การสังหาร 3 จักรพรรดิของฮั่นเหมยหลินทำเอาทั่วทั้งเมืองเงียบสงัดราวกับป่าช้า แต่เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา เสียงโห่ร้องฮือฮาก็พลันดังขึ้นไม่ขาดสาย
บรรยากาศจากเดิมที่เคยกดดันบัดนี้กลับกลายเป็นบรรยากาศแห่งความสุขสันต์ในชั่วพริบตา นี่เรียกได้ว่าเป็นชัยชนะของเผ่าภูตราตรีอย่างแท้จริง
"เจ้าช่างทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนัก ฮั่นเหมยหลิน" ทันทีที่จักรพรรดินีแห่งราตรีบินลงมาถึงพื้นดิน จักรพรรดิแห่งวารี หนิงหยุนไห่ ก็พลันเอ่ยปากทักทายด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี
"ขอโทษที่ปิดบังเจ้านะสหาย ข้าเพียงแค่อยากจะใช้โอกาสนี้คัดเลือกมิตรแท้ของเผ่าภูตราตรีเพียงเท่านั้น"
"คิกคิก ขอโทษอะไรกันๆ เจ้าน่ะทำถูกแล้ว ถ้าหากเป็นข้า ข้าก็ทำเช่นนี้"
"อืม ถ้างั้นฝากเจ้าดูนางให้ที วันนี้ข้าจะต้องแจกจ่ายของรางวัลให้กับพันธมิตรของข้า" พูดจบ! ฮั่นเหมยหลินก็ไม่รอช้าโยนจักรพรรดินีแห่งแสงให้กับหนิงหยุนไห่ จากนั้นบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง พร้อมทั้งสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ ส่งหยดเลือดหลากหลายสีสันต์พุ่งเข้าไปอยู่เบื้องหน้าของเหล่าพันธมิตร ขุนนาง และแม่ทัพ
"วันนี้ข้าต้องขอบคุณพวกเจ้ามาก หยดโลหิตที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้าเหล่านั้นคือหนทางในการบรรลุขั้นถัดไป ตัวข้าขอมอบมันให้กับพวกเจ้าเป็นของขวัญ"
"หือ! นะ นี่มันล้ำค่าเกินไปหรือเปล่าขอรับ องค์จักรพรรดินี พวกเรายังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยด้วยซ้ำ" เหล่าหัวหน้าขุมกำลังพากันตะโกนถามเสียงสั่นแทบจะในทันที
ฮั่นเหมยหลินเมื่อได้ยินและเห็นภาพนี้ก็เผยรอยยิ้มบางออกมา "พวกเจ้าคือมิตรสหายที่ไม่ทอดทิ้งเผ่าภูตราตรีของข้าในยามลำบาก นี่คือผลตอบแทนสำหรับผู้ที่จริงใจเฉกเช่นพวกเจ้า"
คำกล่าวนี้! ทำเอาดวงตาของเหล่าพันธมิตรฉายแววเลื่อมใสศรัทธา "พะ พวกเราจะขอรับของขวัญที่สุดแสนจะล้ำค่านี้ไว้ขอรับ ถ้าหากในอนาคตเผ่าภูตราตรีและเผ่าภูตวารีต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากอีก พวกเราขอสาบานต่อสวรรค์เลยว่าจะมาช่วยเหลือโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ"
"ดี! ดี!! คำสาบานของพวกเจ้า เราจักรพรรดินีจะขอรับเอาไว้ ต่อไปขุมกำลังที่อยู่ที่นี่ไม่ว่าจะน้อยใหญ่ถือเป็นสหายของเผ่าภูตราตรีและเผ่าภูตวารี"
"เอาล่ะ สำหรับงานเลี้ยงในวันนี้เห็นทีจะต้องจบลงแล้ว พวกเจ้าสามารถแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้" ฮั่นเหมยหลินกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่ตัวนางจะหายไปพร้อมกับร่างของหนิงหยุนไห่ ถงเหยา และเย่หยุนซี
"น้อมส่งองค์จักรพรรดินี" เหล่าพันธมิตร ขุนนาง และแม่ทัพพากันโค้งศีรษะอย่างนอบน้อม ก่อนที่พวกเขาจะเก็บหยดเลือดเบื้องหน้าของตนเองแล้วแยกย้ายออกจากพระราชวังไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
ตัดภาพกลับมาทางโถงรับแขกอันกว้างใหญ่ บัดนี้ฮั่นเหมยหลินและหนิงหยุนไห่กำลังนั่งจิบชาโดยมีเย่หยุนซียืนนิ่งอยู่ด้านหลัง
