พอเสียงใสซื่อดังขึ้น จางชุยหลานและเวินเฉวียนหันไปมอง ก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมกับาแเต็มตัว
ชาวบ้านที่เห็นเวินจื่อถงเดินเข้ามา ต่างก็ลอบเหงื่อตกแทนนาง
ยัยหนูนี่เข้ามาในเวลานี้ เกรงว่าจะถูกจางชุยหลานรุมทุบตีไปด้วยเสียแล้ว!
เวินจื่อชีเห็นดังนั้น จึงรีบะโบอกเวินจื่อถงด้วยความร้อนใจว่า
“ถงเป่า! ถงเป่ารีบไปเร็ว! ไปหาพี่สาม! รีบไปเร็ว!”
ทว่าเด็กหญิงกลับทำหน้าบึ้งตึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม เดินตรงเข้าไปหาจางชุยหลานอย่างดุดัน
จากนั้นนางก็ดึงตัวเวินจื่อชีกลับมา แล้วดึงเขามาไว้ข้างหลังตนเองอย่างเด็ดขาด ก่อนจะเอ่ยว่า
“น้องสะใภ้รอง! ศพของพวกเราสามีภรรยายังไม่ทันเย็น เ้าก็รังแกลูกของข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
ทันทีที่คำพูดของเวินจื่อถงหลุดออกมา ไม่ว่าจะเป็จางชุยหลาน เวินจื่อชี หรือแม้แต่ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ด้านนอก ต่างก็ตกตะลึงกันหมด!
นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ทุกคนต่างหันไปมองเวินจื่อถง เด็กหญิงตัวน้อยที่ดูราวกับตุ๊กตาหยกคนนี้ แม้เสียงจะยังใสซื่อ แต่ทว่าน้ำเสียงนั้น... ชัดเจนว่าเป็น้ำเสียงของเวินต้าหลาง!
หรือว่า หรือว่าจะเป็การเจอผีกลางวันแสก ๆ จริง ๆ ?
แบบนี้มันประหลาดเกินไปแล้ว!
จางชุยหลานเห็นชัดว่าใอยู่บ้าง นางมองสำรวจเวินจื่อถงด้วยความระแวงและไม่แน่ใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าด่าทอว่า
“เ้า... นังเด็กเหลือขอ อย่ามาทำเป็เสแสร้งหลอกผีให้คนใแถวนี้!”
เวินจื่อถงแค่นเสียงหึ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ใสซื่อ ราวกับทูตจากนรก นางเอ่ยอย่างลึกลับว่า
“น้องสะใภ้รองคงจะลืมคำพูดที่เ้าบอกข้าที่ริมแม่น้ำชิงฉุยในตอนนั้นไปแล้วกระมัง?”
เพียงประโยคเดียวเท่านั้น จางชุยหลานก็ใจนหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นรัว!
นางถอยหลังกรูดไปหลายก้าว รีบคว้าตัวเวินเฉวียนแล้วหลบไปอยู่ข้างหลังเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ น้ำเสียงสั่นเครือ
“เ้า... เ้า... เ้า คือ... คือพี่ใหญ่จริง ๆ หรือ?”
นั่นคือเื่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่จางชุยหลานเพิ่งแต่งเข้าบ้านตระกูลเวิน เพราะเวินต้าหลางหน้าตาดี นางจึงนัดแนะเวินต้าหลางให้มาที่ริมแม่น้ำชิงฉุย โดยตั้งใจจะยั่วยวนเขา
ทว่าเวินต้าหลางไม่ได้มีความสนใจในตัวจางชุยหลานเลย และในใจเขามีเพียงฉินซื่อคนเดียว จึงปฏิเสธจางชุยหลานไปตรง ๆ
หลังจากถูกปฏิเสธ จางชุยหลานย่อมผูกใจเจ็บต่อเวินต้าหลาง แต่เพราะเื่นี้เป็เื่ที่น่าอับอายเกินกว่าจะพูดออกมา ทั้งสองจึงไม่เคยบอกเื่นี้กับคนนอก ดังนั้น เื่นี้จึงมีเพียงจางชุยหลานและเวินต้าหลางสองคนเท่านั้นที่รู้!
ดังนั้น เวินจื่อถงที่อยู่ตรงหน้าต้องถูกิญญาของเวินต้าหลางสิงร่างอย่างแน่นอน!
