หลังจากที่หยางเฉินเดินทางออกมาจากเมืองใต้ภิภพก็เจอกับสภาพอากาศที่ไม่สู้ดีนัก เหมือนเดิม มันเป็นพายุหิมะที่พัดด้วยความเร็วลมหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรร่างกายของหยางเฉินที่เป็นผู้ฝึกตนได้ ทั้งแรงลม ทั้งความหนาวเย็น ต่างก็ไม่ทำให้หยางเฉินรู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้มีอยู่ 2 อย่าง 1 ทัศนวิศัย เพราะมันบดบังการมองเห็นทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถเห็นได้ว่ารอบตัวของหยางเฉินมีอะไรอยู่บ้าง ส่วนอีกอย่างก็คือการสัมผัสพลังของหยางเฉินกำลังแปรปวนอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถรถบุอะไรแน่นอนได้ในขณะนี้
" แปลกมาก " หยางเฉินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าแปลกใจ
เวลานี้หยางเฉินสามารถรู้ถึงพลังชั้นเทพสงคราม หรือมหาเทพอยู่หลายจุด และยังมีพลังขั้นที่ต่ำกว่าอยู่ด้วย พลังที่หยางเฉินรู้สึก มันไม่น่าจะมีอยู่ในโลกมนุษย์ได้แบบนี้ และพลังบางจุดที่สามารถสัมผัสได้ยังเป็นพลังขั้นกลืนสวรรค์อีก ทำให้หยางเฉินรู้ได้ทันทีว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นบนพื้นโลก แม้จะมีโอกาศเป็นเพราะพายุหิมะตอนนี้ที่ทำให้ผิดพลาดก็ตาม แต่หยางเฉินก็ยังรู้สึกเป็นกังวลใจอย่างมากกับเรื่องนี้
' ถึงพายุหิมะจะทำให้เราสัมผัสพลังแปรปวนก็จริง แต่ว่า มันไม่น่าจะใช้เพราะมันแน่ จากประสบการณ์การต่อสู้นับ 1,000 ปี ของเรามั่นใจได้เลยว่าเรื่องครั้งนี้มันต้องเป็นอะไรที่ไม่ใช่สัมผัสแปรปวน '
หยางเฉินยังคงมั่นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้อย่างมาก เพราะหยางเฉินเป็นคนที่ต่อสู้มานับครั้งไม่ท้้วนด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ก็เลยมีสูง ทำให้มั่นใจกับเรื่องในตอนนี้
' เอาเถอะ! ถ้ายังสงสัยแบบนี้ก็ไม่ได้อะไร รีบไปก่อนดีกว่า อย่างแรกก็ตรวจสอบประเทศอินเดียที่อยู่ใกล้กับเราก่อนก็แล้วกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น '
เมื่อหยางเฉินตัดสินใจได้ก็ตรงไปยังเมืองของประเทสอินเดียทันที
############
ณ เมืองสักเมืองในประเทศอินเดีย
หลังจากที่หยางเฉินเดินทางมาถึงเมืองก็เห็นความผิดปกติอีก เพราะตอนนี้รอบเมืองขนาดใหญ่มีสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างพวกกำแพงที่ตั้งเอาไว้อยู่รอบเมือง ราวกับว่ามันทำขึ้นมาเพื่อป้องกันอะไรบางอย่าง แต่เมื่อดูท่าทางมันแล้ว มันกลับไม่ได้มีเอาไว้เพื่อป้องกันมนุษย์บุกรุกอย่างแน่นอน
รอบกำแพงเองก็มีคาบเลือด และสัตว์ชนิดที่ไม่คุ้นตากำลังนอนตายอยู่ ด้านรอบกำแพงเมืองเองก็มีคนกำลังยืนถือปืนเอาไว้อยู่ราวกับว่าเมืองนี้เป็นเมืองโลกยุคกลางยังไงยังงั้น
' นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทั้งสภาพเมือง และสัตว์พวกนั้น ' หยางเฉินคิดด้วยความสงสัย
เมื่อหยางเฉินสามารถเข้าเมืองมาได้โดยการลอบเข้ามาโดยใช้วิชาพรางตัวเพื่อหลบพวกคนที่เฝ้ากำแพงอยู่เข้ามา เขาก็หาแว่่นกันแดดสีดำ และเสื้อผ้าให้เหมือนกับคนพื้นที่สวมใส่ทันที โดยใช้ผ้าสีน้ำตาลปิดบังใบหน้าเอาไว้ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างบนโลกตอนนี้หยางเฉินก็เลยต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน
แต่หลังจากที่หยางเฉินเดินเข้ามาในเมืองที่เป็นเหมือนกับว่าย่านตลาดซื้อขายของก็ต้องพบกับเรื่องแปลกใจอีกอย่าง เพราตอนนี้ตลาดที่วางขายของ ที่มันน่าจะเป็นของกินสะส่วนมากกลับกลายเป็นสมุนไพรร้อยปีพันปีมากมาย รวมถึงเม็ดยาฝึกกำลังภายในอีกมากด้วย
ผู้คนส่วนมากภายในเมืองเองก็เป็นผู้ฝึกตนกันทั้งนั้น แถมระดับยังอยู่ขั้นกลางกันสะส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างมากเพราะโดยส่วนมากแล้วมนุษย์บนพื้นโลกไม่น่าจะเป็นผู้ฝึกตนกันด้วยซ้ำ แต่กลับมีขั้นการบ่มเพราะระดับนี้ได้
' แบบนี้มันไม่ใช้แค่แปลกธรรมดาแล้ว มันแปลกเกินไป ต้องรีบหาจ้อมูลให้เร็วที่สุด ' หยางเฉินคิดในใจ และก็เริ่มกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่จะสามารถบอกข้อมูลให้กับตนเองได้
เมื่อใช้เวลามองหาไปมาสักพักก็เจอกับผู้ชายชาวจีนที่มีระดับการบ่มเพราะอยู่ที่ขั้นสูง กำลังเดินอยู่ ตัวหยางเฉินจึงรีบไปคว้าตัวชายคนที่เห็นแล้วพาตัวเข้าไปยังซอกตึกของตึกขนาดใหญ่ทัันที โดยคนรอบข้างไม่ได้สังเกตุถึงความเร็วของหยางเฉินเลยแม้แต่น้อย
เมื่อถึงจุดที่เหมาะแก่การสอบถามหยางเฉินก็เริ่มถามทันทีว่า " นายบอกข้อมูลโลกตอนนี้มาหน่อย "
ชายที่หยางเฉินกำลังถามอยู่นั้นเป็นผู้ชายร่างกายสมส่วน สวมเสื้อผ้าของชาวจีนเป็นชุดนักสู้ที่รัดร่างกายสีเขียว บนหัวโล้นไม่มีผมปรากฏออกมาให้เห็น และด้านหลังมีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ว่า สำนักหยาง มีชื่อว่า ฉินไค ตามจริงหยางเฉินก็อยากเผยตัวออกไปเลยว่าตัวเองเป็นหยางเฉินผู้ก่อตั้งสำนัก แต่ด้วยสถาณการณ์ยังไม่สามารถวางใจได้เลยไม่ได้ปรากฏตัวออกไป
" คาราวะท่านผู้ยิ่งใหญ่ " ฉินไคที่โดนถามทำความเคารพต่อหยางเฉินทันที โดยใช้มือทั้งสองข้างประกบกันเหมือนกำปั่น และก้้มหน้าลงเล็กน้อยให้กับหยางเฉิน ระหว่างนั้นก็พรางคิดในใจไปด้ย ' ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันพลังของเขาได้ไม่ธรรมดาเลย และยังจะความเร็วที่ลากตัวเรามานี้อีก ตัวเรายังแทบไม่รู้ตัวเลยว่าโดนลากมา ชายคนนี้ต้องเป็นคนของพวก 1 ใน 5 เผ่าเทพแน่นอน!!! '
เกล็ดความรู้ : การตรวจสอบพลัง! ผู้ที่สามารถตรวจสอบพลังของอีกฝ่ายได้ต้องมีเงื่อนไขอยู่ 2 อย่าง 1. ต้องมีระดับพลังที่เหนือกว่าผู้ที่ต้องการตรวจสอบ 2. ต้องมีวิชาที่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาที่หายากมากแม้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็มีคนใช้ได้เพียงหยิบมือเท่านั้นที่ใช้ได้ส่วนที่ฉินไครู้ถึงระดับของหยางเฉินนั้นก็เป็นเพราความรู้สึก และพลังที่ตัวเองของหยางเฉินที่สามารถดึงตัวของเขาออกมาจากผู้คนได้แบบขนาดตัวเขายังไม่รู้สึก ทำให้ฉินไครู้ถึงพลังของหยางเฉินทันทีว่าต้องเป็นผู้บ่มเพราะขั้นสูงกว่าตนแน่ และยังมีอีกอย่างเรียกว่าการปล่อยพลัง เมื่ือเจ้าตัวต้องการให้คนอื่นรู้ขั้นพลังของตนก็สามารถปล่อยออกมาได้เพื่อข่มขู่