‘จะฆ่าคนรึไงย่ะ เก็บสายตากับจิตสังหารเดี๋ยวนี้'เสียงในหัวเสียงเดิมดังขึ้นหลังจากหายไปนาน เรียกสติอันจื่อเทากลับมา ก่อนจะหันหลังเดินตามเลี่ยงชิงออกไปไม่สนใจใครอีก
‘พ่อมาเฟียน้อย ไม่คิดว่าจะลงทุนช่วยคนด้วย'หลังเข้ามาในเรือนเสียงเดิมแต่ผ่อนคลายลงยังไม่วายมาแขวะเขาต่อ อันจื่อเทาวางเฉินซือเยว่ลงบนตั่งยาวก่อนถูกเลี่ยงชิงดึงไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ บ่าวน้อยคุกเข่าดึงมือฮูหยินของตนมาเป่าให้น้ำตาหมดแหมะๆลงตามไป
“ฮูหยินเจ็บหรือไม่ขอรับ”
“ไม่”
'แหมม แค่รอยแดงนิดเดียวทำอย่างกับได้แผลใหญ่ไปได้เ้าหนูคนนี้'อดจะเห็นด้วยกับเจ๊ไม่ได้มันแค่รอยแดงจากการถูกแส้ครั้งเดียวเท่านั้นแต่เลี่ยงชิงทำอย่างกับเขาถูกดาบฟันอย่างงั้นแหละ เวอร์จริงๆ เลย
'โอ้ะ หายากนะเนี่ยที่เ้าคิดเหมือนข้า'
อันจื่อเทาแทบยกมือกุมหัวเสียงจากสองด้านฟังไม่ได้ศัพท์เลยสักด้านจึงเลือกตัดบทให้เลี่ยงชิงออกไปก่อน“เ้าไปช่วยเ้าหนูทายาเถอะ”
บ่าวน้อยมีท่าทีลังเลทว่าเมื่อเห็นฮูหยินของตนพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาบอกนัยๆว่าอยากพักบ่าวน้อยจึงไม่อยากรบกวนค่อยๆถอยออกไปทำตามเ้านายสั่ง
'ว่ามาเลยดีกว่าเจ๊มีอะไรจะสั่งผมหรอครับ'
'จิ๊ เห็นเ้าทำท่าจะฆ่าคนเลยออกมาห้าม คิดอีกทีถือโอกาสนี้บอกพล็อตเ้าไว้เลยแล้วกัน'
พอดีเลยเขาก็อยากรู้พล็อตต่อไปเหมือนกัน เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้อยู่นานไม่เป็ผลดีแน่นอน‘ครับ’
'เริ่มจากมินิบอสที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพระนางเหนียวแน่นขึ้นก็คือหลัวชั่วชิ่ง' ประเดิมมาคนแรกก็บอกยี่ห้อแล้วว่าไม่ใช่คนดี อันจื่อเทาเลิกคิ้วร้องหือออกมาคำเดียว คลับล้ายคลับคราว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักที่ ไม่ให้ได้สงสัยนานเทพจันทราเฉลย ‘คนที่ถูกน้องสามีีเ้าตีหัวแตกนั่นไงล่ะ’
'อ้อ……'พยักหน้ารับรู้รอฟังต่อ อยากรู้เหมือนกันว่าเ้าเด็กติดแม่นั่นจะชั่วรึจะชิ่งก่อนโดนพระเอกจัดการ
‘เห็นติ้งต้องแบบนั้นแต่ร้ายกาจเอาการเลยนะ หลัวชั่วชิ่งแม้อายุเพียง17หนาว แต่มีอนุภรรยาหลักสิบเลยนะ!’ เทพจันทราเล่าต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น อันจื่อเทาเพียงพยักหน้ารับรู้พลางคิดในใจ สำส่อนจริง
‘นั่นแหละ ด้วยเพราะความมักมากบวกกับเป็ลูกรักที่สุดของหลัวเฉิงไห่ เ้าชั่วช้าเลยหมายปองจะเอาเมียพี่ชายมาทำเมีย นั่นคือนางเอกนั่นเอง’
“……..” มาถึงตรงนี้อันจื่อเทาชักไม่แน่ใจแล้วว่าเป็พล็อตนิยายจริงรึเจ้แค่แต่งขำๆ ให้เขาฟัง ขนาดชื่อยังไม่เหมือนเดิม
'พล็อตจริงสิย่ะ เ้านั่นมันชั่วข้าเลยเรียกเช่นนั้นจนติดปาก' น้ำเสียงที่มาพร้อมกับสายตาเขียวปั๊ดในหัว แต่ก็อดจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเ้าเด็กนั้นนิสัยเสียจริงๆ