อาจเป็เพราะความกลัวและความรู้สึกผิด จางชุยหลานจึงมองเห็นว่าบนร่างเล็ก ๆ นั้นราวกับมีหมอกดำปกคลุม กลิ่นอายเย็นะเืแผ่ซ่าน น่าสยดสยองยิ่งนัก!
เวินเฉวียนขมวดคิ้ว รู้สึกว่าจางชุยหลานขี้ขลาดเกินไป ในโลกนี้จะมีผีได้อย่างไร?
อีกอย่าง วันนี้เวินจื่อถงทำให้เขาต้องเสียหน้าอย่างหนัก ทั้งยังทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าลูกน้อง ความแค้นนี้ต้องได้รับการชำระ!
“เลิกเล่นผีหลอกิญญาหลอนได้แล้ว! ในเมื่อเ้าเป็คนลงมือตีท่านพ่อท่านแม่ข้า เช่นนั้นก็ควรขายเ้าผีอายุสั้นนี่ไปเพื่อชดใช้เงินเสียให้หมด!”
เวินเฉวียนกำลังจะพุ่งเข้าไปลงมือกับเวินจื่อถง ทันใดนั้นเขาก็เห็นสายตาของเวินจื่อถงที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยพลางเอ่ยว่า
“เวินเฉวียน เ้าคิดจริง ๆ หรือว่าพอข้าตายแล้ว จะไม่มีใครพูดเื่ที่เ้าติดหนี้พนันออกมา?”
“เ้า...”
เวินเฉวียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มองเวินจื่อถงอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เื่ที่เขาติดหนี้พนันอยู่ข้างนอก มีเพียงเวินต้าหลางคนเดียวเท่านั้นที่บังเอิญเห็น!
หรือว่าจะเป็... ิญญาสิงร่างจริง ๆ ?
แบบนี้มันประหลาดเกินไปแล้ว!
เวินเฉวียนและจางชุยหลานสบตากัน ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในลานบ้านลดฮวบลงอย่างกะทันหัน จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ในตอนนี้ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง แต่ไม่มีใครสงสัยเลยสักนิด!
เพราะแต่เดิมเวินต้าหลางรักลูก ๆ มาก เมื่อตายไปแล้วไม่วางใจ ิญญาติดตามมาก็มีความเป็ไปได้
ทุกคนไม่ได้สงสัยเลยว่าเวินจื่อถงแกล้งทำ เพราะเด็กห้าขวบไม่มีทางกุเื่โกหกแบบนี้ขึ้นมาได้แน่นอน!
ทันใดนั้น พวกเขาก็หันไปชี้หน้าตำหนิจางชุยหลานและเวินเฉวียนแทนเด็ก ๆ ของบ้านสายหลักตระกูลเวินว่า
“พวกบ้านสายรองตระกูลเวิน! ข้าว่าพวกเ้าควรพอได้แล้วนะ ทำเกินไปจริง ๆ !”
“นั่นสิ! บอกว่าพวกถงเป่ารุมตีพวกเ้า ลองดูชั้นไขมันบนตัวพวกเ้าสิ ถงเป่าผอมแห้งขนาดนั้นจะไปสู้ชนะพวกเ้าได้อย่างไร? จะใส่ร้ายคนอื่นก็ช่วยพูดให้มันสมเหตุสมผลหน่อย!”
“ใช่เลย! เวินต้าหลาง ท่านไม่รู้หรอกว่าหลังจากท่านกับภรรยาจากไป พวกบ้านสายรองทรมานลูก ๆ ของท่านอย่างไรบ้าง! พวกเขา...”
แม้ชาวบ้านเ่าั้จะมีความกลัวอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดว่าตนเองไม่ได้รังแกพวกเวินจื่อถง จึงไม่มีอะไรต้องเกรงกลัว และเริ่มพากันฟ้องร้องต่อร่างเล็ก ๆ ของถงเป่า
ฉากที่ประหลาดนี้ทำให้จางชุยหลานรีบกรีดร้องขัดจังหวะพวกเขา พร้อมด่าทอว่า
“ถุย! พวกเ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหลพ่นอุจจาระออกจากปากนะ! ข้า... ข้ารังแกพวกเด็กบ้านสายหลักตรงไหน? ข้า... ข้าไม่เสวนากับพวกเ้าแล้ว!”
จางชุยหลานทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้วมองไปยังร่างเล็ก ๆ ของเวินจื่อถงด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าอยู่นาน รีบดึงตัวเวินเฉวียนหนีไปอย่างลนลาน
นี่... นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว! ประหลาดเกินไป!
หากถูกิญญาของสามีภรรยาเวินต้าหลางกับฉินจิ่วเจินตามจองเวรเข้าล่ะก็ แย่แน่ ๆ !
หลังจากที่พวกจางชุยหลานจากไปไกลแล้ว เวินจื่อถงจึงราวกับหมดแรง ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
ครู่ต่อมา นางจึงลืมตาโตขึ้นมองไปรอบ ๆ ด้วยความมึนงง จนสุดท้ายสายตาก็หยุดอยู่ที่เวินจื่อชี นางกะพริบตาปริบ ๆ แล้วถามอย่างไร้เดียงสาว่า
“พี่เจ็ด เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ?”
เวินจื่อชีั้แ่ตอนที่ได้ยินคำพูดเ่าั้จากปากของเวินจื่อถง ขอบตาก็เริ่มแดงก่ำ
เมื่อเห็นว่าเวินจื่อถงกลับมาเป็ปกติและเอ่ยปากถามอย่างไร้เดียงสา ในที่สุดเขาก็กลั้นไม่อยู่และร้องไห้โฮออกมา
“ฮือ ๆ ๆ ! ท่านพ่อ! ท่านแม่! ทำไมท่านถึงทิ้งพวกเราไปล่ะขอรับ? พวกท่านไม่้าพวกเราแล้วหรือ? พวกเรา... พวกเราต้องกลายเป็เด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่จริง ๆ แล้ว... ฮือ ๆ ๆ ...”
อย่างไรเสียเวินจื่อชีก็ยังเป็เพียงเด็กเจ็ดขวบ ความเข้มแข็งที่แสดงออกเป็ปกติก็เพื่อให้พี่ ๆ ไม่ต้องกังวล และไม่อยากสร้างปัญหาให้พี่ ๆ เท่านั้น
แต่เมื่อเห็นเวินจื่อถงใช้น้ำเสียงของเวินต้าหลางพูดคำเ่าั้ ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดในใจก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เวินจื่อถงเห็นท่าทางร้องไห้อย่างหนักของเวินจื่อชี นางก็อดไม่ได้ที่จะขอบตาแดงตาม จากนั้นจึงเดินเข้าไปดึงแขนเสื้อของเวินจื่อชี แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นแต่เด็ดเดี่ยวว่า
“พี่เจ็ดอย่าร้องเลยนะเ้าคะ ถงเป่าจะอยู่เป็เพื่อนพี่เจ็ดตลอดไป ท่านพ่อท่านแม่ก็จะคอยปกป้องพวกเราอยู่บน์เ้าค่ะ!”
ชาวบ้านที่มองดูฉากนี้ต่างก็รู้สึกะเืใจ หญิงวัยกลางคนและเด็กสาวบางคนที่ใจอ่อนต่างพากันแอบเช็ดน้ำตา
สามีภรรยาบ้านสายรองตระกูลเวินจิตใจอำมหิตไม่ใช่คนจริง ๆ รังแกเด็กที่ไม่รู้ความ ยึดครองบ้านและที่นาไปจนหมดก็ยังไม่พอใจ! ยังกล้ามารังแกถึงที่อีก!
รังแกผู้อื่นแล้วยังหาข้ออ้างที่ฟังขึ้นไม่ได้เลย ถึงกับกล้าปั้นน้ำเป็ตัวว่าถงเป่าวัยเพียงห้าขวบสามารถตีพวกเขาจนหัวแตกแขนหักได้!
นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี! คำพูดแบบนี้พูดออกไป ต่อให้เป็คนโง่ก็ไม่มีทางเชื่อ!
ในขณะนั้นเอง เวินจื่อเอ๋อร์ที่กำลังนอนหมดสติอยู่ จู่ ๆ ก็ไออย่างรุนแรงหลายครั้ง จากนั้นก็กระอักเืคำโตออกมา
“พี่รอง!”
“พี่รอง!”