปตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง ลูกของเธอตอนนี้อายุห้าขวบแล้วหากเธอเป็นอะไรไปลูกของเธอต้องแย่แน่นอน เธอจึงร้องไห้ออกมาเมื่อเฉินหนานถาม“ใช่แล้วฉันป่วยหนักมาก หมอบอกว่าต้องทำใจหรือไม่ก็ต้องเสี่ยงผ่านัดเอา ฉันไม่สามารถทำได้คือฉันไม่มีเงินสำหรับผ่าตัด และหากฉันเป็นอะไรไปลูกของฉัน”เธอหยุดพูดไป เฉินหนานถามที่อยู่ของเธอ จากนั้นเขาก็พาเธอออกไป“เอาล่ะพี่สาวกลับบ้านไหวไหม”เธอพยักหน้า“ฉันพักสักพักคงเดินไหว”“โอเคงั้นผมต้องไปแล้ว”เฉินหนานเดินออกมาเขาโทรบอกฉางเย่แล้วให้ช่วยไปส่งเธอ เฉินหนานไม่ลืมเรื่องจิตสังหารมันยังคงชัดเจน“หึ…คิดว่าปกปิดกลิ่นอายแล้วฉันจะไม่รู้ตัวงั้นหรือ”เขากระโดดขึ้นไปบนยอดตึกอีกด้านหนึ่ง ใช้ใช้ดวงตาย่นระยะเขาเห็นคนห้าคนยืนอยู่หนึ่งในนั้นเขาจำได้ชัดเจน จี่หันซา อีกสี่คนคือหนึ่งชายผมยาวสวมหน้าตาขาวซีด สองชายร่างผอมร่างเล็กมีผมสีทองสั้น อีกคนคือชายอ้วนแต่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งหัวโล้นทั้งสามสวมชุดทหาร และหญิงผมแดงหยักศกยาวสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นหน้าตาสวยงาม“ที่แท้มันนี่เองน่าจะเป็นองค์กรลับตามหาฉันเจอได้ยังไงกัน”ความจริงทั้งห้าคนมาทำงานบางอย่างแต่เจอเฉินหนานโดยบังเอิญที่ร้านอาหารจึงตามมา จิตสังหารของจี่หันซารุนแรงเกินไปเขายังแค้นเรื่องที่บีบให้มันต้องหนีอย่างคนขี้ขลาด มันจำได้ไม่เคยลืมมันจึงเผาที่นี่และรอให้เฉินหนานเผลอหาดมีโอกาสมันจะลงมือทันที เฉินหนานเองต้องการข้อมูลพวกมันเช่นกัน พริบตาเฉินหนานก็มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกมัน“ไม่เจอกันนานสบายดีไหมจี่หันซา”ทั้งห้าตกใจนิดหน่อยที่เฉินหนานเร็วขนาดนี้“เป็นแกจริงๆด้วย”จี่หันซาแสยะยิ้ม“อ่อใช่ฉันเองถานหยางเป็นไงบ้างล่ะ”จี่หันซาเปลี่ยนเป็นดุร้าย“แกไอ้บัดซบ”มันเองก็ไม่พบศพถานหยางเช่นกันเรียกว่าหายไปอย่างไร้ล่องรอย“แกเอาศพมันไปใช่ไหม”เฉินหนานหัวเราะ“ฉันจะเอาไปทำบ้าอะไรศพนะไม่ใช่เงิน”จี่หันซาคิดสักพักก็ก็ต้องยอมรับคำพูดเฉินหนานนั้นสมเหตุสมผลอยู่“จะคุยกับมันทำไมฆ่ามันก็หมดเรื่อง”ชายร่างอ้วนดูอารมณ์รุนแรงพูดออกมา หญิงผมแดงรีบขัดขึ้น“ไม่ได้นี่นอกเหนือคำสั่งแค่เผาที่นี่เราก็เสี่ยงมากแล้วอีกอย่างเราตกลงว่าหากมันรู้ตัวต้องถอนกำลังทันที