"เจ้าเองก็มานั่งเถอะ ไม่ต้องแสดงเป็นราชองครักษ์ของข้าแล้ว" ฮั่นเหมยหลินเบนสายตามองไปทางชายหนุ่มพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ
เย่หยุนซีเมื่อสดับวาจาของอีกฝ่ายก็เดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ว่าง จากนั้นเรียกเหยือกหยกที่บรรจุสุราจันทรากระจ่างแล้วนำมาตั้งไว้บนโต๊ะให้โฉมสะคราญทั้งสองได้ลองลิ้มชิมรส
"อืม~~ สุราดี หนุ่มน้อย เจ้ามีมันอีกหรือเปล่า?" หนิงหยุนไห่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
บุรุษหนุ่มยกจอกสุราขึ้นดื่มแล้วเผยรอยยิ้มบาง "แน่นอนสิขอรับ สุรานี้ข้าเป็นคนหมักและกลั่นมันขึ้นมาเอง ดังนั้นข้าจึงมีมันอยู่มากมาย"
"โอ้ ถ้าเช่นนั้นข้าขอซื้อต่อเจ้าสัก 10 ไหได้หรือไม่" จักรพรรดินีแห่งวารีหนิงหยุนไห่เต็มไปด้วยความสนใจยิ่ง เนื่องจากในดินแดนแห่งนี้ไม่ค่อยมีสุราดีๆให้นางได้ดื่มกินสักเท่าไร
"ฮ่าๆๆ องค์จักรพรรดินีอย่าได้ล้อเล่น เพียงแค่ 10 ไห ข้าจะคิดเงินท่านได้อย่างไรกัน"พูดจบ! เย่หยุนซีก็สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆหนึ่งครั้ง สุราจันทรากระจ่างจำนวน 10 ไหปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของอีกฝ่าย
"คิกคิก ขอบใจหนุ่มน้อย เอาไว้วันหลังข้าจะตอบแทนให้ในภายหลัง"
"เอาล่ะ ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกัน สหาย เจ้ายังไม่ได้อธิบายให้ข้าฟังเลยว่า เจ้าเข้าสู่ระดับเทพสวรรค์ในตำนานได้ตั้งแต่เมื่อไหร่"
ฮั่นเหมยหลินเมื่อสดับวาจาของอีกฝ่ายก็หันไปมองเย่หยุนซีอีกครั้ง "เป็นเขาที่ช่วยให้ข้าบรรลุกลายเป็นระดับเทพสวรรค์"
"หือ!" หนิงหยุนไห่ดวงตาเบิกกว้าง หันขวับไปหาเย่หยุนซีด้วยอีกคน
"เอ่อ......ไม่ต้องจ้องกันขนาดนั้นก็ได้ขอรับ ข้าก็แค่ให้หยดโลหิตมังกรโบราณกับองค์จักรพรรดินีไปก็เท่านั้น"
"ส่วนเรื่องการยกระดับกลายเป็นเทพสวรรค์ มันก็เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้จากการวิวัฒนาการเป็นเผ่าพันธุ์ใหม่ที่เหนือกว่า" เย่หยุนซีเมื่อเห็นแววตาตกตะลึงของหญิงงามจึงเอ่ยปากอธิบาย
"หยดเลือด? มันคือสิ่งที่ฮั่นเหมยหลินให้กับพวกพันธมิตรเมื่อครู่ใช่หรือไม่?" หนิงหยุนไห่ที่ฉุกคิดขึ้นได้จึงเอ่ยถามอีกครั้ง
เย่หยุนซีส่ายศีรษะ เผยรอยยิ้มบาง "หยดเลือดเหล่านั้น ไม่ใช่โลหิตมังกรโบราณ แต่เป็นโลหิตของเผ่าอสูรชั้นกลางหลากหลายชนิด"
"ถ้าหากเหล่าพันธมิตรได้ดูดซับก็จะสามารถวิวัฒนาการกลายเป็นเผ่าอสูรภูตได้เหมือนกัน เพียงแต่ความเร็วการฝึกฝนที่ได้รับนั้นจะช้ากว่าโลหิตระดับสูงของมังกรโบราณอยู่มากพอสมควร แต่ก็ถือว่าเร็วกว่าเผ่าภูตทั่วไปหลายเท่า"
หนิงหยุนไห่เมื่อได้ยินก็พลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ละ แล้วเจ้าไปเอาโลหิตพวกนี้มาจากไหน?"
"โอ้ จริงด้วย ข้าลืมบอกกับท่านไปว่าข้าไม่ใช่คนของโลกใบนี้" เย่หยุนซียกยิ้มตอบราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่งผลให้หนิงหยุนไห่ที่ตื่นตระหนกตกใจอยู่แล้ว ยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปอีก