เหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง!

    บทที่ 38 นภาไพรศาลเมฆาสีรุ้ง(1)

    สองพี่น้องกุ้ยเฟยกุ้ยอี้ตายลงไปแล้ว...ปรมาจารย์ขั้นสี่สองคนกลับตายไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก!

                    “หนึ่งกระบี่ทลายฟ้ายอดเยี่ยมสมคำร่ำลือนักปีนั้นแม้แต่บิดาของท่านเสวียนอู่หยางก็ยังไม่อาจใช้กระบี่นี้ได้ตอนที่อยู่ในขั้นญาณทิพย์”

                    คนตายแล้วก็ตายไปบัณฑิตหลูไม่ได้นึกสงสารแค้นเคืองแทนกุ้ยอี้กุ้ยเฟยแม้แต่น้อยคนเหล่านี้ที่มาล้วนเพราะมีค่าตอบแทนหายังมีชีวิตอยู่ย่อมมีประโยชน์แต่ตายไปแล้วก็เหมือนหมาเน่าตัวหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจอย่างไรก็ตามเสวียนเทียนชิงใช้กระบี่ทลายฟ้าสังหารขั้นรู้แจ้งได้เช่นนี้นับว่าเปิดหูเปิดตาผู้คนอย่างแท้จริง

                    แม้จะเป้นศัตรูที่สังหารบุตรชายเขาแต่บัณฑิตหลูก็อดไม่ได้ที่จะต้องชื่นชมอีกฝ่ายจากใจตั้งแต่ตอนแรกที่ลงมือก็ใช้เวลาเพียงครู่เดียวสังหารขั้นญาณทิพย์ของค่ายบูรพารู้รุกรู้ถอยสลายแรงแค้นเปิดทางลงให้ค่ายบูรพาถอนตัวไปได้มาต้อนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ใครจะคิดว่าเขาจะสังหารขั้นรู้แจ้งได้จริงแถมยังรวดเร็วหมดจรด

                    “ผู้คนมักกล่าวขานว่าคลื่นลูกใหม่ไล่ทันคลื่นลูกเก่าข้าจะเหนือกว่าบิดาย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก”

                    เสวียนเทียนชิงสะบัดเลือดที่ปลายกระบี่ออกพลางมองบัณฑิตหลูด้วยรอยยิ้มตอนนี้เกรงว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าส่งปรมาจารย์ขั้นสี่อย่างพวกกุ้ยเฟยออกมาง่ายๆแล้วปรมาจารย์ขั้นสี่ถึงหกอยู่ในนั้นรู้แจ้งแม้จะแบ่งเป็นเป้นสามขั้นย่อยแต่ที่จริงแล้วช่องว่ากว้างใหญ่นัก คำว่ารู้แจ้งก็คือรู้แจ้งในมหามรรคฟ้าดินขั้นสี่ระยะต้นเข้าใจสัมผัส ขั้นห้าระยะกลางหยิบยืมใช้สอย ขั้นหกระยะท้ายผสานเป็นหนึ่งกับฟ้าดินหากพูดถึงแก่นแท้ของแต่ละขั้นเช่นนี้ก็จะสามารถมองออกได้ไม่ยากแล้วว่าปรมาจารย์แต่ละขั้นมีช่องว่างหากกันขนาดไหน

                    “คนอย่างคุณชายเสวียนนับเป็นอัจฉริยะร้อยปีของแดนเบญจภพเหตุใดถึงต้องดันทุรังเพียงนี้?ท่านยอมถอยกลับไปก้าวหนึ่งก็สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว”

                    บัณฑิตหลูถอนหายใจออกมานึกเสียดายจากใจจริงเขาคือปัญญาชนไม่ยึดติดกับความแค้นคนอย่างเสวียนเทียนชิงหากต้องมาตายตอนนี้ก็น่าเสียดายเกินไป ทว่าเขาพูดหนึ่งประโยคเสวียนเทียนชิงก็เดินเข้ามาสามก้าวแล้วความแน่วแน่ของชายหนุ่มไม่มีช่องว่างให้ถอยกลับอย่างแน่นอน

                    “เช่นนั้นก็ลงมือเถิดสหายทั้งหลายสามารถสบายใจได้วันนี้ไม่ว่าอย่างไรคนตระกูลเสวียนก็ไม่อาจออกจากจวนได้แม้แต่ก้าวเดียว!”

                    บัณฑิตหลูกล่าวเสียงเข้มมือขวาสะบัดแขนเสื้อนำเอาตารางหมากแผ่นหนึ่งออกมาตารางหมากแผ่นนี้มีจุดแสงคล้ายดวงดาวเรียงรายส่องแสงระยิบระยับมาถึงตอนนี้เขาเองก็ต้องลงมือเช่นกันอย่างน้อยตอนนี้นับรวมบัณฑิตหลูก็มีปรมาจารย์ขั้นห้าถึงสี่คน!

                    “เจ้าหนูลองคิดดูอีกดีเถิด หากพวกข้าลงมือก็ไม่มีทางให้ถอยกลับแล้ว”

                    ชายวัยกลางคนถือดาบนั่งพิงกำแพงค่ายกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรายเรียบฝึกมาถึงขั้นนี้เรียกได้ว่าอยู่เหนือคนนับหมื่นปรมาจารย์ขั้นห้าอย่างพวกเขาล้วนมีศักดิ์ศรีหยิ่งทระนงลงมือกับเด็กรุ่นหลังคนหนึ่งต้องน่าอับอายถึงเพียงไหนกัน? ตระกูลฉินกับตระกูลเซี่ยเป็นหัวโจกหลักในแผนการนี้ทว่าพวกเขาใช้คนของตัวเองไม่มากยิ่งปรมาจารย์ขั้นสูงเหล่านี้ล้วนถูกเชิญมาทั้งนั้น อย่างบัณฑิตหลูและชายถือล้วนไม่ได้อยากรับหน้าที่นี้เพียงแต่ติดค้างน้ำใจคนจำเป้นต้องทดแทน

                    “ใจผู้แซ่เสวียนไหนเลยจะเปลี่ยนง่ายดายปานนั้นอาศัยคำพูดของพวกท่านไม่กี่คำยังไม่พอหรอก!”

                    เสวียนเทียนชิงแค่นเสียงกล่าวออกมาพร้อมกับถือกระบี่บุกตะลุยทันทีเจอกับปรมาจารย์ขั้นห้าเขาเองก็ต้องทุ่มสุดตัวเช่นกันชิงเหนียวกับลู่หยาทำได้เพียงกำเชือกลากรถม้าจนแน่นดวงตาแดงก่ำไปด้วยความกังวลมีแค่พวกนางที่รู้ว่าเสวียนเทียนชิงยังไม่บรรลุขั้นญาณทิพย์ยังไม่ถึงขั้นปรมาจารย์เลยด้วยซ้ำ!

                    เสวียนเทียนชิงลงมือแล้วส่วนอีกด้านหนึ่งเองก็ลงมือเช่นกันชายถือดาบนั่งพิงกำแพงอยู่ก่อนหน้านี้เพียงพริบตาเดียวดาบของเขาก็มาถึงเบื้องหน้าเสวียนเทียนชิงแล้วนอกจากเขายังมีคนในชุดคลุมดำทั้งตัวเองคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาสุดท้ายนอกจากบัณฑิตหลูที่ยังไม่ลงมือก็ยังมีหญิงชราถือไม้เท้าอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าไปปรากฏตัวด้านหลังของเสวียนเทียนชิงตั้งแต่เมื่อไหร่ทุกคนที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นปรมาจารย์ขั้นห้าทั้งสิ้น!

                    “เจ้านั่นจบสิ้นแล้วถึงแม้ว่าเรื่องที่เขาสังหารสองพี่น้องกู้ได้จะน่าเหลือเชื่อแต่ตอนนี้เขาจะรับมือปรมาจารย์ขั้นห้าได้อย่างไร?”

                    “ชายถือดาบคนนั้นคือเซี่ยวเฉินใช่หรือไม่? ยังมีแม่เฒ่าจากหอเพลิงคนนั้นอีกต่อให้เป้นปรมาจารย์ขั้นห้าเหมือนกันก็ยังแทบไม่มีหวังชนะพวกเขาเลยด้วยซ้ำ!”

                    “เหอๆแต่ถึงอย่างนั้นเสวียนเทียนชิงผู้นี้ก็ควรค่าแก่การเคารพจริงๆ อาศัยตัวคนเดียวสู้ศึกบนถนนหลวงกวาดล้างปรมาจารย์มากมายมาจนถึงตอนนี้คนเช่นนี้ยังจะหาใครนอกจากเขาได้อีก!”

                    คนที่มาดูการต่อสู้ครั้งนี้มีอยู่ไม่น้อยเลยโดยเฉพาะเหล่าลูกหลานขุมอำนาจต่างๆในเมืองหลวงรวมไปถึงอัจฉริยะจากทวีปอื่นที่มาเพื่อหอฟ้าเก้าอักษรด้วยแม้จะมีคนเพียงส่วนเดียวที่ชื่นชมเสวียนเทียนชิงแต่คนพวกเขาทั้งหมดก็ต้องยอมรับว่าเทียบกับเสวียนเทียนชิงไม่ได้เลย

                    “ฮ่าๆเสวียนเทียนชิงเอ๋ย เจ้าเองก็มีวันนี้เหมือนกัน! ข้าสู้เจ้าไม่ได้แล้วอย่างไรเล่า? สุดท้ายคนอย่างเจ้าย่อมไม่ตายดี!”

                    บนหลังคาบนหมู่บ้านรอบๆค่ายบูรพาเหล่าคุณชายคุณหนูของเมืองหลวงต่างก็มารับชมความลำบากของเสวียนเทียนชิงคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในเหตุการณเมื่อสามปีก่อนแม้ว่าเสวียนเทียนชิงจะสังหารคนไปมากในตอนนั้นแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ถึงกับชีวิตในงานเลี้ยงวันนี้มีคนหลายพันที่เข้าร่วม คนที่ตายไปส่วนใหญ่เป้นแค่พวกตัวการที่ยั่วยุจนเสวียนเทียนชิงขาดสติเท่านั้นอย่างชายหนุ่มที่กล่าวออกมาผู้นี้ก็เป้นคุณชายคนหนึ่งของตระกูลเซี่ย แม้ว่าเขาจะไม่ได้นั่งตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลแต่ก็ยังเป็นบุตรชายคนหนึ่งของผู้นำเซี่ยนอกจากเขาแล้วยังมีลูกหลานของขุนนางใหญ่ในราชสำนักอีกไม่น้อยที่อยู่ด้วย

                    การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้วเสวียนเทียนชิงเปิดฉากบุกก่อนเพียงไม่นานก็ถูกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ปรมาจารย์ขั้นห้าสามคนลงมือกับเขาแม้จะใช้พลังแค่สามส่วนก็เพียงพอที่จะสังหารเสวียนเทียนชิงนับร้อยครั้งแล้ว! ยังไม่นับว่ามีบัณฑิตหลูที่วางหมากบนกระดานดาราใช้วิชาเวทอันลึกลับคอยควบคุมการต่อสู้นี้อยู่ด้วย

                    “เอ่อ...ถึงแม้ว่าความคิดของศิษย์หลานจะเข้าท่าแต่แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ?”

                    เย่ว์อิงนั่งมองการต่อสู้นี้บนฟ้าสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลนางรู้ว่าเป้าหมายของเสวียนเทียนชิงคือการใช้การต่อสู้นี้เพื่อขัดเกลาหาโอกาศบรรลุขั้นญาณทิพย์แต่ถึงขั้นใช้ปรมาจารย์ขั้นห้าสี่คนก็ออกจะเกินไปหน่อยกระมัง ฟู่หยงจิ้นแทบไม่ได้ฟังเย่ว์อิงเลยด้วยซ้ำด้วยระดับของเขาย่อมมองการต่อสู้นี้ได้ลึกซึ้งกว่านางตั้งแต่เสวียนเทียนชิงสู้กับสองพี่น้องกู้เขาก็หนังหัวชาหนึบไปนานแล้ว

                    “ใช้การต่อสู้ฝึกฝนกับผีน่ะสิ! ไอ้หนูนี้ตั้งใจจะฆ่าตัวตายชัดๆขั้นเบิกวิญญาณคนหนึ่งต่อให้มีปราณพิสุทธิ์ไพรศาลแต่เขาจะกล้าเกินไปหน่อยไหม? สองพ่อลูกนี่คิดจะทำอะไรกันแน่คนหนึ่งปิดจวนในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานส่วนอีกคนก็วิ่งเข้ามารนหาที่ตายเช่นนี้!”

                    “ท่านปู่ฟู่หากเป้นเช่นนี้ไม่สู้พวกเราลงมือช่วยเขาสักหน่อย?”

                    เย่ว์อิงเองก็คิดเช่นเดียวกันถึงนางจะมองการต่อสู้ไม่ออกทั้งหมดแต่อาศัยแค่สถานการณ์นี้หากมใช่คนโ.ก็ต้องรู้แล้วว่าเสวียนเทียนชิงแทบจะไร้ทางไปต่อสู้กับปรมาจารย์ขั้นห้าสี่คนยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องชนะเลยเขาจะถึงได้หนึ่งก้านธูปหรือป่าวยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

                    “ข้าและเจ้าล้วนลงมือไม่ได้หากพวกเราลงมือจะเปิดเผยร่องรอยทันที หากข่าวรั่วไหลออกไปเช่นนั้นการเดินทางของเจ้าคราวนี้ก็เสียเปล่าแล้วอันที่จริงหากเสวียนอู่หยางลงมือเรื่องก็คงไม่ยุ่งยากขนาดนี้หรือว่ายังมีอันตรายแอบแฝงอยู่อีก?”

                    พูดมาถึงตอนนี้ทั้งสองต่างก็คิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมามิใช่ว่าตอนนี้พวกเขาสองคนก็อยู่ที่แดนเบญจภพหรอกหรือ? หากยังมีคนจากสะพานฟ้าอยู่ที่นี่อีกเล่า? สำหรับขั้นปรมาจารย์ไม่นับว่าสูงส่งอะไรบนสะพานฟ้าคนที่มีอำนาจจริงๆล้วนแต่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่านั้น

                    เสวียนอู่หยางตอนนี้ในแดนเบญจภพเขาใช้มือข้างเดียวก็เรียกลมเรียกฝนได้แล้วรับตัวบุตรชายคนหนึ่งกลับจวนใยต้องยุ่งยากถึงเพียงนี้ ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือต่อให้เขาลงมือก็ยังไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสามารถรับตัวเสวียนเทียนชิงกลับจวน!

                    “เฮ้อรอดูไปก่อนเถอะ อย่างน้อยหากถึงที่สุดแล้วก็คงได้แต่รักษาชีวิตเจ้าหนูนั่นเอาไว้”

                    ฟู่หยงจิ้นถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ถึงอย่างไรก็เป็นลูกชายของเสวียนอู่หยาง เห็นคนจะตายอยู่ตรงหน้ายังไงก็ต้องช่วยกลับมาที่การต่อสู้ ณ ด่านบูรพา เสวียนเทียนชิงถูกกดดันอย่างหนักจนสุดท้ายก็ถูกไม้เท้าเพลิงของแม่เฒ่าทุบเข้ากลางอกจนกระเด็นกลับไป

                    อั่ก!

                    สองเท้ายันพื้นงอเข่าแทบจะทรุดตัวลงเสวียนเทียนชิงกระอักเลือดออกมาคำโตสีหน้าซีดเซียวยิ่งนัก มาถึงตอนนี้สี่ปรมาจารย์ยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำพวกเขาลงมืออย่างหนักแน่นอนแต่กลับไม่ได้เป็นฝ่ายบุกสังหารส่วนใหญ่แล้วเป็นเสวียนเทียนชิงที่พุ่งเข้าไปเองมากกว่า

                    “นายน้อยหากฝืนต่อไป...”

                    ชิงเหนียวกับลู่หยาแทบจะทนไม่ไหวแล้วพวกนางรู้ดีว่าต่อให้เข้าร่วมการต่อสู้ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากทั้งยังจะเป้นตัวถ่วงเสวียนเทียนชิงด้วยซ้ำแม้ว่าระดับของพวกนางจะเหนือกว่าเขาแต่ความแข็งแกร่งด้วยรวมพวกนางยังไม่อาจสังหารคนระดับปรมาจารย์ขั้นสี่ได้อย่างเสวียนเทียนชิง

                    “ใกล้แล้ว...อีกนิดเดียว...”

                    อย่างไรก็ตามแม้สีหน้าจะซีดเวียวร่างกายจะบาดเจ็บโชกเลือดแต่แววตาของเสวียนเทียนชิงกลับยังสว่างสดใสก็เหมือนกับตอนที่ถูกไผ่สวรรค์ของฟู่หยงจิ้นทุบตีตลอดเดือน ตอนนี้อาศัยการโจมตีของปรมาจารย์ขั้นห้ามาเคี่ยวกรำประสิทธิ์ภาพนั้นดีกว่าไผ่สวรรค์เสียอีกเพียงแต่การทำเช่นนี้ได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าแต่อันตรายมากกว่าเดิมนับสิบเท่าหากพลาดไปนิดนั่นก็เท่ากับฆ่าตัวตาย!

    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง! ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734