หลังจากนั้นเทพจันทราได้ทำการเล่าแบบละเอียดยิบ น่าจะทุกบรรทัดทุกประโยคเลยล่ะมั้ง สรุปให้ได้ใจความสั้นๆ ก็คือ หลัวชั่วช้าที่อันจื่อเทาพึ่งทราบว่าแท้จริงแล้วชื่อ หลัวซั่วชิ่งมักมากในกามเห็นหญิงงามเป็ไม่ได้ต้องเอามาเข้าคอลแลคชั่นให้หมด วันหนึ่งได้เห็นพี่สะใภ้ใหญ่ในระยะใกล้เต็มตาเกิดหลงไหล แต่จะแย่งซึ่งๆ หน้าก็ไม่ได้เลยวางแผนฉุด แล้วก็สำเร็จด้วยนะประเด็น
แต่นางเอกก็คือนางเอกวันที่หลัวซั่วชิ่งลงมือ บังเอิญหลัวผู่เยว่ที่ออกไปซื้อของเจอเข้าจึงเข้าไปช่วย สุดท้ายโดนซะเองส่วนนางเอกก็ได้พระเอกมาช่วยได้ทัน
‘แล้วหลัวผู่เยว่เป็ยังไงต่อไปหรอ’
‘ทนความอัปยศไม่ได้เลยฆ่าตัวตายน่ะ โอ๊ะ!ป่านนี้แล้วรึ’ น้ำเสียงร้อนรนจากนั้นก็หายไปไม่ว่าจะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไม่จริงๆ
ถ้าเป็อย่างที่เทพจันทราบอกเด็กสาวผู้นี้ก็น่าสงสารไม่น้อยเลย อันจื่อเทาไม่รู้หรอกว่าหลัวผู่เยว่เป็คนยังไงแต่เท่าที่เห็นคือครอบครัวนี้กลมเกลียวกันมาก ภาพคนทั้งสามกอดกันกลมรอรับความอยุติธรรมเขายังจำได้ดีอยู่เลย
พลันรู้สึกว่ามือของตนถูกดึงออกไปเบาๆพอลืมตาขึ้นเห็นบ่าวน้อยที่คงพึ่งกลับมากำลังทาสมุนไพรลงบนมือฝ่ามือตนพร้อมกับเปาเบาๆ สลับกดสมุนไพร ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ทำคนเป็นายเผลอยกมุมปากขึ้นมา
“เอ่อ คือ…..” เสียงหนึ่งดึงให้ออกจากเื่วุ่นวายในหัว อันจื่อเทาเงยหน้ามองหางตากระตุกไปหนึ่งจังหวะ เป็บุคคลในความคิดเขานั่นเอง
“มีอะไร”
หญิงสาวมีสีหน้ากริ่นเกรงอยู่ในที “ข้ามาขอบคุณเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร” ตอบรับคล้ายไม่ใส่ใจ หญิงสาวหน้าเจือนตระหนักได้ว่านางไม่ควรอยู่ต่อหน้าน้องสะใภ้ผู้นี้นานแต่จะเดินหนีก็ดูเสียมารยาทเกินไป จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตามองมือที่บีบกันไว้
อันจื่อเทาพิจารณาท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า ดูสุภาพรู้จักวางตัว ดูๆ แล้วไม่น่าจะใช่คนเลวร้ายอะไร รอดูไปก่อนก็แล้วกัน
“มารดากับน้องชายเ้าเป็เช่นไรบ้าง” คนถูกถามชะงัก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเ้าของคำถาม
“ท่านแม่มีไข้เล็กน้อย ข้าให้ทานยาตอนนี้หลับไปแล้ว ส่วนอาฮ่าวร่างกายแข็งแรงกินยาแล้วก็หลับไปเช่นกัน” น้ำเสียงหลายโทนบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจของเ้าของ อันจื่อเทาได้แต่ระเหี่ยใจ อี้หย่งเพ่ยซานคงก่อเื่ไว้มากสินะหลัวผู่เยว่ถึงได้กลัวขนาดนี้
“แล้วเ้าล่ะ?” ถ้าจำไม่ผิดก่อนเขาเดินออกไปเหมือนจะมีเื่กัน คนเจ็บมีแค่สองพี่น้องชั่วช้าจริงๆ น่ะหรือ ในเมื่อคนเริ่มเป็สองคนนั้น
“ขะข้า ไม่เป็ไรเ้าค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งมือเผลอยกขึ้นลูบแขน อันจื่อเทามองอยู่ตลอดพอจะเดาบางอย่างได้ มือยื่นไปจับแขนหลัวผู่เยว่แล้วเลิกแขนเสื้อขึ้นด้วยความรวดเร็ว