หากเราต้องเผยตัวเราโดนลงโทษแน่”เวลาเธอพูดเปลวไฟก็ออกมาจาปากของเธอ เฉินหนานประหลาดใจเล็กน้อย เขาสัมผัสถึงพลังภายในของคนทั้งสี่ไม่ได้เลยมีเพียงของจี่หันซาเท่านั้นที่เขาสัมผัสได้“พวกนายมีพลังพิเศษงั้นหรือ”หญิงสาวยิ้ม“นายรู้จักด้วยหรือ”เฉินหนานทำตาปริบๆ“บ้านฉันมีทีวีน่ะ”หญิงสาวหัวเราะ“เรียกให้ถูกคือผู้ใช้พลังจิตดีกว่านะ”เฉินหนานเคยอ่านเจอเหมือนกันกว่า มนุษย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมจะทำให้มีร่างกายที่พิเศษเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาและมีคนอีกจำพวกหนึ่งที่มีพลังจิตสูงจนสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้เช่นกัน“ไปพูดกับมันทำไมฆ่ามันก็สิ้นเรื่อง”ชายผมยาวสะบัดมือ เสาน้ำแข็งยาวพุ่งไปหาเฉินหนานทันที เฉินหนานเกาหัวไม่ใส่ใจ ก่อนเสาน้ำแข็งจะถึงตัวมันก็กลายเป็นผงทันที ทั้งห้าตกตะลึงกับภาพที่เห็น เฉินหนานใช้พลังเหนือธรรมชาติได้แล้วคนที่ไม่มีแม้แต่กำลังภายในจะสู้อะไนเฉินหนานได้“เป็นไปได้ไงแกทำอะไร”ชายผมยาวพูด“พวกแกคงไม่คิดหรอกนะว่าจะเอาของเด็กเล่นนี้มาฆ่าฉัน”เฉินหนานโกรธมาที่มีคนคิดสังหารเขา จากนั้นเขาก็ระเบิดจิตสังหารออกมา ตูม!!!ไฟทั้งตึกดับลงทันที มีเลือดออกจากมุมปากของชายผมยาว“พลังอะไรกันถึงได้รุนแรงขนาดนี้”ชายผมทองพูดออกมาเขายังถูกกดดันอยู่จึงขยับตัวไม่ได้ มีเพียงจี่หันซาเท่านั้นที่พอทนไหวเพราะเขามีพลังภายใน พริบตาเฉินหนานก็หายตัวไป หลังจาเฉินหนานออกมาได้เขาเองก็มีเลือดออกจากมุมปากเช่นกัน“ฉันจะจำพวกแกไว้ไอ้องค์กรลับนี่”พลังพวกมันไม่ธรรมดาเลยถ้าคนเดียวเฉินหนานสามารถฆ่ามันได้แต่ห้าคนเกินไปสำหรับเขาส่วนพวกมันห้าคนไม่มีทางเลือกเฉินหนานหายไปอย่างไร้ล่องรอย มันจึงได้แต่ต้องกลับไปที่องค์กร พวกมันรู้แล้วว่าเฉินหนานไม่ง่าย  หลังจากไฟดับลงแม้เจ้าหน้าที่จะงงแต่ก็เป็นผลดี ทางเจ้าหน้าที่ก็ช่วยคนออกมาได้รวมไปถึงคนที่ฉางเย่ได้บอกเจ้าหน้าที่ไปด้วย มีผู้เสียชีวิตห้าคน จากนั้นพวกของเฉินหนานทุกคนตัดสินใจกลับบ้าน ส่วนเฉินหนานก็ไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมเหมียวเสี่ยวเหมย และถามข้อมูลบ้างอย่างจากเธอ เมื่อเฉินหนานมาถึงก็พบว่าคนอื่นกลับไปแล้วเฉินหนานเดินเข้าไปหาเธอ“ไม่มีคนมาเฝ้าหรือครับพี่สาว”เธอกลยิ้มให้“เดี๋ยวเจี้ยนไฉก็มาเขาไปเอาของน่ะ”“ร่างกายพี่หายแล้วใช่ไหม”“ใช่เพราะยาของเธอมันคือยาอะไรงั้นหรือทำไมวิเศษจัง”เฉินหนานยิ้มแห้งไม่พูดอะไร เธอเข้าใจทันที“ผมอยากถามว่าสัตว์วิญญาณที่ชนเผ่าของพี่จับมันมาได้ยังไง”สีหน้าเธอจริงจังขึ้นมาเธอลังเลอยู่นานแล้วถอนใจ“มันมีป่าหลังหมู่บ้านที่บรรพบุรุษเราสร้างเอาไว้ถูกซ่อนด้วยค่ายกล มันมีสัตว์วิญญาณหลายชนิดดุร้ายและอ่อนโยนพวกเราไปล่ามันมาแล้วฝึกมันการจะเขาป่านั้นได้ต้องเป็นเดือนที่สิบเอ็ดของอาทิตย์แรกเท่านั้น”“สามารถสร้างป่าวิญญาณได้บรรพบุรุษพี่ชื่ออะไรงั้นหรือ”“พี่ไม่รู้หรอกต้องถามปู่พี่น่ะ”เฉินหนานพยักหน้า“ผมอยากขอเข้าไปที่นั่นสักครั้งได้ไหม”เธอคิดสักพัก“พี่พาเธอไปที่เผ่าได้นะแต่เรื่องเข้าป่านั้นเธอต้องใช้ความสามารถเอง”เฉินหนานพยักหน้า“งั้นช่วงนั้นพี่สาวพาผมไปหน่อยแล้วกัน”“แน่นอนเธอช่วยชีวิตพี่ไว้นี่”เฉินหนานพยักหน้า“ทำไมเธอถึงรู้จักวิชากู่ล่ะ”เฉินหนานจมลงไปในความคิดเมื่อได้ยินคำถามนี้ ย้อยกลับไปห้าหมื่นปีก่อนเฉินหนานเข้าไปในแดนมิติของชนเผ่าโบราณของแดนเซียน หลายๆคนที่อยู่ที่นั่นกว่าหมื่นคนก็เข้าไปเช่นกันรวมไปถึงผู้นำเผ่าเหมียวนั่นด้วยเขาคือ เหมียวหยินตัน พลังของเขาและเฉินหนานกินกันไม่ลง เฉินหนานได้วิชาลับมาจากในมิตินั้นคือวิชาตีตราทาส เมื่อฝึกถึงขั้นสูงสุดจะสามารถจับสัตว์ได้ทันทีโดยไม่ต้องฝึกมัน ความน่ากลัวของมันคือเมื่อสำเร็จวิชาแล้วเราสามารถใช้พลังของสัตว์ที่เราตีตราได้นั่นเอง เหมียวหยินตันต้องการมันหากมันได้ไปก็จะสร้างกองทัพอสูรได้แถมยังมีพลังของสัตว์อสูรอีกด้วย เฉินหนานจึงถูกไล่ล่า แต่เฉินหนานตัวคนเดียวจึงต้องหนีตายหลายครั้ง จนเขาฝึกวิชาสำเร็จเขาจับเทพมังกรสี่ตัวมาได้ จึงไปถล่มเผ่าเหมียวจนย่อยยับเกือบล่มสลายไป มังกรทั้งสี่เองก็บาดเจ็บหนักหลังจากนั้นทั้งสองจึงยุติสงครามลง เผ่าเหมียวจึงเร้นกายหายไปเพราะกำลังคนเสียหายไปมาก เฉินหนานเองก็บาดเจ็บหนักเช่นกันเขารักษาตัวถึงสองพันปีจึงจะหายดี พิษกู่ที่เขาได้รับตอนนั้นเป็นพันๆชนิด เฉินหนานไม่รู้จะบอกเธอยังไงทำได้เพียงโกหกไป“ผมชอบศึกษาตำราโบราณเท่านั้น”เธอยิ้มออกมา“เป็นงี้เอง”หลังจากนั้นเหยาหลันและเหยาเจี้ยนไฉก็มา เหยาหลันรีบเข้าไปกอดเขา“นายมันใจร้ายฉันเป็นห่วงแทบตายนายกลับหายตัวไปฉันไปที่คนโดก็ไม่พบนาย”เฉินหนานทำหน้าป่วยๆ เหยาเจี้ยนไฉเห็นน้องสาวตัวเองทำตัวไร้เหตุผลก็ได้แต่ไอออกมา“อะแฮ่ม…”เหยาหลันหน้าแดงออกมา“ฉันขอโทษแล้วกันพอดีมีเรื่องต้องทำนิดหน่อยน่ะ”หลังจากนั้นเฉินหนานก็เขียนใบสั่งยาให้เหมียวเสี่ยวเหมย และเหยาเจี้ยนไฉ“น้องเฉินฉันต้องกินด้วยหรือ”“ถ้าพี่อยากมีลูกเร็วๆก็ควรกินนะครับ”เฉินหนานพูดยิ้มๆ เหยาเจี้ยนไฉยิ้มแก้มแทบฉีกพยักหน้ารัวๆ  หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่คอนโดยามได้เรียกเขาเอาไว้ เนื่องจากของมีคนมาหาเขาหลายครั้งแต่ไม่เจอจึงฝากของไว้ให้เขา มันเป็นกระบี่และกระเป๋าของเขาเฉินหนานจึงโทรไปหาเว่ยโม่ถง“ฉันขอโทษทีพอดีช่วงนี้ฉันยุ่งๆน่ะ”เว่ยโม่ถงหัวเราะ“ไม่เป็นไรท่านปรมาจารย์เฉินจะมาเยี่ยมสำนักเราบ้างได้ไหม”เฉินหนานกลหัวเราะ“ไว้ว่างๆฉันจะไปแล้วกัน”จากนั้นเฉินหนานก็วางสายแล้วถอนใจ“วันนี้ช่างยากเย็นเสียจริง”เฉินหนานตัดสินใจนอนไม่หลับไปโดยไม่บ่มเพาะ ยามเช้ามาถึงอย่างรวดเร็วเฉินหนานจึงตัดสินใจไปที่บ้านของหญิงที่เขาช่วยไว้ตอนไฟไหม้เมื่อวาน เขาเป็นคนที่แพ้สายสัมพันธ์ของครอบครัวจึงทนไม่ได้ตัดสินใจรักษาเธอ เขาออกทันตอนในเช้าแล้วนั่งรถแท็กซี่ไป  หญิงคนหนึ่งในห้องเช่าราคาถูกเธอคือคนที่เฉินหนานช่วยไว้ เธอกำลังมองดูลูกทั้งสองนอนหลับน้ำตาเธอก็ไหลออกมาตอนนี้เธอไม่มีเงินเหลือใช้ถึงสิ้นเดือน งานที่เธอทำก็ไปทำไม่ได้แล้วเพราะเหตุเพลิงไหม้เงินที่เธอมีก็ต้องใช้ซื้อยาของเธอและอาหารเล็กน้อย เนื่องจากร่างกายที่อ่อนแอทำให้เธอไม่สามารถทำงานหนักๆได้ดังดันจึงไม่ค่อยมีคนจ้างเธอ โชคดีที่เธอมีหน้าตาดีจึงได้งานที่คาราโอเกะแต่ตอนนี้มันแย่ลงเมื่อร้านต้องปิด เธอกอดเข่านั่งร้องไห้อยู่ในของเล็กๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอปาดน้ำตา“นั่นใครคะ”“ผมเองเฉินหนาน”เธอนึกถึงเด็กหนุ่มที่ช่วยเธอไว้เมื่อวานนี้ เฉินหนานเองไม่คิดว่าสถานที่ที่เธออยู่จะแย่ขนาดนี้ มันเป็นห้องเช่าติดๆกันทั้งเล็กแล้วก็แคบมาก แถมย่านนี้มีพวกที่เสพยาและอันธพาลเดินทั่วไปหมด มันอยู่นอกชายขอบของเมือง จึงทำให้การดูแลของเจ้าหน้าที่ไปไม่ถึง เฉินหนานสังเกตเห็นว่ามีคนมองมาที่เขาหลายคนคงเป็นเพราะว่าเฉินหนานแต่งตัวดีและดูมีเงิน พวกมันจึงคิดปล้นเป็นแน่ เมื่อประตูเปิดออกเฉินหนานกำลังจะเขาไปก็ได้มีเสียของวัยรุ่นดังมา“แก่น่ะส่งเงินมาแล้วไสหัวไปซะ”เฉินหนานหันกลับไปยิ้มอย่างชั่วร้าย…  

    คล้ายกับเรื่องมหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร ที่คุณอ่าน