“ไม่เจ็บเลยรึ?” รอยช้ำม่วงเหมือนโดนตีด้วยของแข็ง เ้าตัวยังมีท่าทีปกติราวกับไม่มีาแบนตัว เป็สตรีที่มีความอดทนจริงๆ
“ขะข้า ข้า….” กลไกลในร่างกายทำงานผิดพลาดชั่วขณะ การกระทำของน้องสะใภ้ หลัวผู่เยว่ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ
“นี่เลี่ยงชิง” เ้าของชื่อขานรับขณะใช้ผ้าพันรอบฝามือเ้านาย “ไปตามหมอให้ที”
“ขอรับ” เลี่ยงชิงรับคำหลังจากทำแผลให้เ้านายเสร็จก็เก็บทุกสิ่งอย่างเดินจ้ำออกไปสองขาเล็กก้าวฉับๆ รีบไปทำตามคำสั่งเ้านาย
เลี่ยงชิงกลับมาในอีกครึ่งชั่วยามต่อมา นอกจากพาหมอมาแล้วยังมีสองหนุ่มหน้าไม่คุ้นติดมาด้วย คราแรกอันจื่อเทานึกว่าเป็ผู้ช่วยหมอ แต่พอเห็นข้างเอวเหน็บกระบี่ท่าทางเคร่งขรึมเขาก็ยังคิดเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือคิดไปเองว่าหมอสมัยนี้มีบอดี้การ์ดด้วย กระทั่งบ่าวน้อยมารายงานบอกว่านี่เป็คนจากสำนักคุ้มภัยตะกูลอี้หย่ง อันจื่อเทาถึงได้รู้ว่าตนนั้นไม่ควรเดาสุ่มอย่างที่เทพจันทราเคยว่าไว้จริงๆ
ท่านหมอจัดเทียบยาให้หลังจากตรวจดูอาการโดยละเอียด ก่อนกลับยังกำชับอยู่หลายรอบว่าให้ทานยาที่จัดไว้ให้หมดผนวกกับมั่นทายาบ่อยๆ แผลจะได้ไม่อักเสบ หลัวเจี้ยนฮ่าวยังหนุ่มแน่นร่างกายแข็งแรงจึงไม่มีอะไรน่าห่วง ผิดกับเฉินซือเยว่ที่ร่างกายอ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไรต้องลมนานเกินไปก็จับไข้แล้ว โชคดีอันจื่อเทาไปช่วยไว้ทันแผลแตกบนหลังจึงมีไม่มาก กระนั้นก้ยังจับไข้ร่างกายหนาวสั่นจนน่าห่วง
เลี่ยงชิงรับหน้าที่ไปส่งท่านหมอตามเดิม อันจื่อเทานั่งมองความวุ่นวายบนเก้าอี้ดังเดิม เมื่อถึงเวลาจ่ายค่ายาเนื่องจากไม่ได้พกเงินมาครั้นจะเดินกลับไปเอาที่เรือนก็ี้เีเหลืนเกิน จึงเอาปิ่นหยกเนื้อดีที่ปักผมเป็ประจำให้ท่านหมอไปก่อน ขาดเหลือกี่มากน้อยมาตรวจอาการคราหน้าค่อยเรียกเก็บทีเดียว
“มีอะไรกับข้ารึป่าว” เลิกคิ้วถามสองหน่อที่นั่งมองหน้าเขาไม่ลดละแต่ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดสักทีจนเริ่มรำคาญต้องถามขึ้นมาเอง
“ข้าเพียงดูให้แน่ชัดว่าเป็คุณชายอิี้หย่งเพ่ยซานตัวจริงหรือไม่” คุณชายหน้ามนปากแดงตอบ สีหน้าจริงจังมองจ้องหาสิ่งผิดปกติบนร่างคุณชายอี้หย่งอย่างที่ปากว่า
“ไร้สาระ” ว่าแล้วก็ไม่สนใจสองคนนั้นอีก คุณชายผู้นั้นมองหน้าสหายข้างกายเพื่อขอความเห็น อีกคนยักไหล่ คิดในแง่ดีอาจเป็์ที่ดนใจให้คุณชายผู้นี้มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่นเหมือนคนทั่วไปก็เป็ได้
ในยามที่ได้ยินเลี่ยงชิงเล่าให้ฟังหลังจากเจอกันโดยบังเอิญในเมือง ว่าอี้หย่งเพ่ยซานนั่นเปลี่ยนไปแล้ว เขาสองคนยังไม่เชื่อจนต้องมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง แต่พอได้เห็นคุณชายรองอี้หย่งผู้หยิ่งทะนงยื่นมือช่วยเหลือแม่สามีที่ตนเกลียดชังจริงๆ ซ้ำยังดึงปิ่นสุดรักสุดหวงเพื่อเป็ค่ารักษาหน้าตาเฉย นับได้ว่าเป็เื่อัศจรรย์โดยแท้ ดูท่าที่ฮูหยินสวดมนต์ขอพรให้คุณชายทุกวันคงสัมฤทธ์ผลแล้วกระมัง
ทว่าแท้จริงแล้วไม่ได้ซับซ้อนปานนั้น เพียงแต่ภาพมารดากางปีกปกป้องบุตรสุดกำลังทั้งที่ตัวเองไร้ซึ่งกำลังจะทำสิ่งใดได้ มันทำให้อันจื่อเทาคิดถึงแม่ แม่ที่ไม่รู้แม้กะทั้งหน้าตาเป็ยังไง จะบอกว่าเขาโหยหาความรักจากแม่ ความจริงใจจากสหายและคนรอบข้างก็ไม่ผิด ความรักของเฉินซือเยว่ที่มีต่อลูกมันทำให้อันจื่อเทาอดยื่นมือช่วยเหลือไม่ได้
“ข้าสองคนแค่มาเยี่ยม ท่านจะไม่ต้อนรับเลยหรือคุณชาย?”
อันจื่อเทาหันกลับมาสนใจอีกครั้ง ใบหน้างามยังเรียบเฉยมองคนมาเยี่ยม ในใจยังไม่ปักใจเชื่อคงต้องรอถามความจากเลี่ยงชิงก่อน “หรอ เยี่ยมเสร็จรึยังล่ะ”
“เสร็จแล้ว เห็นท่านสบายดีข้าก็วางใจ” อันจื่อเทาไม่เชื่อเลยสักนิด อี้หย่งเพ่ยซานนิสัยเสียออกอย่างนั้นจะมีคนเป็ห่วงเป็ใยจริงๆ สักกี่คนกัน
“เอ่อ…คุณชายอี้หย่ง” เสียงนี้เหมือนช่วยดึงคุณชายอี้หย่งให้ออกจากบรรยากาศมาคุ เป็หลัวผู่เยว่นั่นเอง
“มีอะไร” แม้วาจาจะห้วนไปบ้างแต่น้ำเสียงไม่ได้มีความไม่พอใจจึงลดความประหม่าของหญิงสาวลงได้บ้าง “ใกล้ยามโหย่วแล้วหากไม่รังเกียจ….จะรับสำรับที่นี่เลยหรือไม่เ้าคะ”
เมื่อมีคนเอ่ยทักท้องเ้ากรรมก็แผดร้องเสียงดังคล้ายกับจะตอบคำถามแทนเ้าของ จะว่าไปยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยนี่นะ วันนี้ใช้งานเลี่ยงชิงไปพอสมควรจะให้หาข้าวให้เขากินอีกก็กระไร อันจื่อเทาจึงตัดสินใจฝากท้องที่นี่เสียเลย “รบกวนด้วย”
เมื่อได้ยินคำตอบหญิงสาวคนเดียวก็ยกยิ้มกว้างเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น “คุณชายอี้หย่งอยากทานสิ่งใดเป็พิเศษหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่มี” อันจื่อเทาไม่ใช่คนเลือกกินมาแต่ไหนแต่ไร ทำอะไรให้กินก็กิน แต่คงใช้คำพูดห้วนไปหน่อย หลัวผู่เยว่จากสีหน้ากระตือรือร้นถึงได้สลดลงทันตา
“คุณชายพึ่งฟื้นไข้คงยังไม่มีสิ่งที่อยากทานเป็พิเศษกระมัง” ความเลือกกินของคุณชายอี้หย่งนั้นอาจทำให้สาวน้อยผู้นี้หลั่งน้ำตาก็เป็ได้ คุณชายปากแดงคนเติมจึงตอบแทนเมื่อเห็นสีหน้าสลดของสตรีตรงหน้า ผนวกกับเสียงท้องร้องของคุณชายทำให้เขาคิดว่าคงเป็เช่นนั้นและอีกไม่นานเขากับสหายคงต้องไปหาข้าวปลาอาหารมาให้คุณชายผู้นี้เป็แน่
“ข้ากินอะไรก็ได้เ้าหามาเถอะ” คุณชายอี้หย่งขยายความ หญิงสาวจึงกลับมามีท่าทีกระตือรือร้นรีบวิ่งเข้าครัวหุงหาอาหารมาต้อนรับน้องสะใภ้และสหาย
เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อหู คุณชายอี้หย่งเพ่ยซานกินง่ายอยู่ง่ายปานนี้เชียว?
เห็นสายตาเช่นนั้นอันจื่อเทาพอเดาได้ว่าทั้งสองคิดสิ่งใดอยู่ เขาไม่คิดจะพูดอะไรอยู่แล้ว อยากเข้าใจไปแบบไหนเชิญคิดกันไปเถอะ
เลี่ยงชิงกลับมาทันมื้ออาหารพอดี ในมือติดกับข้าวสองสามอย่างที่แวะซื้อมาด้วย หลัวผู่เยว่ทยอยยกอาหารมากมายออกมา บนโต๊ะเล็กๆ บัดนี้จึงเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิด กลิ่นหอมน่าทานจนท้องของอันจื่อเทาแผดเสียงอีกรอบ
“คุณชายไฉนปล่อยตนให้หิวขนาดนี้ขอรับ!” เลี่ยงชิงเอ่ยถามด้วยใบหน้าแตกตื่น สองมือรีบแกะอาหารใส่ชาม ตักข้าววางไว้ตรงหน้าเ้านายพร้อมยื่นตะเกียบให้เสร็จสรรพ
“…” ส่ายหน้ากับความเวอร์วังของบ่าวน้อย ก่อนมือเรียวจะคีบผัดผักใกล้มือสุดเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมใช้ได้ทีเดียว ลองคีบผัดเต้าหู้ใกล้ๆ ปรากฏว่าไม่สามารถหยุดได้อีกเลย ไม่รู้ว่าเพราะความหิวหรือรสมือทำอาหารของหลัวผู่เยว่ดีเกินไปคุณชายอี้หย่งถึงเติมข้าวไปอีกชามภายในเวลาไม่ถึงก้านธูปดี
หลายคนมองต่างความรู้สึก หลัวผู่เยว่เห็นเช่นนั้นยิ้มจนปากแทบฉีก ไม่คิดว่าอาหารบ้านๆ ฝีมือนางจะถูกปากน้องสะใภ้ถึงเพียงนี้ เลี่ยงชิงมองเป็ดย่างด้วยสายตาเศร้าสร้อย คุณชายเจริญอาหารนับว่าดี แต่ไม่แตะของที่เขาซื้อมาสักคำแบบนี้ออกจะน้อยใจอยู่บ้างเหมือนกัน
ทางด้านสองสหายได้แต่อ้าปากค้างมองคุณชายโซ้ยข้าวด้วยความเอร็ดอร่อยไม่ติสักคำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ผลัดกันหยิกจนเนื้อเขียวแน่ชัดแล้วว่าตนนั้นไม่ได้ฝันไปแน่ พลันเกิดความคิดในใจ เวลาทำให้คนเปลี่ยนได้จริงหนอ……
หลังจากอิ่มหนำอันจื่อเทาพึ่งนึกได้ว่ายังไม่เห็นเ้าบ้านกินอะไรเลย พอเอ่ยถามนางบอกจะรอทานพร้อมน้องชายอีกสักพักคงตื่นขึ้นแล้ว ส่วนมารดานางทำข่าวต้มเตรียมไว้ให้แล้วรอตื่นค่อยจะยกเข้าไปให้
อันจื่อเทาจึงยกอาหารเหลาที่เลี่ยงชิงซื้อมาให้ทั้งหมด เขายังไม่ได้แตะมันเลยสักคำคงไม่นับว่าเป็อาหารเหลือล่ะมั้งนะ
*************************************